ท่านอ๋องคนต่อไป ต้องเป็นข้า

    ตอนที่ 46 คำขู่

    หลายเดือนต่อมาปรากฏความเคลื่อนไหวของแคว้นเหอฉีอีกครั้งเมื่อมีการปรับเปลี่ยนตัวขุนนางในหลายตำแหน่งโดยเฉพาะขุนนางที่มีความเกี่ยวพันกับสำนักไฉ่หง จะถูกลดบทบาทลงและมีการแต่งตั้งคนใหม่เข้าไปแทน ทั้งหมดนี้ คือแผนการที่คุณชายอี้เจ๋อได้นำเสนอเป็นการส่วนตัวต่อคุณชายชิงอวิ้นเมื่อไม่นานมานี้

                เป็นที่ทราบดีว่าขุนนางที่เข้ามาทำงานตั้งแต่สมัยที่ท่านอ๋องยังมีชีวิตอยู่นั้นหลายคนเป็นศิษย์ที่จบมาจากสำนักไฉ่หงแม้พวกเขาเหล่านี้จะเป็นขุนนางที่มีความซื่อตรง และมีความสามารถที่ยากจะหาใครแทนได้แต่การจะเก็บคนเหล่านี้ไว้ ก็ย่อมไม่เป็นผลดีต่อแผนการในอนาคต เมื่อเป็นเช่นนี้คุณชายอี้เจ๋อจึงเสนอแผนดังกล่าวให้กับคุณชายชิงอวิ้นและแผนนี้ก็ได้รับการเห็นชอบโดยทันที

                นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนกำลังในการอารักขาองค์หญิงหนิงอันอีกด้วยเรื่องสร้างความไม่พอใจให้กับองค์หญิงเป็นอย่างมากแต่ในตอนนี้องค์หญิงไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้มากนัก เพราะรู้ดีว่าฐานะขององค์หญิงในตอนนี้ คือตัวประกันนั่นเอง

                หลายวันมาแล้วที่องค์หญิงเก็บตัวอยู่แต่ในห้องแม้จะมีเวรยามรักษาการที่แน่นหนา แต่ถึงกระนั้น ทหารยามเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถเข้ามายังตำหนักขององค์หญิงได้พวกเขาทำได้เพียงแค่เฝ้าดูความเคลื่อนไหวและส่งข่าวกลับไปรายงานให้องค์ชายชิงอวิ้นทราบเท่านั้น

                “เราจะทนอยู่อย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน”เหมยลี่บ่นกับองค์หญิง เมื่อนางโผล่หน้าออกไปข้างนอก แล้วเห็นทหารหลายสิบนายเฝ้าอยู่ตรงประตูทางเข้าตำหนัก

                “เหมยลี่เจ้าจะบ่นไปทำไมเราก็อยู่อย่างนี้ของเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วต่อให้ทหารพวกนั้นเป็นของเสด็จพี่ก็เถอะแต่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่เข้ามาวุ่นวายกับเรา เช่นนี้ก็ดีแล้ว”

                “แต่หม่อมฉันอึดอัดอยากออกไปข้างนอกใจจะขาดอยู่แล้ว” 

                “ใจเย็นๆ ไว้ เราเก็บตัวอยู่เช่นนี้แหละ  ให้พวกเขาได้รู้ว่าเราไม่คิดจะหนีไปไหน เมื่อถึงวันที่เราจะไปจริงๆพวกเขาจะได้ไม่ระแวงสงสัย กว่าพวกเขาจะรู้ว่าเราออกไปแล้ว ก็คงหลายวัน” 

                “องค์หญิงแน่ใจหรือว่าจะหนีออกไปได้” 

                “เจ้าเชื่อข้าสิเราจะต้องออกไปได้แน่” 

                เหมยลี่มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งก็เห็นภาพเดิมๆ เช่นที่ผ่านมาแม้ตำหนักแห่งนี้จะอยู่ห่างจากประตูทางเข้ามาไกลพอสมควร  และมีสวนดอกไม้กั้นขวางพวกเขากับทหารยามเหล่านั้นอยู่ก็ตาม  แต่ก็พอจะนับจำนวนคนได้ว่ามีอยู่กันไม่น้อยเลยทีเดียว

               

                ความเงียบขององค์หญิงทำให้องค์ชายทั้งสองไม่ค่อยสบายใจนัก  แม้พวกเขาจะเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาแต่ตลอดเวลาที่ท่านอ๋องยังอยู่องค์หญิงจะได้รับการเอาอกเอาใจมากเป็นพิเศษมาตั้งแต่เด็กๆจนทำให้องค์ชายทั้งสองแอบอิจฉาอยู่ลึกๆ โดยเฉพาะองค์ชายอี้เจ๋อ ที่มองพี่สาวคนเป็นคู่แข่งที่แย่งความรักของเขาไปจากเสด็จพ่อมาตลอดความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจึงไม่ค่อยจะดีนัก บัดนี้ เมื่อไม่มีท่านอ๋องแล้ว  ความน้อยเนื้อต่ำใจที่คุณชายอี้เจ๋อเก็บสั่งสมมานานหลายปีย่อมถึงเวลาที่จะต้องชำระแค้น

                แม้ทหารจะรายงานมาตลอดว่าองค์หญิงยังคงเก็บตัวอยู่ในตำหนักเช่นทุกวันแต่องค์ชายอี้เจ๋อยังไม่วางใจ พวกเขาจะพลาดให้องค์หญิงติดต่อกับหวังหย่งไม่ได้เป็นอันขาดไม่เช่นนั้นแล้ว แผนการของพวกเขาอาจจะถูกหวังหย่งทำลายลงอีกครั้งก็เป็นได้เมื่อเป็นเช่นนี้คุณชายอี้เจ๋อจึงต้องมาหาความจริงที่ตำหนักขององค์หญิงหนิงอันด้วยตัวเอง 

                เมื่อมาถึงองค์ชายอี้เจ๋อก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจเพิ่มมากขึ้นไปอีกเพราะความสวยงามของตำหนักองค์หญิงนั้น ช่างห่างกันเหลือเกินกับตำหนักเล็กๆ ที่เขาเติบโตมายิ่งได้เห็นสาวรับใช้ขององค์หญิงที่มีอยู่ด้วยกันหลายคน แต่เขากลับเติบโตมาเพียงลำพังกับกองตำราและคนรับใช้เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นเขารู้สึกได้ว่าในฐานะโอรสองค์เล็ก เขาน่าจะได้รับมากกว่านี้อีกหลายเท่า

                ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับบรรยากาศของสวนดอกไม้อยู่นั้นหญิงรับใช้คนหนึ่งก็เข้ามาบอกให้เขาไปพบองค์หญิงที่สระน้ำ เมื่อไปถึงก็พบว่าองค์หญิงและเหมยลี่กำลังรออยู่ก่อนแล้ว

                การต้อนรับที่แสนจะเฉยชาจากเจ้าของบ้านทำให้องค์ชายอี้เจ๋อไม่จำเป็นจะต้องรักษามารยาทอีกต่อไปแล้ว เขาจึงรีบบอกจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้ให้องค์หญิงได้ทราบเพื่อดูท่าทีขององค์หญิงว่าจะทำเช่นไร  

                “ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้าง”  องค์ชายอี้เจ๋อแสร้งถามไปโดยไม่ได้คาดหวังคำตอบ

                “พี่ก็สบายดี ห่วงแต่เจ้าพักนี้ได้ข่าวว่าเจ้าเข้าไปประชุมราชกิจร่วมกับเสด็จพี่ทุกวันเช่นนี้เจ้าจะต้องดูแลสุขภาพให้ดี ข้าไม่อยากเห็นเจ้าล้มป่วยลงอีก” 

                “เรื่องนี้ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงที่ผ่านมาเสด็จพ่อดูแลข้าเป็นอย่าง เมื่อไร้ซึ่งเสด็จพ่อแล้ว ข้าจะต้องเข้มแข็งและดูแลตัวเองให้ได้”

                องค์หญิงพยายามอ่านใจองค์ชายอี้เจ๋อว่าเพราะเหตุใดเขาจึงมาหาในเวลาเช่นนี้

                “เจ้ามาพี่มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ”  องค์หญิงถามออกไปตรงๆดูเหมือนองค์ชายอี้เจ๋อก็เตรียมตัวกับคำถามนี้อยู่ก่อนแล้ว จึงไม่ได้ลังเลที่จะตอบกลับมา

                “ข้าจะคงจะต้องบอกกับท่านพี่ตรงๆข้ามาที่นี่ก็เพราะเป็นห่วงท่านพี่ ตอนนี้มีเพียงเราสามพี่น้องเท่านั้นเสด็จพ่อได้จากไปแล้ว ส่วนเสด็จแม่ก็ไม่ยอมกลับมาอยู่กับพวกเราเช่นเคยท่านพี่ไม่แปลกใจบ้างเลยหรือ”

                “เจ้ากำลังจะบอกอะไรพี่อย่างนั้นรึ”

                “ท่านพี่ไม่แปลกใจเลยหรืออย่างไร นับตั้งแต่เสด็จพ่อจากไปเสด็จแม่ก็ไม่เคยกลับมาเหลียวแลพวกเราเลย ท่านทำเหมือนกับว่าพวกเราไม่ใช่............”

                “ก็เสด็จพี่ก่อเรื่องซะขนาดนี้ เจ้ายังอยากจะให้เสด็จแม่ทำอะไรได้อีกเล่าเจ้าคิดหรือว่า ถ้าเสด็จแม่กลับมา พวกเจ้าทั้งสองจะยอมรับฟังเสด็จแม่”  องค์หญิงพูดแทรกขึ้นมาก

                “แต่ไม่ใช่หนีไปเสพสุขเพียงลำพังเช่นนี้”

                “เจ้าคิดหรือว่าเสด็จแม่มีความสุขเจ้าเองเคยไปเยี่ยมเสด็จแม่หรือเปล่า พูดได้อย่างไรว่าเสด็จแม่หนีไปเสพสุข พวกเจ้าสองคนไม่มีสิทธิมากล่าวหาเสด็จแม่แบบนี้เจ้าอย่าลืมสิว่า เสด็จพ่อสร้างเมืองนี้ขึ้นมาเพื่อให้พวกเราได้อยู่กันอย่างมีความสุขแต่เพราะเสด็จพี่ ที่ทำให้ทุกอย่างมันพังทลายลง”

                “แต่เสด็จพ่อไม่เคยห้ามเสด็จพี่เลยนั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าเสด็จพ่อย่อมเห็นดีเห็นชอบด้วย”

                “พวกเจ้าทั้งสองคนจึงคิดจะเดินหน้าต่อถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะไม่มีเสด็จพ่อคอยหนุนหลังให้อีกต่อไปแล้ว เช่นนั้นหรือ”

                คุณชายอี้เจ๋อไม่ตอบได้แต่ยืนจ้องหน้าองค์หญิงด้วยความโกรธเพราะท่าทีขององค์หญิงในตอนนี้เห็นได้ชัดว่า ไม่ยอมร่วมมือกับพวกเขาแน่

                “พวกเจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าอนาคตของแคว้นเหอฉีที่เสด็จพ่อสร้างมาต่อไปนี้จะเป็นเช่นไร พี่จะบอกให้ทั้งหมดนี้ย่อมอยู่ที่พวกเราสามคนพี่น้อง  แต่พี่กลัวเหลือเกินว่า บัดนี้มันจะอยู่ในมือของพวกเจ้าแค่สองคนเท่านั้น” องค์หญิงกล่าวต่อไป

                คุณชายอี้เจ๋อพยายามหาวิธีโน้มน้าวองค์หญิงให้ได้  “เรื่องนี้ข้ารู้ดีแม้ท่านพี่เป็นสตรีก็ใช้ว่าจะไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือบ้านเมืองได้ ข้ายินดีเกลี้ยกล่อมเสด็จพี่ให้”

                “แต่เจ้าขังพี่ไว้เช่นนี้เจ้ายังจะหวังให้ข้าช่วยเหลืออะไรอีกเล่า” องค์หญิงสวนกลับไป แต่คุณชายอี้เจ๋อยังคงนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านเห็นได้ชัดว่าคุณชายอี้เจ๋อผู้นี้เก็บอาการได้เป็นอย่างดี นึกไม่ถึงเลยว่าคนที่ทุกคนละเลยไม่ใส่ใจ จะทำให้เขาเป็นคนที่เยือกเย็นได้เช่นนี้

                “ข้าอยากให้ท่านพี่อยู่กับเราที่นี่”  คุณชายอี้เจ๋อเปิดเผยความในใจออกมา

                “พี่ก็อยู่กับเจ้าแล้วแถมคนของเจ้าก็คุ้มกันซะแน่นหนาเช่นนี้ พี่จะหนีไปไหนได้ เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก  พี่ไม่ทิ้งพวกเจ้าไปไหนแน่” 

                “ถ้าท่านพี่รับปากข้าเช่นนั้นก็ดีแล้วเพราะข้าได้ยินมาว่า อีกไม่กี่วันท่านอาจะส่งคนมารับท่านพี่ไปอยู่กับพี่เขยที่เมืองหลวง” คุณชายอี้เจ๋อพูดออกมาลอยๆทำให้องค์หญิงดีใจจนออกนอกหน้า

                “เช่นนั้นพี่ก็จะไปกับเค้า” 

                “ข้าคงให้ท่านพี่ทำเช่นนั้นไม่ได้”  คุณชายอี้เจ๋อตัดบททันที

                “ทำไมจะไม่ได้เล่าพี่มีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะอยู่หรือไป เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามพี่” แม้คำพูดจะไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคุณชายอี้เจ๋อแต่เห็นได้ชัดว่า ตอนนี้ องค์หญิงมีท่าทางหวาดกลัวจนตัวสั่นแทบจะร้องไห้ออกมาก่อนที่คุณชายอี้เจ๋อจะพูดสวนกลับมาอีกครั้ง

                “เพราะข้าอยากให้ท่านพี่อยู่กับข้าที่นี่ท่านพี่ก็ไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น” คุณชายอี้เจ๋อยื่นคำขาดให้กับองค์หญิงพร้อมกับลุกขึ้นเดินกลับออกไป โดยไม่ลืมที่จะทิ้งคำขู่เอาไว้  “หวังว่าท่านพี่คงเข้าใจและอย่าทำอะไรที่ข้าไม่ต้องการ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าโหดร้ายกับท่านพี่ก็แล้วกัน  จากนี้ไปข้าจะไม่รบกวนท่านพี่แล้วข้าขอลา” 

                คุณชายอี้เจ๋อจากไปพร้อมกับสร้างความหวาดวิตกให้กับองค์หญิงเป็นอย่างมากเหมยลี่เห็นท่าไม่ดีจึงได้เข้ามาปลอบองค์หญิงไม่ให้หวาดกลัวมากไปกว่านี้

                “องค์หญิงเพค่ะ อย่าวิตกไปเลยหม่อมฉันยังอยู่ หม่อมฉันจะไม่ให้ใครมาทำร้ายองค์หญิงได้หรอก ที่สำคัญหญิงรับใช้ของเราหลายคนก็เป็นคนที่คุณชายหวังหย่งคัดสรรมาคนพวกนี้ล้วนแต่ผ่านการฝึกยุทธมาบ้าง หม่อมฉันเชื่อว่าพวกเขาสามารถปกป้ององค์หญิงได้อย่างแน่นอน”

                “ข้าไม่ได้วิตกในเรื่องนั้นหรอก”  องค์หญิงพูดกับเหมยลี่  “แต่ที่ข้าวิตก คือท่าทีของอี้เจ๋อต่างหากข้าไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นคนเช่นนี้  เขายอมเก็บตัวอยู่หลายปียอมหลังขดหลังแข็งอ่านตำรา โดยไม่สนใจโลกภายนอก เพียงเพื่อรอวันนี้เช่นนั้นหรือ เขาอยากให้ความมักใหญ่ใฝ่สูงของเสด็จพี่พาเขาให้สูงขึ้นไปด้วย โดยมีข้าเป็นตัวประกันอย่างนั้น ไม่ได้การละ เหมยลี่  เวลาของเรามีน้อยแล้วเช่นนี้เราต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่โดยเร็ว” 

                “หนีเหรอเพค่ะ”

                “ใช่เจ้าไม่เห็นหรือว่าที่อี้เจ๋อมาในวันนี้เขาต้องการจะมาดูว่าข้าเป็นตายร้ายดีอย่างไรเขาแค่อยากมาเห็นกับตาว่าข้ายังอยู่ และข้าจะไม่หนีเขาไปไหน คำขู่ของเขาย่อมแสดงให้เห็นว่า เขาย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ต้องการ แต่เจ้าก็สบายใจได้เพราะเขาบอกว่าเขาจะไม่กลับมาอีกแล้วเพราะเขามั่นใจว่าที่ข้าแสร้งทำเป็นกลัวเขานั้น เป็นเรื่องจริง  จากนี้ไปเขาจะรอรับรายงานจากทหารยามเท่านั้นเช่นนี้แล้ว ก็เป็นโอกาสดีที่พวกเราจะได้หนีไป”

                “แล้วทหารพวกนั้นละเพค่ะ”

                “เจ้าลืมไปแล้วหรือสาวใช้ที่ท่านพี่คัดเลือกมา ล้วนแต่เป็นคนที่มีรูปร่างท่าทางเหมือนข้าหมดข้าเชื่อว่า สิ่งนี้ย่อมมีเหตุผล เราก็แค่ให้ใครสักคนปลอมตัวเป็นข้ากับเจ้า แล้วออกมาเดินชมดอกไม้บ้างให้พวกเขาเข้าใจว่าข้ายังอยู่ เจ้าลองดูสิ จากนี่ไปถึงหน้าประตูเรามองไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนผู้นั้นเป็นใคร แล้วเจ้าคิดว่า เมื่อพวกเขามองเข้ามาจะมองได้ชัดอย่างนั้นหรือ”

                “องค์หญิงฉลาดมากเพค่ะงั้นเราก็รีบหนีไปจากที่นี่กันเถอะ” 

                ทั้งสองคนรีบเดินกลับเข้าตำหนักไปในทันที 

    คล้ายกับเรื่องท่านอ๋องคนต่อไป ต้องเป็นข้า ที่คุณอ่าน