การตักน้ำในตอนเช้าเริ่มต้นขึ้น แต่วันนี้เพื่อน ๆ ของไป่ฉีต่างแปลกใจมาก เพราะน้ำหนักของถังน้ำที่มีน้ำอยู่เต็ม กลับเบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ช่วงลงจากเขา พวกเขาสามารถรักษาสมดุลร่างกายได้ดีจนไม่มีปัญหาน้ำหกเลย
“สุดยอด นี่ฉันต้องเป็นอัจฉริยะแน่ ๆ ทำแค่วันเดียวน้ำก็ไม่หกเลยสักหยด” มู่ซื่อเฉิงกำลังชมตัวเอง
“เพราะพวกเราได้ฝึกที่นั่นมากกว่า” ต้าถงกล่าวขัด
“ชิ ขอฉันคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยไม่ได้รึไงล่ะ” มู่ซื่อเฉิงบ่นอุบอิบ
“แต่ว่านะ ฉันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายของทุกคนนะ” ไป๋หู่กล่าว
“ยังไงเหรอ” ต้าถงหันมาถาม
“กล้ามเนื้อพวกนายเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกวันเดียวแล้วจะมีกล้ามเนื้อเพิ่มขนาดนั้น” หลี่ซีหยานอธิบาย
“หรือจะเป็นเพราะการฝึกในฝันนิรันดร์” มู่ซื่อเฉิงกล่าว เขาเองก็เพิ่งรู้สึกจงตัวว่าเสื้อ
“อาจเป็นไปได้” หลี่ซีหยานเองก็คิดแบบนั้น เขาอยากจะเข้าไปอีกครั้ง เพราะเพียงคืนเดียวเขาก็รู้สึกว่าฝีมือของเขารุดหน้าขึ้นมาก
หลังจากการตักน้ำในตอนเช้าเสร็จสิ้น พวกเขาก็ไปอาบน้ำ ส่วนเหมยเหม่ยกับเมิ่งชิงชิงเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเสร็จ ทั้ง 2 คนก็ไปอาบน้ำเช่นกัน
“ไป๋หู่ ซีหยาน พวกต้าถงไปไหนกัน” ไป่ฉีที่อาบน้ำเสร็จแล้วถาม 2 คนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ
“ไม่รู้สิ เห็นรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วพากันไปไหนไม่รู้ พอต้าถงรู้ เขาก็รีบตามไปเลย” ไป๋หู่กล่าว
“หรือว่าจะรีบไปกินข้าวกันนะ” หลี่ซีหยานแสดงความคิดเห็น
“ไม่หรอก ดูเหมือนพวกนั้นคิดจะไปถ้ำมองสาว ๆ อาบน้ำมากกว่า ต้าถงคงรู้นิสัยพวกนั้น เลยตามไปห้ามน่ะ” ไป่ฉีกล่าว
“งั้นรีบไปกันเถอะ” หลี่ซีหยานที่แต่งตัวเสร็จแล้วกำลังจะเดินไปตรงจุดที่พวกผู้หญิงใช้อาบน้ำ
“อืม” ไป่ฉีรับคำสั้น ๆ ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะพุ่งไปยังจุดอาบน้ำของพวกสาว ๆ ทิ้งให้ไป๋หู่ที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จอยู่คนเดียวตรงนั้น
“ใจร้าย ผมเองก็อยากเห็น เอ้ย อยากช่วย รอผมด้วยสิ” ไป๋หู่รีบใส่เสื้อแล้วตามไปทันที
ตรงจุดที่เมิ่งชิงชิงกับเหมยเหม่ยกำลังอาบน้ำอยู่ ที่นี่ถูกขึงรอบด้วยผ้าผืนใหญ่ 4 ด้าน จึงมิดชิดระดับหนึ่ง ทำให้ 2 สาวอาบน้ำกันโดยไม่มีผ้าปิดแม้แต่ชิ้นเดียว
“พี่ชิงชิงเนี่ยขนาดสมกับเป็นผู้ใหญ่เลยนะคะ” เหมยเหม่ยชมเมิ่งชิงชิงที่กำลังอาบน้ำอยู่ข้าง ๆ
“เดี๋ยวของเธอมันก็จะโตขึ้นเองนั่นแหละ จะไปกังวลทำไมล่ะ” เมิ่งชิงชิงยิ้ม
“ก็ตอนไปเที่ยวกับต้าถง พอเจอสาว ๆ อกโตเข้าหน่อย ต้าถงมองพวกเธอตาไม่กระพริบเลยนี่คะ” เหมยเหม่ยกล่าว
“ถ้าคิดแบบนั้นเธอก็ไม่สบายใจน่ะสิ ผู้ชายส่วนใหญ่มองสิ่งเหล่านี้ตามความเคยชินน่ะ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง วัยของพวกเธอน่ะเป็นช่วงที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล จะทำอะไรก็คิดให้มาก ๆ ล่ะ” เมิ่งชิงชิงเตือน (เธอก็ด้วยนะ แม่สาวน้อย)
ด้านนอกพวกพวกเพื่อนของต้าถงลากมู่ซื่อเฉิงมาที่จุดอาบน้ำของหญิงสาวทั้ง 2 คน แน่นอนว่ามู่ซื่อเฉิงไม่ได้เต็มใจมาด้วยสักนิด ต่อให้เขาจะลามกขนาดไหน แต่นี่เป็นแฟนเพื่อนของเขาเชียวนะ เขาพอรู้อยู่บ้างว่าไป่ฉีหวงแฟนตัวเองมากขนาดไหน
“ฉันว่าพวกนายหยุดดีกว่า หัวหน้าห้องน่ะแฟนของต้าถงไม่ใช่เหรอ เพื่อนเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกนะ” มู่ซื่อเฉิงเตือน
“นิดหน่อยเอง หมอนั่นไม่รู้หรอก” เพื่อนของต้าถงคนหนึ่งกล่าว
“ใช่ ถ้าฉันหลับตาน่ะนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้เพื่อนของต้าถงสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหันหลังไป เขาพบต้าถงยืนแผ่รังสีฆ่าฟันรุนแรงออกมา ส่วนไป่ฉีนั้นยืนส่งรอยยิ้มเย็นยะเยือกให้
“เอ่อ เข้าใจผิดแล้ว พวกเราแค่มาเรียกสาว ๆ ไปทานข้าวน่ะ” เพื่อนของต้าถงคนหนึ่งรีบแก้ตัว
“ดูท่าทางฉันคงให้พวกนายเหลือแรงเยอะเกินไปสินะ หึ หึ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาหากลุ่มเพื่อนของต้าถง
“อ๊ากกกก” เสียงร้องปานควายถูกเชือดดังขึ้น ทำให้เมิ่งชิงชิงกับเหมยเหม่ยรีบหยิบผ้าขนหนูมาปกปิดร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกัน สิ่งที่พวกเธอเห็นคือกลุ่มเพื่อนของต้าถงถูกไป่ฉีกับต้าถงมัดจนเหมือนหนอนตัวอ้วนดิ้นไปมาอยู่ที่พื้น
“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นเนี่ย” เหมยเหม่ยถาม
“เจ้าพวกนี้คิดจะมาแอบดูพวกเธออาบน้ำน่ะ” หลี่ซีหยานตอบ
“พอพี่ฉีกับต้าถงรู้ พวกเขาก็รีบมาจัดการให้เลย” ไป๋หู่กล่าว
“งะ...งั้นเหรอ ขอบใจนะ ต้าถง” เหมยเหม่ยยิ้ม แก้มเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย
“ขอบใจนะ” เมิ่งชิงชิงมองมาที่ไป่ฉี ซึ่งไป่ฉีกับต้าถงต่างก็เกาแก้มแก้เขินเมื่อได้รับคำขอบคุณจากแฟนของพวกเขา
หลังกินข้าวเช้ากันแล้ว ไป่ฉีพาเพื่อนของเขาไปยังหน้าผาหิน ซึ่งสิ่งที่พวกเพื่อนของไป่ฉีเห็นคือ มีธงปักอยู่ตามหน้าผา บนธงมีตัวเลขแตกต่างกันไป มากน้อยปะปนกัน ซ้ำยังมีอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยเตรียมเอาไว้อีกด้วย
“นี่เราจะมาปีนเขากันเหรอ” ไป๋หู่ถาม
“ใช่แล้ว แต่ไม่ใช่แค่ปีนให้ถึงยอดเท่านั้น พวกนายต้องเก็บธงที่ปักไว้ด้วย ให้หยิบแค่ 3 อันเท่านั้น เลขบนธงคือคะแนน ถ้าพวกนายสังเกตดี ๆ จุดที่มีธงคะแนนสูง ๆ คือจุดที่ปีนได้ยาก ต้องใช้แรงและเวลามากกว่าปกติ คนที่ได้คะแนนอันดับ 1 จะได้พัก 1 รอบ” ไป่ฉีอธิบาย
“แล้วเวลาที่ปีนถึงยอดได้สำเร็จ มีผลต่อการจัดอันดับด้วยไหม” มู่ซื่อเฉิงถาม
“มี ยิ่งใช้เวลานาน คะแนนจะถูกหักด้วย” ไป่ฉีตอบ
“หงะ ว่าแต่ไป่ฉี ถามหน่อย นายจะร่วมแข่งจัดอันดับนี้ด้วยไหม” หลี่ซีหยานถาม
“ของมันแน่อยู่แล้ว ไม่งั้นพวกนายจะหาว่าฉันเก่งแต่ปากน่ะสิ” ไป่ฉีตอบ
“งั้นขอดูคนคิดการฝึกนี้ปีนขึ้นไปหน่อยละกัน เดี๋ยวฉันจับเวลาให้” ต้าถงกล่าว
“อยากลองของสินะต้าถง หึ หึ” ไป่ฉีหัวเราะ ก่อนจะไปยืนตรงจุดที่กำหนดไว้ ติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้เรียบร้อย
“พร้อมรึยังไป่ฉี” ต้าถงถาม
“พร้อม” ไป่ฉีย่อตัวลงเล็กน้อย เขากะว่าทันทีที่เริ่มจับเวลาจะใช้พลังกายล้วน ๆ กระโดดขึ้นไปเกาะหน้าผาให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เริ่มได้” ต้าถงเริ่มกดนาฬิกาจับเวลาในมือทันที พร้อมกับไป่ฉีถีบตัวเองเข้าหาหน้าผา
ไป่ฉีใช้พลังกายล้วน ๆ ของเขาถีบตัวเองขึ้นไปบนหน้าผา ซึ่งเขาสามารถกระโดดได้สูงถึง 2 เมตร ทำให้พวกต้าถงอ้าปากค้าง ถ้าถามว่าไป่ฉีสามารถกระโดดได้สูงกว่านี้ไหม ตอบได้เลยว่าเขาสามารถโดดได้สูงกว่านี้ ด้วยเคล็ดกายารากฐานโพธิสัตว์ ร่างกายของไป่ฉีจึงแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า
ไป่ฉีคว้าก้อนหินที่ยื่นออกมาแล้วปีนไปหยิบธงที่ยากแก่การปีนได้อย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวธง 10 แต้ม 3 อันถูกไป่ฉีเก็บไปทั้งหมดพร้อมกับไป่ฉีขึ้นไปยืนอยู่ยอดบนสุดของหน้าผา ท่ามกล่างเหล่าเพื่อนของเขาที่ปากอ้าตาค้างอยู่ข้างล่าง
“นายมันสัตว์ประหลาดชัด ๆ” ต้าถงกลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนจะพูดออกมา
“สุดยอดเลย ความสามารถทางร่างกายพี่ฉี แบบนี้ชักสงสารพี่สะใภ้ซะแล้วสิ” ไป๋หู่หัวเราะคิกคัก
“เร็วมากนะเนี่ย ต้องพยายามหน่อยแล้ว” หลี่ซีหยานพยายามมองการปีนของไป่ฉีเมื่อครู่ และเริ่มวิเคราะห์
‘หึ หึ เห็นแบบนี้ข้าปีนหน้าผาได้ไวกว่าลิงภูเขาเสียอีก ท่านอาจารย์เยี่ยชิงหานพามาฝึกปีนตั้งแต่เล็ก ๆ ไม่มีทางที่ข้าจะแพ้พวกเจ้าหรอก’ ไป่ฉียกยิ้มขึ้น ก่อนจะเดินลงอีกทางที่เขาทำเอาไว้
ไป่ฉีเริ่มปีนอีกครั้ง ระหว่างปีนก็สอนเพื่อนของเขาไปด้วย จากนั้นให้ทุกคนทดลองปีนดูก่อน ส่วนเขาจะคอยแนะนำเป็นจุด ๆ ไป ทั้งการออกแรงหรือเทคนิคการเอี้ยวตัวเพื่อไปให้ถึงหินที่อยู่ไกลออกไป เวลาผ่านไปจนถึงช่วง 11 โมง ไป่ฉีจึงให้ทุกคนพักเหนื่อยและดื่มน้ำ ก่อนจะให้เริ่มปีนโดยจับเวลาและคิดคะแนนจากธงที่เก็บได้ ผลการสอนของเขาทำให้เพื่อนทุกคนพอจะปีนได้แล้ว แต่ยังไม่ชำนาญมากนัก
“นี่มันค่ายนรกชัด ๆ แฮก ๆ” ต้าถงกล่าว
“เหงื่อออกแบบนี้ ถ้าอยู่ที่บ้านพี่สาวต้องไล่ผมไปอาบน้ำแน่เลย” ไป๋หู่กล่าว
“เข้าค่ายคราวนี้ ได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ” หลี่ซีหยานแม้จะเหนื่อย แต่เขาก็สนุกมาก เขาไม่เคยออกมาทำอะไรแบบนี้ ก่อนมาเจอไป่ฉี เขาเอาแต่ฝึกวิชาอยู่แต่ในตระกูล จะมีออกมาข้างนอกก็ตอนตามปู่ของเขามาซื้อยาสมุนไพรให้แม่เฒ่าหลี่ ส่วนเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนเลิกคิดไปได้เลย หลังเลิกเรียนเขาก็ต้องรีบกลับบ้านมาจัดการการบ้านของตัวเอง จากนั้นก็ฝึกยาวจนหมดแรง อาบน้ำและเข้านอน ดังนั้นการมาเข้าค่ายที่ไป่ฉีจัด ทำให้เขาได้เพื่อน ได้ความรู้และประสบการณ์มากมายแบบที่ในตระกูลเขาไม่สามารถให้ได้
“เป็นการปีนเขาที่โหดสุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยแฮะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“หมดเวลาพักแค่นี้ ใครจะเริ่มปีนก่อน ฉันจะจับเวลาให้” ไป่ฉีกล่าว
ไป๋หู่เป็นคนแรกที่ลองก่อน ใคร ๆ คิดว่าไป๋หู่ที่มีความโดดเด่นด้านร่างกายน่าจะทำเวลากับคะแนนได้ดี แต่เปล่าเลย ไป๋หู่เลือกเก็บธงที่เป็นทางผ่าน เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการปีนมากนัก แม้เวลาจะทำออกมาพอใช้ได้ แต่คะแนนนั้นเลวร้ายมาก
หลี่ซีหยานเป็นรายที่ 2 แม้เวลาจะสู้ไป๋หู่ไม่ได้ แต่หลี่ซีหยานพยายามปีนไปหยิบธงคะแนนมากหน่อย ซึ่งเก็บได้ไม่ยากนักสำหรับเขาในตอนนี้
จากนั้นต้าถงกับพวกก็เรียงคิวกันปีนขึ้นไป สุดท้ายคนที่ได้คะแนนอันดับ 1 คือหลี่ซีหยาน ซึ่งเขาดีใจมากที่จะได้พักดูเพื่อน ๆ ปีน 1 รอบ แต่...........
“นายจะนั่งทำไมซีหยาน การแข่งขันรอบแรก ฉันได้ที่ 1 นะ นายต้องไปเตรียมตัวปีนรอบ 2 เหมือนคนอื่น” ไป่ฉียกยิ้มเจ้าเล่ห์
“นะ....เฮ้อ ได้ ๆ” หลี่ซีหยานพูดไม่ออก เพราะก่อนหน้านี้ไป่ฉีได้บอกไปแล้วว่าเขาจะร่วมการจัดอันดับนี้ด้วย
พวกเขาฝึกกันอีก 1 รอบ แล้วไปพักทานข้าว และกลับมาฝึกต่อในช่วงบ่ายจนถึงเย็น หลังทานมื้อเย็น พวกเขาไปอาบน้ำ และเข้านอน ก่อนนอนทุกคนถึงจะหวาด ๆ ว่าคืนนี้จะหลงไปยังฝันนิรันดร์อีกรึเปล่า แต่คืนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เข้าสู่ฝันนิรันดร์อย่างที่กลัวกัน
ในวันที่ 2 ของการเข้าค่ายฝึกฝนร่างกาย วันนี้ไป่ฉีได้เปลี่ยนให้ทุกคนมาฝึกอีกที่หนึ่ง ที่นี่เป็นลานกว้างก็จริง แต่มีเสาไม้ปักอยู่เต็มไปหมด
“นี่มันอะไรกันเนี่ย พี่ฉี เราจะเรียนเชิดสิงโตกันเหรอ” ไป๋หู่ถาม
“เหมือนจริงด้วยแฮะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“พูดเล่นไปเถอะ เดี๋ยวพอเริ่มฝึกแล้วจะหัวเราะไม่ออก” หลี่ซีหยานกล่าว จากประสบการณ์ปีนผาเมื่อวาน รับรองได้ว่าวันนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมื่อวานแน่
“แล้วพวกเราจะฝึกกันยังไง” ต้าถงถาม
“ในฝันนิรันดร์ พวกนายได้เรียนกระบวนท่าแบบเดียวกันมาใช่ไหม” ไป่ฉีถาม
“ใช่ พวกเราออกกระบวนท่าที่ฝึกในนั้นกันได้ทุกคน” หลี่ซีหยานตอบ
“งั้นพวกนายขึ้นไปออกกระบวนท่าบนตอไม้พวกนี้ ทุกครั้งที่ฉันให้สัญญาณ พวกนายต้องเปลี่ยนท่า 1 ครั้ง ตอไม้พวกนี้เวลาเหยียบพวกนายต้องระวังด้วย เพราะพวกมันไม่ได้เรียบหรือตั้งตรง รวมถึงหน้าตัดบางอันก็เฉียงด้วย การฝึกนี้เป็นการฝึกให้พวกนายรักษาสมดุลของร่างกายระหว่างออกท่าท่าง ในสภาพที่พื้นไม่มั่นคงและแคบได้ดีขนาดไหน
“ว่าแล้ว ว่าการฝึกของนายมันผิดหลักที่คนธรรมดาเขาทำกัน” หลี่ซีหยานกล่าว
“เห น่าสนใจดีแฮะ” ไป๋หู่ดวงตาเปล่งประกาย การฝึกของไป่ฉีไม่เหมือนกับที่ตระกูลไป๋ใช้ฝึกเลยแม้แต่น้อย
การฝึกเริ่มต้นขึ้น ตอนแรกมีหลายคนที่หล่นลงมาจากตอไม้ เพราะพื้นที่ตนเหยียบไม่ได้ราบเรียบ แต่มันเป็นพื้นทะแยง ทำให้พวกเขาเสียหลักหล่นลงมา ไป่ฉีเข้าไปทำการรักษาแล้วให้ฝึกต่อ ซ้ำไปซ้ำมาจนหมดวัน
สภาพแต่ละคนเรียกได้ว่ามีรอยฟกช้ำตามตัว จากการหล่นจากตอไม้ลงมากระแทกพื้น หรือตอไม้ข้าง ๆ ไป่ฉีนั้นเพียงแค่รักษาไม่ให้มีอาการปวดเท่านั้น แต่จงใจเหลือรอยฟกช้ำเอาไว้ เพราะหากรักษารอยพวกนี้ไปด้วยมันจะดูผิดปกติเกินไป
ทุกคนเข้านอนด้วยความเหนื่อยล้าเต็มที่ เมื่อพวกเขาหลับกันหมด ไป่ฉีทำการจุดกำยานสำหรับฟื้นฟูร่างกายอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะกลับเข้าไปนอน เป็นอันสิ้นสุดการฝึกวันที่ 3
_____________________________
ตลาดป้าจาง : แหม นาน ๆ ได้มาเดินเที่ยวแบบนี้สักทีนะไป่ฉี : เงินเดือนออกก็ใช้เป็นเบี้ยเลยนะครับ เดี๋ยวสิ้นเดือนก็กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกหรอกป้าจาง : หึ สาหร่ายอบแห้งสำหรับทำน้ำซุปป้าก็กินมาแล้ว กลัวอะไรล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่าชิงชิง : มันไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจนะคะป้าจางป้าจาง : อ๊ะ นั่นเขาขายเงาะกันอยู่นี่ชิงชิง : ป้าจางไม่ฟังเลยสินะคะ =v=ป้าจางเดินไปร้านขายเงาะทันทีป้าจาง : แม่ค้า เงาะอะไรน่ะแม่ค้า : เงาะโรงเรียนจ๊ะ หวาน ร่อน กรอบป้าจาง : ฉันกินหวานมากไม่ได้ เดี๋ยวเบาหวานขึ้นแม่ค้า : เดี๋ยวดูลูกที่หวานน้อยให้นะคะป้าจาง : ปลูกที่ไหนเนี่ยแม่ค้า : สวนค่ะ มาสด ๆ ใหม่ ๆ เลยป้าจาง : อ้าว ไหนบอกว่ามาจากโรงเรียน แบบนี้หลอกลวงกันนี่แม่ค้า : นี่จะกวนประสาทกันใช่ไหมคะป้าจาง : ก็บอกว่าเป็นเงาะโรงเรียน แต่กลับบอกเอามาจากสวน นี่มันหลอกลวงกันนี่คะแม่ค้า : อยากมีเรื่องใช่ไหมหา (หยิบมีดขึ้นมาแล้ว)ป้าจาง : คิดว่าฉันกลัวรึไง (ฉันจางหนี่หวังผู้นี้จะแสดงให้เห็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเอง)ไป่ฉี : (ว้าว ประมุขจางจะลงมือเองเพราะเรื่องเงาะเนี่ยนะ ไม่ใ่ช่สิ)แม่ค้า : อยากมีเรื่อง งั้นเอานี่ไปกิน (ใช้มีดแทงไปที่ป้าจาง)ป้าจาง : (ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบมีดเอาไว้ ใบมีดหยุดอยู่ตรงหน้าของป้าจาง ท่ามกลางสายตาแตกตื่นของคนรอบข้าง แถมป้าจางยังโคจรปราณที่ฝ่ามือเตรียมจะตบกลับ)ไป่ฉี : เอ่อ แม่ค้า ผมเอาเงาะหนึ่งกิโลกรัมครับ ขอโทษแทนป้าผมด้วย พอดีว่าท่านเป็นคนซื่อ (บื้อ) น่ะแม่ค้า : ไป่ฉีนี่ (ปล่อยมือจากมีดทันที) ขอลายเซ็นให้ฉันได้ไหมคะ (ยื่นกระดาษมาให้ พร้อมกับยัดเงาะ 1 กก. ที่ใส่ถุงแล้วใส่ในมือไป่ฉี)ไป่ฉี : นี่ครับเงินแม่ค้า : (ดึงไป่ฉีไปหอมแก้มทีนึง) นั่นค่าเงาะ ขอบคุณที่อุดหนุนนะจ๊ะไป่ฉี : เหอะ ๆ ไปกันเถอะครับป้าจาง เงาะก็ได้แล้ว (เปลืองตัวจริงช่วงนี้)ป้าจาง : ="=ชิงชิง : ป้าจางเป็นอะไรคะป้าจาง : ใครมีพลาสเตอร์บ้าง ตอนคีบมีดเมื่อกี้มันบาดนิ้วน่ะไป่ฉี : เกือบเท่ห์แล้วนะครับ เฮ้อ+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
