จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 163 ค่ายฝึกฝนร่างกายของไป่ฉี 6 Re

            การตักน้ำในตอนเช้าเริ่มต้นขึ้น  แต่วันนี้เพื่อน ๆ ของไป่ฉีต่างแปลกใจมาก  เพราะน้ำหนักของถังน้ำที่มีน้ำอยู่เต็ม กลับเบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  นอกจากนี้ช่วงลงจากเขา  พวกเขาสามารถรักษาสมดุลร่างกายได้ดีจนไม่มีปัญหาน้ำหกเลย


            “สุดยอด  นี่ฉันต้องเป็นอัจฉริยะแน่ ๆ ทำแค่วันเดียวน้ำก็ไม่หกเลยสักหยด” มู่ซื่อเฉิงกำลังชมตัวเอง


            “เพราะพวกเราได้ฝึกที่นั่นมากกว่า” ต้าถงกล่าวขัด


            “ชิ ขอฉันคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยไม่ได้รึไงล่ะ” มู่ซื่อเฉิงบ่นอุบอิบ


            “แต่ว่านะ  ฉันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายของทุกคนนะ” ไป๋หู่กล่าว


            “ยังไงเหรอ” ต้าถงหันมาถาม


            “กล้ามเนื้อพวกนายเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานมาก  เป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกวันเดียวแล้วจะมีกล้ามเนื้อเพิ่มขนาดนั้น” หลี่ซีหยานอธิบาย


            “หรือจะเป็นเพราะการฝึกในฝันนิรันดร์” มู่ซื่อเฉิงกล่าว  เขาเองก็เพิ่งรู้สึกจงตัวว่าเสื้อ


            “อาจเป็นไปได้” หลี่ซีหยานเองก็คิดแบบนั้น  เขาอยากจะเข้าไปอีกครั้ง  เพราะเพียงคืนเดียวเขาก็รู้สึกว่าฝีมือของเขารุดหน้าขึ้นมาก


            หลังจากการตักน้ำในตอนเช้าเสร็จสิ้น  พวกเขาก็ไปอาบน้ำ  ส่วนเหมยเหม่ยกับเมิ่งชิงชิงเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเสร็จ  ทั้ง 2 คนก็ไปอาบน้ำเช่นกัน


            “ไป๋หู่  ซีหยาน  พวกต้าถงไปไหนกัน” ไป่ฉีที่อาบน้ำเสร็จแล้วถาม 2 คนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ


            “ไม่รู้สิ  เห็นรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วพากันไปไหนไม่รู้  พอต้าถงรู้  เขาก็รีบตามไปเลย” ไป๋หู่กล่าว


            “หรือว่าจะรีบไปกินข้าวกันนะ” หลี่ซีหยานแสดงความคิดเห็น


            “ไม่หรอก  ดูเหมือนพวกนั้นคิดจะไปถ้ำมองสาว ๆ อาบน้ำมากกว่า  ต้าถงคงรู้นิสัยพวกนั้น  เลยตามไปห้ามน่ะ” ไป่ฉีกล่าว


            “งั้นรีบไปกันเถอะ” หลี่ซีหยานที่แต่งตัวเสร็จแล้วกำลังจะเดินไปตรงจุดที่พวกผู้หญิงใช้อาบน้ำ


            “อืม” ไป่ฉีรับคำสั้น ๆ ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะพุ่งไปยังจุดอาบน้ำของพวกสาว ๆ  ทิ้งให้ไป๋หู่ที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จอยู่คนเดียวตรงนั้น


            “ใจร้าย  ผมเองก็อยากเห็น  เอ้ย  อยากช่วย  รอผมด้วยสิ” ไป๋หู่รีบใส่เสื้อแล้วตามไปทันที


            ตรงจุดที่เมิ่งชิงชิงกับเหมยเหม่ยกำลังอาบน้ำอยู่  ที่นี่ถูกขึงรอบด้วยผ้าผืนใหญ่ 4 ด้าน  จึงมิดชิดระดับหนึ่ง  ทำให้ 2 สาวอาบน้ำกันโดยไม่มีผ้าปิดแม้แต่ชิ้นเดียว


            “พี่ชิงชิงเนี่ยขนาดสมกับเป็นผู้ใหญ่เลยนะคะ” เหมยเหม่ยชมเมิ่งชิงชิงที่กำลังอาบน้ำอยู่ข้าง ๆ


            “เดี๋ยวของเธอมันก็จะโตขึ้นเองนั่นแหละ  จะไปกังวลทำไมล่ะ” เมิ่งชิงชิงยิ้ม


            “ก็ตอนไปเที่ยวกับต้าถง  พอเจอสาว ๆ อกโตเข้าหน่อย  ต้าถงมองพวกเธอตาไม่กระพริบเลยนี่คะ” เหมยเหม่ยกล่าว


            “ถ้าคิดแบบนั้นเธอก็ไม่สบายใจน่ะสิ  ผู้ชายส่วนใหญ่มองสิ่งเหล่านี้ตามความเคยชินน่ะ  เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง  วัยของพวกเธอน่ะเป็นช่วงที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล  จะทำอะไรก็คิดให้มาก ๆ ล่ะ” เมิ่งชิงชิงเตือน (เธอก็ด้วยนะ แม่สาวน้อย)


            ด้านนอกพวกพวกเพื่อนของต้าถงลากมู่ซื่อเฉิงมาที่จุดอาบน้ำของหญิงสาวทั้ง 2 คน  แน่นอนว่ามู่ซื่อเฉิงไม่ได้เต็มใจมาด้วยสักนิด  ต่อให้เขาจะลามกขนาดไหน  แต่นี่เป็นแฟนเพื่อนของเขาเชียวนะ  เขาพอรู้อยู่บ้างว่าไป่ฉีหวงแฟนตัวเองมากขนาดไหน


            “ฉันว่าพวกนายหยุดดีกว่า  หัวหน้าห้องน่ะแฟนของต้าถงไม่ใช่เหรอ  เพื่อนเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกนะ” มู่ซื่อเฉิงเตือน


            “นิดหน่อยเอง  หมอนั่นไม่รู้หรอก” เพื่อนของต้าถงคนหนึ่งกล่าว


            “ใช่ ถ้าฉันหลับตาน่ะนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น  ทำให้เพื่อนของต้าถงสะดุ้งสุดตัว  ก่อนจะหันหลังไป  เขาพบต้าถงยืนแผ่รังสีฆ่าฟันรุนแรงออกมา  ส่วนไป่ฉีนั้นยืนส่งรอยยิ้มเย็นยะเยือกให้


            “เอ่อ  เข้าใจผิดแล้ว  พวกเราแค่มาเรียกสาว ๆ ไปทานข้าวน่ะ” เพื่อนของต้าถงคนหนึ่งรีบแก้ตัว


            “ดูท่าทางฉันคงให้พวกนายเหลือแรงเยอะเกินไปสินะ หึ หึ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาหากลุ่มเพื่อนของต้าถง


            “อ๊ากกกก” เสียงร้องปานควายถูกเชือดดังขึ้น  ทำให้เมิ่งชิงชิงกับเหมยเหม่ยรีบหยิบผ้าขนหนูมาปกปิดร่างกายอย่างรวดเร็ว  ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกัน  สิ่งที่พวกเธอเห็นคือกลุ่มเพื่อนของต้าถงถูกไป่ฉีกับต้าถงมัดจนเหมือนหนอนตัวอ้วนดิ้นไปมาอยู่ที่พื้น


            “นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นเนี่ย” เหมยเหม่ยถาม


            “เจ้าพวกนี้คิดจะมาแอบดูพวกเธออาบน้ำน่ะ” หลี่ซีหยานตอบ


            “พอพี่ฉีกับต้าถงรู้  พวกเขาก็รีบมาจัดการให้เลย” ไป๋หู่กล่าว


            “งะ...งั้นเหรอ  ขอบใจนะ  ต้าถง” เหมยเหม่ยยิ้ม   แก้มเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย


            “ขอบใจนะ” เมิ่งชิงชิงมองมาที่ไป่ฉี  ซึ่งไป่ฉีกับต้าถงต่างก็เกาแก้มแก้เขินเมื่อได้รับคำขอบคุณจากแฟนของพวกเขา


            หลังกินข้าวเช้ากันแล้ว  ไป่ฉีพาเพื่อนของเขาไปยังหน้าผาหิน  ซึ่งสิ่งที่พวกเพื่อนของไป่ฉีเห็นคือ  มีธงปักอยู่ตามหน้าผา  บนธงมีตัวเลขแตกต่างกันไป  มากน้อยปะปนกัน  ซ้ำยังมีอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยเตรียมเอาไว้อีกด้วย


            “นี่เราจะมาปีนเขากันเหรอ” ไป๋หู่ถาม


            “ใช่แล้ว  แต่ไม่ใช่แค่ปีนให้ถึงยอดเท่านั้น  พวกนายต้องเก็บธงที่ปักไว้ด้วย  ให้หยิบแค่ 3 อันเท่านั้น  เลขบนธงคือคะแนน  ถ้าพวกนายสังเกตดี ๆ จุดที่มีธงคะแนนสูง ๆ คือจุดที่ปีนได้ยาก  ต้องใช้แรงและเวลามากกว่าปกติ  คนที่ได้คะแนนอันดับ 1 จะได้พัก 1 รอบ” ไป่ฉีอธิบาย


            “แล้วเวลาที่ปีนถึงยอดได้สำเร็จ  มีผลต่อการจัดอันดับด้วยไหม” มู่ซื่อเฉิงถาม


            “มี  ยิ่งใช้เวลานาน  คะแนนจะถูกหักด้วย” ไป่ฉีตอบ


            “หงะ ว่าแต่ไป่ฉี  ถามหน่อย  นายจะร่วมแข่งจัดอันดับนี้ด้วยไหม” หลี่ซีหยานถาม


            “ของมันแน่อยู่แล้ว  ไม่งั้นพวกนายจะหาว่าฉันเก่งแต่ปากน่ะสิ” ไป่ฉีตอบ


            “งั้นขอดูคนคิดการฝึกนี้ปีนขึ้นไปหน่อยละกัน  เดี๋ยวฉันจับเวลาให้” ต้าถงกล่าว


            “อยากลองของสินะต้าถง  หึ หึ” ไป่ฉีหัวเราะ ก่อนจะไปยืนตรงจุดที่กำหนดไว้  ติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้เรียบร้อย


            “พร้อมรึยังไป่ฉี” ต้าถงถาม


            “พร้อม” ไป่ฉีย่อตัวลงเล็กน้อย  เขากะว่าทันทีที่เริ่มจับเวลาจะใช้พลังกายล้วน ๆ กระโดดขึ้นไปเกาะหน้าผาให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้


            “เริ่มได้” ต้าถงเริ่มกดนาฬิกาจับเวลาในมือทันที  พร้อมกับไป่ฉีถีบตัวเองเข้าหาหน้าผา


            ไป่ฉีใช้พลังกายล้วน ๆ ของเขาถีบตัวเองขึ้นไปบนหน้าผา  ซึ่งเขาสามารถกระโดดได้สูงถึง 2 เมตร  ทำให้พวกต้าถงอ้าปากค้าง  ถ้าถามว่าไป่ฉีสามารถกระโดดได้สูงกว่านี้ไหม  ตอบได้เลยว่าเขาสามารถโดดได้สูงกว่านี้  ด้วยเคล็ดกายารากฐานโพธิสัตว์  ร่างกายของไป่ฉีจึงแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า


            ไป่ฉีคว้าก้อนหินที่ยื่นออกมาแล้วปีนไปหยิบธงที่ยากแก่การปีนได้อย่างรวดเร็ว  พริบตาเดียวธง 10 แต้ม  3 อันถูกไป่ฉีเก็บไปทั้งหมดพร้อมกับไป่ฉีขึ้นไปยืนอยู่ยอดบนสุดของหน้าผา  ท่ามกล่างเหล่าเพื่อนของเขาที่ปากอ้าตาค้างอยู่ข้างล่าง


            “นายมันสัตว์ประหลาดชัด ๆ” ต้าถงกลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนจะพูดออกมา


            “สุดยอดเลย  ความสามารถทางร่างกายพี่ฉี  แบบนี้ชักสงสารพี่สะใภ้ซะแล้วสิ” ไป๋หู่หัวเราะคิกคัก


            “เร็วมากนะเนี่ย  ต้องพยายามหน่อยแล้ว” หลี่ซีหยานพยายามมองการปีนของไป่ฉีเมื่อครู่ และเริ่มวิเคราะห์


            ‘หึ หึ เห็นแบบนี้ข้าปีนหน้าผาได้ไวกว่าลิงภูเขาเสียอีก  ท่านอาจารย์เยี่ยชิงหานพามาฝึกปีนตั้งแต่เล็ก ๆ ไม่มีทางที่ข้าจะแพ้พวกเจ้าหรอก’ ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  ก่อนจะเดินลงอีกทางที่เขาทำเอาไว้


            ไป่ฉีเริ่มปีนอีกครั้ง  ระหว่างปีนก็สอนเพื่อนของเขาไปด้วย  จากนั้นให้ทุกคนทดลองปีนดูก่อน  ส่วนเขาจะคอยแนะนำเป็นจุด ๆ ไป  ทั้งการออกแรงหรือเทคนิคการเอี้ยวตัวเพื่อไปให้ถึงหินที่อยู่ไกลออกไป  เวลาผ่านไปจนถึงช่วง 11 โมง  ไป่ฉีจึงให้ทุกคนพักเหนื่อยและดื่มน้ำ  ก่อนจะให้เริ่มปีนโดยจับเวลาและคิดคะแนนจากธงที่เก็บได้  ผลการสอนของเขาทำให้เพื่อนทุกคนพอจะปีนได้แล้ว  แต่ยังไม่ชำนาญมากนัก


            “นี่มันค่ายนรกชัด ๆ แฮก ๆ” ต้าถงกล่าว


            “เหงื่อออกแบบนี้  ถ้าอยู่ที่บ้านพี่สาวต้องไล่ผมไปอาบน้ำแน่เลย” ไป๋หู่กล่าว


            “เข้าค่ายคราวนี้  ได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ” หลี่ซีหยานแม้จะเหนื่อย  แต่เขาก็สนุกมาก  เขาไม่เคยออกมาทำอะไรแบบนี้  ก่อนมาเจอไป่ฉี  เขาเอาแต่ฝึกวิชาอยู่แต่ในตระกูล  จะมีออกมาข้างนอกก็ตอนตามปู่ของเขามาซื้อยาสมุนไพรให้แม่เฒ่าหลี่  ส่วนเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนเลิกคิดไปได้เลย  หลังเลิกเรียนเขาก็ต้องรีบกลับบ้านมาจัดการการบ้านของตัวเอง  จากนั้นก็ฝึกยาวจนหมดแรง  อาบน้ำและเข้านอน  ดังนั้นการมาเข้าค่ายที่ไป่ฉีจัด  ทำให้เขาได้เพื่อน  ได้ความรู้และประสบการณ์มากมายแบบที่ในตระกูลเขาไม่สามารถให้ได้


            “เป็นการปีนเขาที่โหดสุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยแฮะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “หมดเวลาพักแค่นี้  ใครจะเริ่มปีนก่อน  ฉันจะจับเวลาให้” ไป่ฉีกล่าว


            ไป๋หู่เป็นคนแรกที่ลองก่อน  ใคร ๆ คิดว่าไป๋หู่ที่มีความโดดเด่นด้านร่างกายน่าจะทำเวลากับคะแนนได้ดี  แต่เปล่าเลย  ไป๋หู่เลือกเก็บธงที่เป็นทางผ่าน  เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการปีนมากนัก  แม้เวลาจะทำออกมาพอใช้ได้  แต่คะแนนนั้นเลวร้ายมาก


            หลี่ซีหยานเป็นรายที่ 2 แม้เวลาจะสู้ไป๋หู่ไม่ได้  แต่หลี่ซีหยานพยายามปีนไปหยิบธงคะแนนมากหน่อย  ซึ่งเก็บได้ไม่ยากนักสำหรับเขาในตอนนี้


            จากนั้นต้าถงกับพวกก็เรียงคิวกันปีนขึ้นไป  สุดท้ายคนที่ได้คะแนนอันดับ 1 คือหลี่ซีหยาน  ซึ่งเขาดีใจมากที่จะได้พักดูเพื่อน ๆ ปีน 1 รอบ  แต่...........


            “นายจะนั่งทำไมซีหยาน  การแข่งขันรอบแรก  ฉันได้ที่ 1 นะ  นายต้องไปเตรียมตัวปีนรอบ 2 เหมือนคนอื่น” ไป่ฉียกยิ้มเจ้าเล่ห์


            “นะ....เฮ้อ ได้ ๆ” หลี่ซีหยานพูดไม่ออก  เพราะก่อนหน้านี้ไป่ฉีได้บอกไปแล้วว่าเขาจะร่วมการจัดอันดับนี้ด้วย


            พวกเขาฝึกกันอีก 1 รอบ  แล้วไปพักทานข้าว และกลับมาฝึกต่อในช่วงบ่ายจนถึงเย็น  หลังทานมื้อเย็น  พวกเขาไปอาบน้ำ และเข้านอน  ก่อนนอนทุกคนถึงจะหวาด ๆ ว่าคืนนี้จะหลงไปยังฝันนิรันดร์อีกรึเปล่า  แต่คืนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เข้าสู่ฝันนิรันดร์อย่างที่กลัวกัน


            ในวันที่ 2 ของการเข้าค่ายฝึกฝนร่างกาย  วันนี้ไป่ฉีได้เปลี่ยนให้ทุกคนมาฝึกอีกที่หนึ่ง  ที่นี่เป็นลานกว้างก็จริง  แต่มีเสาไม้ปักอยู่เต็มไปหมด


            “นี่มันอะไรกันเนี่ย  พี่ฉี  เราจะเรียนเชิดสิงโตกันเหรอ” ไป๋หู่ถาม


            “เหมือนจริงด้วยแฮะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “พูดเล่นไปเถอะ  เดี๋ยวพอเริ่มฝึกแล้วจะหัวเราะไม่ออก” หลี่ซีหยานกล่าว  จากประสบการณ์ปีนผาเมื่อวาน  รับรองได้ว่าวันนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมื่อวานแน่


            “แล้วพวกเราจะฝึกกันยังไง” ต้าถงถาม


            “ในฝันนิรันดร์  พวกนายได้เรียนกระบวนท่าแบบเดียวกันมาใช่ไหม” ไป่ฉีถาม


            “ใช่  พวกเราออกกระบวนท่าที่ฝึกในนั้นกันได้ทุกคน” หลี่ซีหยานตอบ


            “งั้นพวกนายขึ้นไปออกกระบวนท่าบนตอไม้พวกนี้  ทุกครั้งที่ฉันให้สัญญาณ  พวกนายต้องเปลี่ยนท่า 1 ครั้ง  ตอไม้พวกนี้เวลาเหยียบพวกนายต้องระวังด้วย  เพราะพวกมันไม่ได้เรียบหรือตั้งตรง  รวมถึงหน้าตัดบางอันก็เฉียงด้วย  การฝึกนี้เป็นการฝึกให้พวกนายรักษาสมดุลของร่างกายระหว่างออกท่าท่าง  ในสภาพที่พื้นไม่มั่นคงและแคบได้ดีขนาดไหน


            “ว่าแล้ว  ว่าการฝึกของนายมันผิดหลักที่คนธรรมดาเขาทำกัน” หลี่ซีหยานกล่าว


            “เห น่าสนใจดีแฮะ” ไป๋หู่ดวงตาเปล่งประกาย  การฝึกของไป่ฉีไม่เหมือนกับที่ตระกูลไป๋ใช้ฝึกเลยแม้แต่น้อย


            การฝึกเริ่มต้นขึ้น  ตอนแรกมีหลายคนที่หล่นลงมาจากตอไม้  เพราะพื้นที่ตนเหยียบไม่ได้ราบเรียบ  แต่มันเป็นพื้นทะแยง  ทำให้พวกเขาเสียหลักหล่นลงมา  ไป่ฉีเข้าไปทำการรักษาแล้วให้ฝึกต่อ  ซ้ำไปซ้ำมาจนหมดวัน


            สภาพแต่ละคนเรียกได้ว่ามีรอยฟกช้ำตามตัว  จากการหล่นจากตอไม้ลงมากระแทกพื้น หรือตอไม้ข้าง ๆ  ไป่ฉีนั้นเพียงแค่รักษาไม่ให้มีอาการปวดเท่านั้น  แต่จงใจเหลือรอยฟกช้ำเอาไว้  เพราะหากรักษารอยพวกนี้ไปด้วยมันจะดูผิดปกติเกินไป


            ทุกคนเข้านอนด้วยความเหนื่อยล้าเต็มที่  เมื่อพวกเขาหลับกันหมด  ไป่ฉีทำการจุดกำยานสำหรับฟื้นฟูร่างกายอีกครั้ง  ก่อนที่เขาจะกลับเข้าไปนอน เป็นอันสิ้นสุดการฝึกวันที่ 3

    _____________________________

    ตลาดป้าจาง : แหม นาน ๆ ได้มาเดินเที่ยวแบบนี้สักทีนะไป่ฉี : เงินเดือนออกก็ใช้เป็นเบี้ยเลยนะครับ เดี๋ยวสิ้นเดือนก็กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกหรอกป้าจาง : หึ สาหร่ายอบแห้งสำหรับทำน้ำซุปป้าก็กินมาแล้ว กลัวอะไรล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่าชิงชิง : มันไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจนะคะป้าจางป้าจาง : อ๊ะ นั่นเขาขายเงาะกันอยู่นี่ชิงชิง : ป้าจางไม่ฟังเลยสินะคะ =v=ป้าจางเดินไปร้านขายเงาะทันทีป้าจาง : แม่ค้า เงาะอะไรน่ะแม่ค้า : เงาะโรงเรียนจ๊ะ หวาน ร่อน กรอบป้าจาง : ฉันกินหวานมากไม่ได้ เดี๋ยวเบาหวานขึ้นแม่ค้า : เดี๋ยวดูลูกที่หวานน้อยให้นะคะป้าจาง : ปลูกที่ไหนเนี่ยแม่ค้า : สวนค่ะ มาสด ๆ ใหม่ ๆ เลยป้าจาง : อ้าว ไหนบอกว่ามาจากโรงเรียน แบบนี้หลอกลวงกันนี่แม่ค้า : นี่จะกวนประสาทกันใช่ไหมคะป้าจาง : ก็บอกว่าเป็นเงาะโรงเรียน แต่กลับบอกเอามาจากสวน นี่มันหลอกลวงกันนี่คะแม่ค้า : อยากมีเรื่องใช่ไหมหา (หยิบมีดขึ้นมาแล้ว)ป้าจาง : คิดว่าฉันกลัวรึไง (ฉันจางหนี่หวังผู้นี้จะแสดงให้เห็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเอง)ไป่ฉี : (ว้าว ประมุขจางจะลงมือเองเพราะเรื่องเงาะเนี่ยนะ ไม่ใ่ช่สิ)แม่ค้า : อยากมีเรื่อง งั้นเอานี่ไปกิน (ใช้มีดแทงไปที่ป้าจาง)ป้าจาง : (ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางคีบมีดเอาไว้ ใบมีดหยุดอยู่ตรงหน้าของป้าจาง ท่ามกลางสายตาแตกตื่นของคนรอบข้าง แถมป้าจางยังโคจรปราณที่ฝ่ามือเตรียมจะตบกลับ)ไป่ฉี : เอ่อ แม่ค้า ผมเอาเงาะหนึ่งกิโลกรัมครับ ขอโทษแทนป้าผมด้วย พอดีว่าท่านเป็นคนซื่อ (บื้อ) น่ะแม่ค้า : ไป่ฉีนี่ (ปล่อยมือจากมีดทันที) ขอลายเซ็นให้ฉันได้ไหมคะ (ยื่นกระดาษมาให้ พร้อมกับยัดเงาะ 1 กก. ที่ใส่ถุงแล้วใส่ในมือไป่ฉี)ไป่ฉี : นี่ครับเงินแม่ค้า : (ดึงไป่ฉีไปหอมแก้มทีนึง) นั่นค่าเงาะ ขอบคุณที่อุดหนุนนะจ๊ะไป่ฉี : เหอะ ๆ ไปกันเถอะครับป้าจาง เงาะก็ได้แล้ว (เปลืองตัวจริงช่วงนี้)ป้าจาง : ="=ชิงชิง : ป้าจางเป็นอะไรคะป้าจาง : ใครมีพลาสเตอร์บ้าง ตอนคีบมีดเมื่อกี้มันบาดนิ้วน่ะ

    ไป่ฉี : เกือบเท่ห์แล้วนะครับ เฮ้อ+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586