เมื่อรับประทานอาหารที่ร้านอาหารกันเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาในการไปแดนซ์ๆ ยักย้ายส่ายสะโพกกัน ซึ่งก็เป็ชาลิสาอีกนั่นแหละที่เป็คนเลือกผับ ที่จะไปนั่งดื่มและแดนซ์กัน
“นี่เราจะมาเที่ยวกันที่นี่อย่างงั้นหรือคะ น้องน้ำชา?... ดูไม่มีคลาสเลยอ่ะ ไปที่อื่นดีกว่าไหม? พี่มีผับของเพื่อนพี่อยู่ที่หนึ่งรับรองว่า ร้านหรู มีคลาสกว่าที่นี่ตั้งมากมายแน่ะ”
แต่พอมาถึงหน้าผับกันแล้ว เจนสุดาก็มิวายติโน่นตินี่ขึ้นมาทันที นั้นยังไม่พอ เจนสุดายังทำสีหน้าเหมือนไม่อยากจะเข้าไปในร้านด้วยอีกต่างหาก ทั้งยังหันมาเสนอผับของเพื่อนตัวเองให้อีกต่างหากด้วย
“ร้านนี้ถึงภายนอกจะดูไม่หรูหราหมาเห่า แต่ภายในก็ดูดี นั่งสบายนะคะ และแถมเปิดเพลงสนุกด้วย”
ชาลิสาคอแข็งตั้งตรงขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินคำพูดดูถูกผับที่เธอเป็คนเลือก ซึ่งชาลิสาเลือกที่นี่ เพราะคิดว่าที่นี่ดีที่สุดแล้ว ถึงเธอจะไม่ใช่ขาแดนซ์เ้าประจำ แต่เธอก็เคยมาเที่ยวที่นี่อยู่บ้าง ถึงจะนานๆ ทีก็เถอะ แต่ก็รู้ว่าการตกแต่งภายในร้านไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ และดีเจก็เปิดเพลงสนุกอย่างที่เธอกล่าว
“กฤตคะ เจนไม่เข้านะคะที่นี่น่ะ เจนไม่โอเค”
เจนสุดาเห็นท่าทีของชาลิสา เหมือนจะไม่ยอมคล้อยตามคำพูดของเธอ ที่ให้ไปที่ร้านของเพื่อนเธอ จึงหันไปออดอ้อนออเซาะฉอเลาะพลกฤต เป็การบอกให้เขารู้ว่า เธอไม่อยากเที่ยวที่ผับแห่งนี้ หากไม่ไปที่ผับของเพื่อนเธอที่เสนอ เธอก็จะไม่เข้าไปอย่างเด็ดขาด
ชาลิสาและพรกรัณย์ได้ยินคำออดอ้อน เอาแต่ใจของเจนสุดา ก็ต่างพากันกลอกตามองบน คือมันจะอะไรนักหนา และอีกอย่างที่มาเที่ยวกันในวันนี้ หากจะเปรียบ เจนสุดาก็ถือเป็แขกที่ไม่ได้รับเชิญเสียด้วยซ้ำ ยังจะมาเ้ากี้เ้าการ เื่มากอะไรมากมายก็ไม่รู้ ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
พลกฤตมองหน้าเจนสุดาสลับกับมองหน้าชาลิสา จะว่าลำบากใจก็ใช่ เขาลำบากใจ แต่จะให้ทำยังไงล่ะนี่ก็แฟน นั้นก็น้องสาวสุดที่รัก จะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็กลัวอีกฝ่ายจะน้อยใจ และพาลโกรธเอาได้
“เอ่อ!...... น้ำชา เรายังไม่ได้จองที่นี่ใช่ไหม? หากไม่ได้จองเราลองไปที่ผับเพื่อนของเจนดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ ไปที่นั่นเราจะได้รู้ที่เที่ยวเพิ่มยังไงล่ะ หรือน้ำชาว่ายังไง?”
พลกฤตมองหน้าชาลิสานิ่ง เพื่อครุ่นคิดและชั่งใจในการพูดออกมาอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งพลกฤตรู้ว่าน้องสาวสุดที่รักของตัวเองยังไงก็มีเหตุผล และยังไงก็รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเสมอ จึงเอื้อนเอ่ยถามแกมเสนอ เผื่อว่าชาลิสาจะคล้อยตาม
“ถึงจะไม่ได้จองเอาไว้ แต่น้ำชาว่า ที่นี่ก็ดีแล้วนะคะพี่กฤต”
คราวนี้ชาลิสาไม่ได้มีเหตุผลเช่นทุกๆ ครั้ง เธอไม่อยากยอมตามใจเจนสุดา ผู้เอาแต่ใจ เพราะนี่เป็การพาเพื่อนสนิทของเธอมาเที่ยว พรกรัณย์ยังไม่มีปัญหาเลย แล้วยัยนี่เป็ใคร ไม่มีความสำคัญอะไรกับเธอด้วยซ้ำ ยังจะมาเื่มากไม่เอานั่นไม่เอานี่อีก มันไม่มากไปหน่อยหรือ
“เอ่อ!...... น้ำชา ฉันว่าเราลองไปร้านเพื่อนของพี่เจนดูก็ดีเหมือนกันนะ และถ้าที่นั่นไม่โอเค เพลงไม่สนุก เราก็ค่อยมาต่อที่ร้านนี่ก็ได้”
พรกรัณย์เห็นชาลิสาไม่ยอม และพอหันไปมองหน้าหล่อเหลาคมคายของพลกฤต ก็ดูเหมือนเขาจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะนี่ก็น้องสาวสุดที่รัก นั้นก็แฟนสาว ซึ่งไม่รู้จะเข้าข้างใครดี พรกรัณย์ไม่อยากให้การมาเที่ยวครั้งนี้ ไม่สนุกมากไปกว่านี้ เธอจึงพูดเกลี้ยกล่อมชาลิสาขึ้นมาอีกคน
ชาลิสามองหน้าเพื่อนสนิท อย่างครุ่นคิดพิจารณาในคำพูดที่ได้ยิน พรกรัณย์จึงพยักหน้า เพื่อเป็การเว้าวอนชาลิสาอีกทาง ให้คล้อยตามคำพูดของเธอ ชาลิสาหันไปมองหน้าแฟนหนุ่มของตัวเอง แล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ
“ก็ได้ เราลองไปที่นั่นกันดูก่อนก็ได้ ดูสิจะสมคำที่อวดอ้างหรือเปล่า”
ชาลิสายินยอมตามคำพูดของพรกรัณย์แต่โดยดี แต่กระนั้นก็ยังทำหน้าบึ้ง อยู่ไม่จางหาย นี่เห็นแก่พรกรัณย์หรอกนะ เธอถึงได้ยอมตามนั้นน่ะ และอีกอย่างมัวแต่เถียงกันไปกันมา จะไม่ได้เที่ยวกันพอดีด้วย
แต่ส่วนเจนสุดานั้น ยกยิ้มย่องอย่างพึงพอใจ ที่เหมือนว่าตัวเองกลายเป็ผู้ชนะในครั้งนี้ไปในที่สุด เจนสุดาสวมกอดแขนแกร่ง พร้อมกับเอียงใบหน้าสวยๆ ที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตสวยงาม ลงซบที่ไหล่แกร่งของพลกฤต
“เอาล่ะถ้าอย่างงั้นก็ไปที่ผับของเพื่อนเจนกัน”
พลกฤตเป็ผู้กล่าวบทสรุปของการเลือกผับที่จะไป ซึ่งเขาลอบถอนหายใจ ที่อะไรๆ เป็ไปด้วยดี ก็อย่างว่าน่ะนะ เขาเป็คนกลางจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ลำบาก แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้นะว่าชาลิสาไม่ค่อยชอบเจนสุดาสักเท่าไร แต่ถึงจะไม่ชอบชาลิสาก็ไม่เคยทำให้เขาหนักใจเลยสักครั้ง มีแต่ครั้งนี้นี่แหละที่เกือบจะเป็เื่เป็ราวกัน
พลกฤตมองดูพรกรัณย์ ซึ่งเขาอยากจะขอบคุณเธอจริงๆ กับการพูดกับชาลิสาให้อีกทาง จริงๆ พลกฤตไม่ได้คิดว่าพรกรัณย์ขี้ริ้วขี้เหร่หรืออะไรหรอกนะ พรกรัณย์สวย น่ารัก เลยทีเดียวล่ะ แต่เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอ เพราะเห็นว่าเป็รุ่นราวคราวเดียวกันกับน้องสาว และแถมยังเป็เพื่อนสนิทของน้องสาวอีก
พรกรัณย์รู้สึกว่าพลกฤตกำลังมองเธออยู่ จึงหันไปมองสบตากับเขา และก็ได้เห็นรอยยิ้มขอบคุณจากเขา เธอจึงยิ้มบางๆ ตอบกลับไป แต่พอเห็นเจนสุดา ที่ซบแอบอิงไหล่แกร่งของพลกฤต หัวใจดวงน้อยๆ ก็ให้รู้สึกโหวงๆ แปล๊บๆ หน่วงๆ เธอจึงหันไปมองนอกหน้าต่างรถยนต์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นภาพอันแสนจะบาดตาบาดใจนั้น
‘ทำไมเราถึงมีใจให้กับคนมีเ้าของ คนที่เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเราด้วยนะ พอสักทีได้ไหมเนี้ย หรืออยากจะเ็ปไปมากกว่านี้เหล่าหัวใจ’
พรกรัณย์ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ที่ทำไมถึงตัดใจจากผู้ชายตัวโต คนที่ได้ชื่อว่าเป็พี่ชายของเพื่อนไม่ได้สักที เพราะนี่มันก็นานมากแล้ว และก็ผ่าน่ป๊อปปี้เลิฟอะไรนั้นมาแล้วด้วย
แต่ถึงกระนั้น ก็บอกไม่ได้ว่าตัวเองจะตัดใจจากเขาได้เมื่อไร ขอให้ตัดใจจากเขาให้ได้เร็วๆ ด้วยเถิด เพราะการแอบรักคนที่เขาไม่รัก มันทรมานเหลือเกิน
๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙
ฝากช่วยอ่านกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่าาาาา...................... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^