“อืม...ตัวเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักน่าเอ็นดู”
สราญยืนหันตัวซ้ายขวาอยู่หน้าบานกระจกของตู้เสื้อผ้าได้ราวสิบนาทีแล้วหญิงสาวคนนี้ชื่อกมลาหรือน้องแก้ว แก้วที่กร่อนจากคำว่าแก้วตาดวงใจของคนเป็แม่
กมลาเรียนจบชั้นมัธยมปลาย สูงหนึ่งร้อยหกสิบเิเ ดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อย ใบหน้ารูปหัวใจ ไว้ผมซอยสั้นเลยติ่งหูช่างแตกต่างจากเขาเมื่อชาติที่แล้ว
กมลาคนใหม่เดินกลับมานอนแผ่บนเตียงไม้สี่เสา พัดลมตั้งพื้นส่ายไหวกระจายลมเย็นรอบตัวจมูกเธอได้กลิ่นดอกแก้วลอยมาตามลมเพราะหน้าต่างหลายบานเปิดอยู่มีกิ่งมะม่วงระใกล้ขอบหน้าต่าง ข้อมูลจากความทรงจำเ้าของร่างฉายชัดและซึมซาบสู่การรับรู้ของคนมาอยู่ใหม่
สราญคิดถึงเหตุการณ์ในห้วงฝันก่อนจะลืมตาตื่นบนเส้นทางเปลี่ยวร้างไร้ผู้คน กลางกลุ่มควันสีรุ้งที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้ามีคนคนหนึ่งยืนอยู่
อืม...เปิดตัวอย่างกับงานฉลองไพรด์มันท์
ชายหนุ่มหน้าตาดีมาก ผิวขาวผ่องมีออร่าแลดูสะอาดสะอ้าน จมูกโด่งปากอิ่ม รูปร่างผอมสูง ผมซอยสั้นด้านหน้าหยักศก ดวงตารียาวแบบเม็ดอัลมอนด์กำลังสบตาเขา
‘ใคร’
‘ก็เพิ่งเจอกัน’
ก่อนหน้านี้เขาเดินออกจากบ้านสภาพใจสูญสิ้นแล้วทุกสิ่งท่ามกลางอากาศร้อนแผดเผาอุณหภูมิราวสี่สิบองศากระทั่งมาหยุดอยู่ข้างต้นไทรก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านประมาณหนึ่งกิโลฯ
‘ก็ไม่เจอใครนะนอกจากหมาดำ อย่าบอกนะว่า...’
‘ต้นไทรโว้ยไม่ใช่หมา’
ยังไม่ต้องโดนตบ เจอสายตาพร้อมจิกก็อาจตายได้
‘อ้อๆ เ้าพ่อต้นไทร’
‘ฟังดูแก่’เ้าตัวที่ไม่ยอมแก่ยืนกอดอก พอยต์ขา ตัวเอียงนิดๆราวกับว่าพิงสิ่งหนึ่งที่เขามองไม่เห็น
‘งั้นเรียกเทวดาต้นไทร รุกขเทวดา’ อืม...หรือต้องเรียกเ้าแม่
สายตาเขาคล้ายเห็นแผงขนตาบนใบหน้าขาวนวลกระพือสั่น นึกอยากขอดูเล็บเจลทั้งสิบนิ้วของอีกฝ่ายเลยเชียว
‘ท่านมีชื่อไหมคะ’
‘เรียกคุณได้ไม่ถือ’
คุณต้นไทรตรงหน้ามองแล้วอายุคงไม่เกินสามสิบ ผิวพรรณผ่องวิ้งสวมสูทขาวเชิ้ตตัวในตรงปกและสาบกระดุมติดระบายลูกไม้ รองเท้าหนังฉลุลายมีส้น
‘ถ้างั้นให้เรียกคุณ...’
‘ไซ สะกดซอโซ่’
อดคิดในใจไม่ได้ว่าเขาอาจจะได้เรียก ‘คุณไซมี่’ ในไม่ช้า
‘รันนี่คุยกับคุณต้นไทรได้ นี่โลกหลังความตายเหรอคะ’
‘ก็ไม่เชิง’
‘งั้นรันนี่ก็ยังไม่ตายสิ’
‘ตายแล้ว’
ได้ยินชัดเต็มสองหูก็อดใจแกว่งไม่ได้ หน้าเขาตอนนั้นคงถอดสีพิลึก
‘แล้วอยากมีชีวิตต่อไหมล่ะ แบบชีวิตใหม่ คนใหม่แต่ดวงิญญาเก่า’
หวนคิดถึงชีวิตั้แ่จำความจนสี่สิบสี่ปีแล้วท้อมากเลย จากกะเทยหัวโปกที่พ่อกับแม่ไม่ได้ภูมิใจต่อสู้ดิ้นรนส่งตัวเองจนเรียนจบชั้นปวส.เข้าสู่วงการหางเครื่องจนไปเป็นางโชว์รถตู้ ล้มลุกคลุกคลานกระทั่งมีคณะคาบาเร่ต์ของตัวเองปลดหนี้สินช่วยพ่อกับแม่ ส่งน้องชายเรียนจบมหา’ลัยได้สองคน ส่งเสียเลี้ยงดูหลานสาวกำพร้าพ่ออีกหนึ่ง
ก่อนทุกอย่างจะล่มสลายเพราะโรคอุบัติใหม่ที่แพร่เชื้อการติดต่อลามไปทั่วโลกไวรัสอู่ฮั่นหรือโควิด19
การจัดการแบบลูบหน้าปะจมูกของรัฐบาลรวมถึงคนใหญ่นายโตของรัฐเองที่เป็กลุ่มคลัสเตอร์ใหญ่ก็พาทุกอย่างพังราบราวกับโดมิโน
งานกลางคืนต้องหยุดชะงักร้านเพิ่งเปิดเองแทบไม่มีลูกค้าแต่เสียค่าเช่ารายปีไปแล้วต้องแบกรับค่าเลี้ยงดูลูกน้องในคณะ ทุนรอนมีพอพยุงตัวได้ราวครึ่งปี หนำซ้ำติดโควิดสายพันธุ์แอดวานซ์คิดโลกสวยหอบสังขารพกพาความสิ้นไร้กลับไปพักเลียแผลตั้งหลักที่บ้านเกิด
ผลตอบแทนของความเป็ลูกกตัญญูคือถูกแม่พ่อพี่น้องและเพื่อนบ้านรุมรังเกียจไม่ยอมให้เขาอยู่ร่วมบ้านซะอย่างนั้น
อากาศร้อนจัดจ้าเดินลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่หยุดพักใต้ต้นไทรที่คิดแล้วคิดอีกแต่ก็จำไม่ได้ว่ามันยืนต้นสูงอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไรนอกจากเขาที่หลบร้อนพักขาก็มีหมาตัวหนึ่งนอนลิ้นห้อยหลบแดดไม่ต่างกัน
ขนมปังไส้หมูหย็องถูกโยนให้หมาดำขนแหว่งตัวผอมกระหร่อง
‘กินกันตายนะมึง เผื่อจะมีชีวิตรอดได้อีกวัน ส่วนกูถ้าไม่รอดเกิดชาติหน้าขอให้มีแต่คนใจดีกับกูเถอะ สาธุ’
เพราะไข้ขึ้นสูง ไอจนหอบเหนื่อยผ้าผืนหนึ่งถูกดึงจากกระเป๋ามาปูเพื่อรองนอนนอกพักสักงีบเผื่อมีใครสักคนผ่านทางมาและมีน้ำใจให้เขาติดรถออกไปที่ศาลารอรถริมถนนใหญ่
ใครเลยจะคิดแค่พักหนึ่งงีบนั่นคือวันสุดท้ายของชีวิต
ถ้าตายแล้วมีเื่ให้อาลัยอาวรณ์หัวใจไม่ได้ถูกคนในครอบครัวตีซ้ำจนแตกสลายเขาก็คงตีโพยตีพายกับข้อเหตุการณ์สุดประหลาดกว่านี้แน่
‘ขอชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์หรือต้องเรียนกอไข่ขอไข่ใหม่ได้ไหมคะ’
‘ชีวิตแบบที่จะได้ทำตามฝัน อิสระเสรีระดับเจ็ดดีไหม’
‘ทำไมไม่สิบ’
‘ชีวิตสำเร็จรูปมันจะสนุกตรงไหนมันต้องมีผ่านด่านท้าทายบ้างสิ’
‘เหมือนเล่นเกมเหรอคะ ตายแล้วย้อนเวลาไปแก้ไขชีวิตสิบยี่สิบปีก่อนไม่ก็ชาติก่อนบางทีก็สิงร่างคนอื่นเหมือนละครเหมือนหนัง รันนี่เคยดูนะ’
‘มีแต่โลกใหม่และไม่ต้องสิงร่างคนอื่น’
‘เอ่อ...ก็แปลกดี แล้วรันนี่ต้องต้องตอบแทนอะไรคุณไซมี่หรือเปล่า’
‘ไซมี่...’
‘อุ้ย...’ เขายิ้มแต่ไม่แก้ไขชื่อเรียกหรอกนะ‘รันนี่ต้องทำสัญญาซื้อขายิญญาอะไรด้วยไหม’
‘ฉันจะซื้อิญญาเธอไปทำอะไรไม่ทราบ’
นั่น! ตาจิกเสียงจิก ตัวแม่ตัวมัมสินะ
‘งั้นจะให้ทำอะไรยังไงบ้าง อธิบายหน่อยก็ดีนะคะ’ เขายิ้มแหยๆ
มีชีวิตอยู่ต่อน่ะดีแล้ว โดยเฉพาะชีวิตอิสระเสรีระดับเจ็ดแบบที่ว่าเพราะเขายังมีเื่อยากจะทำอีกเยอะเลย
‘ชอบชีวิตสามสิบสี่สิบปีที่แล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องเริ่มจากเบบี๋อยากเป็ผู้หญิงก็จะให้เป็’
‘แล้วรวยไหมคะ’ เขาไม่อยากจนอีกแล้วแหละ
‘เอาเป็ว่าเงินทองพอมีไม่ขัดสน’
บอกแล้วคุณไซมี่ก็ยื่นกระดาษให้เขาหนึ่งแผ่น แค่ลงชื่อท้ายสัญญาฉบับนี้ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่าง‘กมลา’ ได้เลย
‘จงเป็คนดีเท่าที่จะดีได้’ กวาดตาอ่านไม่ถึงครึ่งนาทีเขาก็พอเข้าใจว่าตัวเองควรทำอะไร ‘...เหมือนภารกิจสะสมแต้มบุญเลยเนอะ’
‘ถ้าตกลงก็เซ็นสัญญา เธอเป็ผู้เล่นที่ฉันเลือกอย่าทำให้ผิดหวังล่ะ เดี๋ยวจะส่งคู่มือกับไอเทมจำเป็ให้ถึงที่ รอรับแล้วกัน’