เช้าตรู่วันต่อมาฮ่องเต้ทรงให้จัดเรือนรับรองหลังใหม่ให้แก่หมอเกาเติ้งเฉินฟู่จึงรับหน้าที่อุ้มนางเดินจากตำหนักของเผยกุ้ยเหรินไปยังเรือนรับรองแห่งใหม่ฟากตะวันตกติดกับเรือนรับรองของคุณชายจินครั้นรู้ว่าจินวั่งซู่ก็มาร่วมเป็นผู้ดูแล หมอเกาในครั้งนี้องครักษ์เติ้งถึงกับเตรียมเสื้อผ้ามายึดห้องพักห้องหนึ่งในเรือนรับรองของหมอเกาเพื่อปักหลักพิทักษ์นางอย่างจริงจัง
ไป๋เพ่ยเจินคนสนิทของฮองเฮาถูกส่งตัวให้มาควบคุมดูแลขันทีและนางกำนัลที่ดูแลเรือนรับรองทั้งสองหลังดีที่ท่านหมอหญิงเกาเป็นผู้มีกำลังภายในยอดเยี่ยมร่างกายของนางจึงปรับฟื้นอย่างรวดเร็วยามสายนางก็ตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีงุนงง ไป๋เพ่ยเจินไล่ให้องครักษ์เติ้งออกไปรอข้างนอกเพราะอ้างว่าหมอเกาจะได้เตรียมอาบน้ำ
“ท่านอาจารย์ข้าเอง ท่านถูกคนรมยานิทราแล้วหวังจะเผา ดีที่องครักษ์เติ้งไปอุ้มท่านออกจากเตียงนอนได้ทันเวลา”
ฮูหยินไร้รอยในนามหมอเกากระพริบตาถี่ๆเมื่อเห็นดวงตาของนางกำนัลที่อยู่ตรงหน้าชัดๆ ก็ถอนใจ “ยังดีที่ข้าดวงแข็งนี่มันคงคิดปิดปากคนสินะ”
“เพราะท่านเป็นพยานปากสำคัญต่างหากเบาะแสที่ไม่มีผู้ใดรู้ได้นี่ ใต้หล้าคงมีแต่ท่านเพียงผู้เดียวที่จะช่วยพวกเราได้”
“เจ้ารีบแฝงกายออกหาคนที่ซ่อนต้นหยกหิมะให้เร็วที่สุดเถิดเพราะหากคนร้ายคิดลงมืออีก เป้าหมายผู้นั้นอาจไม่รอด”
หงซือซือจึงเล่าเรื่องที่ฮ่องเต้ถูกวางยาให้นางฟัง“ครานั้นข้าให้เข็มตรวจพิษของท่านไว้กับเขาจึงรอดมาได้ แต่หากคนร้ายใช้วิธีนี้เห็นทีคงตรวจสิ่งใดไม่เจอ”
“เจ้าไปเอาเข็มของข้าคืนมาประเดี๋ยวข้าจะรีบทำการชุบยาที่ช่วยตรวจหาหยกหิมะให้เจ้าและฮ่องเต้”นางสั่งให้ไป๋เพ่ยเจินไปเตรียมสิ่งของตามที่นางต้องการ“คงต้องเตรียมห้องด้านหลังที่โล่งๆ ไว้ทำห้องต้มยาสักหน่อยเห็นทีคนในวังหลวงดูแล้วร้ายกาจกว่าคนในยุทธภพนัก”
ไป๋เพ่ยเจินไปเรียกขันทีและนางกำนัลมาจัดห้องด้านหลังจากนั้นกลับไปยังตำหนักเป่าฉีเปลี่ยนหน้ากากและเครื่องทรงกลับมาเป็นฮองเฮาอีกครั้งไป๋เพ่ยเจิน ตัวจริงที่ยืนรอช่วยเหลืออยู่ข้างๆ ผลัดรอบไปดูแลเรือนรับรอง หลวนฮองเฮาทรงสั่งให้หมอหลวงทั้งหลายมาเข้าเฝ้าจากนั้นก็ยื่นกระดาษที่มีรายชื่อสมุนไพรที่ต้องการ
“พวกเจ้าจงไปจัดสิ่งเหล่านี้ส่งไปยังเรือนรับรองตะวันตกให้เรียบร้อยก่อน ค่ำ”เหล่าหมอหลวงทั้งสิบคนล้วนทำหน้าลำบากใจสมุนไพรที่ฮองเฮาสั่งให้หาบางส่วนก็หาง่ายแต่ส่วนหนึ่งนับว่าหายากแต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็มีหน้าที่ต้องหามาให้สำเร็จเมื่อรับคำสั่งแล้วพวกเขาก็ต่างแยกย้าย
การที่เรือนรับรองฝั่งตะวันตกมีแขกพิเศษถึงสองคนเข้ามาพักกลายเป็นประเด็นที่คนในวังหลวงล้วนกล่าวถึงสตรีที่ถูกเรียกขานว่าหมอเกาช่างงดงามยิ่งนัก ได้ยินกันว่านางเป็นคนของหลวนฮองเฮาแต่ละตำหนักต่างหวั่นใจเกรงว่าฮองเฮาจะหวังให้นางมาถวายตัวส่วนคุณชายจินเป็นแขกประจำในวังหลวงแต่วัยเด็กแม้จะคุ้นหน้าคุ้นตาแต่ทุกคนก็แปลกใจที่เขามาพักอยู่เรือนรับรองติดกันกับหมอเกาคนงาม
แต่ข่าวซุบซิบกันในหมู่ผู้รับเงินเพื่อขายข่าวกลับเป็นการเตรียมห้องต้มยาสมุนไพรด้านหลังเรือนรับรองและฮองเฮาทรงรับสั่งให้เสาะหาสมุนไพรจำนวนมาก
“พระสนมฮองเฮาอาจจะทรงเตรียมการบางอย่างนะเพคะ”
“เจ้าคิดว่าเป็นสิ่งใด?”
“ได้ยินว่าหมอเกาเป็นหมอเทวดาหรือว่านางมาเพื่อปรุงยาให้ฮ่องเต้กับฮองเฮาโดยเฉพาะ”
“นางเพิ่งมากลับต้องถูกคนวางยาและวางเพลิงเจ้าคิดว่าเพราะเรื่องนี้หรือไม่?” เฉินเฟยลุกขึ้นยืนอย่างเกียจคร้านบางเรื่องนางแค่คิดยังไม่ลงมือก็มีคนจัดการให้แล้ว
“น่าเสียดายที่นางไม่ตายเพคะ”
“ถูมามาหลี่หากเราไม่รู้ว่านางมาทำไมกันแน่อย่าเพิ่งทำสิ่งใด”
“เพคะ”
นางกำนัลที่ทำหน้าที่คอยจัดเตรียมอาหารเรือนรับรองอาศัยจังหวะที่ได้กลับเรือนนอกลอบพบกับถูมามาหลี่นางบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนรับรองอย่างละเอียด ถูมามาหลี่ยื่นเงินสองพวงให้นางกำนัลน้อยนางคว้าใส่สาบเสื้อแล้วกลับไปเรือน อานฉวน รายได้ของนางกำนัลในวังหลวงล้วนแล้วขึ้นอยู่กับรายได้เพิ่มเติมเหล่านี้หนึ่งปีคนที่บ้านของนางมีสิทธิ์มาเยี่ยมนางได้หนึ่งครั้งเงินทองที่สะสมได้จากการส่งข่าวสารทำให้นางมีเงินเก็บมากพอจะส่งเสียครอบครัวให้สุขสบาย
เหม่ยห้าวเห็นการลอบคุยกันระหว่างถูมามาหลี่กับนางกำนัลน้อยชัดเจนเขาเดินตามนางไปถึงเรือนอานฉวน สอบเค้นความจริงอยู่ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ได้รู้ว่าไม่เพียงรับเงินถูมามาหลี่แต่นางยังรับเงินจากพระสนมระดับผินอีกสามรายเมื่อได้รู้ความจริงแล้วหัวหน้าองครักษ์เหม่ยจึงปล่อยนางไป
“นางรับเงินตำหนักเหอผิงแล้วย่อมกลายเป็นคนร้ายในไม่ช้า เจ้าลงมือได้”สตรีในเงามืดทางเดินระหว่างตำหนักรับคำเบาๆ
“ข้าจะจัดการวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ”
เหม่ยห้าวรีบหลบไปก่อนที่จะมีคนมาพบซอกหลืบในวังหลวงมีที่ให้ลอบพูดคุยนัดหมายมากแต่ก็ต้องระมัดระวังอาจจะมีผู้มาพบเห็นได้โดยง่าย
“นั่นมันหัวหน้าเหม่ยนี่?”จูจิ้นติ้งที่กลับเขามารับเวรยามมัวแต่แวะทักทายเหล่าขันทีที่รู้จักกันจนจวนจะเลยเวลารับช่วงงานเลือกเดินตามเส้นทางลัดเลาะที่เขาเคยซอกแซกผ่านมาโดยบังเอิญครั้งหนึ่งและครั้งนี้ก็คิดว่าจะผ่านไปถึงเรือนรับรองได้เร็วขึ้นมิคาดกลับเห็นสตรีในชุดมามาหลี่ลอบพูดคุยกับเหม่ยห้าวหัวหน้าองครักษ์วังหลวงในซอกหลืบอันมืดมิดทั้งสองแยกย้ายกันไปแล้วแต่ความสงสัยของจูจิ้นติ้งยังอยู่เขาลอบเดินตามนางไปเพื่อให้รู้ชัดว่านางคือใคร?เมื่อเห็นแล้วก็รีบไปรักษาการณ์ที่เรือนรับรอง
จินวั่งซู่ยังไม่ยอมนอนเขานั่งดื่มสุราที่ฮองเฮาทรงพระราชทานมาให้ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขได้ยินว่าจูจิ้นติ้งจะมาดูแลเขาเย็นนี้นอกจากองครักษ์ที่ฮ่องเต้ทรงจัดให้มาวนเวียนเรือนรับรองหลายสิบคนขันทีและนางกำนัลก็มีจำนวนเทียบเท่ากับพระสนมระดับเฟย ช่างเป็นวาสนานัก แม้เขาจะติดตามองค์ชายสิบสองที่เป็นญาติเข้ามาร่วมเรียนในวังตั้งแต่เยาว์วัยแต่ก็ไม่เคยได้รับการปรนนิบัติขนาดนี้มาก่อน
“เจ้ามาถึงซะทีข้าใกล้จะเมาเต็มทีแล้ว”จินวั่งซู่ยกจอกสุราขึ้นชูเมื่อเห็นหน้าของจูจิ้นติ้งที่เพิ่งโผล่มา
“ข้าเจอเรื่องน่าสนใจพอดี”จูจิ้นติ้งที่รับทราบภารกิจของคุณชายจินจาก หู่ซิ่นสือแล้วก็บอกสิ่งตนเองให้เห็นคุณชายผู้ไขคดีได้ฟัง
“พวกเขาล้วนเป็นคนที่เราต้องจับตามองเป็นพิเศษ”
“กัวมามาหลี่จะลงมือในเช้าวันพรุ่งนี้เห็นทีเราต้องเตรียมคน”
*************
