น้ำค้างเม็ดงามสะท้อนประกายแวววาวอยู่บนยอดหญ้าไอน้ำในอากาศรวมตัวกันเป็สายหมอกขาวลอยเรี่ยอยู่กับพื้นทางทิศตะวันออกดวงตะวันยังไม่โผล่พ้นเหลี่ยมเขา คงเห็นเพียงแสงเรืองๆที่อาบย้อมสีของเมฆให้กลายเป็สีทองงามตาเท่านั้น
ร่างเล็กๆของลูกกระต่ายตัวหนึ่งเกือบจะจมหายไปในทะเลหญ้า ปากน้อยๆอ้าออกและแลบลิ้นเลียกินน้ำค้างบนยอดหญ้าอย่างเอร็ดอร่อย ใกล้ๆกันนั้นมีร่างของเด็กชายผู้หนึ่งนั่งอยู่ เขาสวมเพียงเสื้อตัวในสีหม่นขาดรุ่งริ่งส่วนเสื้อตัวนอกนั้นถูกตากอยู่บนกิ่งไม้ และกำลังสะบัดไปตามแรงลมคราบเืถูกซักออกไปแล้วแต่ด้วยสภาพอากาศที่ชื้นเช่นนี้คงอีกนานกว่าที่มันจะแห้ง
เมื่อวานหลังจากทานอาหารแล้วิชูก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนเขาตื่นขึ้นอีกทีเมื่อปลายยามอิ๋น[1]เพราะเ้ากระต่ายน้อยรบเร้าอยากจะออกมาข้างนอกแม้ขนาดตัวของมันจะเล็กมากแต่แรงกระแทกของสองเท้าหน้าที่มันบรรจงทุบลงมาก็ไม่ใช่น้อยๆิชูจึงจำใจต้องถ่างตาตื่นและพาเสี่ยวทู่มากินน้ำค้างที่ทุ่งหญ้าั้แ่ฟ้ายังไม่สาง
เด็กชายนั่งสมาธิจนรู้สึกว่าจิตใจสงบดีแล้วก็ลุกขึ้นสองขากางออกเล็กน้อยวางเท้าห่างกันประมาณหนึ่ง่ไหล่ ในมือซ้ายถือกระบี่ไม้ไผ่ที่ทำขึ้นเองเอาไว้แล้วเขาก็เริ่มขยับกายร่ายรำ
เพลงกระบี่ตัดยอดชาถูกร่ายรำออกมาอย่างงดงามเพลงกระบี่นี้มุ่งเน้นที่การป้องปัด และโอนอ่อนตามแรงของคู่ต่อสู้ท่วงท่าที่ใช้ออกจึงพลิ้วไหวดุจการร่ายรำ กระนั้นก็แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งดุดันอยู่ในที
พอตะวันลอยสูงขึ้นก็เป็เวลาที่กระต่ายน้อยกินน้ำค้างจนอิ่มหนำและิชูก็อบอุ่นร่างกายเสร็จพอดี เขาตั้งใจว่าจะเข้าป่าไปหาสมุนไพรเพิ่มเติมจากที่เสียไปเมื่อวานตะกร้าใบเดิมถูกสะพายขึ้นหลังอีกครั้ง พร้อมกับคันธนูและลูกศรมีดที่เหลือใบอยู่เพียงครึ่งยังพอใช้งานได้ิชูจึงนำไปด้วย
“มาเสี่ยวทู่ เราจะไปหาสมุนไพรกัน”
ิชูอุ้มกระต่ายน้อยขึ้นจากพื้นและยัดมันเข้าไปในอกเสื้อสายตามองตรงไปเบื้องหน้า พลันท่าเท้าไผ่เล่นลมก็ถูกใช้ออกร่างปราดเปรียวในชุดผ้าเนื้อบางพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้า ลัดเลาะผ่านป่าไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลมสายหนึ่งไม่นานเขามาถึงดงต้นชาร้อยปีที่ชอบมาเป็ประจำ
เสี่ยวทู่ที่จับกลิ่นของใบชาชั้นดีได้ก็รีบโผล่หน้าออกมาจากสาบเสื้อของผู้เป็นายหัวน้อยๆ หันไปมาเพื่อให้สามารถมองเห็นสภาพรอบตัวได้ถนัด ท่าทางอยากรู้อยากเห็นของมันทำให้ิชูหัวเราะขำเขาปีนขึ้นไปบนต้นชาแล้วนั่งลงบนกิ่งใหญ่กิ่งหนึ่ง จากนั้นก็ล้วงกระต่ายตัวน้อยออกมาจากอกเสื้อแล้ววางมันลงบนกิ่งไม้นั้น
“เ้าชอบใบชาสดหรือเปล่า?”
ิชูเด็ดยอดชาจากกิ่งไม้ใกล้ๆมาจ่อตรงหน้าเสี่ยวทู่ เ้ากระต่ายขยับจมูกน้อยๆของมันก่อนจะส่ายศีรษะมองหาอาหารอันโอชะของตนเพราะบริเวณด้านหน้าจมูกของมันนั้นถือเป็มุมอับสายตาเมื่อหาอาหารพบแล้วมันก็รีบงับใบชาแล้วแหงนหน้าขึ้นเพื่อดึงยอดชาทั้งยอดออกจากมือของิชูก่อนจะถอยไปนั่งกินยอดชาไปเงียบๆ ด้วยท่าทางหวงของกินเป็ที่สุด
ิชูยิ้มอย่างเอ็นดูในความน่ารักของมันเขาเด็ดยอดชามากองเอาไว้จำนวนหนึ่ง แล้วก็แยกไปหาสมุนไพรและล่าสัตว์หากมีโอกาส
เสี่ยวทู่พอเห็นอาหารกองโตก็ไม่สนใจเ้านายของมันอีกศีรษะเล็กๆ มุดหายเข้าไปในกองใบไม้จนมองเห็นเพียงแค่ใบหูเล็กๆ โผล่ออกมาเท่านั้น
ิชูทิ้งกระต่ายน้อยไว้บนต้นชาร้อยปีเขาค่อนข้างมั่นใจว่าไม่น่าจะมีสัตว์นักล่าตัวไหนปีนขึ้นไปทำอันตรายเ้ากระต่ายบนกิ่งไม้สูงขนาดนั้นได้
เด็กชายเดินทางลึกเข้าไปในป่าเขาเห็นสมุนไพรมากมายขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นตามรายทางทว่ามันก็เป็เพียงสมุนไพรธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไปเท่านั้นสมุนไพรเหล่านี้เมื่อวานเขาเก็บได้มากพอแล้ว ที่ิชู
อยากได้คือสมุนไพรหายากที่มีราคาดีกว่า ซึ่งความจริงแล้วเขาเก็บได้มากพอั้แ่เมื่อวานทว่ามันเสียหายไประหว่างที่เผชิญหน้ากับอสูรกระต่ายพฤกษาเด็กชายจึงต้องออกมาเก็บอีกในวันนี้
ระหว่างที่สอดส่องสายตาหาสมุนไพริชูก็พบร่องรอยของสัตว์ป่ามากมายแตกต่างจากเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด
‘หรือจะเป็เพราะเมื่อวานมีสัตว์อสูรเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในป่า?’
เด็กชายตั้งข้อสังเกตหลังจากประสบการณ์เฉียดตายเมื่อวาน เขาก็เริ่มเรียนรู้ที่จะอ่านพฤติกรรมของสัตว์ป่าเพื่อไม่ให้ตนเองต้องตกอยู่ในอันตรายอีก
ิชูสะกดรอยตามกวางป่าฝูงหนึ่งไปเพราะสังเกตเห็นรอยเท้าของกวางรุ่นๆอยู่หลายตัว กวางวัยรุ่นเ่าั้น่าจะมีขนาดไม่ใหญ่นักจึงไม่น่าจะเป็ปัญหาต่อกำลังของเด็กชายในตอนนี้
ฝีเท้าของิชูช้าลงเรื่อยๆจนกลายเป็ย่อง เขาก้าวย่างอย่างแ่เบาจนแทบไม่มีเสียง มีดถูกเก็บเข้าฝักขณะที่คันธนูถูกนำมาถือไว้ร่างปราดเปรียวของเด็กชายค่อยๆ คืบไปเบื้องหน้าอย่างช้าๆ ห่างออกไปราวหนึ่งลี้เป็ที่ราบเล็กๆท่ามกลางวงล้อมของไม้ใหญ่ กวางฝูงหนึ่งล้อมวงกันดื่มกินน้ำจากแอ่งน้ำขังบนพื้นที่มีลักษณะเป็ดินโคลนและบางตัวก็แทะเล็มผิวดินอยู่อย่างเชื่องช้า
ิชูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยั์ตาฉายแววยินดี เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตรงส่วนนี้ของูเามีแหล่งดินโป่งอยู่ด้วยสัตว์ทุกชนิด้าเกลือและแร่ธาตุ สถานที่แห่งนี้จึงนับได้ว่าเป็แหล่งล่าชั้นดีเลยทีเดียว
ลูกศรถูกยกขึ้นพาดสายิชูเลือกเหยื่อของเขาอย่างใจเย็น มันเป็กวางหนุ่มขนาดตัวไม่ใหญ่มากนักเขาของมันยาวเพียงคืบเดียวเท่านั้น เ้ากวางโชคร้ายกำลังก้มกินดินโป่งอยู่ในแนวตรงกันกับิชูพอดิบพอดีเมื่อมันขยับเงยศีรษะขึ้นมองไปรอบๆขาหน้าทั้งสองก็อยู่ในแนวตั้งฉากกับพื้นเปิดเผยจุดสำคัญในร่างอย่างชัดเจนิชูเพ่งมองไปที่บริเวณเหนือต้นขาหน้าอันเป็ที่ตั้งของหัวใจและปอดของมันเขาเล็งอย่างตั้งใจ ค่อยๆ น้าวสายธนูจนสุดล้า และปล่อยมือให้ลูกธนูพุ่งแหวกอากาศออกไป
ศรไม้ไผ่ที่ดีดตัวออกไปด้วยแรงส่งมหาศาลนั้นปักลงบนเป้าที่เล็งไว้อย่างไม่ผิดพลาดมันะโตัวลอย แหงนหน้าร้องเสียงดังจนสมาชิกในฝูงของมันแตกกระเจิง ตัวมันเองก็เตะเท้าทำท่าจะทะยานออกไปแต่ิชูก็ชิงยิงลูกธนูดอกที่สองออกไปเสียก่อน ครั้งนี้เป้าหมายคือขาหลังการยิงครั้งที่สองนี้เป็การจำกัดการเคลื่อนไหว เนื่องจากร่างกายของสัตว์ป่านั้นทนทานมากแม้จะยิงถูกจุดตาย แต่มันก็ยังสามารถวิ่งหนีไปได้อีกไกลเมื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของมันได้แล้ว ิชูก็ปล่อยให้เหยื่อของตนวิ่งเตลิดหายเข้าป่าไป
ศรดอกแรกถูกเข้าที่จุดสำคัญหากไม่ใช่ปอดก็ย่อมเป็หัวใจ ตามธรรมชาติแล้วมันจะสามารถวิ่งต่อไปได้อีกหลายลี้แต่เมื่อขาหลังได้รับาเ็มันย่อมไปต่อได้ไม่ไกลมากนัก เด็กชายสะพายคันธนูไว้กับไหล่และออกติดตามเหยื่อของตนไปอย่างไม่รีบร้อนโดยอาศัยรอยเืและรอยลากขาของมันเป็เครื่องนำทาง
ท่าเท้าไผ่เล่นลมถูกใช้ออกอีกครั้งเมื่อเห็นเหยื่อที่หนีไปอยู่ในสายตาิชูเร่งตามไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อสบโอกาสก็ยิงธนูออกไปอีกศรดอกที่สามปักลงตรงตำแหน่งใกล้กันกับดอกแรก คราวนี้เ้ากวางเคราะห์ร้ายล้มลงไปดิ้นปัดอยู่กับพื้นแต่ก็กระเสือกกระสนลุกขึ้นมาได้อีกครั้งในเวลาไม่กี่อึดใจ
การไล่ล่าดำเนินต่อไปอีกสักพักก็สิ้นสุดลงิชูหายใจหอบเล็กน้อยเพราะออกแรงติดตามไล่ล่ามาไกลพอสมควรแต่เขาก็ไม่ได้พักเหนื่อยนานนักด้วยรู้ดีว่ากลิ่นเืจะชักนำนักล่าเข้ามา เด็กชายใช้มีดชำแหละร่างของกวางหนุ่มอย่างคล่องแคล่วหนังเป็ส่วนที่ถูกแล่ออกมาก่อน เขาวางด้านที่เป็ขนลงกับพื้นและวางเนื้อที่แล่ได้ลงไปจากนั้นก็ใช้หนังกวางห่อเนื้อเอาไว้และรัดให้แน่นด้วยเชือกที่เตรียมมา ส่วนกระดูกและเครื่องในถูกปล่อยทิ้งไว้เพื่อให้เป็อาหารของสัตว์ป่าต่อไป
เมื่อได้เนื้ออย่างที่ตั้งใจเอาไว้แล้วิชูก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านเนื้อต้องทานสดๆ จึงจะได้รสชาติที่ดีเด็กชายคิดว่าหากลงเขาไปตอนนี้ก็น่าจะไปถึงบ้านทันมื้อกลางวันพอดีคิดได้ดังนั้นแล้วิชูก็รีบวิ่งกลับไปยังต้นชาร้อยปีเพื่อรับตัวเสี่ยวทู่
“เสี่ยวทู่เ้าเป็เด็กดีหรือเปล่า?”
ิชูส่งเสียงร้องถามมาแต่ไกลทว่าเมื่อมาถึงต้นชาร้อยปีที่เขาทิ้งเสี่ยวทู่เอาไว้ก็พบกับความว่างเปล่าไม่มีร่องรอยของเ้ากระต่ายน้อยอยู่เลย
“เสี่ยวทู่! เ้าอยู่ที่ไหนออกมาเดี๋ยวนี้นะ”
เด็กชายร้องเรียกพลันก็มีเสียงร้องตอบมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ เขาจึงรีบวิ่งไปดูทันที
ด้านหลังพุ่มไม้คือร่างเล็กๆ ของกระต่ายสีน้ำตาลในหลุมดินหลุมหนึ่งหลุมนี้คล้ายกับเพิ่งจะถูกขุดได้ไม่นาน ข้างๆ ยังมีกองดินชื้นๆ กองหนึ่งอยู่ด้วย
“นี่เ้าจะสร้างบ้านอยู่ที่นี่รึ?”
ิชูถามพลางหัวเราะขำกับสภาพมอมแมมของเ้ากระต่ายน้อยเสี่ยวทู่ฟังแล้วก็ย่นจมูก คล้ายไม่พอใจในคำพูดของิชูมันหันไปเอาจมูกดุนดันบางสิ่งมาเบื้องหน้าด้วยท่าทางที่คล้ายกับกำลังทุ่มเถียงบางสิ่งอยู่ในใจ
“หือ?นั่นอะไร?”
ิชูขมวดคิ้วสิ่งที่เสี่ยวทู่เขี่ยอยู่นั้นมีรูปร่างคล้ายหัวของพืชบางชนิดเด็กชายเอื้อมือไปหยิบมันขึ้นมาแล้วก็พบว่านี่หาใช่หัวผักธรรมดาไม่เขาคิดว่ามันเป็โสมชนิดหนึ่งขนาดหัวที่ไม่ใหญ่มากนักเช่นนี้หากนำไปขายคงได้ราคาไม่เท่าโสมหัวใหญ่แต่ก็ถือว่าเป็สมุนไพรหายากอยู่ดี ิชูจึงกล่าวชมเ้าตัวน้อยไปหลายคำและเก็บมันใส่ในอกเสื้ออีกครั้ง เพื่อที่จะมุ่งหน้ากลับบ้านตามความตั้งใจเดิม
‘เสี่ยวทู่ดูเหมือนจะฟังภาษาคนรู้เื่และน่าจะมีความสามารถในการหาสมุนไพรด้วย’
ิชูคิดระหว่างวิ่งลงเขาจากการกระทำของมันเด็กชายเชื่อว่าเ้ากระต่ายน้อยตัวนี้พอจะใช้ประโยชน์ได้อยู่บ้างอย่างน้อยเขาก็น่าจะฝึกให้มันค้นหาสมุนไพรได้ไม่ยากนัก
[1] ่เวลาระหว่าง ๐.๓.๐๐ น.– ๐๔.๕๙ น.