เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิอสนีไม่ยอมตอบคำถามและยังคงยืนจ้องหน้า ราชินีเหมันต์ก็พอจะเดาออกทันทีว่าจักรพรรดิเหมันต์กำลังคิดอะไรอยู่ และพริบตานั้นเองราชินีเหมันต์ก็ปลดปล่อยแรงกดดันที่ทรงพลังจนแม้แต่ระดับจักรพรรดิยังต้องหวาดกลัวออกมา
“ตูม!!!!!!!!!!”
แรงกดดันที่แข็งแกร่งกดทับลงมาจนร่างของจักรพรรดิเหมันต์กระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง
“อ๊ากกกกก” จักรพรรดิเหมันต์กรีดร้องออกมาทันที
“ในวันที่ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าข้าไม่ชอบอะไร ในช่วงนั้นเจ้ามักจะแสดงท่าทางหลงใหลในตัวข้าซึ่งข้าก็บอกเจ้าแล้วให้เลิกคิดฝันเรื่องนั้นและที่ข้ายอมรับตำแหน่งราชินี้เหมันต์ก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและทำให้ข้าเคลื่อนใหวได้ง่ายขึ้น แต่ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยังเก็บซ่อนความคิดที่แสนไร้ยางอายกับอาจารย์ของตนเองอยู่และเพียงแค่ข้าเอ่ยปากบอกว่าสนใจเขาเจ้าก็คิดจะสังหารเขาทันที บอกตามตรงปิงเฉินเจ้าทำให้ข้าผิดหวังอย่างยิ่ง” ราชินีเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนจะโบกมือออกไป
ร่างของจักรพรรดิเหมันต์ลอยกระเด็นไปชนเข้ากับูเขาน้ำแข็งอย่างรุนแรงทำให้จักรพรรดิเหมันต์ถึงกับกระอักเลือดออกมา พวกปิงเสวี่ยที่ได้เห็นอำนาจของราชินีเหมันต์ก็สั่นสะท้านด้วยความเคารพ พลังของราชินีเหมันต์ตอนนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งอย่างมากซึ่งในระดับจักรพรรดิไม่มีใครเทียบนางได้อย่างแน่นอนแต่นางกลับไม่ต้องการเปิดเผยพลังต่อหน้าผู้คนนี่ทำให้พวกนางไม่เข้าใจ
“ไปซะ ไปบอกให้ไอ้บัดซบนั้นปล่อยชาวบ้านที่มันจับตัวมาเดี๋ยวนี้ไม่อย่างงั้นราชินีผู้นี้จะย้อมอาณาจักรของมันให้กลายเป็นเมืองอันหนาวเหน็บ” ราชินยีเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“เพื่อเจ้าเด็กสวะคนหนึ่งท่านถึงกับยอมเคลื่อนใหวด้วยตัวเองเลยงั้นเหรอ” จักรพรรดิเหมันต์ลุกขึ้นมาก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่เจ้าใจสินะ แต่เพราะแบบนี้เจ้าถึงได้หยุดอยู่กับที่ในเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไปซะอย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำไม่อย่างงั้นเจ้าเตรียมใจถูกขังอยู่ในผาเหมันต์มรณะได้เลย” ราชินีเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
ร่างของจักรพรรดิเหมันต์สั่นด้วยความกลัว ผาเหมันต์มรณคือหน้าผาที่มีความลึกสุดจะหยั่งและด้านล่างนั้นมีสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายอย่างมากต่อให้เป็นระดับจักรพรรดิเมื่อถูกขังอยู่ที่นั่นก็ไม่แน่ว่าจะรอดกลับมา
“……” จักรพรรดิเหมันต์เดินจากไปทันที
“หึ ชั่งเป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจจริงๆ” หลัวเซียนกล่าว
กล้ามีความคิดอันไร้ยางอายกับอาจารย์ของตัวเองแถมยังแสดงท่าทางเป็นเจ้าของทั้งๆที่ราชินีเหมันต์ไม่สนใจในตัวของจักรพรรดิเหมันต์อีก นี่ทำให้หญิงสาวอย่างหลัวเซียนต้องแสดงสีหน้าเหยียดหยาม
“ท่านอาจารย์ปล่อยไว้แบบนี้จะไม่เป็นอะไรงั้นเหรอ” ปิงเสวี่ยกล่าว
“ปิงเฉินนั้นเป็นชายที่เย่อหยิ่งถึงแม้จะมีพรสวรรค์แต่กลับมีจิตใจที่บิดเบี้ยว เจ้าดูวังหลังเจ้าชายคนนั้นสิ เจ้านั่นเทียวหาหญิงสาวที่งดงามมาจากทั่วทุกแห่งเพื่อทำให้ตนปลดปล่อยความอัดดั้นใจที่มีต่อข้า แต่ถึงอย่างงั้นหยิงสาวเหล่านั้นกลับไม่สามารถมีบุตรได้เจ้าคิดว่าเพราะอะไร” ราชินีเหมันต์กล่าว
“เพราะท่านจักรพรรดิไม่ต้องการจะมีบุตร” ปิงหยวนกล่าว
“ถูกต้อง เจ้านั่นยังไม่ได้ตัดใจจากข้าและไม่ต้องการมีบุตรจนกว่าจะได้ข้าไปครอบครองนั่นคือความคิดของมัน น่าขันผู้ชายที่ไม่มีความทะเยอทะยานที่จะออกจากกรงขังแห่งนี้คิดว่าข้าคนนี้จะสนใจงั้นหรือ” ราชินีเหมันต์กล่าว
“เรื่องนี้ข้าสงสัยมานานแล้ว นอกจากท่านอาจารย์แล้วจักรพรรดิคนอื่นๆรู้ถึงการดำรงอยู่ของโลกด้านนอกหรือไม่” ปิงเสวี่ยกล่าว
“แน่นอน ทั้งจักรพรรดิอัคคีและจักรพรรดิจิ้งจอกเองก็เคลื่อนใหวมาโดยตลอดความปรารถนาของพวกนางก็เหมือนกับข้าคือหาทางออกจากทวีปแห่งนี้” ราชินีเหมันต์กล่าว
“แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับคุณชายต้าหมิงหรือไม่” ปิงเสวี่ยกล่าว
“เจ้านี่หัวไวจริงๆ เรื่องนี้ข้ายังบอกไม่ได้เพราะเขาในตอนนี้ยังไม่ทรงพลังพอ” ราชินีเหมันต์กล่าว
ทางด้านต้าหมิงหลังจากกลับถึงอาณาจักร การฉลองครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่อาณาจักรอัคคีได้รับอันดับ 1 ในสามอาณาจักรแต่ยังได้รับอันดับ 1 ในสามดินแดนแถมยังไม่สูญเสียใครไปเลยแม้แต่คนเดียวอีกด้วยนี่ทำให้ผู้คนในอาณาจักรพากันตื่นเต้นอย่างถึงขีดสุด
และชื่อเสียงของต้าหมิงยังโด่งดังอย่างมากจนมีบางคนถึงกับเรียกต้าหมิงว่าจักรพรรดิหมิงอีกด้วย
หลังจากงานฉลองจบไปการประชุมครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น ภายในห้องประชุมครั้งใหญ่ตัวแทนของแต่ละขุมอำนาจและตระกูลต่างรวมตัวกัน
“ตอนนี้ทางอาณาจักรของเราได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปสำรวจเพิ่ม 5 สิทธิ์แต่การจะให้พวกรุ่นเยาว์ของพวกเราเข้าไปสำรวจกลับอันตรายเกินไปเพราะข้างในนั้นอันตรายอย่างมากต่อให้เป็นระดับจอมพลยังต้องตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“เรื่องนี้ข้าเห็นด้วยแต่เราจะแบ่งสิทธิ์กันยังไง” ผู้นำตระกูลจวิ้นกล่าว
“ในฐานะจักรพรรดิข้าย่อมแบ่งอย่างยุติธรรม ตระกูลจวิ้นจะได้ไป 1 สิทธิ์ ส่วนสิทธิ์ที่เหลือ ข้าจะให้ตระกูลเสี่ยว 1 สิทธิ์ จอมพลสูงสุด 1 สิทธิ์และทางสถาบันจอมเวทย์อีก 1 สิทธิ์พวกเจ้าคิดเห็นยังไง” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“แล้วสิทธิ์ของพวกเราละท่านอย่าลืมว่าบุตรสาวของข้าก็คว้าชัยชนะมาได้” ผู้นำตระกูลหลางคำราม
“ผู้นำตระกูลหลางดูเหมือนเจ้าจะลืมบางอย่างไป ตอนนี้สถานะของบุตรสาวเจ้าคืออะไรเจ้าคงไม่ลืมไปแล้วใช่ใหม” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
ใช่แล้วหลางฮูหนิงในตอนนี้คือสาวใช้ของต้าหมิงไปแล้วและทุกอย่างของนางย่อมเป็นของต้าหมิงรวมถึงตัวของนางด้วย
“แล้วอีกอย่างเจ้าและข้ายังมีเรื่องที่ต้องสะสางกันอีก” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับดวงตาเผยให้เห็นจิตสังหารออกมา
“แล้วอีก 1 สิทธิ์ท่านจักรพรรดิจะมอบให้ใคร” ชายชราขี้เมากล่าว
“ข้าจะมอบให้กับต้าหมิง” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“แบบนั้นไม่ดีแน่ ถึงแม้คุณชายต้าหมิงจะเป็นคนทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในครั้งนี้และเหมาะที่จะได้รับสิทธิ์ไปแต่ด้วยพลังของคุณชายต้าหมิงตอนนี้ไม่เพียงพอและมันอาจจะเกิดอันตรายกับคุณชายต้าหมิงอีกด้วย” ผู้นำตระกูลพั่วกล่าว
“ข้าเข้าใจความกังวลของเจ้าแต่มีข้าอยู่เขาไม่เป็นอะไรแน่กลับกันนี่คือโอกาสของเขาด้วยความสามารถและความฉลาดของเขามันจะทำให้เขาเติบโตขึ้นอย่างมากแน่” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ลำเอียง นี่คือความลำเอียงอย่างถึงได้ชัด” นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดในใจ
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้าหมิงในครั้งนี้ทำผลงานได้ดีจริงๆจนพวกเขาไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้านออกมา แต่ตระกูลเสี่ยวที่เป็นตระกูลขนาดกลางกลับอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ พวกเขาคิดถูกที่เดิมพันกับเย่สุ่ยและมอบทรัพยากรให้กับเย่สุ่ยอย่างไม่ตะหนี่จนในที่สุดเย่สุ่ยก็มอบผลประโยชน์กลับมา