เยี่ยเยี่ยในตอนนี้ที่ได้ยินเสียงของมามาของเธอเรียกชื่อของเธอนั้น สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความดีใจ เธอรีบวิ่งไปหามามาของเธอและจับไปที่มือของเธอราวกับว่า เธอ้าให้มามาของเธอนั้นรับรู้ว่าเธอนั้นอยู่ตรงนี้
“มามา! มามาฟื้นแล้ว! พี่ชายรักษามามาได้จริงๆด้วย!”
น้ำเสียงของเยี่ยเยี่ยเต็มไปด้วยความสุขที่เอ่อล้น ฟานเทียนที่เห็นและได้ยินเยี่ยเยี่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เธอนั้นน่ารักเหลือเกิน ฟานเทียนหันไปมองเยี่ยหยิน เธอนั้นราวกับได้ยินเสียงเรียกจากผู้อันเป็ที่รักของเธอ เธอใช้พลังทั้งหมดที่มีเปิดดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอขึ้นมา และมองไปที่เยี่ยเยี่ยด้วยความรัก
“เยี่ย...เยี่ย...ลูกแม่…”
ฟานเทียนในตอนนี้อยากที่จะช่วยให้ทั้งสองนั้นได้พูดคุยกันได้เร็วขึ้น เขาเดินไปใกล้ๆกับเยี่ยหยิน เธอที่ในตอนนี้มองอะไรไม่ชัด เห็นฟานเทียนสว่างราวกับเขานั้นเป็เทพลงมาจาก์ ออร่าของเขานั้นสูงส่งเป็อย่างมาก
“ท่านเทพ…”
ฟานเทียนส่ายหัว ท่านเทพ? เขานั้นต่อสู้กับเทพมานักต่อนัก จะเรียกเขาว่าเ้าแห่งเทพก็ไม่ผิด ฟานเทียนในตอนนี้หยุดคิดเื่ไร้สาระก่อนที่จะใช้นิ้วมือที่อ่อนช้อยของเขา ััไปเบาๆที่หน้าผากของเยี่ยหยิน ราวกับใบไม้กระทบบนผืนน้ำ
ร่างกายที่โรยราและเหนื่อยล้าของเยี่ยหยินอยู่ดีๆก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เธอเปิดตาออกกว้าง ทุกอย่างในห้องกระจ่างสดใส ราวกับเธอนั้นไม่เคยตามืดมัวมาก่อน สิ่งแรกที่เธอทำหลังจากที่ฟานเทียนให้พลังกับเธอแล้วนั้น น่าใที่ไม่ใช่การใในความหน้าตาดีของเขา
แต่เป็การดึงเยี่ยเยี่ยเข้ามาโอบกอด
“เยี่ยเยี่ยลูกแม่!”
เธอนั้นร้องให้ออกมา เธอคงจะเป็ห่วงเยี่ยเยี่ยเป็อย่างมาก เธอกลัว กลัวว่าหากเธอเป็อะไรไปแล้ว เยี่ยเยี่ยจะทำยังไง ใครจะดูแลเธอ เธอจะถูกใครรังแกหรือเปล่า แค่ความคิดเหล่านี้ประดังเข้ามามันก็ทำให้เธอนั้นเกือบจะเป็บ้าตายอยู่แล้ว
“ลูกแม่ไม่เป็อะไรนะ ลูกแม่ปลอดภัยไม่มีใครรังแกลูกตอนที่แม่ไม่สบายใช่ไหม”
เยี่ยหยินราวกับไม่เคยป่วยมาก่อนลุกออกจากเตียงและทำการสำรวจร่างกายของเยี่ยเยี่ย เธอนั้นแทบจะลืมไปเลยว่าฟานเทียนและต้าเนียนอยู่ในห้อง จะว่าไปแล้วทำไมไม่มีใครเห็นต้าเนียนเลย ทั้งๆที่มันเดินเข้ามากับเขาด้วยกันแท้ๆ ฟานเทียนคิดว่าคงเป็เพราะออร่าความหน้าตาดีของเขาบดบังมันจนหมดละมั้ง
เขาไม่คิดอะไรมากอีก เขาในตอนนี้กำลังชื่นชมความรักที่เยี่ยหยินมีให้กับเยี่ยเยี่ยอยู่
ต้องใช้เวลานานพอสมควรเลยกว่าที่เยี่ยหยินนั้นจะรับรู้ถึงตัวตนของท่านเทพ ที่เธอเห็นในความฝัน
“อ่า คือ ไม่ทราบว่าคุณคือ”
ฟานเทียนในครั้งนี้ไม่ใช่ผู้ตอบ คนที่ตอบนั้นคือเยี่ยเยี่ย เธอนั้นตอบอย่างภาคภูมิใจซึ่งทำให้ฟานเทียนนั้นหัวเราะออกมา
“พี่ชายมีชื่อว่าตงหลิวฟานเทียน พี่ชายช่วยเยี่ยเยี่ยไว้จากคนใจร้าย และยังช่วยปลุกมามาให้เยี่ยเยี่ยด้วย”
เยี่ยหยินนั้นรู้สึกช็อค ปลุกเธอให้ตื่นขึ้น เธอจำได้ว่าอาการของเธอนั้นไม่ปกติ และรุนแรงขนาดที่หมอมีประสบการณ์ยังไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้ เธอรู้ชะตากรรมของตัวเองดี แต่ทว่าเด็กหนุ่มคนนี้ที่หน้าตาไม่น่าเกินอายุยี่สิบปีกลับช่วยรักษาเธอ ถึงมันจะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่เธอก็ตื่นขึ้นมาจริงๆ และรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนด้วย
เธอนั้นยิ้มให้กับเขาก่อนที่จะก้มหัวขอบคุณ
“ขอบคุณ...คุณชายเป็อย่างมากที่ช่วยเหลือคนยากจนอย่างพวกเรา”
เยี่ยหยินคิดว่าเขานั้นจะต้องเป็ลูกคุณหนูจากที่ไหนแน่ๆ เขานั้นจะต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษาเธอ เธอสาบานว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่เด็กหนุ่ม้าจากเธอ เธอจะทำให้หมด
ฟานเทียนเห็นแบบนั้นได้แต่ยิ้ม ก่อนที่จะสะบัดมือปฏิเสธคำขอบคุณ ก่อนที่จะพูดขึ้น
“คำขอบคุณไม่จำเป็ ข้านั้นชอบเยี่ยเยี่ยเป็การส่วนตัว การช่วยเหลือมามาของเยี่ยเยี่ย ก็เหมือนกับการช่วยเหลือนาง ไม่จำเป็ต้องใส่ใจ”
เยี่ยหยินที่ได้ยินที่ฟานเทียนพูด อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ ในความคิดของเธอ เธอนั้นคิดเหมือนๆกันกับเยี่ยเยี่ย ที่คิดว่าเขานั้นออกมาจากในหนัง
เธอได้แต่รู้สึกขอบคุณและไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปอีก เยี่ยเยี่ยในทางกลับกันไม่ได้คิดมากเหมือนกับเยี่ยหยินในตอนนี้ เธอเดินเข้าไปจับมือฟานเทียนก่อนที่จะพูดขึ้น
“พี่ชาย จากนี้ไปเราจะไปไหนกันต่อ พวกเรากลับไปที่บ้านบนเขาไม่ได้แล้ว”
เยี่ยหยินได้ยินแบบนั้นก็ใจหายก่อนที่จะพูดขึ้น
“เยี่ยเยี่ย ลูกหมายความว่ายังไง”
เยี่ยเยี่ยหันไปหาเยี่ยหยินที่ตอนนี้มีสีหน้าที่กังวล เธอรู้ว่ามามาของเธอนั้นไม่มีเงิน และต้องอาศัยในสำนักล้างเอา พวกเธออาศัยอยู่ที่นั่นมาได้สองปีแล้ว แต่ทว่าก็ยังไม่มีเงินที่จะย้ายออกไป การที่จะต้องเสียสำนักล้างนั่นไปก็เหมือนกับพวกเธอนั้นไร้ที่อยู่