หยางเถาอวี้อยู่ในสภาพถูกมัดมือไว้แน่นหนาปลายเชือกที่มัดนางด้านหนึ่งมีนางโจรสาวจับจูงเดินเด็กสาวกระซิบบอกข่าเอ๋อให้วางใจอย่าแสดงความสามารถออกไปให้นางโจรเห็นด้วยกลัวว่าจะยิ่งนำภัยมาสู่ทั้งคู่จากนั้นจึงโยนมันเข้าไปในมิติของรุ่ยเอ๋อ คนภายนอกเห็นย่อมไม่รู้สึกแปลกใจเนื่องเพราะหากเป็นสัตว์อสูรในพันธะสัญญาย่อมสามารถเก็บพวกมันไว้ในมิติจิตของผู้เป็นนายได้นางโจรเห็นเช่นนั้นก็ไม่ว่ากล่าวอะไร เพียงคิดในใจอย่างชั่วร้าย ‘หึถึงเวลาข้าย่อมมีวิธีบังคับให้เจ้าทำลายพันธะสัญญาและเอาทั้งเจ้าทั้งไอ้ตัวเล็กนั่นไปขาย’
ใช้เวลาเดินเท้าราวสองเค่อนางโจรสาวก็พาหยางเถาอวี้ไปสมทบกับกลุ่มโจรอีกสี่ห้าคนซึ่งล้วนเป็นชายหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวคือนางโจรที่จับหยางเถาอวี้มา
“โย่ว วันนี้ช่างโชคดีนักมีเหยื่อหลงเข้ามาในป่าหมื่นอสูรหลายคนจริง” หนึ่งในกลุ่มโจรเห็นเพื่อนร่วมค่ายเดินทางกลับมาพร้อมเหยื่อรายใหม่หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราพลันผิวปากเสียงดังพร้อมเอ่ย“จิ๊ๆๆหน้าตางดงามนัก เสียดายที่ยังเด็กเกินไป ไม่งั้นล่ะก็... หึหึหึ”
“เจ้าจะหื่นไปถึงไหน เสียวโก่ว น่ารังเกียจนักเด็กเล็กก็ยังไม่วายคิดถึงเรื่องสกปรก”
“ถิงเยี่ย เจ้าดูสิ เหยื่อของเจ้าหน้าตางดงามถึงเพียงนี้ผิวพรรณรึก็ขาวผ่องราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้ถ้าเลี้ยงไว้อีกสักปีสองปีคงเป็นสาวงามล่มเมืองเลยทีเดียว ถึงตอนนั้น...” ผู้ที่ถูกเรียกว่าเสียวโก่วทำท่าฝันหวานสองมือถูไถกันไปมา น้ำลายแทบจะหยดลงมาจากมุมปาก
ที่แท้นางโจรนั่นชื่อถิงเยี่ยนี่เองหยางเถาอวี้ถูกจับไปผูกรวมกลุ่มกับเด็กหนุ่มสาวอีกสามคนซึ่งถูกมัดรวมกันอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งนางจึงมองไม่เห็นตั้งแต่แรกที่เดินเข้ามายังบริเวณที่พักของโจรกลุ่มนี้
“แล้วนี่เด็กหนุ่มสาวอีกกลุ่มที่จับมาได้ก่อนหน้านี้หายไปไหน” ถิงเยี่ยเอ่ยถามพรรคพวก
“พี่ต้าโก่วนำตัวขึ้นไปที่ค่ายก่อนแล้วเด็กพวกนั้นสวมชุดเครื่องแบบของศิษย์สถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนพี่ต้าโก่วกลัวว่าจะมีคนของสถานศึกษาตามมาพบเสียก่อน เลยรีบคุมตัวกลับค่ายไป” เสียงตอบของโจรผู้หนึ่งทำเอาหยางเถาอวี้แอบหูผึ่ง
“อ้อ งั้นพวกเราก็กลับค่ายกันได้แล้วกระมังวันนี้ได้ลาภก้อนใหญ่มาไม่น้อย”
“ตกลง” เอ้อโก่วเห็นด้วยพร้อมกับหันไปไล่ต้อนเชลยราวกับหมูกับหมา“เอ้าๆลุกขึ้นกันได้แล้ว อย่าริอ่านตุกติกเด็ดขาดถ้าไม่อยากเจ็บตัวใครหนีถ้าจับได้ข้าจะตัดมือตัดเท้าของพวกเจ้าโยนให้หมาป่ากิน”
กลุ่มโจรแบ่งออกเป็นสองส่วน พวกหนึ่งเดินนำหน้าอีกพวกหนึ่งรั้งท้ายอยู่ข้างหลังเชลยหยางเถาอวี้ถูกนำไปมัดรวมกับเด็กหนุ่มสาวทั้งสามคน เดินเรียงกันจนกลายเป็นขบวนดูท่าสามคนนี้คงไม่รู้จักกัน ทุกคนต่างบาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้างโลกใบนี้มีการแอบค้าขายมนุษย์ ช่างน่ากลัวและอยุติธรรมเสียจริงๆ ผู้อ่อนแอตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง
หนทางคดเคี้ยวไปมาเดินอยู่ราวสองชั่วยามเศษจึงถึงป่าไผ่บริเวณหนึ่งซึ่งมีลักษณะของค่ายกลพวกหยางเถาอวี้ถูกลากเดินไปทางซ้ายบ้างขวาบ้าง คล้ายไม่มีแบบแผนแต่กลับมีแบบแผนทุกย่างก้าวล้วนถูกเด็กสาวสังเกตและจดจำไว้อย่างไม่มีตกหล่น ผ่านไปอีกราวหนึ่งชั่วยามจึงทะลุออกสู่ลานกว้างเบื้องหน้ามีกำแพงปลูกสร้างไว้สูงตระหง่านเป็นทางยาวไปสุดสายตากำแพงสร้างด้วยหินก้อนหนา ดูมั่นคงแข็งแรงยิ่งมองเห็นหมู่ตึกและบ้านเรือนมากมายอยู่ไกลออกไปหลังประตูเหล็กบานใหญ่ซึ่งเปิดออกรับพวกเขาด้านบนประตูเหล็กมีเวรยามยืนเฝ้าอยู่อย่างแข็งขันแลดูคล้ายค่ายทหารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งมากกว่าหมู่บ้านโจร
หมู่บ้านโจรแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึกหยางเถาอวี้เพิ่งมารู้ภายหลังที่ถิงเยี่ยบอกว่านางเดินบุกรุกเข้ามาในเขตค่ายโจรหลงจั้นนั้นเป็นเพียงข้ออ้างอันที่จริงแค่บังเอิญโชคร้ายเจอกลุ่มโจรที่ลงเขาไปตระเวนหาเหยื่อเท่านั้นเอง
“โอ้ ถิงเยี่ย เอ้อโก่ว เสียวโก่วกลับมาแล้วเหรอ” บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามารับพวกเชลยที่จับมาได้
“กลับมาแล้ว ท่านประมุขเล่า”
“ท่านประมุขเพิ่งลงเขาไปเมื่อวันก่อนหลังจากพวกเจ้าลงเขาไปไม่นาน”ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวตอบ
“อ้อ เช่นนั้นก็เอาเชลยพวกนี้ไปขังรวมกันเถอะข้าขอพักเหนื่อยก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปจัดการต่อ” ถิงเยี่ยเอ่ยตอบเสียงห้าว
พวกหยางเถาอวี้ถูกลากเดินเข้าไปในอาคารใหญ่หลังหนึ่งซึ่งมียามยืนเฝ้าอย่างแน่นหนาอยู่หน้าประตูภายในอาคารแบ่งออกเป็นส่วนหน้าซึ่งมีโต๊ะเก้าอี้สำหรับให้พวกผู้คุมนั่งเฝ้าอีกชั้นหนึ่งถัดเข้าไปเป็นห้องขังแยกซ้ายขวา ด้านหนึ่งขังพวกผู้ชายไว้รวมกันอีกด้านหนึ่งขังผู้หญิง ด้านในสุดนางแอบเหลือบมองเข้าไป เห็นแล้วชวนสยองนักผนังห้องแขวนเครื่องลงทัณฑ์เรียงกันเป็นตับตรงกลางมีเสาไม้ขนาดใหญ่ตอกเป็นลักษณะไม้กางเขนผนังด้านหลังเสาไม้กางเขนยังมีโซ่ยาวสี่เส้นยึดติดกับกำแพงไว้สำหรับตรึงแขนตรึงขาคนไม่ต้องสงสัยว่านั่นเป็นพื้นที่สำหรับทรมานนักโทษ คนออกแบบสถานที่เจ้าเล่ห์นักห้องทรมานไม่ปิดบังมิดชิด มีไว้สำหรับเชือดไก่ให้ลิงดูแท้ๆ
นี่นางใจกล้าเกินไปหรือเปล่า คิดผิดหรือไม่ที่ยอมตนเข้ามาเสี่ยงอยู่ในสถานที่น่ากลัวปานนี้ย้อนนึกกลับไปถึงตอนที่นางโจรถิงเยี่ยปรากฏตัวออกมาโจมตีอย่างกะทันหันโดยที่นางไม่อาจสัมผัสได้ก่อนค่ายโจรแห่งนี้คงต้องเต็มไปด้วยพยัคฆ์ ทว่าเวลานี้จะถอยก็คงไม่ทันเสียแล้ว
หยางเถาอวี้กวาดสายตามองรอบตัว ในห้องขังสตรีมีเชลยหญิงอยู่สิบกว่าคนแต่ที่แต่งชุดสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนกลับไม่ปรากฏนางจึงหันไปเพ่งตามองยังห้องขังฝั่งชายห้องนั้นก็ไม่มีผู้แต่งกายด้วยชุดของสถานศึกษาฯเช่นกัน นี่เป็นไปได้ยังไงก่อนหน้านี้ได้ยินชัดเต็มสองหู พวกมันกล่าวว่าจับศิษย์จากสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนมาได้ชัดๆ
‘งานเข้าเสียแล้วไหมเล่าหยางเถาอวี้เอ๋ย’ นางอดที่จะก่นด่าตนเองในใจอีกสองสามคำมิได้
คิดหลบจากคนในห้องขังนั้นไม่ยากแต่ยามเฝ้าประตูด้านนอกเล่าจะทำอย่างไร
‘ทีเจวัน สแกนโครงสร้างค่ายโจรแห่งนี้เสร็จละยัง’
‘เสร็จแล้วครับ โครงสร้างค่ายคือ...’ เวลานี้หมดปัญหาเรื่องแหล่งพลังงานแสงทีเจวันจึงสามารถสแกนโครงสร้างของค่ายโจรได้ครอบคลุมรัศมีถึงสามพันหลี่เขารีบถ่ายทอดข้อมูลทั้งหมดให้หยางเถาอวี้ทันที ‘เพียงแต่ไม่รู้ว่าอาคารแต่ละหลังใช้ทำอะไรบ้างเท่านั้นเองครับ’
‘ค่ายโจรแห่งนี้ใหญ่มากจริงๆ ครอบคลุมพื้นที่ภูเขาทั้งลูกแล้วเราจะออกไปจากห้องขังนี้เพื่อตามหาพวกศิษย์จากสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนยังไงดีแถมยังไม่รู้ว่าพวกมันขังศิษย์เหล่านั้นไว้ที่ไหนอีก’
หยางเถาอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจเสี่ยงดวง
“พี่ชายๆ ระหว่างทางมาที่นี่ข้าได้ยินพวกพี่ถิงเยี่ยพูดกันว่าพวกท่านจับตัวศิษย์จากสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนมาได้ด้วยเหรอเจ้าคะ” หยางเถาอวี้ตะโกนเสียงเล็กเสียงน้อยถามผู้คุมสองคนที่นั่งแทะเม็ดก๋วยจี๊อยู่ที่โต๊ะ
“เจ้าจะถามไปทำไมนังหนู”
“อ่า ข้าก็แค่อยากรู้อยากเห็นน่ะเจ้าค่ะในห้องขังนี้ไม่เห็นมีใครแต่งกายด้วยเครื่องแบบสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนซักคนข้าเลยอดคิดไม่ได้ว่าพวกท่านคุยโตโอ้อวดหรือเปล่า เท่าที่ข้าได้ยินมาคนของสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนล้วนมากฝีมือ จะมาถูกพวกท่านจับได้ง่ายๆ อย่างไรกันใช่ไม๊เล่า”
“ชะ ทำเป็นรู้ดีจะมีฝีมือแค่ไหนพวกข้าก็จับพวกมันมาได้ทีเดียวถึงห้าคน”
“อย่างนั้นทำไมในนี้ถึงไม่มีเล่า”
“หนอย สู่รู้นักนะ นี่ถ้าไม่เห็นว่าเจ้าเป็นเด็กข้าคงคิดว่าเจ้าเป็นสายลับเสียแล้ว”
“ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจสู่รู้อะไรนักหนาหรอกเพียงแต่ข้ารึอุตส่าห์เทิดทูนสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนว่าเป็นยอดสำนักศึกษาแห่งหนึ่งคาดหวังว่าโตขึ้นจะไปสมัครเข้าเรียนที่นั่นเสียหน่อย หากมีศิษย์ถูกพวกท่านจับมาได้งั้นก็แปลว่าพวกเขาไม่เก่งจริงน่ะสิ”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้ งั้นข้าจะบอกให้เอาบุญอันที่จริงศิษย์พวกนั้นก็มีฝีมือไม่เบาเลยต้องถูกจับไปขังแยกไว้ต่างหากในห้องขังเหล็กยังไงเล่าแต่ถึงจะเก่งยังไงก็สู้พวกข้าไม่ได้อยู่ดี ฮ่าๆๆ” ผู้คุมหัวเราะเสียงดังยกหางตนเอง
‘อย่างนี้นี่เอง’ หยางเถาอวี้คิดในใจ ‘ถ้างั้นก็สแกนอาคารที่มีโครงสร้างเหล็กรวมถึงจำนวนคนที่อย่างน้อยจะต้องมีห้าคนอยู่รวมกันตลอดเวลา ไม่ขยับไปไหน’ ทีเจวันสแกนและวิเคราะห์สถานที่ที่มีโครงสร้างเป็นเหล็กตามเงื่อนไขดังกล่าวอยู่สามแห่งสองแห่งเขาไม่สามารถสแกนรายละเอียดภายในได้คล้ายมีม่านพลังบางอย่างรบกวนอยู่เหมือนกับถ้ำที่มีหินแปรปรวนกับถ้ำซ่อนคัมภีร์ค่ายกลเฉียนคุนอย่างไรอย่างนั้นน่ากลัวว่าสองแห่งนี้คงเป็นสถานที่สำคัญของค่ายโจร ดังนั้นหยางเถาอวี้จึงพุ่งเป้าไปยังสถานที่แรกซึ่งภายในอาคารตรวจพบกลุ่มคนตามเงื่อนไขอีกทั้งจุดที่พลังปราณปรากฏในอาคารหลังนั้นยังมีแผนผังคล้ายกับห้องขังแห่งนี้พลังปราณกระจุกรวมตัวกันอยู่ด้านซ้ายด้านขวาและด้านหน้า
ดึกสงัดแล้ว
เสียงร้องไห้คร่ำครวญของเชลยหญิงในห้องขังเริ่มเงียบลงหยางเถาอวี้แอบนำผงยามึนเมาไร้สีไร้กลิ่นออกมาจากนั้นจึงใช้พลังปราณควบคุมให้มันกระจายตัวออกไปจนทั่วทั้งห้องขังไม่นานแม้แต่ผู้คุมด้านหน้าก็ฟุบลงหลับสนิท
หยางเถาอวี้เรียกข่าเอ๋อออกมาจากมิติทันที‘ข่าเอ๋อเจ้าพาข้าทะลุออกไปจากเรือนขังแห่งนี้ได้หรือไม่’ เจ้าตัวเล็กทำหน้าราวกับกำลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงส่งเสียงดัง ‘มิ้ว’ ราวกับตัดสินใจมันกระโจนเข้าหาหยางเถาอวี้อย่างรวดเร็ว หน้าผากของมันชนแตะเข้ากับหน้าผากของนางพริบตานั้นปรากฏแสงสีทองเรืองรองออกมาจากจุดมโนทวารบริเวณกึ่งกลางหว่างคิ้วของทั้งนางและข่าเอ๋อ
‘นะ... นี่มันอะไรกัน’ หยางเถาอวี้ตกใจผงะหงายไปครึ่งก้าว
‘นายหญิงนี่คือพันธะสัญญาที่สัตว์อสูรเป็นฝ่ายกระทำเจ้าค่ะ มันเลือกท่านเป็นคู่พันธะผูกพัน’
‘เฮ้ย แล้วข้าจะกลายเป็นทาสของข่าเอ๋อเหรอ’
‘ไม่เป็นเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะธรรมชาติสัตว์อสูรไม่มีความคิดซับซ้อนแบบนั้น มันเป็นการสร้างพันธะผูกพันคล้ายเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่รายละเอียดมากกว่านี้ข้าก็ไม่รู้สัตว์อสูรที่ยอมเป็นฝ่ายริเริ่มสร้างพันธะสัญญากับมนุษย์ก่อนหาได้น้อยยิ่งกว่าน้อยกล่าวว่าหนึ่งในหมื่นในแสนก็ไม่เกินจริงแม้แต่ในบันทึกโบราณก็ไม่มีรายละเอียดมากไปกว่าที่ข้าบอกท่านอีกทั้งยังมิใช่ว่าสัตว์อสูรทุกตนจะรู้จักวิธีการสร้างพันธะผูกพันมีเพียงสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นจึงทำได้’
‘มิ้ว พี่สาวดีต่อข้ายิ่งทั้งยังยินยอมให้ข้าเข้าไปอยู่ในมิติส่วนตัวที่อุดมด้วยของวิเศษ ข้าเต็มใจขอรับ’ ข่าเอ๋อเอ่ยบอก
(ไรท์: ข่าเอ๋อ ลูก ใจง่ายเกินไปม๊าย..ใช่เห็นแก่ของกินหรือเปล่า...)
(ข่าเอ๋อ: กองทัพเดินด้วยท้อง หมายความว่าอะไรหมายความว่าเรื่องกินเรื่องหย่าย เป็นตายอยู่ที่กระเพาะ เอ๊าะๆๆ -เอ๊กโค่เสียงสูงปรี๊ด)
‘ขะ ขอบใจนะ... เอ่อรู้สึกว่าข้าจะถูกหวยรางวัลที่หนึ่งอีกแล้วใช่หรือไม่’ กล่าวกันว่าโชควาสนาถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่งหยางเถาอวี้อดคิดไม่ได้ ตั้งแต่โชคร้ายหลุดจากดาวทวิภาคมาสกิลโชควาสนาของตนหากไม่ถึงสิบ อย่างน้อยก็คงได้สักแปดส่วนกระมังเหมือนได้แบ่งปันสกิลโชควาสนามาจากเสี่ยวปู้เตี่ยน1ก็ไม่ปาน
หลังทำพันธะสัญญา ข่าเอ๋อน้อยปีนกลับขึ้นไปนั่งอยู่บนบ่าของหยางเถาอวี้พร้อมกับบอก‘หากจะพาผู้อื่นเคลื่อนย้ายทะลุกำแพงหรือข้ามมิติจำต้องทำพันธะผูกพันกันเสียก่อนขอรับ’
‘อ้าว แล้วตอนที่เคลื่อนย้ายพี่เยี่ยนหรูเล่า’
‘นั่นเป็นเพียงการเคลื่อนที่เร็วเท่านั้นขอรับ’
‘อ่า อย่าบอกนะว่าเจ้าเคลื่อนไหวเร็วจนข้ามองตามไม่ทันเห็นเป็นการหายตัวได้’
‘เอ่อ สายตาของมนุษย์แย่ปานนั้นเชียวหรือขอรับ’
.... หยางเถาอวี้รู้สึกอับจนถ้อยคำเสียแล้ว...
‘เช่นนั้นเงื่อนไขทักษะการเคลื่อนย้ายสถานที่ของเจ้าเป็นอย่างไร’
‘สำหรับการเคลื่อนที่ระยะไกลขอเพียงเป็นสถานที่ที่ข้ารู้จักหรือเคยไปมาก่อนย่อมสามารถไปได้ขอรับ ส่วนการเคลื่อนย้ายสถานที่ระยะใกล้ๆ เช่นการทะลุกำแพงแค่กำหนดระยะทางเล็กน้อยก็ทำได้แล้ว’
‘ละ ละที่คอยผลุบๆ โผล่ๆ ตามข้าเล่า’
‘นั่นคือการแอบอยู่ในช่องว่างของมิติเดินทางคู่กันไปกับท่านขอรับ’
‘แปลว่าขณะที่เจ้าเดินทางผ่านช่องว่างของมิติเจ้ามองเห็นสิ่งต่างๆ ภายนอกได้ด้วย?’
‘แน่นอนขอรับ’
‘แล้วเจ้าพาข้าเข้าไปอยู่ในช่องว่างมิติของเจ้าด้วยแบบนั้นได้หรือไม่’
‘ย่อมได้แน่นอนขอรับ เมื่อเรามีพันธะผูกพันกันความสามารถของข้าก็คือความสามารถของพี่สาวขอรับ’
‘อะ เอ่อ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ยอดเยี่ยมสุดๆ ไปเลย’ หากอยู่ในสถานการณ์ปกติหยางเถาอวี้คงกระโดดโลดเต้นโห่ร้องด้วยความดีใจไปแล้วทว่าเวลานี้ทำได้เพียงแอบพูดเบาๆ ช่างไม่สะใจเอาเสียเลย ว่าแต่เหตุใดนางรู้สึกประหนึ่งว่าตนเองกำลังเหมือนคนติดอ่างชอบกล เพ้ยๆๆเข้าเรื่องสำคัญดีกว่า
‘งั้น ดูจากแผนที่ที่สแกนไว้เจ้าพาพวกเราทะลุออกจากเรือนขังนี้ หลบเข้าไปในช่องว่างมิติแล้วไปยังอาคารเหล็กที่เล็งไว้ได้หรือไม่’ หยางเถาอวี้ถ่ายทอดภาพสแกนให้แก่ข่าเอ๋อ
‘มิ้ว ไม่มีปัญหาขอรับ’
กล่าวฝ่ายทีเจวันเหตุใดจึงรู้สึกว่าตนเริ่มหมดความสำคัญลงไปอีกอย่างหนึ่งแล้ว ‘ผมควรน้อยใจหรือไม่’
-----
เสี่ยวปู้เตี่ยน1 : (หนึ่งในพระเอกตัวโปรดของไรท์)ตัวละครพระเอกใน PerfectWorld 完美世界 (Wánměi shìjiè) เป็นนิยายจีนที่ดังมากๆไม่รู้มีแปลไทยขายป่าว มะได้ติดตาม แต่เพิ่งออก 3D อะนิเมะมาเมื่อปีก่อนเห็นจะได้สกิลโชควาสนาฮีเต็มสิบคร่ะ
*ส่วนเซียวเอี๋ยนจากสัประยุทธ์ทะลุฟ้าได้สกิลโชควาสนาระดับแปด
*เจ้าภาพจัดอันดับคะแนนสกิลโดยนิยายล้อเลียนเรื่องHistory’s Number 1Founder
*(แล้วนางเอกน้อยของเราล่ะ ระดับไหนดี อิอิอิ)
*รี๊ดท่านไหนอ่านมาแล้วทั้งสามเรื่องข้างต้นมาเม๊าส์กันได้นะคะอิอิ
https://www.youtube.com/watch?v=h_JFoWJxE7s
https://yt.d0.cx/watch.php?v=b9gDXwmB9h0