ตอนที่ 82 ข้าจักมิลืมทุกคนอย่างแน่นอน
“อย่าถอยสิวะไอ้ควายโง่! สู้มัน เอาชนะมันให้ได้!”
“แม้พวกมันจักเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงที่ถูกทำให้เป็นวัตถุอาคมแล้วแต่พวกมันก็ยังมีจิตสำนึกเป็นของตัวเองอยู่ แถมเอ็งยังบังคับมันเยี่ยงนั้นข้าคิดว่าอีกมินาน ความบรรลัยคงได้เกิดขึ้น!”
ม้อ! ม้อ! ม้อ!!
เพราะควายธนูถูกบังคับให้ต้องต่อสู้ในศึกที่มันไม่อาจสู้ได้มันจึงคลั่งและพยายามเอาตัวรอดไปจากสถานการณ์ในตอนนี้ และเพื่อให้ตัวเองรอดมันจึงเริ่มอาละวาดไปทั่วไปโดยไม่สนใจว่าเป้าหมายจะเป็นใครทว่าแค่ความรู้สึกอย่างเดียวของควายธนูไม่สามารถทำแบบนี้ได้แน่ แต่ที่มันเป็นแบบนี้นั้นแท้จริงแล้วมันเกิดจากการที่นายกองหนุ่มคนนี้จิตใจและสมาธิแตกซ่านต่างหาก......
หนีเร็ว!
“ควายธนูมันคลั่งแล้ว!
“หาที่หลบเร็วทุกคน!”
เมื่อชาวบ้านเห็นควายธนูคลั่งและเริ่มพังข่าวของรอบๆ ตัวมันพวกชาวบ้านก็รีบพากันวิ่งหนีออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ในทันทีเพราะหากพวกเขาเจอเขาขนาดใหญ่ของควายตัวนี้ขวิดเอาละก็พวกเขาคงได้ตายคาที่อย่างแน่นอน......
“ครูชัย! พวกเราจะทำเยี่ยงใดดี?”
“พวกเอ็งมิต้องห่วงข้าเชื่อว่าท่านนายกองตองอูจักสามารถควบคุมสถานการณ์นี้เอาไว้ได้แน่”
แม้ว่าครูชัยจะมีความสามารถแต่แค่ตัวเขาคนเดียวคงไม่อาจหยุดควายธนูสีเทาตัวนี้เอาไว้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นความหวังของเขาจึงตกไปอยู่ที่ตองอูหรือไม่ก็กล้วยที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในหมู่พวกเขา แต่ถ้าให้เขาเลือกเขาก็อยากให้ตองอูเป็นผู้ลงมือมากกว่า เพราะเขาไม่อยากให้กล้วยถูกเปิดเผยเรื่องความแข็งแกร่งในตอนนี้เนื่องจากเขาเข้าใจว่ากล้วยไม่อยากมีปัญหา.......
“ทุกคนอย่างได้หวาดกลัวข้าและพี่น้องของข้าอยู่ที่นี่แล้ว พวกเราจักมิปล่อยให้เรื่องร้ายใดๆเกิดขึ้นกับผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้อย่างแน่นอน!”
ซึ่งในวินาทีนั้นเอง ตองอูก็ได้แสดงความเป็นนายทหารที่มีเกียรติออกมาหน้าที่ของทหารคือปกป้องแผ่นดินและผู้คน เมื่อมีคนเดือดร้อนทหารอย่างพวกเขาก็จำต้องเข้าช่วยเหลือ ไม่ใช่เอารัดเอาเปรียบแล้วปล่อยให้ชาวบ้านตาดำต้องทนทุกข์ทรมาน ทั้งๆ ที่ตัวเองสามารถช่วยเหลือได้......
“กระทิงแดง! จัดการมัน!”
ม้อ!!!
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!
ฉึบ! ฉึบ!
ม้อออออออ!!
การปะทะกันในรอบแรกนั้น กระทิงแดงสี่เขาก็ได้เปรียบอยู่แล้วเมื่อได้คำสั่งให้จัดการอย่างเด็ดขาดด้วยแล้ว กระทิงแดงสี่เขายอมไม่เก็บออมพลังใดๆไว้อีก มันเข้าชนควายธนูด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มันมีและนั่นก็ทำให้เขาคู่หน้าของมันเสียเข้าไปที่กลางลำตัวของควายธนูอย่างจัง......
แต่การโจมตีของกระทิงแดงสีเขาไม่ได้จบเพียงเท่านั้นเพราะมันยังเหลือเขาอีกสองเขานั่นจึงทำให้มันสามารถใช้เขาที่เหลืออีกสองเขาโจมตีเพิ่มเข้าไปอีกได้......
ไม่!
สู้มันกลับไปสิวะ!
สู้มัน!!
เมื่อนายกองหนุ่มเห็นว่าควายธนูของมันเริ่มที่จะพ่ายแพ้แล้วมันก็ร้องตะโกนสั่งการราวกับคนบ้าคนหนึ่งในแววตาของมันเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความโกรธ ถ้าหากยังปล่อยเอาไว้แบบนี้ต่อไปมันอาจจะถูกมนต์อาคมย้อนกลับเข้าตัวมันก็เป็นได้.......
“พี่ชายตองอูข้าคิดว่าท่านควรที่จักจัดการกับผู้ควบคุมนะ เพราะหากปล่อยไปสถานการณ์มันจักยากเกินกว่าที่ใครจักควบคุมเอาไว้ได้”
อันที่จริงแล้ว กล้วยไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้เลยแต่ถ้าเขาไม่ช่วย เรื่องอาจจะบานปลายไปมากกว่านี้ก็ได้ ดังนั้นแล้วเขาจึงพูดเตือนสติตองอู ให้ตองอูรู้ว่าควรจัดการกับนายกองหนุ่มเมี๋ยอันก่อนไม่ควรปล่อยให้มนต์อาคมย้อนกลับไปที่ตัวเขา ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้อาจจะยากเกินกว่าที่พวกเขาจะสามารถควบคุมเอาไว้ได้.......
อ้า!
“ขอบน้ำใจน้องชายที่ช่วยเตือนสติข้า ข้าจักรีบจัดการกับเขาเอง”
เมื่อตองอูได้ยินคำเตือนจากกล้วยเขาก็ได้สติและคิดว่าสิ่งที่กล้วยบอกนั้นเป็นเรื่องที่สมควรต้องทำในตอนนี้มากที่สุดซึ่งเขายอมรับเลยว่าเขายังบกพร่องในเรื่องเช่นนี้นั่นก็เพราะว่าเขาต้องอยู่อย่างอดทนและอดกลั้นภายใต้คำสั่งของนายกองหนุ่มผู้นี้โดยที่ไม่อาจได้แสดงฝีมือใดๆแต่เมื่อมีโอกาสเขาจึงหลงระเริงไปกับมันในชั่วขณะหนึ่ง.......
“ข้ามิได้คาดคิดที่จักทำเช่นนี้เลยแต่เพราะเอ็งทำตัวของเอ็งเอง ถ้าเอ็งมิโลภมากเกินไปจนมิสนใจว่าผู้อื่นจักเดือดร้อนหรือไม่ ข้าก็มิคิดจักเอาความอันใดกับเอ็งเลย แม้ว่าข้าจักสงสารแต่ข้าก็มิอาจปล่อยเอ็งกลับค่ายได้เช่นกัน ดังนั้น ลาก่อนนะ!”
มะ....ไม่!
ไม่! ไม่!!!!
ฉึบ!!
แม้ว่านายกองหนุ่มจะอยู่ในภาพที่กึ่งจะขาดสติแล้วแต่มันก็รู้ความและรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกฆ่าตายในวันนี้และเพื่อที่จะให้ตัวเองรอด มันจึงพยายามที่จะร้องขอชีวิตจากตองอูแต่นั่นมันก็สายเกินไปแล้ว เพราะตองอูได้แทงดาบทะลุผ่านขั้วหัวใจของมันไปแล้ว.....
อั๊ก!!
ขะ......ขะ......ข้า........
ตุบ!
การมาของนายกองหนุ่มในตอนแรกนั้นมันดูมีสง่าและมากไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างมาก แต่ในตอนนี้ตัวมันกลับหมดสภาพไม่เหลือความสง่าใดๆอยู่อีกแล้ว เพราะการความสมาธิในตอนที่ใช้มนต์อาคมมนต์เหล่านั้นจึงได้ย้อนกลับมาเข้าหาตัวมันทำให้สภาพร่างกายของมันดูซีดขาวลงราวกับคนตายและยังมีจุดดำคล้ำอีกหลายจุดบนร่างกายของมันด้วย......
ถุย!
“คนอย่างมึงมันสมควรตายแล้ว!อยู่ไปก็หนักแผ่นดินเสียเปล่าๆ”
หลังจากที่นายกองหนุ่มตายตกไปแล้วตองซอก็เดินเข้ามาเพื่อถุ้ยน้ำลายใส่ร่างของนายกองหนุ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกล่าวว่าจาก่นด่าตามความในใจที่เก็บกดเอาไว้มาช้านานออกมาดังๆโดยไม่สนใจวาใครจะมองเขาอย่างไร.....
“พอได้แล้วตองซอ!แม้ว่านายกองเมี๋ยอันจะเป็นคนเลวและโลภมากแต่เขาก็เคยช่วยงานราชการและเป็นคนดีมาก่อนหากมิใช่เพราะถูกไอ้แม่ทัพสารเลวเห็นแก่ได้นั่นปั่นหัวเอามันคงจักมิทำเรื่องที่ไรยางอายและขาดศีลธรรมเยี่ยงนี้เป็นแน่แท้!”
แม้ว่าตองอูจะมีความไม่พอใจอยู่บ้างเล็กน้อยแต่เขาก็เคารพและให้เกียรติคนที่ตายไปแล้วแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนทำเรื่องไม่ดีมากก่อนก็ตามเว้นเสียแต่ว่าอดีตของคนผู้นั้นจะเลวทรามอย่างมากจนไม่อาจที่จะเรียกว่าเป็นมนุษย์ได้อีกแล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ต่อให้ต้องขุดศพขึ้นมา เขาก็จะทำมันอย่างไม่ลังเลใดๆเลย.......
อ้า.....
“ก็ได้! เห็นแก่พี่ตองอูข้าจักลืมเรื่องที่มันเคยทำในอดีตไว้ก็แล้วกันเกิดมาชาติหน้าจักมิได้ต้องพบเจอกันอีก!” ตองซอเชื่อทุกคำที่พี่ชายของเขาบอกเสมอแม้แต่เรื่องนี้เขาก็ไม่เถียงและยอมทำตามแต่โดยดี เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากจะผูกกรรมเอาไว้กับเมี๋ยอันสักเท่าไหร่.....
ดีแล้ว!
“น้องชาย! เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นข้ามิรู้ว่าจักกล่าวขอบน้ำใจแลขอโทษเอ็งได้เยี่ยงไรถ้ามีเรื่องประการใดที่ข้าพอจักช่วยเหลือเอ็งได้ เอ็งก็ว่ามาเถิดข้าจักพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนน้ำใจของเอ็ง จริงหรือไม่ตองซอ!”
ใช่แล้ว!
ทั้งสองพี่น้องเป็นคนที่ไม่ลืมบุญคุณคนอยู่แล้วยิ่งกับกล้วยที่ทำให้พวกเขาบรรลุพลังในระดับต่อไปได้ด้วยคำแนะนำก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งสองยิ่งต้องตอบแทนกล้วยให้ได้มากเท่าที่จะทำได้......
“ข้ามิได้ต้องการสิ่งใดดอก อีกอย่าง ข้าก็มิได้ทำอะไรเลยด้วยทั้งหมดเป็นเพราะพวกพี่ชายทั้งสองมีพรสวรรค์และความพยายามที่ดีมันจึงทำให้พวกท่านประสบผลสำเร็จได้ แต่ถ้าพวกท่านยืนยันที่จะช่วยเหลือข้าเยี่ยงนั้นข้าอยากจักขอให้ท่านช่วยชาวบ้านที่นี่ไม่ให้เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้จักได้หรือไม่?”
อ้า!
เมื่อทั้งสองคนได้ยินคำขอของกล้วย พวกเขาก็ดูตกใจไม่น้อยนั่นไม่ใช่เพราะว่าเขาทำให้ไม่ได้แต่คำขอของกล้วยเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรที่จะต้องทำอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกคิดหนักและอยากที่จะบอกให้กล้วยเปลี่ยนไปขออย่างอื่นแทน......
“พวกท่านมิต้องคิดมากดอก ข้าต้องการแค่นั้นจริงๆแล้วก็.....ช่วยปิดเรื่องไอ้จ๋อของข้าเป็น ความลับด้วยก็คงจักดีมิน้อย!”
อื้ม........
หลังจากที่เรื่องราวทั้งหมดจบสิ้นลงแล้วผู้เฒ่าหมานก็ช่วยตองอูจัดการเรื่องศพของนายกองหนุ่มเมี๋ยอันเพราะพวกเขาจำเป็นต้องทำลายหลักฐานเรื่องนี้ และทำให้ดูเหมือนกับเป็นอุบัติเหตุไม่อย่างนั้นถ้าทางทรงกองกรมสืบหาข้อมูลและถามเอาเรื่องราวพวกเขาอาจจะพบเจอกับปัญหาที่จะตามมาในภายหลังได้......
โชคดีที่นายทหารทั้งหมดที่ตามมาด้วยเป็นพรรคพวกของตองอูกับตองซอนั่นจึงมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไปอย่างแน่นอน.....
ส่วนกล้วย เมื่อปัญหาทั้งหมดถูกจัดการแล้ว เขาก็รีบปลุกไอ้จ๋อให้ตื่นซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าที่จะทำให้ไอ้จ๋อฟื้นคืนสติกลับมาได้......
ช่วงบ่ายของวัน......
“เอ็งจักออกเดินทาง ณ เพลานี้จริงๆ เยี่ยงนั้นรึไอ้กล้วย?ทำไมถึงได้รีบเยี่ยงนี้เล่า?”
“ข้ามาที่นี่เพื่อแวะพักเท่านั้น มิได้มาลงหลักปักฐานเมื่อเห็นว่าได้เพลาอันสมควรแล้ว ข้าจึงคิดที่จะออกเดินทางต่อจ๊ะท่านผู้เฒ่าหมาน”
“แล้วเอ็งจักเดินทางไปที่หนใดเล่า? ถ้าเป็นในเขตพื้นที่แถวๆ นี้ ข้าก็พอจักรู้จักผู้คนอยู่บ้าง”
เฒ่าหมานยังอยากที่จะให้กล้วยอยู่ต่อแต่เมื่อเห็นว่ากล้วยต้องการจะออกเดินทาง เขาก็ทำได้เพียงแค่ถามจุดหมายของกล้วยเผื่อว่าปลายทางที่กล้วยจะเดินทางไปนั้นเป็นหมู่บ้านที่เขารู้จัก......
“ข้าเองก็ยังมิได้คิดเลยว่าจักไปที่ใดท่านผู้เฒ่ามิต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ดอกข้าแลไอ้จ๋อสามารถเอาตัวรอดกันได้ ถ้าผู้คนมิต้อนรับพวกเราพวกเราก็จักมิเข้าไปสร้างปัญหาให้กับพวกเขา แต่ถ้าพวกเขาคิดสร้างปัญหาให้กับพวกเราข้าก็มิขัดที่จะทำให้พวกนั้นรู้สาแกใจเช่นกัน”
กล้วยไม่ได้อวดดีคิดว่าตัวเองเก่งกาจ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะยอมใครที่เข้ามารังแกเขาเช่นกันดังนั้น คำแนะนำของเฒ่าหมานจึงไม่จำเป็นสำหรับเขาเลย.....
อ้า.....
“ถ้าเอ็งต้องการเยี่ยงนั้นข้าก็จักมิคัดความเอ็งแต่ก่อนที่เอ็งจักไป เอาสาโทพวกนี้ติดไม้ติดมือไปด้วยสิถือเสียว่าเป็นสินน้ำใจจากพวกเราก็แล้วกัน”
ว้าว!
กล้วยยิ้มและร้องอุทานออกมาทันทีที่เห็นไหสาโทหมักขนาดเล็กสามสี่ไหเพราะเขาเองก็รู้สึกติดใจสาโทของหมู่บ้านนี้แล้วเช่นกัน โดยเฉพาะไอ้จ๋อตันมันนี่เรียกได้ว่าเสพติดเลยแค่ได้กลิ่นน้ำลายมันก็ไหลออกมาเต็มปากไปหมดแล้ว.....
“เก็บน้ำลายเอ็งหน่อยไอ้จ๋อ! ครั้งนี้เอ็งอย่าได้คิดว่าข้าจักให้เอ็งดื่มจนขาดสติเยี่ยงนั้นอีกเลยเพราะถ้ามิใช่เอ็งนอนมิได้สติ ที่นี่ก็คงมิเกิดปัญหาขึ้นดอก!”
อ๊ะ!
“ข้า.......ข้า......ข้ามิผิดเสียหน่อยใครใช้ให้สาโทของที่นี่มันรสชาติดีกันเล่า!”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
ท่าทางของไอ้จ๋อในตอนนี้ทำให้ทุกคนที่เห็นพากันส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานกันในทันที.....
“เอาล่ะ! แม้ว่าพวกเราจักรู้จักกันได้มินานแต่ถือว่าได้รู้จักกันแล้ว หากมีโอกาสอีกก็ได้อย่าลืมแวะมาเยี่ยมเยือนพวกเราด้วยนะไอ้หนูกล้วย!”
“ใช่! ข้ายังมีเรื่องเล่าอีกมากเลยที่ยังเล่าไม่หมด”
“ครั้งหน้าถ้าเอ็งมาอีกข้าจักจัดสาโทชั้นเลิศให้กับเอ็งเลย!”
ขอบน้ำใจจ๊ะทุกคน!
“ข้าจักมิลืมทุกคนอย่างแน่นอน”