King - of - Element

    ตอนที่ 56


      “นายมัน!....หรือว่าจะเป็น..ราชันย์แดง!?” ราชันย์ปฐพี หรือราซาทถึงกับตกใจจนดวงตาเบิกโพลงทันทีที่รู้ตัวตนของชายตรงหน้าที่มาบุกรังของเขา “ไง ไม่เจอกันนานเลยนี่ ราซาท” ผมที่เห็นว่าราซาทจำได้ก็ทักทายอย่างเป็นมิตรกลับไป “ล-ลูกพี่......!!!” จู่ๆราซาทก็เปลี่ยนสรรพนามตัวผมโดยอัตโนมัติ เขากลายเป็นคนนอบน้อมผิดปกติราวกับเป็นคนละคนก่อนหน้านี้จนทำให้ยูชินถึงกับอดที่จะแปลกใจไม่ได้ “เดี๋ยวนี้ดูเป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนนี่” “ฮ่าๆ ไม่หรอกครับ ว่าแต่ไปไงมาไงลูกพี่ถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ครับเนี่ย แหะๆ” ราซาทพูดไปพลางเอามือลูบหัวไปด้วยท่าทางเงอะๆงะๆซึ่งผิดกับรูปลักษณ์ที่สูงใหญ่ดูดุดันของเขามาก “ก็มาทำการค้ากับนายไง แต่ดูเหมือนว่าการเจรจาจะล้มเหลวสินะ?” ผมไม่พูดเปล่าพลางหันหน้าไปมองยูชินที่พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าใช่ แต่พอหันกลับมาก็เห็นราซาทรีบบอกปฏิเสธเสียอย่างนั้น “ปะ เปล่าซะหน่อย ผมกำลังจะจัดการเลย......นี่นาย รีบเอาของออกมาสิ” ราซาทรีบวิ่งแจ้นไปหาพ่อค้าหนุ่มด้วยความรวดเร็วเพื่อปิดการค้าครั้งนี้ ทางด้านยูชินก็ตกใจที่เห็นราซาทพุ่งพรวดเข้าหาแบบนี้ แต่ด้วยไหวพริบที่มีทำให้ยูชินรีบเปิดหน้าต่างพ่อค้าเพื่อทำการปิดการขายครั้งนี้โดยเร็ว เงินจำนวนมหาศาลไหลเข้าช่องเก็บของของผมในทันทีที่พวกเขาตกลงกันได้ ซึ่งจำนวนเงินที่ได้มานี้ถูกหักค่าได้นายหน้าพ่อค้าไปเรียบร้อยแล้ว ผมที่เห็นจำนวนเงินเหล่านี้ก็พึงพอใจในระดับหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่ามีอยู่คนหนึ่งจะมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีมากนัก “เป็นอะไรไปราซาท สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนี่ หรือว่าจะไม่พอใจที่ฉันเชิดเงินนายไปตั้งมากมายแบบนี้?” “เปล่าครับเปล่า เมื่อก่อนลูกพี่ช่วยผมตั้งมากมายจนกระทั่งผมมาถึงจุดๆนี้ได้ก็เพราะมีลูกพี่ช่วย เงินแค่นั้นผมไม่คิดมากหรอกครับ” ราซาทพูดยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง เป็นดังที่เขาว่าเพราะเมื่อก่อนผมมักจะไปไหนมาไหนกับเขาอยู่บ่อยๆ ผมเองก็เห็นเขาเป็นเหมือนน้องชายในเกมนี้ เขาเองก็รัก และเคารพผมดั่งพี่ชายเช่นกัน แต่พอมาเจอกันอีกครั้งตอนนี้ผมรู้สึกว่าเขาแปลกๆไปอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้ไปเซ้าซี้อะไรมากนัก “งั้นหรอ....ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับนายหน่อยน่ะ มีที่ให้คุยกันรึเปล่า?” ผมถามอย่างนั้นไปเพราะว่าตอนนี้ผมได้ยินเสียงฝีเท้านับร้อยกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ คาดว่าคงเป็นลูกสมุนของราซาทเป็นแน่ ราซาทเองก็สัมผัสพวกนั้นได้จึงให้ผมไปรอห้องประชุมที่อยู่ด้านหลังบัลลังก์ทองก่อน ส่วนตัวเขาจะเป็นคนรับหน้าลูกน้องของตัวเองเอาไว้ พอเคลียร์อะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วจะตามไปทีหลัง ผมเดินเข้ามารออยู่ในห้องประชุมขนาดกลางๆดูคล้ายกับห้องลับยังไงยังนั้น พื้นผนังของห้องเป็นดินดานที่ถูกสลักด้วยรูปร่างของงานศิลปะต่างๆดูสวยงามน่ามอง ผมนั่งรอกับยูชินอยู่ในนั้นไม่นานราซาทก็เปิดห้องเข้ามาพร้อมกับไปนั่งลงที่หัวโต๊ะ ผมที่เห็นราซาทพร้อมแล้วก็เริ่มเปิดประเด็นคุยทันที “ราซาท นายรู้อะไรเกี่ยวกับชิ้นส่วนแห่งราชันย์บ้างรึเปล่า?” “หืม ชิ้นส่วนราชันย์งั้นหรอ ใช่อันนี้รึเปล่าลูกพี่” ราซาทไม่พูดเปล่าพลางใช้มือปัดหน้าต่างของไอเทมเอาของที่ว่านั้นออกมา ผมที่เห็นมันครั้งแรกก็รู้ทันทีว่ามันคืออันเดียวกันจึงขอยืมราซาทเพื่อมาดูใกล้ๆ ผมเห็นดังนั้นก็เอาชิ้นส่วนแห่งราชันย์ของตัวเองออกมาบ้าง พอเอาออกมาแล้วก็ทำการเปรียบเทียบไอเทมทั้งสองดูปรากฏว่ามันต่างกันแค่รอยแตกร้าวที่มีมันคนละแบบก็เท่านั้น พลิกไปพลิกมาซักพักจู่ๆไอเทมทั้งสองก็เกิดเรืองแสงสว่างขึ้นจนจ้าไปทั่วทั้งห้อง จากนั้นชิ้นส่วนทั้งสองก็ค่อยๆต่อกันตามรอยแยกนั้นพร้อมกับเสียงระบบที่ดังขึ้น ชิ้นส่วนแห่งราชันย์ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้วค่ะสถานะชิ้นส่วนแห่งราชันย์ 2/9 ชิ้น ผมที่ได้ยินเสียงของระบบแจ้งจนตกใจทำชิ้นส่วนแห่งราชันย์หลุดมือลงพื้นไป มันกลิ้งวนไปมาจนไปหยุดอยู่ที่เท้าของราชันย์ปฐพี ราซาทเห็นดังนั้นจึงก้มลงไปเก็บมันเอาขึ้นมาดูพลางครุ่นคิดอะไรอยู่ในใจ “อยากได้หรอ? เอาไปสิ” ผมพูดแบบนั้นกับราซาทไป ตัวผมเองก็ไม่ได้อยากได้สิ่งนี้มาอยู่ในมือนักหรอก แม้ว่ามันอาจจะทำให้ตัวผมแข็งแกร่งเหนือใครๆ แต่นั่นก็นำภัยมาให้ผมอยู่ตลอดเช่นเดียวกัน “ม-ไม่ดีกว่าครับ แหะๆ ผมว่าลูกพี่เหมาะสมกับสิ่งนี้มากกว่าผมซะอีก แค่นี้ผมก็เทพจนไม่รู้จะเทพยังไงละ ฮ่าๆ.....อะ รับไปครับ” ราซาทยื่นชิ้นส่วนแห่งราชันย์คืนมาให้ผม ผมเองก็รับมาแบบไม่คิดอะไร เพราะเขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ พยายามผลักดันทุกอย่างเพื่อให้ผมได้เป็นผู้เล่นที่สุดยอด ทั้งๆที่รู้ว่าผมไม่ได้ชอบอะไรแบบนั้นเลยแต่เขาก็ยังทำแบบนั้นให้ผมเสมอมา “นี่ ราซาท นายพอจะมีดันเจียนระดับสูงเก่าๆให้ฉันซักสองสามที่มั้ย?” ที่ผมหาดันเจียนระดับสูงเก่าๆ เพราะว่าดันเจียนตั้งแต่ระดับ SSS ลงมานั้นจะไม่หายไปหลังจากที่เคลียร์ได้แล้ว ดันเจียนเหล่านั้นจะสามารถลงกี่ครั้งก็ได้ แต่ไอเทมที่ได้คุณภาพจะน้อยลงตามจำนวนครั้งที่ลง แต่ผมไม่ได้สนใจไอเทมข้างใน ณ เวลานี้ผมต้องการฟาร์มระดับเพียงเท่านั้น “แหม่ๆ นี่ไถตังผมไปไม่พอ ยังจะขอดันเจียนผมอีกหรอเนี่ย ให้ตายเถอะ หึ” “ไม่ได้หรอ....!?” “ง่ะ ได้ครับผม เดี๋ยวผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับลูกพี่!” ราซาทรีบจัดการเปิดแผนที่ และรีบมอบพิกัดดันเจียนให้ผมทันทีหลังจากที่ได้ยินผมพูดซ้ำครั้งที่สอง สิ่งที่ราซาทให้ผมมานั้นคือพิกัดดันเจียนระดับ SSS ประมาณ 2 – 3 แห่งที่อยู่ในความครอบครองของกิลด์ราซาท เขาบอกว่าเมื่อไปถึงก็แค่บอกว่าราซาทส่งมา ถ้าไม่มีใครให้ผ่านก็ให้พวกนั้นโทรมายืนยันอีกทีก็เป็นอันจบเรื่อง เมื่อไม่มีอะไรแล้วผมจึงบอกลาราซาททันที และก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณเรื่องต่างๆที่เขาทำให้ผมในวันนี้ และก็ขอโทษเรื่องวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นด้วย แต่ก่อนที่จะออกจากห้องไปผมเหลือบไปเห็นสายตาของราซาทที่เหม่อลอยเปลี่ยนไปแปลกๆ ผมจึงพูดทิ้งท้ายไว้เล็กน้อย แล้วก็ออกไปจากที่นี่ทันที “นี่ จำเอาไว้นะราซาท ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นายก็ยังเป็นน้องรักของฉันเสมอนะ....” “ครับ!...........ลูกพี่…” ราซาทตื่นตกใจจากภวังค์ขานรับคำผม แต่คำพูดท้ายของเขานั้นแผ่วเบาจนผมแทบจะไม่ได้ยิน และลับหายไปจากสายตาเขาในที่สุด....ทันทีที่ผมออกมาจากพระราชวังดินของราซาทได้แล้วก็รีบไปหาที่ส่วนตัวเพื่อคุยกับยูชินเรื่องไอเทมที่ผมได้มาจากเคลียร์กิจกรรมเวฟหน้าเมื่อหลวงก่อนหน้านี้ โดยผมจะให้ไอเทมทั้งหมดที่หามาได้จำนวนมหาศาลกับยูชินเพื่อนำไปขายต่อ ผมไม่อยากเสียเวลาเพื่อขายเองเลยวานให้พ่อค้าหนุ่มช่วย เราทั้งสองตกลงส่วนแบ่งผ่านทางสัญญาพ่อค้าเหมือนเดิม ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง พอยูชินจากไปแล้วผมจึงเปิดหน้าต่างไอเทมขึ้นมาเพื่อเอาบัตรยืนยันตัวตนออกมา และจัดการวาปไปยังเกาะต้องห้ามลึกลับทันที วูบ.......ผมถูกวาปมาที่บัลลังก์ในปราสาทหรูดังเดิมโดยมีทรูกัสที่นั่งชันเข่าทำความเคารพอยู่ด้านหน้า พร้อมกับเหล่าทหารอันเดดนับสิบที่ถูกสร้างขึ้นมาก็ตั้งแถวทำความเคารพด้วยเช่นกัน ถ้าผมจำไม่ผิดพวกนี้คืออันเดดคลาส 7 ที่ผมสร้างเอาไว้ก่อนที่จะออกไปนั่นเอง ผมออกมานอกปราสาทพร้อมกับเปิดระบบผังเมืองเพื่อดูความคืบหน้าในการสร้างพร้อมกับหัวหน้าวิศวกรที่เดินอยู่ข้างๆผม สิ่งก่อสร้างที่สำคัญๆส่วนใหญ่นั้นเสร็จไปบ้างแล้ว ผมปัดผังเมืองไปมาเพื่อดูว่าจะสร้างอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง เพราะตอนนี้เงินเหรียญผมมีเยอะพอสมควร อย่างแรกที่ผมจะสร้างเพิ่มก็คือกองกำลังทหารของตัวเอง ผมเลือกไปที่หมวดหมู่การทหารแล้วจัดการสร้างสร้างอัดเดดสายต่อสู้คลาส 9 มาสองตัวเพื่อเอามาทำหน้าที่แทนทรูกัสในตอนที่ผมเรียกใช้งานจนเขาไม่มีเวลาคุมที่นี่ได้ต่อ ผมเสียเงินไปเกือบสองหมื่นล้านเหรียญเพื่อสร้างอันเดดสองตัวนี้ แต่สำหรับผมมันคุ้มเหลือเกินเพราะว่าอันเดดสองตัวนี้มีกำลังรบเป็นรองแค่ทรูกัสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังไม่หมดแค่นั้นผมจัดการสร้างอันเดดคลาส 8 อีกประมาณ 100 ตัว ในราคาเหมาประมาณหนึ่งหมื่นล้านเหรียญเช่นกัน ซึ่งในแต่ละตัวจะมีแนวทางการต่อสู้ที่แตกต่างกันคละสายกันไป แต่แค่นั้นมันก็ยังไม่พอต่อกำลังรบของผม ผมจัดการสร้างอัดเดดคลาส 7 อีก 1000 ตัว ในราคาเหมาอีกหนึ่งหมื่นล้านเหรียญ ไม่รู้เป็นเพราะอะไรจู่ๆผมก็เกิดบ้าในพลังอำนาจที่มีอยู่ชั่วขณะจึงสร้างสิ่งพวกนี้อย่างมันมือแบบนี้ -.- ผมสร้างเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อนเพราะเดี๋ยวงบที่พึ่งได้มานี้จะหมดเอา เมื่อสร้างทหารแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะสร้างที่อยู่ของทหารเช่นเดียวกัน แม้ว่าพวกมันจะเป็นอันเดด แต่ก็เป็นอันเดดประเภทที่มีรูปร่างสมบูรณ์แข็งแรงดีราวกับมนุษย์ปกติทั่วไป ผมก็จะปฏิบัติกับพวกเขาดังเช่นมนุษย์เช่นกันโดยการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆขึ้นมา เช่นที่พักบ้านเรือน ร้านอาหาร แหล่งที่ทำมาหากิน จุดรักษา บลาๆ เพื่อให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจะได้เพิ่มความภัคดีขึ้นไปอีก อีกทั้งพวกเขายังสามารถเพิ่มระดับของตัวเองได้อีกด้วยหากผ่านเงื่อนไขบางอย่างของระบบ ต่อไปผมตัดการสร้างจุดวาปขนาดใหญ่ขึ้นตรงกลางเมือง มันมีรูปร่างคล้ายกระจกทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่เพื่อเอาไว้ส่งทหารอันเดดออกไปสู้ข้างนอกได้ โดยจะมีแผ่นกระจกเล็กๆเป็นไอเทมไว้ให้ผมเพื่อเอาไปวางไว้ข้างนอกหากต้องการจะวาปพวกนี้ออกไป สิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำก่อนกลับไปคือสร้างกำแพงเอาไว้รอบๆเกาะแห่งนี้ เพราะตั้งแต่ผมออกไปก็มีระบบแจ้งเตือนมาเรื่อยๆถึงผู้บุกรุก แม้ว่าพวกมันจะไม่สามารถทำลายบาเรียเพื่อเข้ามาในนี้ได้ แต่ครั้งหน้าถ้าพวกนั้นบันทึกพิกัดไว้และกลับมาโจมตีอีกรอบหลังจากที่เตรียมตัวกันมาดีกว่าเดิมมันคงจะแย่แน่ๆ ผมจัดการสร้างกำแพงสูงกว่าสิบเมตรรอบเกาะ และสร้างกับดักชนิดต่างๆขึ้นมา อีกทั้งยังมีกลไกมากมายติดเอาไว้ตรงกำแพง รวมถึงบนพื้นข้างหน้ากำแพง หลังกำแพง และแน่นอนบริเวณชายหาดไปจนถึงทะเลใกล้ๆก็ไม่พ้น ตอนนี้ผมเหลือเงินไม่ถึงหนึ่งหมื่นล้านเหรียญด้วยซ้ำไปจากการสร้างทั้งหมดที่พูดมานี้ ผมตรวจดูความเรียบร้อยของทั้งหมดดูอีกรอบก่อนจะวาปกลับไปที่อาณาจักรปฐพีดังเดิม เมื่อผมกลับมาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อออกจากเมืองหลวงไปยังดันเจียนระดับ SSS ที่ราซาทได้ให้พิกัดเอาไว้ก่อนหน้านี้ทันที ใช้เวลาเพียงไม่นานผมก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ดันเจียนระดับ SSS แห่งนี้มีลักษณะคล้ายกับอุโมงค์ค์ลึกลงไปใต้ดิน ตรงบริเวณรอบอุโมงค์เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับไฮคลาสจำนวนไม่น้อยเลยที่เกาะกลุ่มกันเพื่อลงไปท้าท้ายดันเจียนแห่งนี้ ด้วยดันเจียนระดับนี้จะให้บทเรียน และสอนประสบการณ์ให้ผู้เล่นได้เรียนรู้อีกมากมายเลย พอผมเดินเข้าไปใกล้ทางเข้าก็เจอกับผู้เล่นจากกิลด์ของราซาทมาดักทางเอาไว้ ผมเห็นดังนั้นก็แค่ทำตามที่ราซาทบอกพวกเขาก็ให้ผมผ่านทางไปง่ายๆท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จ้องมาที่ผม ก็แหงล่ะ ใครที่ไหนจะบ้าลงดันเจียนระดับสูงแบบนี้แค่คนเดียวล่ะ เพราะปกติแล้วจะยกพวกกันไปเป็นร้อยเพื่อเคลียร์มัน แต่มีหรือที่ผมจะสนใจ ตาจ้องตรงไปข้างหน้า และเข้าวาปดันเจียนทันที วูบ.....
    ผู้เล่นกำลังเข้าสู่ดันเจียนระดับ SSS อุโมงค์ร้างหลายร้อยปี....ขอให้ผู้เล่นเตรียมพร้อมค่ะ  เมื่อเข้ามาถึงผมพลันกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อตรวจดูพื้นที่ ข้างในนี้เป็นถ้ำดินดูกว้างใหญ่ลึกไปสุดลูกหูลูกตาพร้อมกับทางแยกนับสิบๆทางให้เลือกเดิน ก่อนอื่นเลยที่ผมจะทำนั่นคือการดื่มโพชั่นเสริมต่างๆเพื่อบูสการฟาร์มของผมให้มากที่สุด และกลายเป็นขี้ยาในที่สุด........ “ไหนๆก็ไหนๆแล้วถือโอกาสลองของใหม่เลยล่ะกัน!” ไม่พูดเปล่าผมรีบหยิบกระจกวาปออกมา และวางเอาไว้ตรงหน้าของผม กระจกบานนั้นค่อยๆขยายขึ้นจนใหญ่กว่าตัวผมเกือบเท่าตัว ผมจัดการเรียกอันเดดคลาส 9 มาหนึ่งตัวก่อน คลาส 8 มา 50 ตัว เพื่อทดสอบพลังของพวกมันในการลงดันเจียนครั้งนี้ และไม่ลืมที่จะเรียกทรูกัสออกมาด้วยเพราะผมต้องแข่งกับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ตอนนี้กองกำลังอันเดดเกือบร้อยตัวกำลังตั้งแถวคุกเข่าทำความเคารพต่อหน้าผม จนผมทนไม่ไหวจึงจะสั่งให้พวกนั้นไปเตรียมตัวสู้แทนการทำอะไรแบบนี้เพราะผมก็เกร็งๆอยู่เหมือนกันก่อนที่จะนำทัพเดินบุกเข้าไปในดันเจียนพร้อมกับพูดเสียงเบาๆเพื่อเป็นสัญญาณเคลื่อนทัพ แต่ไม่รู้ว่าข้างหลังผมมันคึกอะไรก็ไม่ทราบถึงได้แสดงอาการแบบนั้นออกมา “ไปลุยกันเถอะพวกเรา...!!” “เห้..!!” “เห้..!!” “…” “ -.- ”....ณ มุมมืดแห่งหนึ่งในพระราชวังดินของเมืองหลวงในอาณาจักรปฐพีที่ซึ่งเป็นที่พำนักของราซาท ราชันย์ปฐพีคนปัจจุบัน ได้มีเงาของบุคคลหนึ่งกำลังพูดกับปลายสายด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีมากนัก “ไง ฉันได้ข่าวว่าไอ่ราชันย์แดงมันอยู่ที่อาณาจักรปฐพีใช่รึเปล่า” เสียงของปลายสายพูดกับเจ้าของสายในมุมมืด ก่อนที่คนในมุมมืดจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างอ่อนใจเล็กน้อย “เห้อ....แหล่งข่าวของทางนั้นไปไวจังนะ ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่รึไงว่าไม่เอาด้วยน่ะ ทำไมถึงยั-....” พูดไม่ทันจบก็โดนปลายสายพูดตัดเสียก่อนราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะพูดถึงเรื่องอะไร “เหอะ นายมีสิทธิ์เลือกด้วยงั้นหรอ ทำตามที่ฉันสั่งซะ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” “แต่ว่า-....” “หุบปาก! แต่ตอนนี้นายยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น รอคำสั่งต่อไปก่อน แล้วเดี๋ยวฉันจะส่งคนไปสมทบนายเอง เข้าใจ!?” “ครับ...พี่คริส..!” ....