Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 2 ตอนที่ 50 ภูเขาฉิงหยุน

           ทั้งสวนดอกไม้หมื่นดอกเงียบสงัด

           เวลานี้แผ่นดินตื่นขึ้น สรรพสิ่งกำเนิดขึ้นพลังชีวิตที่คึกคักยิ่งเจริญงอกงามเมื่ออยู่ภายใต้การหล่อเลี้ยงของสุดยอดฮวงจุ้ย

           ซูฮ่าวยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ ไม่โมโหแต่น่าเกรงขาม บริเวณรอบๆที่มีเขาเป็นศูนย์กลางเต็มไปด้วยพลังที่ดูหมิ่นทุกอย่างราวกับจักรพรรดิดูหมิ่นประชาชน

           “โอกาสเปลี่ยนแปลงฟ้าดิน ใช้กำลังสร้างสรรพสิ่งต้นไม้เหี่ยวเฉาพบฤดูใบไม้ผลิ บนก้อนหินออกดอก นี่ก็คือฉากที่มีแต่ในภาพยนตร์จึงจะปรากฏได้!” ผู้คนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ความรู้สึกที่หวาดกลัวไม่มีทางใช้ภาษามาบรรยายได้

           “นี่ต่างหากคือปรมาจารย์ฮวงจุ้ยที่แท้จริง!”ในสายตาของเหว่ยเหอตื่นตระหนก บนใบหน้ามีความเลื่อมใสอย่างที่ไม่มีทางปกปิดได้

           จนกระทั่งการปรากฏขึ้นของเหตุการณ์นี้ เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมหวางเฉิงเทียนถึงให้ความเคารพซูฮ่าวเช่นนั้น โดยเฉพาะลงมือตบตนเองโดยตรง

           อยู่ต่อหน้าเทพเจ้าระดับนี้ ถึงคือตระกูลมู่หรง ก็ต้องยกให้เป็นแขกวีไอพีและให้ความเคารพ?

           “สมกับเป็นคุณซู การกระทำเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับเทพเจ้ามาเยือนโลก”สายตาของหวางเฉิงเทียนเผยอาการหวาดกลัวและเผยความเลื่อมใสที่เข้มข้นจากก้นบึ้งของหัวใจ

           ออกคำสั่งสรรพสิ่งทางธรรมชาติ ทำให้การเน่าเสียเป็นความมหัศจรรย์กำลังเช่นนี้ ก็พูดได้ว่าอยู่เหนือมนุษย์ ใช้คำว่าเทพเซียนมาบรรยายก็ล้วนไม่เกินไป

           ซ่งโชงหายใจแรง ดวงตาหดลง

           เขาคิดไม่ถึงว่า ผู้ชายที่อายุแค่ยี่สิบต้นๆ คนหนึ่งจะมีพลังที่น่าอัศจรรย์อย่างนี้

           หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตรงหน้า เขาก็จะไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น

           อู๋เต๋อเย่จ้องซูฮ่าวอย่างตัวสั่น ดวงตาทั้งคู่มีความเลื่อมใสอย่างรุนแรงในที่สุดก็ส่ายหน้า และโค้งตัวฝืนยิ้ม “เดิมทีคุณซูก็เข้าสู่ขอบเขตฟ้าคนรวมกันเป็นหนึ่งได้อย่างตามใจชอบแล้วผมตาไม่มีแวว คิดไม่ถึงว่าจะแยกแยะปรมาจารย์ฮวงจุ้ยสุดยอดอย่างคุณไม่ออกมีตาแต่ไม่มีแววจริงๆ ความคิดความอ่านดูโง่เขลา!”

           คำพูดนี้ของเขาพูดออกมา ทำให้ผู้คนยิ่งตื่นตระหนกแม้แต่อู๋เต๋อเย่ยังเผยความรู้สึกเลื่อมใสซูฮ่าวระดับนี้ซึ่งก็เห็นได้ว่าความสำเร็จด้านฮวงจุ้ยของซูฮ่าวบรรลุถึงขั้นที่น่ากลัวระดับไหนแล้ว

           มีคนคนหนึ่งถอนตัวออกจากอาการตื่นตระหนก และถามอย่างแปลกใจว่า “อาจารย์อู๋ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่งที่คุณพูดหมายความว่าอย่างไร?”

           “เอกภพแน่นอนว่าคือผืนดิน คนคือฟ้าดินเล็กๆ คนกับธรรมชาติมีใจเดียวกันจึงเรียกว่าฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง คนที่บรรลุถึงขอบเขตนี้สามารถอาศัยพลังของฟ้าดินเปลี่ยนแปลงอาณาเขตเฉพาะส่วนได้ ระหว่างที่เคลื่อนไหวก็เรียกลมเรียกฝนได้ สาดถั่วเป็นทหาร” อู๋เต๋อเย่พูดพลางถอนหายใจ

           “น่าเสียดาย ตามด้วยการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ปัจจัยยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆทำให้คนกลมกลืนกับธรรมชาติได้ยากมากก็คือไม่มีทางบรรลุถึงขอบเขตของฟ้าคนรวมเป็นหนึ่งได้ ผมอุทิศให้กับสายฮวงจุ้ยมาสี่สิบกว่าปีแม้แต่ธรณีประตูของขอบเขตฟ้าคนรวมเป็นหนึ่งก็ล้วนแตะไม่ถึง”

           “เล่ากันว่าทั้งหัวเซี่ย ก็มีแค่ไม่กี่คนที่บรรลุถึงขอบเขตนี้คนพวกนี้ล้วนคือคนแห่งเทพสวรรค์ เดินไปที่ไหน ก็ล้วนมีผู้คนมากมายเลื่อมใสและยกให้เป็นเทพเจ้า”

           เขายิ่งพูดก็ยิ่งเลื่อมใส ผู้คนโดยรอบก็สูดหายใจเข้าทั้งหมด

           ทั้งหัวเซี่ยมีคนแค่ไม่กี่คนที่บรรลุถึงขอบเขตฟ้าคนรวมเป็นหนึ่งอัตราที่น้อยเช่นนี้ คิดไม่ถึงว่าจะถูกพวกเขาพบเห็น ก็คาดคิดไม่ถึงจริงๆ

           อู๋เต๋อเย่มองซูฮ่าวด้วยสายตาที่เลื่อมใส และถามหยั่งเชิงว่า“คุณไม่ใช่แค่ขอบเขตล้ำลึก แม้แต่การประกบอินเสกคาถาก็สุดยอด โดยเฉพาะผมมองกระบวนการที่คุณซูเสกคาถาได้ไม่ชัดหรือว่าคุณซูเข้าใจวิธีการสุดยอดของสายฮวงจุ้ยแล้ว แค่พูดก็สำแดงแค่คิดก็ตั้งค่ายกล?”

           “ไม่ผิด!” ซูฮ่าวพยักหน้าแล้ว

           อู๋เต๋อเย่ดวงตาหดลง และทำมือคารวะพลางฝืนยิ้ม “ผมยอมแล้ว!”

           เหว่ยเหอที่อยู่ข้างๆ ถามอย่างแปลกใจว่า “คุณซู แค่พูดก็สำแดง? แค่คิดก็ตั้งค่ายกล หมายความว่าอย่างไร?”

           “แค่พูดก็สำแดง คือท่องอยู่ในใจก็สำแดงวิชาฮวงจุ้ยได้ แค่คิดก็ตั้งค่ายกล ก็คือแค่คิดก็สามารถตั้งค่ายกลฮวงจุ้ยได้”ซูฮ่าวเอามือทั้งคู่ไขว้หลัง และพูดอธิบายอย่างเฉยเมย

           “ซี้ด!”

           คำพูดเมื่อพูดออกมา เหว่ยเหออึ้งไปเลยทีเดียว ผู้คนที่อยู่ข้างๆ จ้องตาถลนและลิ้นแข็งจนพูดไม่ออก

           ไม่พูดก็สำแดงได้!

           แค่คิดก็ตั้งค่ายกลได้!

           นี่คือเรื่องที่มนุษย์ทำได้จริงๆ หรือ?

           ผู้คนไม่กล้าเชื่อแต่ดอกไม้ที่เบ่งบานในสวนดอกไม้หมื่นดอกนั้นกลับแสดงออกชัดเจนว่าซูฮ่าวมีความสามารถนี้จริงๆ

           นี่คือความสามารถที่เหมือนดั่งเวทมนตร์ หากใช้ในด้านเทคโนโลยีเกรงว่าต้องเพิ่มการตกแต่ง ก็จะได้รับรางวัลโนเบลจนกระทั่งกลายเป็นอาวุธมีคมที่ปราบศัตรูเพื่อประเทศชาติ

           แค่ฉับพลันความเลื่อมใสที่ทุกคนมีต่อซูฮ่าวราวกับน้ำในแม่น้ำที่ทอดยาวไม่หยุด ราวกับแม่น้ำฮวงโหเอ่อล้นจนหยุดไม่ได้

           “อันดับแรกคิดไม่ถึงว่าผมยังล่วงเกินคุณซู เนื่องด้วยวิ่งห้าสิบก้าวหัวเราะเยาะร้อยก้าว1 ตอนนี้คิดๆ ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำในร่องกับมหาสมุทรน้ำแข็งไม่รู้จักฟ้าสูงดินต่ำจริงๆ ” อู๋เต๋อเย่หัวเราะเยาะตนเองอย่างขมขื่นมาก

           ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง หรือแค่พูดก็สำแดงแค่คิดก็ตั้งค่ายกล นี่ก็ล้วนคือระดับสูงที่ทั้งชีวิตเขาก็ล้วนแตะไม่ถึง

           ในขณะเดียวกันนี่ก็คือการใฝ่หาและแสวงหาทั้งชีวิตของปรมาจารย์ฮวงจุ้ยส่วนใหญ่

           ซูฮ่าวอายุแค่ยี่สิบปี กลับยืนอยู่บนความสูงที่ทั้งชีวิตเขาก็ล้วนแตะไม่ถึงแล้ว

           คนเรามองแต่ภายนอกไม่ได้ น้ำทะเลตวงวัดไม่ได้จริงๆเหนือแม่น้ำก็ยังมีแม่น้ำ เหนือภูเขาก็ยังมีภูเขาสูงอีก

           การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าทุกคนถูกซูฮ่าวเห็นหมดแล้วสำหรับเรื่องนี้เขากลับไม่พูดมาก แค่ถอนหายใจ

           สำหรับคนธรรมดาทั่วไปแล้วความสามารถนี้ของเขาก็ไม่ต่างอะไรจากการกระทำของเซียน แต่สำหรับผู้บำเพ็ญตนความสามารถนี้ของเขาก็แค่ชั่วคราว ไม่พอที่จะแปลกใจ

           ดั่งคำที่ว่ายืนยิ่งสูง การมองก็ยิ่งไกล

           แค่กำลังแข็งแกร่งขึ้น ก็จะไม่เห็นทุกอย่างอยู่ในสายตาได้

           “ปัญหาของสวนดอกไม้หมื่นดอกคือคุณซูแก้ไขเช่นนั้นพวกผมก็ไม่รบกวนทุกท่านอยู่ที่นี่แล้ว”ซ่งโชงมองอู๋เต๋อเย่แสดงอาการเลื่อมใสซูฮ่าวอย่างไม่หยุด และรู้สึกว่าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเขามองซูฮ่าวอย่างลึกๆ และเดินออกจากสวนดอกไม้หมื่นดอกไปพร้อมกับลูกน้องกลุ่มหนึ่งโดยตรง

           เดิมทีอู๋เต๋อเย่อยากอยู่คุยกับซูฮ่าวสักหน่อยแต่เห็นท่าทางที่ตรงไปตรงมาของซ่งโชงแล้ว เขาก็ไม่กล้าอยู่ที่นี่ทำได้แค่ลบความคิดนี้ และเดินตามหลังซ่งโชงออกไปจากสวนดอกไม้หมื่นดอก

           พวกซ่งโชงออกไปแล้ว เหว่ยเหอก็รีบมาโค้งตัวให้ซูฮ่าว “ขอบคุณคุณซูที่ช่วยสวนดอกไม้หมื่นดอกที่กำลังแย่ผมขอเป็นตัวแทนของทุกคนในเขตหลินไห่แสดงความขอบคุณคุณซูอย่างจริงใจ”

           คนอื่นเห็นอย่างนี้แล้วก็ทำมือคารวะอย่างตื่นเต้นในคำพูดได้เผยความเลื่อมใสต่อซูฮ่าวแล้ว

           ซูฮ่าวโบกมือ “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ผมก็ไม่ได้ช่วยพวกคุณฟรีๆ ”

           “คุณซูวางใจ สองพันล้านนั้นผมจะโอนเข้าบัญชีของคุณภายในวันนี้”หวางเฉิงเทียนที่อยู่ข้างๆ รีบปริปาก

           ซูฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อย แต่เหมือนจะคิดอะไรออกแล้วเขาชี้ภูเขาที่อยู่ตรงชานเมืองเขตหลินไห่ลูกหนึ่งพลางพูดว่า “สองพันล้าน ซื้อวิลลาที่อยู่บนภูเขาลูกนั้นได้ไหม?”

           หวางเฉิงเทียนตะลึงงัน และมองตามการชี้ของซูฮ่าว สีหน้าของเขาแปลกประหลาด

           “คุณซู วิลลานั้นคือธุรกิจของผม หากคุณต้องการ ผมก็มอบให้คุณได้ แต่วิลลาแห่งนั้นคือสิ่งที่ไม่เป็นสิริมงคลคุณแน่ใจหรือว่าจะเอา?”

           “สิ่งที่ไม่เป็นสิริมงคล?” ซูฮ่าวหรี่ตา และถามกลับไปว่า“ทำไมไม่เป็นสิริมงคล?”

           “ภูเขาลูกนั้นชื่อภูเขาฉิงหยุน เมื่อหลายปีก่อนเพราะเปิดจุดชมวิวดังนั้นหลายๆ คนล้วนไปปีนเขา ดังนั้นผมก็เลยสร้างวิลลาพักร้อนอยู่บนภูเขาฉิงหยุนหนึ่งหลังสนับสนุนให้ผู้คนมานันทนาการ และหากำไร” หวางเฉิงเทียนพูดอธิบาย

           “ตอนแรก วิลลาไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีปัจจัยดี โดยเฉพาะตั้งอยู่ที่จุดชมวิวธุรกิจดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผมยังมีความคิดที่จะขยายขอบเขตของวิลลาแต่ตอนเย็นวันหนึ่ง นักท่องเที่ยวคนหนึ่งไม่รู้ว่าทำไมคิดไม่ถึงว่าจะฆ่าตัวตายในห้องตอนกลางดึก ใช้มีดผ่าเส้นเลือดทั้งตัวของตนเองปล่อยให้เลือดไหล ตอนที่พบว่าเขาตาย ตัวเขาก็แห้งหมดแล้วสภาพการตายน่าสะอิดสะเอียนมาก”

           “ตอนแรกทุกคนยังคิดว่าเพราะเขาเป็นโรคซึมเศร้าทนความทุกข์ไม่ไหวก็เลยฆ่าตัวตาย ดังนั้นจึงไม่ค่อยใส่ใจแค่แจ้งความให้ตำรวจมาจัดการ แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ตั้งแต่นั้นมาทุกสองสามวันที่วิลลาจะมีคนฆ่าตัวตาย สภาพการตายเหมือนกับนักท่องเที่ยวคนก่อนทุกคนล้วนเริ่มเข้าใจว่าเรื่องราวมีความแปลก จึงกังวลขึ้นมา”

           “คนรับผิดชอบของจุดชมวิวเคยเชิญนักพรตที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งมาขับไล่สิ่งชั่วร้ายก็ไม่รู้ว่าเขามีความสามารถจริงๆ หรือบังเอิญ ในช่วงครึ่งเดือนหลังจากที่เขามาก็ไม่ปรากฏคนฆ่าตัวตายอีก ผู้คนก็ค่อยๆ ลืมเรื่องคนฆ่าตัวตายแล้ว”

           “แต่ใครจะรู้ว่า เรื่องคนฆ่าตัวตายที่แปลกประหลาดกลับไม่สิ้นสุดลงครึ่งปีมานี้วิลลาเริ่มปรากฏไอดำอย่างรำไร นักท่องเที่ยวที่ถูกไอดำพัวพันหลังจากกลับไปก็เปลี่ยนไปมาก และฆ่าตัวตายจนทำให้ทุกคนล้วนไม่กล้ามาชมจุดชมวิวภูเขาฉิงหยุนอีก โดยเฉพาะมีบางคนยังฟ้องคนรับผิดชอบของจุดชมวิวภูเขาฉิงหยุนชดใช้เงินไปไม่น้อย”

           “ติดที่ความกดดันของผู้คน โดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัยผมทำได้แค่ปิดจุดชมวิวภูเขาฉิงหยุน และปิดวิลลา ไม่ให้คนขึ้นไปพักอีก”

           ซูฮ่าวฟังอย่างนี้แล้วก็ขมวดคิ้ว

           หลังจากที่ใช้การ์ดขี้อวดด้านฮวงจุ้ยแล้วเขามีกำลังด้านฮวงจุ้ยระดับสุดยอด ตอนที่เข้าสู่ขอบเขตฟ้าคนรวมเป็นหนึ่งก็รู้สึกถึงความไม่ธรรมดาของภูเขาฉิงหยุนทันที 

           รูปลักษณ์ภายนอกของภูเขาฉิงหยุนลูกนี้เหมือนมังกร รวมลักษณะแห่งมังกรบ้วนและกลืนโดยรอบ ยึดครองโชคลาภมังกรของทั้งเขตหลินไห่มากกว่าครึ่งคือที่ตั้งลมปราณมังกรของเขตหลินไห่

           โชคชะตาของทุกสรรพสิ่ง รวมถึงคน แค่อยู่ในส่วนลึกของเขตหลินไห่ก็ล้วนต้องแบ่งไปสนับสนุนภูเขาฉิงหยุนหนึ่งส่วน

           หากอยู่ในวิลลาบนภูเขาฉิงหยุน ก็จะได้รับดวงการเงินแปดส่วนบวกกับพลังด้านดี ช่วยเพิ่มพลังอำนาจ ยิ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นกลายเป็นผู้ที่มีโชคดีมาก

           สถานที่ล้ำค่าอย่างนี้ ไม่น่าจะปรากฏไอดำที่ว่าล้อมรอบคนทำให้เปลี่ยนไปมากและฆ่าตัวตายได้

           เขาเงียบไปสักพัก ก็ตัดสินใจพูดกับหวางเฉิงเทียนว่า“เปิดทางที่ไปภูเขาฉิงหยุน ผมจะไปที่วิลลาสักหน่อย”

           “ไม่ได้เด็ดขาดครับ วิลลาแห่งนั้นแปลกประหลาดอย่างที่สุดหากคุณเป็นอะไรเพราะเข้าไปในวิลลา ผมก็จะคือคนที่ผิดมหันต์”หวางเฉิงเทียนได้ยินแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปมาก

           ซูฮ่าวคือแขกวีไอพีของตระกูลมู่หรง หากเป็นอะไรเพราะเรื่องนี้หลังจากจบเรื่องตระกูลมู่หรงคงจะสับตนเองออกเป็นชิ้นๆ

           “เรื่องนี้คือผมต้องการ คุณไม่ต้องรับผิดชอบ”

           หวางเฉิงเทียนสำลักคำพูด และลังเลสักครู่ ในที่สุดยังคงพยักหน้าแล้ว

           “ในเมื่อคุณซูตัดสินใจจะขึ้นเขา เช่นนั้นผมก็จะไปกับคุณ”

           เขาพูดจบแล้วก็ให้พวกเหว่ยเหอไปจัดการเรื่องของสวนดอกไม้หมื่นดอกต่อมาก็สั่งให้คนเปิดทางเดินรถที่เชื่อมต่อกับภูเขาฉิงหยุนหลังจากนั้นก็ขับรถพาซูฮ่าวไปยังยอดเขาฉิงหยุน

     

    1วิ่งห้าสิบก้าวหัวเราะเยาะร้อยก้าวคือ ตำหนิความผิดของคนอื่น ทั้งๆ ที่ตนเองก็มีความผิดเหมือนกัน

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน