บทที่37 ภูมิปฏิภาณอันล้ำเลิศ
ปู้ชิงเถาเห็นเช่นนั้นก็ได้คิดและบังเกิดความยินดีใครจะคิดว่าความหวังอันริบหรี่แท้จริงกลับอยู่บนตัวของน้องร่วมสาบานตน มันกลับมีกระบวนเคล็ดวิชาสุดท้ายที่ตนตามหาอยู่
ปู้ชิงเถาไม่มีเวลากล่าวถามว่ามันได้เคล็ดวิชาสุดท้ายนี้มาได้อย่างไรสมาธิเพียงจดจ่ออยู่กับการถ่ายทอดของฮุ่ยจวินเท่านั้น ซึ่งฮุ่ยจวินก็อาศัยจังหวะที่ตงฟานเข้าพัวพันในการหลบหลีกไปพลางแลถ่ายทอดเคล็ดวิชาไปพลางตงฟานจึงบังเกิดโทสะอย่างยิ่งยวดที่มันถูกมุสิกเหล่านี้ล่อหลอกได้
“ตัวบัดซบข้าจะให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย!”
ด้วยตงฟานมันเป็นเจ้าของแห่งต้นตำหรับวิชากระบวนท่าเหยียบม่านเมฆาของมันจึงวูบไหวราวหมอกมายายิ่งกว่าฮุ่ยจวิน มันจึงรู้ว่าจังหวะต่อไปของชายหนุ่มจะไปปรากฏยังทิศทางใดบุรุษชราแสยะยิ้มและวาดกระบี่ใบหนาออกไปในทันที การโจมตีนี้อย่างไรก็ไม่ผิดพลาด การล่วงรู้ในเคล็ดการเคลื่อนไหวของท่าเท้าเหยียบม่านเมฆาเองก็ไม่ผิดพลาดตามเคล็ดกระบวนวิชาฮุ่ยจวินจะต้องหมุนตัวพริ้วกายมาฝั่งซ้าย มันจึงตวัดฟันกระบี่ออกทางซ้ายเพื่อดักรอทว่าฮุ่ยจวินแม้พลังยุทธ์ของมันจะไม่เทียบเท่าปู้ชิงเถาหรือตงฟาน แต่ด้านความหลักแหลมในปัญญากลับเป็นเลิศตลอดมามันไม่เพียงวิเคราะห์ถึงการใช้ออกในเคล็ดวิชาแต่อย่างเดียว มันยังมองถึงจุดบอดของวิชาและคิดดัดแปลงกระบวนการเคลื่อนไหวบางอย่างเพื่อกลบลบจุดบอด และสร้างจุดได้เปรียบบนจุดบอดร่วมด้วยกระบวนเคล็ดวิชาที่มันใช้ออกเพื่อหลบหลีกและถ่ายทอดต่อปู้ชิงเถานี้จึงเต็มไปด้วยหลักการแลกฎเกณฑ์แห่งวิถีเดิมพร้อมทั้งสอดแทรกแนวทางรวมถึงกระบวนวิถีใหม่ที่พลิกแพลงยากคาดเดาเพิ่มขึ้น การตวัดฟันกระบี่ของตงฟานจึงผิดพลาดสร้างความแตกตื่นให้แก่บุรุษชราเองทั้งแนวทางใหม่นี้ยังส่งเสริมให้เคล็ดวิชาท่องไพศาลของปู้ชิงเถาสมบูรณ์ขึ้น!
ปู้ชิงเถามีพื้นฐานการเดินลมปราณและการฝึกในเคล็ดวิชาท่องไพศาลมาแล้วหกกระบวนท่าเช่นนั้นการฝึกอีกหนึ่งกระบวนท่าจึงมิได้ยุ่งยากเท่าใดนัก เพียงมันได้รับการถ่ายทอดถึงหลักการสำคัญมามันก็สามารถประติดประต่อใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่เจ็ด เหยียบม่านเมฆาได้ในทันที
เมื่อมันเหยียบม่านเมฆาได้เคล็ดวิชาท่องไพศาลก็สมบูรณ์ ความปราดเปรียวในการเคลื่อนที่ ความวูบไหวพริ้วแผ่วของการใช้พลังก็แยบคายกว่าจากเดิมอย่างเทียบไม่ติดส่งให้มันพริ้วกายสอดแทรกระหว่างการจู่โจมของตงฟานได้ และที่สำคัญกระบวนเคล็ดวิชาที่ถูกดัดแปลงให้กลบลบจุดอ่อนและสร้างจุดแข็งโดยฮุ่ยจวินนี้ก็ช่วยให้ปู้ชิงเถามีเปรียบเหนือตงฟานทันใด
ตงฟานเบิกตาโพรงเมื่อได้เห็นความเปลี่ยนแปลงกระทันหันนี้
“เป็นไปได้อย่างไร"
มันไม่ได้ตกใจที่ปู้ชิงเถาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมและสามารถรับมือกับต้นตำหรับวิชาในชั่วพริบตาแต่มันตกใจที่ฮุ่ยจวินซึ่งดูไม่มีพิษสงอันใดผู้นั้นกลับศึกษาในเคล็ดวิชาของมันจนสามารถมองถึงจุดอ่อนและปรับปรุงจนกลายเป็นจุดแข็งสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ในชั่วพริบตาต่างหาก!
“เด็กหนุ่มผู้นี้มันมีภูมิปฏิภาณด้านการต่อสู้ถึงขั้นใดกันแน่!"
ตงฟานครุ่นคิดอย่างตื่นตระหนกและที่ทำให้มันเริ่มตื่นตระหนกยิ่งกว่าก็คือเคล็ดวิชาท่องไพศาลของปู้ชิงเถาเริ่มสำแดงอานุภาพที่ทั้งพลิกแพลงดังเมฆหมอกล่อหลอกราวมายา แข็งแกร่งดั่งธารธาราที่สาดซัด หนักหน่วงยิ่งกว่าห้วงมหรรณพถาโถม ยิ่งได้สู้กระบวนวิชายิ่งมุ่งเข้าหาแต่จุดอ่อนของมันโดยเฉพาะเวลาที่ฮุ่ยจวินชี้จุดในการลงมือบอกกล่าวล่วงหน้าถึงการเคลื่อนไหวของตน นี่ยิ่งเป็นการตัดช่องทางการหลบหนีและการลงมือของตนทั้งหมด!
ตงฟานรู้แล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือภูมิปฏิภาณของบุรุษหนุ่มผู้นั้นมันจึงไม่คิดฉายเดี่ยวอีกต่อไป รีบหันไปกล่าวกับเจียฝานทันใด
“ท่านหัวหน้าหากไม่รีบสังหารมัน พวกเราได้ย่ำแย่แน่"
เป็นครั้งแรกที่ตงฟานออกปากขอความช่วยเหลือเจียฝานที่ไม่เห็นฮุ่ยจวินในสายตาแต่แรกก็พลอยจ้องมองบุรุษหนุ่มผู้นี้ใหม่ ตำแหน่งการชี้เป้าทุกครั้งที่มันออกปากบอกปู้ชิงเถา ล้วนเป็นจุดที่มีเปรียบและสามารถชิงเอาชัยตงฟานลูกน้องของมันทั้งสิ้นเช่นนั้นมันจึงไม่รอช้า มีดสั้นในมือถูกโยนสลับไปมา และเพียงชั่วพริบตามีดเล่มดังกล่าวก็พุ่งละลิ่วตัดฝ่าอากาศเข้าหาฮุ่ยจวินโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหัวหน้าโจรผู้นี้มันซัดมีดออกตอนไหน
หนึ่งการลงมือของเจียฝานมิบอกกล่าวล่วงหน้ามันอยากลงมือตอนไหนก็ลงมือ ไม่ว่าศัตรูจะรู้ตัวหรือไม่ มันไม่สนเกียรติในการสู้ ขอแค่มันชนะแลปลิดชีพศัตรูได้ก็พอจะด้วยวิธีใดมันก็ไม่สน นี่ก็คือความอำมหิตแลไร้ความปราณีของมัน
มีดสั้นเล่มนี้พุ่งบินราวกับเกาทันฑ์หลุดจากแหล่งความเร็วของมันแทบจะมองไม่เห็นแม้แต่เงา ทว่าแม้ความเร็วจะมากมายเพียงไหน แต่เสียงที่เกิดขึ้นมิอาจกลบลบไปได้จริงอยู่ตามหลักเกณฑ์แล้วแสงจะมาก่อนเสียง มีดบินก็ยอมมาเร็วกว่าเสียงหวีดหวิวกรีดลากบนอากาศเสียงยังคงดังอยู่ที่ปลายมือของเจียฝาน ทว่าตัวมีดได้บรรลุถึงกลางอกของฮุ่ยจวินแล้ว
ยังดีที่ฮุ่ยจวินมีปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่ออันตรายรวดเร็วกว่าคนทั่วไปและส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมันมีความรู้ในเรื่องหลักเกณฑ์ของการเดินทางผ่านห้วงอากาศ แสงย่อมมาก่อนเสียงฉะนั้นแม้เสียงจะยังอยู่ที่ปลายนิ้วของศัตรู มันก็คาดเดาไว้แล้วว่าวัตถุต้องบรรลุถึงตัวก่อนเช่นนั้นเพียงได้ยินเสียงหวีดหวิวขึ้นแวบเดียว มันก็กระโดดม้วนตัวออกจากตำแหน่งเดิมทันที
ฉีก!
มีดสั้นของเจียฝานปักตรึงลงกลางลานดินส่วนร่างของฮุ่ยจวินได้ถลาตัวหลบไปแล้ว ส่งผลให้เจียฝานต้องเบิกตาขึ้นด้วยความแตกตื่นในภูมิปฏิภาณของมันเช่นเดียวกับตงฟาน
คนที่น่ากลัวเช่นนี้จะปล่อยเอาไว้มิได้!
เจียฝานกระโดดร่วมวงการต่อสู้ฮุ่ยจวินก็ยิ่งเร่งเร้าบอกกล่าวในตำแหน่งจุดอ่อนของตงฟาน อันดับแรกต้องจัดการตงฟานก่อนเพราะหากพวกมันร่วมมือกันสู้ สุดท้ายจะเป็นฝ่ายตนที่เพลี่ยงพล้ำ
ฮุ่ยจวินบอกตำแหน่งจุดอ่อนของตงฟานบีบให้ตงฟานเป็นฝ่ายที่ถูกรุกไล่ แต่เพราะเช่นนั้น เพราะได้ยินเสียงที่ฮุ่ยจวินบอกกล่าวตงฟานมันจึงสามารถหันกระบี่ไปปัดป้องได้เช่นเดียวกัน จริงอยู่ที่จุดเหล่านั้น รวมถึงกระบวนท่าที่เคลื่อนไหวเหล่านั้นจะเป็นจุดอ่อนของมันแต่เมื่อเสียงของฮุ่ยจวินกล่าวบอกปู้ชิงเถาเช่นนี้ ก็ทำให้จุดอ่อนเหล่านั้นได้ถูกป้องกันอย่างดียิ่ง
ปู้ชิงเถาไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮุ่ยจวินถึงยังบอกจุดโจมตีอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ทั้งที่ยิ่งบอกฝ่ายตรงข้ามก็ยิ่งรับมือกับการโจมตีได้ ฮุ่ยจวินแม้ถูกเจียฝานไล่พัวพันแต่มันก็ยังวิ่งวนล่อหลอกทั่วกองโจร ซ้ำยังตะโกนบอกจุดอ่อนให้ปู้ชิงเถาโจมตีอยู่อย่างนั้นและตงฟานก็ยังคงปัดป้องได้อยู่เช่นเดิม ผลแพ้ชนะจึงยังไม่ปรากฏ
ตงฟานกระหยิ่มยิ้มย่องนึกเยาะเย้ยขึ้นในใจ
“แม้เจ้าหลักแหลมในการมองวิชาแต่ทว่ายังโง่งมที่ตะโกนบอกล่วงหน้าเช่นนี้”
ปู้ชิงเถายังคงสู้ไปพลางงุนงงไปพลางเหตุใดจนถึงขนาดนี้แล้วน้องร่วมสาบานมันยังคงออกปากแจ้งจุดอ่อนอยู่ได้ แล้วเหตุใดมันถึงต้องทำตามที่ฮุ่ยจวินบอกอยู่ร่ำไปพอนึกถึงข้อเท็จจริงนี้ขึ้นมา มันก็เบิกตาครุ่นคิดขึ้น
“ทำตาม…น้องข้าเจ้าฉลาดมาก"
ในที่สุดปู้ชิงเถาก็เข้าใจในสิ่งที่ฮุ่ยจวินต้องการจะสื่อจุดอ่อนที่ฮุ่ยจวินบอกกล่าวแน่นอนว่านั่นคือจุดอ่อนจริงๆ ของกระบวนเคล็ดวิชาที่ตงฟานใช้ออกและเพราะเป็นจุดอ่อนอันแท้จริงตงฟานมันจึงได้ยกกระบี่ไปปัดป้องยังตำแหน่งที่ฮุ่ยจวินกล่าวออกมาทั้งสิ้นซึ่งฮุ่ยจวินก็ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะจุดอ่อนที่เป็นจุดอ่อนที่สุด คือจุดที่ไร้การป้องกันจุดที่มันบอกกล่าวคือจุดอ่อนที่ล่อหลอกให้ตงฟานไปปกป้อง มิใช่จุดที่มันต้องการให้ปู้ชิงเถาโจมตี
ปู้ชิงเถาจะโจมตีจุดใดก็ได้แต่ต้องไม่ใช่จุดที่ฮุ่ยจวินบอก!
เห็นแววตาของปู้ชิงเถาทอแวววาวโรจน์ฮุ่ยจวินก็ทราบทันทีว่าพี่ร่วมสาบานของตนผู้นี้มันเข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของตนแล้วชายหนุ่มจึงตะโกนออกไปสุดเสียง
“ต้นขาขวา"
ตงฟานก็แสยะยิ้มพร้อมวาดกระบี่ไปดักรอที่ต้นขาขวาแล้วคิดในใจ
“เจ้าโง่"
ทว่ารอยยิ้มของมันเป็นต้องขาดห้วงเพราะบริเวณต้นขาขวาหาได้มีคมดาบพุ่งมาไม่ วิถีของดาบกลับฟันลงที่ต้นคอของมันต่างหาก!
ไม่มีผู้ใดคาดคิดแม้แต่ตัวของตงฟานเองก็ไม่คาดคิด กว่าที่มันจะวกกระบี่คืนกลับมาต้านรับ คมดาบหัวตัดก็สะบั้นคอปลิดชีพของมันไปแล้ว!
โจรทุกผู้ตะลึงลานยอดฝีมือในกลุ่มของพวกมันกลับถูกปลิดชีพในชั่วพริบตา มีเพียงฮุ่ยจวินที่ไม่รู้สึกแปลกใจอันใดเพราะตั้งแต่ที่มันเลือกจุดอ่อนที่บริเวณต้นขาขวา นั่นก็คือจุดที่มันคำนวณไว้แล้วว่ากระบี่ของตงฟานจะมิอาจวกคืนกลับไปต้านรับได้ทัน
เจียฝานเห็นมือดีของตนต้องพลาดพลั้งตกตายเพราะเล่ห์เหลี่ยมของบุรุษตรงหน้ามันก็ยิ่งบังเกิดโทสะและความเดือดดาลที่มิอาจควบคุม มีดสั้นในมือจึงถูกร่ายรำสำแดงอานุภาพแห่งเคล็ดวิชาถึงขีดสุดเงามีดจึงพร่าพรายราวห่าพิรุณ ท่าร่างที่วูบไหวราวเหยียบบนม่านเมฆของฮุ่ยจวินจึงมิอาจสลัดหลุดถูกคมมีดกรีดเฉือนหลายแผล พร้อมถูกหมุนถีบจนร่างของมันงอโค้งล้มกลิ้งคืนกลับหลังหลายตลบ
เจียฝานตวาดลั่น
“เจ้าชอบเล่นลิ้นนักหรือข้าจะเฉือนมันออกมาเดี๋ยวนี้!”
ฮุ่ยจวินล้มลงมันก็หยิบหินขนาดเล็กขึ้นมาสามก้อนรอจนหัวหน้าโจรเคลื่อนกายเสือกแทงมีดสั้น มันก็ซัดหินสองก้อนออกไปในทันที ก้อนแรกนั้นซัดเข้าใส่หัวคิ้วขวาอีกก้อนซัดเข้าใส่ช่องท้อง ความเร็วในการซัดอาวุธออกนับว่าทั้งรวดเร็วแม่นยำ และด้วยเจียฝานที่วิ่งเข้าหาด้วยแล้วจึงทำให้วิถีความเร็วเพิ่มขึ้นสองเท่ายากที่เจียฝานจะหลบรอดจากหินสองก้อนในคราวเดียวได้ มันจึงต้องวกมีดสั้นที่เสือกแทงเป้าหมายคืนกลับมารับก้อนหิน
ด้วยตำแหน่งที่อยู่ห่างกันและขัดต่อลักษณะการเคลื่อนไหวของมนุษย์ แม้มีดสั้นเล่มนั้นจะถูกตวัดวกไปมารับหินสองก้อนได้แต่นั่นก็เป็นการต้านรับแบบจวนตัว ในระยะเวลาที่กระชั้นชิดมันจะมิอาจใช้มีดสั้นอีกครั้งได้ทันซึ่งนั่นก็คือแผนของฮุ่ยจวิน เพราะการจู่โจมที่แท้จริงของชายหนุ่มอยู่ที่หินก้อนที่สาม!
เสียงขวับเดียวหลุดจากมือของฮุ่ยจวินหินที่พุ่งตัดฝ่าอากาศราวมีดบินก็ทะลวงเข้าใส่ตาขวาของเจียฝานจนโลหิตกระเซ็นซ่าน คนหงายหลังล้มตึงพร้อมมกับความเจ็บปวดตื่นตระหนก และเดือดดาล!
เจียฝานยกมือคลำจับที่นัยน์ตาขวานอกจากความมืดมิด เห็นทีจะมีแต่หินก้อนหนึ่งที่ปักอยู่พร้อมกับโลหิตที่หยาดหยด มันกลับพลาดท่าเสียดวงตาให้กับมุสิกที่อ่อนแอตัวหนึ่ง
“ข้าจะฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ!"
ก่อนมันจะหันไปตวาดใส่บริวารของตน
“จะรอช้าอยู่ทำไมรีบไปตัดแขนตัดขาของพวกมัน!”
ด้วยความเจ็บปวดบนตาขวามันจึงจำเป็นต้องพักรักษาอาการชั่วครู่ถึงได้ออกปากสั่งให้คนของตนลงมือ ทว่าคนของมันหาได้ขยับไม่สร้างความเดือดดาลต่อเจียฝานเป็นการใหญ่ มันจึงคิดหันกลับไปตวาดต่อ กลับพบว่าบริวารและลูกสมุนของมันเริ่มล้มพับสลบลงไปทีละคนสองคนจนหมดสิ้น
“อะไร!”
ฮุ่ยจวินดีดกายลุกขึ้นยืน
“ข้าวางยาสลบในน้ำไม่สำเร็จแต่ข้าก็สามารถโปรยมันบนอากาศได้”
ที่แท้ตลอดเวลาที่ฮุ่ยจวินใช้ท่าเท้าเหยียบม่านเมฆาหลบหนีการต่อสู้และเคลื่อนกายไปมาทั่วกองโจร มันมิได้แค่เพียงหลบหนีอย่างเดียว แต่มันกลับคิดแผนโปรยยาสลบออกไปตั้งแต่ต้น
เจียฝานยิ่งรู้ว่าพวกตนพลาดพลั้งต่อมุสิกตรงหน้ามากเท่าไหร่มันก็ยิ่งเดือดดาลจนตาซ้ายแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปน
“ตัวบัดซบเจ้าอย่าได้ใจจนเกินไป!”
แล้วมันก็ทะยานกายเข้าหาฮุ่ยจวินในทันทีปู้ชิงเถาที่พักฟื้นฟูอาการบาดเจ็บมาพักหนึ่งแล้วจึงทะยานร่ายรำเคล็ดวิชาท่องไพศาลที่บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ออกมาต้านรับเหตุการณ์พลิกกลับในตอนนี้ทำให้พวกมันสองพี่น้องร่วมสาบานมีเปรียบเป็นอย่างยิ่ง สถานการณ์จึงแปรเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์แล้ว
ความเป็นจริงดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นแต่ที่ค่ายโจรภูเขาอัคคีทมิฬแห่งนี้ยังมีเงาร่างในชุดดำสองผู้ยืนมองเหตุการณ์บนหลังคาอาคารไม้ไผ่ที่สูงที่สุดในค่ายอยู่พวกมันเพียงชมมองยังมิได้เคลื่อนไหวใด แต่ถึงแม้พวกมันยังไม่เคลื่อนไหว บรรยากาศรอบกายกลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าหัวหน้าโจรอย่างเจียฝานลงมือเสียอีก!