“เอาล่ะ ทีนี้จะปล่อยเธอได้แล้วหรือยัง?” อานนท์ในร่างผมสีเงินถามเหล่าทหารของขุนปัถวีลงกรณ์อย่างเย็นชา
“เดี๋ยวก่อน” ขุนปัถวีลงกรณ์ดูสับสนและตื่นตระหนกขณะพูด “ขวาน? ขวานของข้าอยู่ที่ไหน?”
“คุณคือใครกันแน่?” ปลายฝนถาม เธอประหลาดใจจนลืมดิ้นหนีจากการจับกุม
“นายทำแบบนั้นได้ยังไง?” ดารินก็ถามออกมาเช่นกันขณะจ้องอานนท์ตาไม่กะพริบ
ลูกน้องทั้งสองขุนปัถวีลงกรณ์ “...?”
“ถามกันเยอะแยะจริง” อานนท์ใช้นิ้วแคะหูก่อนจะใช้อีกมือยกดาบขึ้นชี้ถามทหารคนสนิทของขุนปัถวีลงกรณ์ “ตกลงจะปล่อยเธอหรือไม่ปล่อย?”
แทนคำตอบ หนึ่งในทหารคนสนิทขุนปัถวีลงกรณ์เรียกดาบเวทมนตร์ออกมาแล้วฟันใส่อานนท์ทันที
โครม!
ภาพที่ทุกคนคิดว่าอานนท์ที่กลายเป็นผมสีเงินกำลังจะถูกฟัน เพียงแค่การเผลอกะพริบตาไปครั้งเดียว กลับเห็นคนที่เป็นฝ่ายฟันดาบใส่อานนท์ลงไปนอนกองอยู่ข้างผนังถ้ำอย่างนิ่งสงบ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเขาเพียงแค่หมดสติหรือตายไปแล้วกันแน่ รู้แค่เพียงเขาคงไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาแก้ตัวภายในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ
“เฮ้ย! นายน่ะ” อานนท์ร้องทักทหารคนสนิทอีกคนที่ยังตกตะลึงกับสภาพของเพื่อน แล้วอานนท์ก็ยิ้มให้
โครม!!
เป็นอีกครั้งที่ห้องโถงถ้ำเกิดการสั่นไหวจากแรงกระแทก ร่างของทหารคนสนิทขุนปัถวีลงกรณ์อีกคนปลิวกระเด็นไปกระแทกฝาผนังถ้ำแล้วร่วงหล่นหลับอยู่ข้าง ๆ เพื่อนของเขา ทุกการโจมตีที่เกิดขึ้นใช้เวลาเพียงหนึ่งวินาทีไม่ขาดไม่เกินกว่านั้น
เมื่อเห็นสภาพของลูกน้องทั้งสอง ขุนปัถวีลงกรณ์ตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล “เจ้าเด็กเวรนี่ ถามว่าขวานของข้าหายไปไหนก็ไม่ตอบ แถมยังบังอาจทำร้ายทหารองครักษ์ของข้าอีก อย่ามีชีวิตอยู่เลย ตายซะ!”
อสูรครึ่งวัวครึ่งคนทำตามคำสั่งของขุนปัถวีลงกรณ์ทันที มันฟาดขวานยักษ์ที่เหลืออีกอันใส่อานนท์ทันที
ในขณะที่ขวานยักษ์กำลังฟันลงมา อานนท์พูดอย่างเฉยเมยขณะชูดาบขึ้นเพื่อป้องกันขวานยักษ์ที่กำลังลงมาหา “ขวานของเจ้าอยู่ที่ไหนน่ะหรือ? คงอยู่ในดาบนี่ละมั้ง”
“...”
เคล้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นอีกครั้ง แต่หนนี้ไม่ได้เกิดแสงสว่างจนแสบตาเหมือนครั้งที่แล้ว อานนท์ยังคงทำให้ทุกคนประหลาดใจได้อีกครั้ง เขายังคงยืนอยู่กับที่ได้อย่างมั่นคงขณะรับแรงปะทะจากขวานยักษ์ที่ใหญ่กว่าตัวเขาเสียอีก ถึงกระนั้นสิ่งที่อานนท์ทำให้ทุกคนประหลาดใจยังไม่หมดแค่นั้น
ใบขวานยักษ์ที่กำลังสัมผัสกับดาบของอานนท์ เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น ภาพตรงใบขวานที่สัมผัสกับดาบดูเบลอ ๆ แต่หากเพ่งมองดี ๆ จะเห็นว่าภาพที่เบลอแท้จริงแล้ว มันเป็นภาพของใบขวานยักษ์กำลังถูกดูดเข้าไปในดาบของอานนท์ต่างหาก
ปัญหาของมันไม่ได้อยู่ที่ดาบของอานนท์สามารถดูดขวานของขุนปัถวีลงกรณ์เข้าไป ประเด็นมันอยู่ที่ความเร็วในการดูดต่างหาก ผ่านไปเพียงชั่วพริบตา ใบขวานยักษ์ถูกดูดเข้าไปอย่างรวดเร็วจนเกิดภาพที่ขวานดูบิดเบี้ยวเพราะมันกำลังถูกดูดเข้าหาดาบของอานนท์
ผ่านไปไม่ถึงห้าวินาที มันดูดใบขวานยักษ์หายทั้งแผ่นจนลามไปถึงด้ามขวานแล้ว คงไม่เกินสองสามวินาทีขวานยักษ์ทั้งเล่มคงจะถูกดาบอานนท์ดูดเข้าไปไม่เหลือแม้แต่ด้ามจับของมัน แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ มือของอสูรจักรราศีพฤษภที่กำลังจับขวานยักษ์อยู่ก็กำลังเกิดภาพที่บิดเบี้ยว ราวกับดาบเล่มนี้ก็สามารถดูดอสูรจักรราศีพฤษภเข้าไปได้ด้วย เพื่อความปลอดภัยอสูรจักรราศีพฤษภจึงรีบปล่อยมือจากด้ามขวานยักษ์ของมันก่อนที่จะสายเกินไป
เมื่อกระบวนการดูดขวานยักษ์เสร็จสิ้น ดาบของอานนท์เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง จากที่ตัวดาบเพียงแค่ขึ้นเป็นรูปเป็นร่างดาบขึ้นมา ถึงกระนั้นมันก็ยังดูเป็นภาพเบลอ ๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ในตอนนี้ดาบของเขาดูคมชัดขึ้นไม่ว่าจะลวดลายที่ดูแปลกตา สีสันและสันคมดาบที่เด่นชัดขึ้นจนดูออกมาว่ามันเป็นดาบที่มีความคม ไม่ใช่ดาบที่ดูทื่อไร้พิษสงอีกต่อไป มีเพียงด้ามจับที่ยังคงดูดำสนิทเหมือนตอนที่อานนท์ยังไม่ได้ก่อเวทมนตร์ให้เป็นตัวดาบขึ้นมา
“นั่นมันเวทมนตร์บ้าอะไร?” ขุนปัถวีลงกรณ์ตาเบิกกว้างทันที หากใครมาบอกสิ่งที่เกิดขึ้น เขาคงไม่เชื่อแน่หากไม่ได้เห็นกับตา อีกฝ่ายสามารถทนต่อการโจมตีจากอสูรจักรราศีได้ แถมยังสามารถดูดอาวุธเข้าไปในดาบของเจ้าตัวได้อีก
ดารินก็อดทึ่งไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจนอดพูดออกมาว่า “เขาทำแบบนั้นได้ยังไง?”
“เก่ง” อานนท์ตอบออกมาสั้น ๆ พร้อมยักไหล่อย่างยียวน
“คุณคือใครกันแน่?” ปลายฝนยังคงย้ำถามคำถามเดิม
“...”