บทที่ 25 ตัวตนของหลวงตาบัว
การสอนภาษาอังกฤษของนินนั้นแปลกใหม่มากอย่างเช่นตัวอักษรนินสอนพวกเขาท่องเป็นเพลงทำให้พวกเขาจดจำตัวอักษรทั้ง 26 ตัวได้เร็วมาก ยังมีสอนแบบที่เป็นศัพท์ได้ด้วยเช่น A ant มด ทำให้ทุกคนสนุกไปด้วย ในตอนทานข้าวเย็นไหมแก้วจึงถามนินเรื่องตำราเรียนขึ้นมาอีกครั้ง
ไหมแก้ว “เรื่องที่คุยกันตอนบ่ายทำได้จริงหรือ” นินพยักหน้า
นิน “ได้ครับแต่ต้องใช้เวลาหน่อยนะครับครึ่งเดือนน่าจะได้แบบเรียนภาษาไทยขึ้นครับ “ท่านเจ้าคุณมองไปที่นินแล้วถามอย่างจริงจัง
” แน่ใจหรือที่เอ็งสามารถจัดเรียงหลักสูตรได้ “นินพยักหน้าแล้วส่ายหน้า
นิน “พอมีแนวทางอยู่ครับลุงมีหนังสือฝรั่งไหมล่ะเอามาให้ผมลองดูอาจได้แนวคิดอะไรได้บ้างไม่ก็ของจีนก็ได้ครับแม้พวกเขายังไม่รวมประเทศแต่เหมือนว่าพวกเขาจัดตั้งสำนักศึกษาขึ้นมาแล้วนะครับและนี่ก็พอดีเลยหลังได้ตำแหน่งผมก็ทำผลงานสักหน่อย” ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว
“หนังสือฝรั่งหรือข้าจะไปมีได้อย่างไรกัน” นินกลอกตา
นิกฎหมาย “เส้นสายลุงใหญ่ขนาดนี้หาไม่ได้เลยหรือไง” ท่านเจ้าคุณคิดสักพักแล้วพยักหน้า
“อืม…ก็จริงของเอ็งถ้าทำได้จริงผลงานของเอ็งอาจไปถึงขุนเลย “นินหน้ากระตุก
นิน” มอบตำแหน่งแบบลับๆ ได้ไหมลุง “ท่านเจ้าคุณหน้ากระตุก
” ไอ้นี่แปลกคนจริงข้าจะลองคุยกับขุนหลวงดู “นินยิ้มออกมา
นิน” ถ้าจะให้ดียศไม่ต้องใหญ่มากขอแค่ใบอนุญาตทำการค้าแบบครอบคลุมก็พอ “ท่านเจ้าคุณกลอกตา
” ก็ได้ “นินรีบกล่าวประจบ
นิน” ขอบคุณครับลุง “นินถาม
นิน “ลุงถ้าผมต้องการไปที่ท่าเรือขนส่งระหว่างประเทศต้องขออนุญาตจากใครหรือว่าสามารถเข้าไปได้เลย” ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา
“ข้าไง” นินเบิกตาโต
นิน” จริงหรืองั้นก็เยี่ยมเลยเรือสินค้ามาเมื่อไรลุงผมอยากหาซื้อแร่สักหน่อย “ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว
” แร่รึแร่อะไร” นินคิดสักพัก
นิน “ผมเองก็ไม่แน่ใจแต่จะลองไปดูเพื่อว่าอาจมีอะไรที่ใช้ได้” “ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว
” พอดีเลยอีกสองอาทิตย์เรือขนแร่จากจีนและเรือสินค้าทางยุโรปก็จะมาด้วยนี่อาจจะมีของที่เอ็งต้องการ “นินแอบตื่นเต้นจังหวะมันได้พอดีจริงๆ เขาอารมณ์ดีจึงตักต้มจืดขึ้นกิน
นิน” โอ้…วันนี้ต้มจืดอร่อยเป็นพิเศษเลยนะครับ “ไหมแก้วยิ้มออกมา
ไหมแก้ว” แม่พิมเขาทำน่ะ “นินยิ้มออกมา
นิน” โอ้…คนสวยนี่ทำกับข้าวอร่อยทุกคนหรือเปล่าครับ “พิมกลอกตา
” นายกินไปเถอะไม่ต้องพูดมาก “หลังมืออาหารทานเจ้าคุณก็ส่งบ่าวออกไปยืมหนังสือจากบ้านสหายของเขาในสายวิชาการในคืนนั้นเลย ด้านพิมและน้องๆ ก่อนนอนก็ท่องจำอักษรภาษาอังกฤษที่นินสอนวันนี้อย่างตั้งใจเธอพบว่าผู้ชายคนนี้แม้จะมาจากหมู่บ้านชายแดนแต่เต็มไปด้วยความลึกลับ
ส่วนท่านเจ้าคุณก็มีคนมาส่งรายงานมาให้เขาตอนดึกแน่นอนว่าเป็นเรื่องของนินตอนที่นินพาท่านเจ้าคุณมาที่เมืองชายแดนเขาก็ได้สั่งให้ทหารที่เมืองชายแดนสืบเรื่องของนินแล้วที่สำคัญเขาบอกนินตามตรงว่าขอสืบเรื่องของเขาอย่างเปิดเผยนินไม่ใส่ใจด้วยซ้ำเพราะเขาไม่มีอะไรต้องซ่อน หลังรับรายงานมาอ่านเขาไม่แปลกใจมากนักเพราะมันตรงตามที่นินบอกทุกอย่าง นินคนนี้เป็นเด็กแปลกๆ มาตั้งแต่เด็กแล้วมีความฉลาดและมีความคิดแปลกใหม่อยู่เสมอ ใครจะรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมนั้นถูกหลวงตาฝึกวิชาอาคมมาตั้งแต่เด็กแล้ววันหนึ่งเขานั่งสมาธิแล้วเห็นโลกในอนาคตที่เป็นโลกของนินคนใหม่พอดีเขาจึงมักจะพูดเรื่องแปลกๆ อยู่เสมอ แล้วมองวิชาอาคมของหลวงตาบัวเป็นเรื่องงมงายจนโดนหลวงตาเอาไม้ไล่ตีบ่อยๆ เรื่องหมอฝรั่งก็เรื่องจริงแถมหมอคนนั้นเก่งมากถึงขึ้นเป็นหมอระดับที่ผู้คนยกย่องเลยนินเจอเขาในป่าจากการโดนโจรปล้นจึงพามาพักรักษาตัวที่หมู่บ้านอยู่หลายเดือนระหว่างนั้นเขาก็สอนหลายเรื่องกับนินเมื่อหายนินก็ไปส่งเขาในเมืองและช่วยตามหาคณะเดินทางของพวกเขาจนเจอ นี่ไม่ผิดคาดจากที่ท่านเจ้าคุณคิดไม่ผิดนินเป็นคนใช้ได้ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยกลูกสาวให้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงหรอก
” เจ้าเด็กคนนี้เรียนวิชาอาคมมาไม่น้อยแต่ใช้ไม่ค่อยจะเป็นนี่มันคนประเภทไหนกันเนี่ย” เขาหัวเราะแต่จดหมายมีสอบฉบับเขาเปิดขึ้นมาอ่านก็ตกใจ จดหมายอีกฉบับนี่สิทำให้เขาขมวดคิ้วหลวงตาบัวหรือก็คืออดีตสายลับหลวงที่รับใช้ พระปัยกา (ปู่ทวด) ของขุนหลวงนั้นเอง เขามีอายุเป็นร้อยปีแล้วก่อนที่พระปัยกาจะสิ้นได้ปลดปล่อยพวกเขาให้ไปใช้ชีวิตของตัวเองและห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกตลอดไปส่วนชื่อนั้นพวกเขาไม่มีจะมีก็แค่หมายเลขเท่านั้นและหลวงตาบัวคนนี้คือหมายเลข 0 หมายความว่าในบรรดาสายลับทั้งหมดเขาคือคนที่ลึกลับและเก่งที่สุดจนไม่มีเลขนั่นเอง หลังเป็นอิสระแล้วเขาเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อเปิดโลกและมุมมองกลับมาไทยตอนแก่และบวชเป็นพระอยู่ที่หมูบ้านชายแดนสิ่งที่คาดไม่ถึงคือเขากลับชอบชีวิตในหมู่บ้านนี่เสียอย่างนั้นและได้รู้จักพ่อแม่ของนินแต่ก็มาป่วยตายด้วยโรคระบาดทำให้เขาเลี้ยงนินตั้งแต่นั้นมาแล้วสอนวิชามากมายให้นิน หลวงตาบัวเก่งแค่ไหนน่ะหรือเรียกว่าเป็นจุดสูงสุดของผู้มีอาคมและวิชาการต่อสู้แบบสายลับเลยก็ว่าได้ ท่านเจ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ก็หายสงสัยแล้วว่าทำไมการต่อสู้ของนินถึงเหมือนสายลับมาก เขาอ่านต่อพบว่าหลวงตาบัวคนนี้เก่งในด้านบริหารด้วยแถมยังสอนคนในหมูบ้านทำหลายอย่างจนหมู่บ้านบางเพลงเจริญขึ้นไม่ยากจนอีกต่อไปที่สำคัญสอนให้รู้จักรักษาความสะอาดต้องอาบน้ำทำความสะอาดฟันทุกคนทั้งนี้เพราะหลวงตาได้ไปมาหลายประเทศเขาได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายจากประเทศต่างๆ แล้วเอามาปรับใช้ไม่แปลกที่นินจะพูดได้หลายภาษาและมีบุคลิกภาพไม่เลวต่างจากคนบ้านป่าจริงๆ อ่านจบท่านเจ้าคุณถอนใจ ถามว่าทำไมข้อมูลละเอียดแบบนี้เพราะหลวงตาบัวเขียนบันทึกไว้นั่นเองและวางไว้ในห้องของเขาเมื่อท่านมรณภาพไปของทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิมชาวบ้านนับถือท่านมากห้องนี้จึงไม่มีพระองค์ไหนมาอาศัยอยู่เลยปัจจุบันวัดบางเพลงมีพระบวชอยู่ถึงสิบห้ารูปและมีวิชาอาคมของหลวงตาให้เรียนเพื่อไว้ช่วยหมู่บ้านแน่นอนว่ามันเป็นตำราแค่ครึ่งเดียว ส่วนตำราทั้งหมดนั้นตายไปกับหลวงตาแล้วไม่สิวิชาทั้งหมดอยู่ในหัวของนินต่างหากอยู่ที่ว่าเขาจะจำได้เมื่อไหร่เท่านั้น
ท่านเจ้าคุณอ่านจบก็ถอนใจออกมาที่แท้เรื่องทั้งหมดก็มีที่มาที่ไปแบบนี้ชีวิตไอ้นินแม้ว่าจะดูเหมือนมีความสุขทว่าต้องผ่านช่วงเลวร้ายที่สุดในชีวิตมาตอนอายุยังน้อยท่านเจ้าคุณรู้ดีว่าโรคระบาดคืออะไรมันน่ากลัวมากเขาเดินกลับห้องอย่างหดหู่
ไหมแก้ว “มีอะไรหรือเจ้าคะ “ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า
” เรื่องเจ้านินน่ะสายลับส่งมาแล้ว “ไหมแก้วขมวดคิ้ว
ไหมแก้ว” มีปัญหาหรือเข้าค่ะ “ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า
” ประวัติมันสะอาดเพียงแต่ครั้งหนึ่งหมู่บ้านเกิดโรคระบาดพ่อแม่มันก็เสียตอนนั้นข้าที่เคยเห็นมาแล้วว่าโรคระบาดร้ายแรงเพียงได้พอนึกภาพหมู่บ้านนั้นเกิดโรคขึ้นมันก็หดหู่ขึ้นมาน่ะ” ไหมแก้วก็สลดใจ ส่วนนินตอนนี้กำลังร่างสัญญาขึ้นมาฉบับหนึ่งแล้วใช้เป็นมาตรฐานของโลกปัจจุบันของเขาในการทำสัญญาให้เหมาะสม ในเช้าวันถัดมาหลังทานอาหารเรียบร้อยแล้วก็ยื่นสัญญาให้คุณหญิงไหมแล้วลงชื่อเก็บไว้คนละฉบับสัดส่วนเหมาะสมผู้ถือหุ้นสูงสุดคือนิน
” คุณป้าตรวจดูก่อนครับว่ามีตรงไหนไม่สบายใจบอกผมได้เลย “ท่านเจ้าคุณช่วยดูก็พยักหน้า
ไหมแก้ว” ตกลง “จากนั้นก็ลงนามกันอย่างราบรื่น นินก็ไปสั่งงานคนที่ขอยืมคุณป้าไว้เมื่อวาน
นิน “ผมต้องขอรบกวนพวกพี่ๆ น้าๆ ด้วยนะครับผมจะจ่ายค่าแรงให้ครับเดี๋ยวผมจะเอาค่าใช้จ่ายมอบให้พวกพี่ช่วยไปซื้อของตามนี้จากร้านทั่วเมืองหลวงผมแบ่งไว้แล้วว่ามีกี่ร้าน “ทุกคนเข้าใจเมื่อรับเงินจึงแยกย้ายกันไป ส่วนเขาต้องไปเช่าโกดังเพื่อเก็บวัตถุดิบ ในตอนที่เขาจะออกไปไหมแก้วก็มาหาเขาแล้วถาม
ไหมแก้ว” วันนี้ต้องไปไหนหรือเปล่า “นินพยักหน้า
นิน” ผมต้องไปเช่าโกดังครับของจะส่งมาในวันสองวันนี้ครับ “ไหมแก้วรีบพูด
ไหมแก้ว” เรื่องโกดังเดี๋ยวป้าสั่งคนไปจัดการให้ทำเรื่องสำคัญก่อน “ไหมแก้วสั่งบ่าวให้ไปจัดการเรื่องโกดังทำเอานินสงสัยว่าเรื่องสำคัญนี่มันอะไรกันเมื่อนินเดินมาถึงเรือนรับแขกก็ต้องตกใจกับกองหนังสือมากมายขนาดนี้ต้องบอกว่าท่านเจ้าคุณทำงานได้รวดเร็วมากจริงๆ
ไหมแก้ว” ก็เรื่องนี้แหละพ่อนินว่าสำคัญไหมเล่า “นินถึงกับพูดไม่ออก
นิน” มากขนาดนี้เชียว “ท่านเจ้าคุณยิ้ม
“ก็เอามาก่อนไม่รู้ว่าจะใช้ได้บ้างไหมข้าเองก็อ่านไม่ออก” คุณหญิงยิ้มออกมา
ไหมแก้ว “แบบนี้เขาจะไม่บ่นหรือเจ้าคะที่ขอมามากขนาดนี้” ท่านเจ้าคุณร้อง “หึ” ออกมา
“พวกมันกล้ารึ” ไหมแก้วกลอกตา
ไหมแก้ว “อย่างไรพวกเขาก็ให้ยืมหนังสือมาคุณพี่ก็เชิญมาทานข้าวที่บ้านสิเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณคิดว่ามีเหตุผล
” ให้มาที่บ้านยุ่งยากไปเดี๋ยวพาพวกนั้นไปเลี้ยงที่ร้านอาหารแล้วกัน “ไหมแก้วพยักหน้า นินตรวจหนังสือพวกนี้แล้วสั่งให้คนยกไปที่บ้านของเขา
นิน” หนังสือพวกนี้ส่วนมากใช้ไม่ค่อยได้ “เขาอ่านชื่อหนังสือและคำนำของแต่ละเล่มมันเกี่ยวกับการค้าและเศรษฐกิจ มีแบบเรียนอยู่น้อยมากโดยมากเป็นวิชาการและแนวคิดในการปกครองเสียส่วนใหญ่นินขมวดคิ้ว
นิน “ยากกว่าที่คิดเพราะไม่มีหลักสูตรแบบมาตรฐานเลย” จากนั้นเขาก็ปรับความคิดใหม่
นิน “งั้นช่วยไม่ได้ลอกเอาหลักสูตรจากโลกฉันมาเสียเลย” นินเผยยิ้มร้ายออกมา ท่านเจ้าคุณถึงกับผงะไป
” เอ็งคงไม่ได้คิดอะไรแปลกๆ หลอกใช่ไหม “นินหัวเราะออกมา
นิน “ผมเคยทำอะไรแปลกๆ หรือไงกัน” เขาว่าจบก็เดินไปที่เรือนของเขายังเดินไม่เท่าไหร่เขาก็หันกลับมา
นิน “ลุงผมขอกระดาษกับปากกาด้วยนะไม่งั้นผมจะเขียนตำราได้อย่างไรกัน” ท่านเจ้าคุณพยักหน้าแต่แล้วท่านเจ้าคุณก็คิดปัญหาได้ข้อหนึ่ง
“ลายมือเอ็งเป็นอย่างไร” นินยิ้มเจื่อน
นิน “พออ่านได้ครับลุง” ลายมือนินไม่ถึงกับสวยแต่พออ่านออกจริงๆ แต่ในสายตาของคนยุคนี้ใช้คำว่าแย่สุดๆ ท่านเจ้าคุณไม่วางใจจึงคิดว่าจะให้พิมไปดูเป็นครั้งคราว
นิน “ผมอาจไม่มาทานข้าวเที่ยงที่เรือนใหญ่น่ะครับหนังสือมากขนาดนี้ผมขอเขียนโครงไว้ก่อน” ท่านเจ้าคุณพยักหน้า
“ได้เดี๋ยวข้าจะให้คนยกอาหารเที่ยงไปให้” นินพยักหน้าและนี่ทำให้เขาไม่สามารถไปไหนได้ในวันนี้ ส่วนทองและแสนอาการก็ดีขึ้นมาแล้วจึงมาหานินแต่พบว่านินต้องทำงานวิชาการทำให้ทั้งสองแปลกใจนินหน่อย
นิน “ไหนๆ พวกพี่ก็มาแล้วผมว่าน้าพวงน่าจะมาวันนี้แหละพี่ช่วยไปรับของจากแกให้หน่อยแล้วกันนะ
แสน” ได้เลย “ทองถามขึ้น
ทอง” เอ็งทำอะไรแบบนี้เป็นด้วยหรือวะ “นินพยักหน้า
นิน” แน่นอนสิเห็นผมแบบนี้แต่เรียนมาไม่น้อยนะ “ทุกคนหัวเราะ
แสน” เอ็งนี่มันขี้คุยจริงๆ งั้นพวกข้าไปก่อนนะ “นินพยักหน้าแล้วทำงานต่อตอนนี้เขาพอจะเดาทางได้แล้วว่ายุคนี้ควรเรียนอะไรบ้างเขาตัดบางวิชาที่ยังไม่จำเป็นออกไปเช่นวิทยาศาสตร์ตอนนี้ยังไม่จำเป็นอีกอย่างโลกนี้บางอย่างก็อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้จริงๆ
ข่าวลือเรื่องของหมื่นเทพดังออกไปดังไฟลามทุ่งบางคนเชื่อบางคนไม่เชื่อทว่าอย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสุดท้ายข้าวนี้ก็มาถึงหูคุณหญิงไหมแก้วจากบ่าวที่ไปจัดการเรื่องโกดังให้นินแล้วเล่าให้ป้าม้วนฟังป้าม้วนก็มารายงานให้คุณหญิงไหมแล้วฟังและแน่นอนว่าโกรธมาก
ไหมแก้ว” จริงหรือ “ป้าม้วนพูด
ป้าม้วน” ที่แรกบ่าวก็ไม่เชื่อเจ้าคะพอพวกนางอิ่มออกไปซื้อกับข้าวจึงให้พวกมันสืบข่าวมาสรุปว่าจริงเจ้าค่ะพูดกันไปทั่วพระนครเลยว่าคุณพิมถูกท่านเจ้าคุณบังคับให้แต่งงานคนคนไร้ค่าขัดขวางความรักของหมื่นเทพเจ้าค่ะ “ไหมแก้วกำพัดในมือแน่น
ไหมแก้ว “นี่มันเรื่องอะไรกันทำไมพ่อเทพถึงได้เป็นเช่นนี้ทำตัวเองล้มป่วยไม่พ่อยังทำให้ลูกสาวข้าเสียหายอีกนี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว “ป้าม้วนรายงานทันที
“จะอะไรล่ะเจ้าคะก็วันนั้นที่หมื่นเทพมาโดนคุณพิมตัดขาดน่ะสิเจ้าคะตอนนี้ถึงขั้นล้มป่วยไปเลยเจ้าค่ะ” ไหมแก้วขมวดคิ้ว
ไหมแก้ว “แม่พิมทำถูกแล้วที่ตัดขาดไม่ใช่หรือลูกข้ามีคู่หมั้นแล้วจะให้พัวพันกับชายอื่นได้อย่างไรเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพิมเสียหน่อยอีกอย่างแม่พิมก็ไม่มีท่าทีว่ามีพึงใจพ่อเทพเสียหน่อยยังจะมาล้มป่วยอะไรกันทำอย่างกับว่าคบหากันแล้วอย่างนั้น” ป้าม้วนเล่าว่า
“ยังมีอีกนะเจ้าคะมีคนพูดว่าคุณนินเป็นหนูตกถังข้าวสารไม่มีความสามารถมาเกาะท่านเจ้าคุณอาศัยที่หน้าตาดีและบุญบังคับคุณพิมแต่งงาน” ไหมแก้วโกรธ
ไหมแก้ว” ไร้สาระเสียจริงพ่อนินเนี่ยนะไร้ความสามารถ “ข่าวลือที่พูดไปต่างๆ นาๆ ทำให้ไหมแก้วเธอโกรธมากจึงปรึกษากับท่านเจ้าคุณทว่าท่านเจ้าคุณไม่ใส่ใจนี่มันเรื่องไร้สาระสิ้นดีเขาได้ยินเรื่องนี้นานแล้วแต่ไม่ใส่ใจ
“อย่าไปใส่ใจเลยไม่ใช่ว่าข่าวการหมั้นหมายถูกปล่อยไปก่อนหน้านี้รึแล้วเรื่องการแต่งงานของลูกก็เป็นพ่อแม่ตัดสินใจแต่เดิมแล้วพวกที่ว่าบังคับจิตใจนั้นอีกหน่อยก็แพ้กระแสสังคมไปเอง” เขาจิบชา
“อีกอย่างหมื่นเทพจนแม่พิมอายุยี่สิบไม่เคยส่งคนมาทาบทามแล้วจะมาเสียใจตอนนี้ไม่น่าขำไปหน่อยหรือถึงไม่ส่งผู้ใหญ่มาก็ควรจะเปรยกับลูกสาวเราไว้บ้างแต่นี่ลูกไม่เคยบอกเราเลยไม่ใช่รึ “นี่ทำให้คุณไหมแก้วสงบลง
” อีกอย่างฉันดูลูกแล้วก็ไม่ได้มีใจให้หมื่นเทพแต่แรกแล้วลูกถึงไม่พูดอะไรตอนที่บอกให้หมั้นกับนินเลยไม่ใช่หรือ “ไหมแก้วพยักหน้า
ไหมแก้ว” จริงด้วยข้าก็คิดมากเกินไป “ป้าม้วนก็เดินมา
” คุณหญิงเข้าค่ะคุณนินบอกจะไม่มาทานข้าวเย็นวันนี้เจ้าค่ะ “ไหมแก้วพยักหน้าแล้วเดินออกมามองไปที่เรือนของนิน
” เข้าเย็นก็ไม่มากินที่เรือนใหญ่หรือตอนเที่ยงเขาก็ไม่ทีหนึ่งแล้ว” ไหมแก้วรู้สึกว่านิสหักโหมเกินไป
ไหมแก้ว” งั้นป้าม้วนไปบอกในครัวว่าทำอาหารแล้วยกไปที่เรือนพ่อนินชุดหนึ่ง “ป้าม้วนพยักหน้า ส่วนที่บ้านท่านออกญาตอนนี้วุ่นวายมากเขาโกรธมากจริงๆ
” ทำไมลูกถึงเหลวไหลขนาดนี้ถึงกับล้มป่วยเพราะผู้หญิงที่เป็นคู่หมั้นคนอื่นเจ้าไม่ไร้ยางอายหรือ “สีหน้าของหมื่นเทพซีดอาการแบบนี้ไม่ต้องเรียกหมอก็รู้ว่าเขาตรอมใจเขาซูบผอมไปเยอะมาก
” คุณพ่อขอรับแต่ลูกรักแม่พิม “ท่านออกญาลงหวายที่หลังหมื่นเทพทันที เพี๊ยะ!!! เสียงดังฟังชัด
” หยุดพูดคำไร้สาระพวกนี้แม่พิมจะเสียหายได้เจ้ากับนางยังไม่ได้แม้แต่เป็นคู่รักกันและตอนนี้แม่พิมมีคู่หมั้นแล้ว “หมื่นเทพไม่เอ่ยปากอีกแต่เขาเจ็บยิ่งนักคำว่าไม่ได้เป็นแม้แต่เป็นคู่รักกันมันเสียดแทงหัวใจเสียจริง
” ถ้าเห็นแก่แม่พิมจริงลูกต้องแต่งงานให้เร็วที่สุดเพราะลูกทำให้เกิดข่าวลือเสียหายไปถึงไหนแล้วถึงเจ้าพระยาเรืองจะไม่พูดอะไรแต่ในใจใครจะรู้เจ้ายังมีน้องสาวอยู่นะน่าจะเข้าใจ “เขาหันไปหาภรรยา
” คุณหญิงหาแม่หญิงที่เหมาะสมกับลูกแล้วรีบแต่งงานให้เร็วที่สุด “หมื่นเทพรีบพูด
” คุณพ่อแต่ลูก… “ท่านออกญาตวาดเสียงดัง
“หุบปาก!!!…อย่าลืมว่าเจ้าต้องมีงานสำคัญอีกราชทูตจากจีนและฝรั่งกำลังมาไทยหากงานนี้ผิดพลาดทั้งตระกูลอาจเดือดร้อนเข้าใจหรือไม่เจ้ากำลังแบกชาติและครอบครัวอยู่เข้าใจหรือไม่” ว่าจบก็เดินออกไปเขาต้องหยุดข่าวลือพวกนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงระบบการแต่งงานของคนยุคนี้กันก่อนหากเป็นไทยโบราณที่เรารู้จักฝ่ายหญิงจะแต่งตอนอายุ 14-18 หรือไม่เกิน 18 ปีส่วนฝ่ายชายอายุจะประมาณ 18-20 หรือไม่เกิด 25 ปีทว่าในยุคที่นินทะลุเข้ามานี้ห้ามข้าราชการมีอนุภรรยาเด็ดขาดดังนั้นนั้นทำให้ผู้ชายสูงศักดิ์จึงไม่อยากมีภรรยาเร็วมักจะรอจนกว่าจะเจอคนที่ถูกใจที่สุดทั้งหน้าตาและฐานะหากไม่มีจริงๆ ก็จะแต่งไม่เกินอายุ 28 เมื่อแต่งแล้วก็จะเร่งมีบุตรอย่างรวดเร็วเพื่อขยายจำนวนประชากร ดังนั้นจะเห็นสตรียุคนี้แต่งงานกันช้าแต่ก็ไม่เกินอายุ 25 ดังนั้นพวกสี่คุณชายจึงยังโสดมาถึงตอนนี้นั่นเองในเมืองหลวงยังมีบุรุษและสตรีที่โดดเดินอีกหลายคนที่ยังไม่ได้สมรสเป็นเรื่องปกติ สำหรับการสมรสในยุคนี้คู่สมรสต้องจดทะเบียนกันก่อนจึงจะสามารถอยู่รวมเรือนเดียวกันได้ไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎหมาย…
#ในบทนี้ผมต้องการให้เห็นถึงความเสียดายของวัยหนุ่มของหมื่นเทพที่กล้าๆ กลัวๆ ไม่เด็ดขาดมันเป็นความเสียใจที่ใช้คำพูดที่ว่า “ถ้า” เช่น “ถ้าวันนั้นข้าได้บอกความในใจไปและส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอข้าคงไม่ต้องมาเสียใจอย่างวันนี้” หมื่นเทพเป็นตัวอย่างของคำว่าสายไปของวัยหนุ่ม หมื่นเทพจะสามารถรับมือเรื่องนี้อย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป#