บทที่ 2 ทักษะทำอาหาร
ยูเมะถอดมายด์เบรนที่สวมอยู่ที่ข้อมือออกมาอย่างรวดเร็วตามด้วยตัวรับสัญญาณที่ติดอยู่บริเวณหลังใบหูทั้งสองข้างเขากดนิ้วลงที่หลังใบหูแล้วนวดเบาๆ สองสามครั้ง ตัวรับสัญญาณก็หลุดออกมา จากนั้นนำไปใส่ในกล่องของมัน
หลังจากนั้นจึงหยิบเอามายด์เบรนตัวเก่าออกมาจากลิ้นชักตรวจสอบมันแบบง่ายๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นสวมลงบนข้อมือแล้วเชื่อมต่อระบบแสดงผลเข้ากับจอคอมพิวเตอร์ภายในห้อง
อึดใจเดียวหน้าจอก็สว่างขึ้นตามมาด้วยแถบข้อมูลชุดหนึ่งที่ไหลผ่านหน้าจอ จนกระทั่งจบลงที่โลโก้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ราวครึ่งวินาทีก่อนจะเข้าสู่หน้าจอของมายด์เบรน
วินาทีนั้นสีหน้าของยูเมะก็เปลี่ยนไปอีกครั้งสายตาที่จ้องมองหน้าจอเบิกกว้างขึ้น ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะก่อนจะฝืนสงบลงอย่างช้าๆ
“โกหกน่า..โปรแกรมนั้นมัน ตามมาได้ยังไงกัน”
ยูเมะไม่รอช้าเปิดโปรแกรมตรวจสอบไวรัสของคอมพิวเตอร์ในทันทีเขาส่งคำสั่งให้มันตรวจสอบมายด์เบรนที่สวมอยู่ซึ่งไม่กี่อึดใจการตรวจสอบก็เสร็จสิ้นเนื่องจากประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่นั้นสูงกว่ามายด์เบรนมาก
แต่ถึงจะเป็แบบนั้นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าก็ยังไม่สามารถค้นหาไวรัสที่อยู่ในมายด์เบรนพบข้อมูลทั้งหมดแสดงผลเป็ปกติ ไม่มีไวรัสหรือมัลแวร์แฝงอยู่แม้แต่น้อย
สภาพของมายด์เบรนปกติดีทั้งหมดระบบการทำงานไม่มีปัญหา มีการถดถอยบ้างเนื่องจากการใช้งาน แต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆที่แสดงให้เห็นถึงอาการที่เกิดจากไวรัสเลย
“โกหกน่า! แม้แต่โปรแกรมในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ยังหาไม่เจอแบบนี้นี่มันโปรแกรมแน่หรือ”
ความสงสัยทำให้ยูเมะเริ่มเกิดความสนใจต่อโปรแกรมลึกลับนี้ขึ้นมาบ้างแล้วแต่เขาก็ยังลังเลใจอยู่บ้าง
ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมาเขาก็ตัดการเชื่อมต่อทั้งหมดของมายด์เบรนทั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตและการซิงค์กับระบบทั้งหมด
เมื่อตัดการติดต่อทั้งหมดของมายด์เบรนเสร็จยูเมะก็ค่อยๆ เลื่อนเมาส์ไปยังไอคอนโปรแกรมแล้วคลิกมันเบาๆ
อึดใจเดียวหน้าต่างระบบที่แสนเรียบง่ายและโบราณก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอแสดงผลข้อมูลชุดหนึ่งที่เข้าใจได้อย่างง่ายดายออกมา
“เกมงั้นหรือ..แต่ ค่าสถานะแบบนี้ไม่คุ้นเลยแฮะ”
ความสงสัยที่อยู่ในใจเพิ่มขึ้นในทันทียูเมะนั่งลงบนเก้าอี้แล้วเริ่มศึกษาโปรแกรมลึกลับอย่างใจเย็นเขาเปิดหน้าแรกซึ่งเป็หน้าต่างระบบที่มีรูปแบบแปลกตาอย่างใจเย็น เลื่อนเมาส์ไปยัง‘ค่าสถานะ’ หลักทั้งสามที่มีข้อความกำกับไว้อย่างง่ายๆ
“ร่างกาย จิตใจ ิญญาค่าสถานะหลักสามอย่างงั้นหรือ..หายากนะที่ทำแบบมาแบบนี้”
ด้วยความชำนาญที่มีต่อเกมของยูเมะหลังจากสลัดความระแวงทิ้งไปและเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง ไม่นานนักเขาก็ค่อยๆเข้าใจรูปแบบการแสดงผลของหน้าต่างระบบนี้ทีละน้อย
หน้าต่างระบบนี้มีการออกแบบที่เรียบง่ายเกินไปหน้าแรกมีการแสดงผลเป็รูปคนนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในวงกลมที่ถูกแบ่งเป็ 3 ส่วนเท่าๆกัน
แต่ละส่วนมีข้อความและตัวเลขกำกับแสดงถึงค่าสถานะหลักทั้งสามเมื่อคลิกลงไปก็จะมีข้อมูลย่อยปรากฏขึ้นอีกจำนวนหนึ่งซึ่งแต่ละค่าสถานะจะมีค่าสถานะย่อยที่ต่างกันและค่าสถานะย่อยก็ยังคลิกลงไปดูต่อได้ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงค่าสถานะที่ยิบย่อยลงไปอีก
ยิ่งศึกษายูเมะก็ยิ่งสับสนเพราะค่าสถานะแต่ละอย่างนั้นมันดูไม่เหมือนเกมที่เขาคุ้นเคยเลย แต่ดูเหมือนกับความสามารถในด้านต่างๆของมนุษย์เสียมากกว่า
เช่นค่าสถานะย่อยของร่างกายนั้นแบ่งเป็6 อย่างได้แก่ ิั กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น เืและอวัยวะภายใน
ซึ่งถ้าเลือกค่าสถานะย่อยหนึ่งก็จะปรากฏค่าสถานะที่ยิบย่อยปรากฏขึ้นอีกซึ่งแต่ละค่าสถานะนั้นจะมีจำนวนค่าสถานะย่อยที่ต่างกันแต่สุดท้ายแล้วมันจะแบ่งออกเป็ความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น ความสามารถในการฟื้นตัว
ค่าสถานะทั้งหมดนี้มันชวนให้นึกถึงความสามารถของมนุษย์อย่างบอกไม่ถูกซึ่งยูเมะไม่เคยพบกับเกมไหนที่มีการแยกย่อยค่าสถานะได้ซับซ้อนแบบนี้มาก่อน
“แปลกเกินไปแล้ว นี่มันเกมแบบไหนกันแล้ว..ทำไมค่าสถานะถึงได้เป็ 1 หมดเลยละ ไม่สิ! มีอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่1 อวัยวะภายใน 1.2 ระบบย่อยอาหาร 2”
เมื่อเห็นค่าสถานะที่แปลกประหลาดนี้ยูเมะก็เริ่มมีลางสังหรณ์แปลกๆและรู้สึกเหมือนกับว่าค่าสถานะเหล่านี้คือค่าสถานะของตัวเขาเอง
“ไม่มีทาง!”
ยูเมะปฏิเสธเสียงดังราวกับ้าบอกกับตัวเองว่ามันไม่ใช่เื่จริงแต่ในความเป็จริงภายในใจลึกๆ ของเขานั้นเริ่มที่จะเชื่อแล้วว่าสิ่งที่คิดเป็เื่จริง
ความเชื่อนี้กระตุ้นความสงสัยของยูเมะและทำให้เขาศึกษาหน้าต่างระบบนี้ละเอียดขึ้นจนกระทั่งเข้าใจค่าสถานะทั้งหมดอย่างคร่าวๆจนสรุปได้ว่าค่าสถานะทั้งหมดนี้คือความสามารถในด้านต่างๆ ของมนุษย์
ยูเมะเข้าใจค่าสถานะของร่างกายและจิตใจแต่ค่าสถานะิญญานั้น เขาพอจะเข้าใจแต่กลับไม่สามารถจินตนาการถึงผลลัพธ์ของค่าสถานะเหล่านี้ได้
“ความแข็งแกร่ง ขนาด ความยืดหยุ่นไอ้ของพวกนี้มันจะเข้าใจก็เข้าใจอยู่หรอกนะ แต่มันทำงานยังไงละเนี่ย ไม่เข้าใจเลย”
คิดแล้วยูเมะก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะได้สติและตระหนักว่าตัวเองจริงจังมากเกินไปกับโปรแกรมลึกลับตัวนี้
พอคิดว่าจริงจังมากเกินไปสายตาของยูเมะก็เหลือบไปเห็นไอคอนที่มุมหนึ่งของหน้าต่างระบบไอคอนที่ใช้สัญลักษณ์เป็รูปตัว ‘Q’ ซึ่งเข้าใจได้ไม่ยากสำหรับชายหนุ่มที่ชอบเล่นเกม
“ภารกิจสินะ มีของแบบนี้ด้วยหรือเนี่ยนี่มันเริ่มจะเหมือนพวกระบบในนิยายเข้าไปทุกทีแล้วสิ”
พอคลิกลงบนไอคอน หน้าต่างระบบก็เปลี่ยนไปกลายเป็หน้าต่างภารกิจที่แสดงภารกิจที่เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ที่น่าแปลกใจคือ ‘ภารกิจประจำวัน’ นั้นขึ้นว่า ‘ทำสำเร็จแล้ว’ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย
ยูเมะนิ่งคิดไปชั่วขณะแล้วคลิกลงไปยังภารกิจประจำวันรายละเอียดทั้งหมดก็แสดงขึ้นมา ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอีกครั้ง
“ภารกิจประจำวัน..กลับบ้าน งั้นหรือนี่มัน..ล้อเล่นหรือไงกัน”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายโดยเฉพาะคำว่า ‘กลับบ้าน’ ในรายละเอียดของภารกิจที่ทำให้ยูเมะรู้สึกติดใจอย่างบอกไม่ถูกราวกับคำคำนี้เป็สิ่งที่เขาปรารถนามานานแสนนาน
คิดไปคิดมายูเมะก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจแล้วมองไปยัง ‘รางวัล’ ที่รอกดรับ
มาถึงตรงนี้ยูเมะก็ลังเลใจอยู่นานเขาเกิดความรู้สึกว่าหากกดรับของรางวัลไปแล้วอาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
ใจหนึ่งเขาลังเลที่จะกดแต่อีกใจก็นึกอยากจะกดจินตนาการของชายหนุ่มกำลังลุกโหมอยู่ในใจกระตุ้นเขาให้กดรับรางวัลเพื่อัักับความลึกลับของระบบ
“เอาเถอะ! เป็ไงเป็กัน! อย่างมากก็โดนหลอกให้เสียเงินละนะ!!”
คิดแล้วยูเมะก็กลั่นใจกดรับรางวัล หน้าต่างระบบก็เปลี่ยนไปสลับไปยังหน้าต่างที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับกำลัง ‘หมุนกาชาปอง’
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจลูกแก้วลูกหนึ่งก็ไหลออกมาจากเครื่องกาชาปองที่ดูเหมือนโหลแก้วทรงกลมที่เต็มไปด้วยลูกแก้วหลากสี
ลูกแก้วไหลออกมาเรืองแสงสีเหลืองออกมาวูบหนึ่งแล้วแตกสลายไปกลายเป็ข้อความสั้นๆ ว่า ‘ทักษะทำอาหาร’ ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นหน้าต่างกาชาปองก็หายไปแล้วกลับไปยังหน้าต่างระบบแรกสุดที่แสดงค่าสถานะแต่ครั้งนี้มีไอคอนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งนอกจากไอคอนหน้าต่างภารกิจ ก็มีไอคอนรูปตัว ‘S’ เพิ่มขึ้นมา
ยูเมะก็ไม่รอช้าคลิกลงไปทันทีหน้าต่างระบบก็เปลี่ยนไป กลายมาเป็หน้าต่างทักษะที่มีรายชื่อทักษะอยู่ทักษะหนึ่งซึ่งก็คือทักษะที่เขาเพิ่งจะได้รับมาทักษะทำอาหารและที่ท้ายข้อความก็มีตัวเลข 1 กำกับอยู่
“ทักษะระดับ 1 งั้นหรือก็ไม่น่าแปลกหรอกนะแต่..หน้าต่างระบบเนี่ยมันเป็ของเกมอะไรกันนะ”
ขณะที่คิดถึงที่มาของหน้าต่างระบบ ความง่วงก็เข้าจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ยูเมะสับสนไปชั่วขณะและตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
แต่ความง่วงทำให้จิตใจของเขาหนักอึ้งจนคิดอะไรไม่ออกสุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงฝืนตัวเองเดินไปยังเตียงแล้วล้มตัวลงก่อนจะหลับไปในที่สุด
ในขณะที่หลับยูเมะก็เริ่มฝัน ในความฝันนั้นเขาฝันว่าตัวเองกลายเป็ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่หล่อเหลาซึ่งกำลังทำอาหารในห้องครัวแบบโบราณที่จุดไฟด้วยฟืน
เมนูอาหารที่ยูเมะทำในความฝันนั้นเป็เมนูที่เขาไม่รู้จักทำจากวัตถุดิบที่มีหน้าตาแปลกประหลาด แต่ในความฝันเขาทำอาหารได้อย่างคล่องแคล่วไม่ว่าจะเป็ทักษะการใช้มีด การปรุง ควบคุมไฟ ไปจนถึงการจัดจาน
ทักษะทั้งหมดที่แสดงในความฝันเป็ทักษะที่เขาไม่สามารถทำได้แต่ก็น่าแปลกที่ในความฝันเขารู้สึกเป็ธรรมชาติมากราวกับเคยทำอะไรแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งจนคุ้นเคยเป็อย่างดี
หลังจากตื่นขึ้นมาในตอนเช้ายูเมะก็มีสีหน้าสับสน เขาจำเื่ราวในความฝันไม่ได้อีกต่อไปแต่รู้เพียงว่าเขาฝันถึงการทำอาหารแต่รายละเอียดทั้งหมดในความฝันกลายเป็เลือนรางจนไม่อาจจดจำได้ซึ่งผิดกับความฝันในอดีตที่แม้จะจำได้ไม่หมด แต่อย่างน้อยก็จำได้ราวครึ่งหนึ่ง
“แปลกจริงๆ ฝันถึงการทำอาหารเนี่ยนะทั้งที่เราไม่เคยทำอาหารกินเองด้วยซ้ำ”
คิดแล้วยูเมะก็ได้แต่ยิ้มฝืนๆก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทั้งเื่ของหน้าต่างระบบที่แปลกประหลาดความง่วงที่เข้าจู่โจมอย่างกะทันหัน รวมไปถึงทักษะทำอาหารที่ได้จากการสุ่มกาชาปองที่เป็รางวัลจากการทำภารกิจประจำวัน
หลังจากจำทุกอย่างได้สีหน้าของยูเมะก็เปลี่ยนไปจนแปลกประหลาด เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องหน้าต่างระบบนี้ดูเหมือนจะมีพลังลึกลับบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ
แต่ความสงสัยยังมีมากกว่าความเชื่อแม้ว่าภายในใจจะลอบหวังเอาไว้ส่วนหนึ่งว่าหน้าต่างระบบนี้จะเป็ของจริงเหมือนกับระบบในนิยายที่เคยอ่าน
จินตนาการแบบนี้เป็เื่ธรรมดามากขอเพียงเคยอ่านนิยายที่มี ‘ระบบวิเศษ’ หรือ ‘นิ้วทองคำ’ มาบ้างก็คงต้องมีบ้างที่จะจินตนาการถึงระบบหรือนิ้วทองคำที่เป็ตัวช่วยสุดโกงสำหรับชีวิต
ยูเมะเองก็เคยคิดเช่นกันเขาเองก็เป็เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีความชอบและจินตนาการเป็ของตัวเอง
เพียงแต่ความชอบและจินตนาการนั้นเป็เพียงเื่ที่คิดฝันว่าอยากจะมีแต่ในใจลึกๆ เขาก็ไม่เคยคิดว่าเื่แบบนั้นจะเกิดขึ้นมาได้จริงๆ
ดังนั้นการพบเจอกับหน้าต่างระบบที่แปลกประหลาดนี้จึงทำให้ยูเมะเกิดความสงสัยมากกว่าที่จะเชื่อว่ามันเป็เื่จริง
แต่ถึงจะยังสงสัยทว่าความเชื่อก็เริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นดูได้จากความคิดแรกหลังจากตื่นนอนที่คิดถึงหน้าต่างระบบเป็อย่างแรก
เมื่อคิดถึงหน้าต่างระบบหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เปิดขึ้นมาด้วยตัวของมันเอง ทำให้ยูเมะหยุดชะงักไปชั่วขณะก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปยังหน้าจอคอมด้วยความตื่นตระหนก
“โกหกน่า..เื่จริงหรือ”
ยูเมะคิดในใจขณะที่ลูบไปตามใบหน้า ใบหูและขมับเพื่อหาอุปกรณ์เชื่อมประสาทแต่ก็ไม่พบอุปกรณ์ตัวใดติดอยู่บนร่างกายของตัวเองยกเว้นมายด์เบรนรุ่นเก่าที่ข้อมือ ซึ่งไม่มีระบบสั่งการด้วยความคิด
แต่ความคิดของเขากลับทำให้หน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดขึ้นมาได้เองทั้งที่ไม่มีอุปกรณ์รับสัญญาณเื่นี้ทำให้ยูเมะคิดได้เพียงอย่างเดียวนั่นคือโปรแกรมลึกลับที่มาในรูปแบบหน้าต่างระบบ
เพื่อทดสอบความคิดของตัวเองยูเมะเริ่มสั่งการด้วยความคิดโดยที่ไม่มีอุปกรณ์รับสัญญาณใดๆติดอยู่บนร่างกายนอกจากมายด์เบรนรุ่นเก่า
อึดใจเดียวหน้าต่างระบบก็เปิดขึ้นโดยไม่ต้องใช้ตัวเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของนิ้วมือจากนั้นหน้าต่างระบบก็เปลี่ยนไป กลายเป็หน้าต่างภารกิจพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนภารกิจประจำวันใหม่ตามมาด้วยรายละเอียดที่ทำให้ยูเมะนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“ทำอาหารเช้าให้กับทุกคนในครอบครัว..ภารกิจแบบไหนกันนี่มันเกมจริงๆ หรอ”
ยูเมะครุ่นคิดด้วยความลังเลผสมกับความตื่นเต้น เขาลังเลใจอยู่ชั่วขณะก่อนจะตัดสินใจลองภารกิจประจำวันอีกครั้งเพื่อทดสอบว่าหน้าต่างระบบนี้เป็ของจริงหรือเื่ล้อเล่น
คิดแล้วยูเมะก็ลุกขึ้นยืนแล้วไปอาบน้ำเขาจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วตรงไปยังห้องครัว ตรวจสอบของสดในบ้านซึ่งมีน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ไม่ใช่เื่แปลกเพราะบ้านของเขานั้นไม่มีคนทำอาหาร
ของสดในตู้เย็นจึงมีเพียงวัตถุดิบสำหรับเมนูอาหารแบบง่ายๆหรือไม่ก็เครื่องเคียงที่ใส่ลงไปในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ยูเมะเห็นแบบนั้นก็จนใจแต่ในใจนึกอยากที่จะทำอาหารให้กับแม่และน้องสาวซึ่งเขาไม่อยากทำอาหารพวกนั้นให้กับครอบครัว เขาจึงตัดสินใจทำอาหารเช้าแบบง่ายๆแต่หรูหราโดยเริ่มจากการเปิดหาสูตรจากอินเทอร์เน็ต
เลือกเมนูมาสองสามอย่างจากนั้นสั่งของสดให้มาส่ง ซึ่งไม่ต้องรอนานนักของสดก็มาส่งถึงหน้าบ้าน
ยูเมะก็เดินออกไปรับของสดที่หน้าบ้านขณะที่เดินกลับมา ประตูห้องของน้องสาวก็ถูกเปิดออกน้องสาวในชุดนอนลายการ์ตูนก็เดินออกมาในสภาพที่ยังไม่ตื่นดีเธอหยุดมองยูเมะด้วยความสนใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักเธอเพียงคิดว่าพี่ชายตื่นเช้ากว่าปกตินิดหน่อยและสั่งอาหารเช้าให้มาส่งเธอเลยไม่พูดอะไรมากนัก
เด็กสาวเดินผ่านไปโดยไม่ได้มองด้วยซ้ำว่ากล่องที่พี่ชายถืออยู่นั้นไม่ใช่กล่องใส่อาหารแต่เป็กล่องใส่วัตถุดิบสดใหม่ซึ่งมีโลโก้ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ยูเมะที่เห็นน้องสาวเดินผ่านไปโดยไม่สังเกตเห็นความผิดปกติเขาก็ยิ้มรับและตัดสินใจไม่พูดอะไรออกมาเพราะอยากทำให้ทุกคนแปลกใจ
‘ดูเหมือนว่าต้องตั้งใจให้มากกว่านี้แล้วสิ’
ความคิดที่อยากทดลอง กลายเป็ความตั้งใจที่จะทำให้ทุกคนประหลาดใจและดีใจยูเมะจึงตั้งใจมากกว่าเดิม เขาเดินกลับเข้าไปในครัวเปิดกล่องของสดออกมาแล้วตรวจสอบครั้งหนึ่งพลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจกับคุณภาพของวัตถุดิบที่ค่อนข้างสด
จากนั้นก็จัดเตรียมมันอย่างตั้งใจพลางดูคำแนะนำต่างๆ จากสูตรเมนูอาหารที่ตั้งใจจะทำ
ใน่แรกยูเมะยังไม่ชำนาญนักเขาใช้เวลาจัดการนานไปบ้างและต้องดูคำแนะนำอยู่บ่อยครั้งแต่หลังจากทำไปได้ระยะหนึ่งเขาก็รู้สึกเหมือนัักับความคุ้นเคยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจได้การเคลื่อนไหวของสองมือจึงเร็วขึ้นทีละน้อย
ความถี่และระยะเวลาในการอ่านคำแนะนำก็ลดลงไปโดยไม่รู้ตัวเพียงไม่กี่อึดใจ วัตถุดิบทั้งหมดก็ถูกเตรียมจนพร้อม หม้อ กระทะถูกวางลงบนเตาไฟฟ้าอุณหภูมิถูกควบคุมเอาไว้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องอ่านคำแนะนำ
หลังจากนั้นไม่ถึงสิบนาทีเมนูอาหารสามอย่างสำหรับสามคนก็ถูกจัดเรียงลงบนจานเก็บความร้อนก่อนจะถูกครอบทับด้วยฝาเก็บความร้อน
เมื่อทุกอย่างถูกจัดการจนเสร็จยูเมะก็นั่งลงด้วยความสับสนและตื่นเต้น เขานั่งคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดครั้งหนึ่งแล้วเปิดมายด์เบรนขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้ติดอุปกรณ์แสดงผล
ทว่าพริบตาที่คิดจะเปิดหน้าต่างระบบหน้าต่างระบบที่ไม่ควรปรากฏก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขาทำให้ความคิดของยูเมะหยุดนิ่งไปโดยสมบูรณ์
‘เื่จริงหรือเนี่ย..นี่มัน ไม่ใช่เื่ล้อเล่นแล้ว!’
หากบอกว่าตอนที่มายด์เบรนรับคำสั่งผ่านความคิดนั้นน่าใแล้วการที่มายด์เบรนสามารถแสดงผลภาพผ่านมุมมองสายตาได้โดยที่ไม่ต้องติดอุปกรณ์รับสัญญาณก็เป็อะไรที่น่าใยิ่งกว่าจะเรียกว่าเป็เื่เหนือธรรมชาติก็ไม่นับว่าผิดเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของเขาในตอนนี้มีเพียงหน้าต่างระบบเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะบอกให้รู้ว่าโปรแกรมลึกลับนั้น เป็ของจริงเป็หน้าต่างระบบวิเศษที่มีอยู่แต่ในนิยายจริงๆ
ความจริงที่น่าเหลือเชื่อนี้ทำให้ยูเมะสับสนอยู่ลึกๆในหนึ่งเขาดีใจมากที่ได้รับหน้าต่างระบบวิเศษนี้ แต่อีกในก็นึกกังวลว่าเื้ัของระบบวิเศษนี้จะมีอันตรายซ่อนอยู่
แต่สุดท้ายหลังจากนั่งคิดอยู่นานยูเมะก็ตัดสินใจปล่อยให้เวลาเป็เครื่องตัดสินและตัดสินใจว่าจะใช้หน้าต่างระบบนี้ให้เต็มที่เพื่อตัวของเขาเอง
ไม่ว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เหนือธรรมชาตินี้จะพาเขาไปพบกับอะไรเขาก็คงไม่มีพลังที่จะหยุดยั้งได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือใช้ประโยชน์จากมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้ตัวเองพร้อมที่สุดก่อนที่บางสิ่งที่ซ่อนอยู่เื้ัระบบวิเศษจะปรากฏขึ้น