บทที่ 28 ตัวตนของชายหัวโล้น
เมื่อแกะผ้าพันแผลออก ก็พบว่าบาดแผนจากการถูกคมมีดนั้นปริออก
รอยเย็บใต้นิ้วก้อยแยกจากกันประมาณสามเข็มและมีเืไหลซึมออกมา
“ได้รับาเ็ก็ไม่ควรหักโหมหยิบจับอะไรมั่วไปหมด หากมีงานอะไรเ้าก็เรียกข้าสิ?”
ดวงตาของถังตงตงถูกปกคลุมไปด้วยม่านน้ำตาที่รื้นขึ้น นางพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้น้ำตาไหลออกมา “หม่านชางก็เช่นเดียวกัน ไม่รู้หรืออย่างไรว่ามือของเ้าได้รับาเ็?”
“เ้าอย่าไปโทษหม่านชางเลย เขาไม่ได้ขอให้ข้าทำ เป็ข้าเองที่ไม่ทันได้ระวัง”
จินเฟิงทำอะไรไม่ถูก “อีกอย่าง าแที่ปริออกข้าค่อยให้เสี่ยวโหรวเย็บให้ใหม่ก็ได้ มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร”
ก่อนหน้านี้เพราะต้นพุทราวางไว้ไม่ดี มันก็เลยล้ม จินเฟิงที่ลืมตัวว่าได้รับาเ็เลยรีบเข้าไปคว้าเอาไว้
คาดว่าตอนนั้นเองที่ทำให้แผลเปิดออก
“เสี่ยวโหรวกำลังกล่อมเสี่ยวเอ๋อให้หลับ…”
ถังตงตงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเบาราวกับกระซิบ “ให้ข้าเย็บให้เ้านะ”
สตรีคนใดจะไม่ถวิลหาความรัก?
ยิ่งกว่านั้นเมื่อผ่านความเป็ความตายมา ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นจึงชัดเจนกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้ ที่ถังตงตงบอกว่าจะแต่งงานกับจินเฟิงเป็เพราะนางรู้สึกไม่มีทางเลือก แต่หลังจากเมื่อคืน หัวใจของนางก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเงียบ ๆ
เงินยี่สิบตำลึงเงินนั้นเพียงพอสำหรับคนธรรมดาที่จะกินและใช้จ่ายเป็เวลาหลายปี แต่เพื่อช่วยนาง บุรุษตรงหน้าหยิบมันออกมาโดยไม่ลังเล
ไม่แม้แต่จะมีความลังเลในดวงตาคู่นั้นเพียงนิด
ครอบครัวนางตกต่ำจนต้องมาอาศัยอยู่ต่างถิ่น แม้ว่านางจะทำตัวไม่แยแส แต่จริง ๆ แล้ว นางกลับรู้สึกไม่มั่นคงพอ ๆ กับรุ่นเหนียง ถังตงตงสับสนเกี่ยวกับชีวิตในวันข้างหน้า
ทว่าทันทีที่จินเฟิงเอื้อมมือออกไปคว้าขวานเอาไว้ นางรู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้น
นางไม่รู้สึกสับสนและหวาดกลัวอีกต่อไป
คนที่อยู่ตรงหน้า แม้จะไม่ใช่บุรุษที่ดูแข็งแกร่ง แต่สามารถทำให้นางรู้สึกปลอดภัยจนไม่อยากที่จะแยกจากได้
จังหวะนั้นเองที่ ถังตงตงรู้ว่านางคงไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากชายคนนี้ในชีวิต
น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่อยากแต่งงานกับนาง...
จินเฟิงจะรู้ได้อย่างไรว่า่เวลาสั้น ๆ นี้ถังตงตงแอบคิดมากอยู่ในใจ?
เมื่อเห็นว่ากวานเสี่ยวโหรวกำลังกล่อมเสี่ยวเอ๋อ ตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ชายหนุ่มเดินตามถังตงตงเข้าไปในกระท่อมไม้
ไม่ต้องรอคำสั่งด้วยซ้ำ รุ่นเหนียงรีบวิ่งไปที่ครัวเพื่อต้มน้ำทันที
แม้นางจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดจินเฟิงถึงต้มเข็มกับด้ายด้วยน้ำเดือด แต่มันสำคัญด้วยหรือ? ขอแค่มีอะไรทำ นางก็พอใจแล้ว
ในความเป็จริง เข็มและด้ายธรรมดาไม่สามารถเย็บแผลได้ เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และหากแผลหายดีเมื่อไหร่ ขั้นตอนในการตัดไหมก็ค่อนข้างเ็ป
หากได้รับาเ็จากการโดนเหล็ก ก็อาจจะเป็โรคบาดทะยัก
น่าเสียดายที่เงื่อนไขที่นี่มีจำกัดจริง ๆ ดังนั้นอย่าคิดมากเกี่ยวกับเื่เหล่านี้จะเป็การดีที่สุด
ชาวนาจำนวนมากโปะดินแห้งไว้ที่แผลเมื่อได้รับาเ็ และปล่อยทิ้งไว้จนเืหยุดไหล
เมื่อหันกลับมามองถังตงตง จินเฟิงรู้สึกว่านางร่าเริงและแข็งแกร่งกว่ากวานเสี่ยวโหรวรวมถึงรุ่นเหนียงนัก
หลังจากคุ้นเคยกันแล้ว เขาพบว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ยี่หระต่ออะไรง่าย ๆ
แต่เมื่อต้องเย็บแผลของจินเฟิง นางกลับระมัดระวังเป็อย่างยิ่ง
นางค่อย ๆ สอดเข็มเข้าไปทีละน้อย และดึงออกอย่างเบามือ
ถังตงตงไม่รู้เลยว่า ยิ่งทำแบบนี้มากเท่าไรจินเฟิงยิ่งต้องทนทุกข์ทรมานมากขึ้นเท่านั้น
แต่เมื่อเห็นถังตงตงกำลังร้องไห้ ชายหนุ่มก็ได้แต่คิดกับตัวเองว่า อดทนหน่อยแล้วกัน
เย็บแค่สามเข็ม หากเป็พยาบาลมือใหม่ย่อมสามารถทำได้ภายในหนึ่งหรือสองนาที
แต่ถังตงตงเย็บเป็เวลาห้านาทีเต็ม และจินเฟิงก็บีบต้นขาของเขาจนกลายเป็สีม่วง
เขาตัดสินใจว่าหากครั้งต่อไปแผลปริอีก ไม่ว่านางจะพูดอะไร เขาจะไม่ยอมให้ถังตงตงเย็บแผลให้เด็ดขาด
รุ่นเหนียงยังคงกระสับกระส่ายและอยากหาอะไรทำอยู่เสมอ ถังตงตง้าหาเงินเร็ว ๆ และเปิดโรงงาน จินเฟิงจึงกลัวว่าทั้งสองจะแอบปั่นด้ายในเวลากลางคืน เขาจึงถอดแป้นหมุนออกก่อนที่จะกลับออกไป
เมื่อกลับมาที่โรงตีเหล็ก จางหม่านชางได้ตัดต้นพุทราออกเป็ส่วน ๆ ตามคำขอของบัณฑิตหนุ่ม จากนั้นก็ค่อย ๆ ปลอกเปลือกด้วยขวาน
ชิ้นส่วนของไนปั่นด้าย จินเฟิงสามารถส่งมอบให้กับช่างไม้ได้ เพราะแม้จะถูกส่งต่อมันก็ไม่ส่งผลกระทบมากนัก และเขาก็สามารถพัฒนาใหม่ได้ตลอดเวลา
แต่หน้าไม้จะทำอย่างนั้นไม่ได้
สิ่งนี้อันตรายถึงชีวิต หากมันหายไป ผลที่ตามมาคงไม่สามารถคาดเดาได้
ดังนั้นเขายอมให้หม่านชางค่อย ๆ ใช้ขวานอย่างช้า ๆ ดีกว่าขอความช่วยเหลือจากคนอื่น
เมื่อรู้ว่าาแของชายหนุ่มเพิ่งเปิดออก หม่านชางไม่พูดอะไร แต่ไม่ยอมให้จินเฟิงหยิบจับอะไรอีก
บัณฑิตหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่น เขาทำได้เพียงนั่งเฉย ๆ และคิดว่าจะปรับปรุงเตาหลอมอย่างไร
ทั้งคู่รอจนกระทั่งดวงจันทร์ขึ้นเหนือหัว รอ… จนจางเหลียงกลับมา
เมื่อกลับมาถึง จางเหลียงก็ไม่พูดพร่ำ เขารีบเข้าไปคว้ากาต้มน้ำมาดื่ม
“พี่เหลียง ขอบคุณพี่มาก”
จินเฟิงลุกขึ้น นำหม้อหูหิ้วใบเล็ก ๆ ตั้งบนเตาขนาดเล็กอุ่นโจ๊กให้ผู้มาใหม่ “ข้าวอุ่น ๆ รีบกินเข้า”
จางเหลียงออกเดินทางั้แ่เที่ยง เขาหิวมากจนเนื้อแทบจะติดกระดูก
โจ๊กนี้ไม่ร้อนจนเกินไป เขาหยิบถ้วยข้าวขึ้นมาแล้วซดโจ๊กเข้าปาก ไม่กี่ครั้งก็หมด
จินเฟิงยิ้มและเติมข้าวให้จางเหลียงอีกถ้วย
เขารู้ดีว่าหากจางเหลียงกินแบบนี้จะต้องนำข่าวดีกลับมาแน่นอน
จนกระทั่งกินโจ๊กหม้อเล็กเสร็จ จางเหลียงก็เรอออกมาด้วยความพึงพอใจ “ตอนนั้นเ้าอยากซื้อหม้อแขวนใบเล็กนี้ แต่ข้าบอกว่าไม่จำเป็ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่ามันเป็สิ่งที่ดี ใช้งานได้สะดวกมาก”
“ใช่ ไว้รอข้าทำเตาเสร็จก็จะสามารถจุดเตาเผาได้ทั้งวัน และเมื่อมีหม้อแขวนแบบนี้ก็จะสามารถดื่มน้ำต้มได้ทุกเมื่อ”
จินเฟิงเองก็หัวเราะเช่นกัน
คนยุคนี้ไม่มีนิสัยชอบดื่มน้ำต้ม เมื่อกระหายน้ำเวลาเดินทาง มักวักน้ำจากคูใส่มือข้างหนึ่งแล้วดื่ม
หลังจากจินเฟิงข้ามเวลามาที่นี่ ชายหนุ่มไม่เคยดื่มน้ำที่ไม่ผ่านการต้มสุกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม การต้มน้ำหลายครั้งต่อวันเพียงอย่างเดียวก็ไม่สะดวก
นั่นเป็เหตุผลที่เขาซื้อหม้อแขวนนี้ตอนที่เข้าเมืองไปที่ศาลาว่าการ
ในเวลานั้น จางเหลียงและหัวหน้าหมู่บ้านคิดว่าเขาเป็คนฟุ่มเฟือย
หม้อแขวนขนาดเล็กราคาหลายร้อยเหวิน
ยังถามว่าเหตุใดจินเฟิงไม่ทำด้วยตัวเอง
พวกเขาคงไม่รู้ว่าการทำหม้อเหล็กนั้นซับซ้อนและยากกว่าการทำขวานมาก
ไม่อย่างนั้นมันคงไม่แพงขนาดนี้
คนรู้วิธีการไม่สงสัย คนสงสัยไม่รู้วิธีการ
เนื่องจากเขาตัดสินใจขอให้จางหม่านชางช่วยทำหน้าไม้ และไม่ได้ปฏิบัติต่ออีกฝ่ายในฐานะคนนอก ชายหนุ่มเลยเอ่ยถามข่าวสำคัญต่อหน้าหม่านชาง
“พี่เหลียง สหายของพี่ว่าอย่างไรบ้าง? ชายหัวโล้นมาจากเขาเมาเมาหรือ?”
“ใช่ และยังเป็ถึง ‘พี่สาม’ ของโจรูเาจากเขาเมาเมาด้วย”
ทันทีที่จางเหลียงเปิดปาก บัณฑิตหนุ่มก็สะดุ้ง
หลังจากสังหาร ‘พี่สาม’ ของกลุ่มโจรแล้ว เขาเมาเมาไม่ะเิลงแล้วหรือ?
“ใจเย็นก่อน ฟังข้าให้จบ”
จางเหลียงกล่าวต่อ “ชายผู้นี้ติดการพนันเหมือนเซี่ยกวาง เขาใช้เงินส่วนตัวจนหมดและขโมยอาหารจากบนเขาไปขายและเอาเงินมาเล่น เมื่อปีที่แล้วคนผู้นี้เลยถูกขับไล่ออกจากเขาเมาเมา”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ชายคนนี้คบกับเซี่ยกวางได้”
เมื่อได้ยินสิ่งที่จางเหลียงพูด ก้อนหินที่ถ่วงใจของจินเฟิงเอาไว้ก็ร่วงหล่นลงทันที
ตอนนี้อีกฝ่ายถูกไล่ออกจากูเาแล้ว ชีวิตและความตายของชายหัวโล้นไม่เกี่ยวอะไรกับโจรเขาเมาเมา โดยธรรมชาติ พวกเขาย่อมไม่มาที่อาณาเขตของโจรเขาเถี่ยกว้านเพื่อแก้แค้นแทนคนทรยศ
“อย่างไรก็ตาม สหายของข้าบอกว่าชายหัวโล้นและพี่รองแห่งเขาเมาเมามีมิตรภาพที่แน่นแฟ้น ตายแทนกันได้ ย้อนกลับไปตอนที่ชายหัวโล้นขโมยผลผลิตจากบนเขา ตามกฎแล้วต้องใช้มีดคมเจาะสามรูบนร่างเพื่อเป็การลงโทษ แต่พี่รองยอมที่จะตัดนิ้วหนึ่งนิ้วเพื่อช่วยเหลือเขา”
จางเหลียงพูดอีกว่า “สหายของข้าบอกว่า ถึงแม้คนจากเขาเมาเมาจะรู้ว่าเราฆ่าชายหัวโล้นไปก็คงไม่เป็ไร แต่เราต้องระวัง ‘พี่รอง’ ของพวกมันเอาไว้”
ก้อนหินที่เพิ่งร่วงหล่นลงเมื่อครู่ กลับมาถ่วงหัวใจจินเฟิงอีกครั้ง