ศาสตรานั่งรอคิวเข้าไปสัมภาษณ์งานด้วยจิตใจที่กระสับกระส่าย
"เฮ้ใจเย็นไอ้เสือเดี๋ยวก็สติแตกก่อนได้งานหรอกแก"
วุติเอ่ยออกมาเมื่อเห็นอาการลุกลี้ลุกลนของเขา วุติไม่สนใจเขาอีกและเริ่มก้าวออกไปเมื่อศาสตราเห็นเช่นนั้นจึงรีบถามเขา
"นั้นนายจะไปไหนนะ!?"
"จะไปหาชื้อน้ำมาให้แกนะแหละกินแล้วจะได้ใจเย็นลงมั้ง รอนี้ละเดี๋ยวมา"
วุติกล่าวเสร็จก็ออกจากห้องพักทันที
"หมายเลข23เชิญ คะ"
เสียงจากเลขาสาวที่เพิ่งออกมาจากห้องสัมภาษณ์งานประกาศเรียกคิวต่อไป ทำให้ศาสตราสะดุ้งโหยงเพราะอีกสองคิวจะถึงคิวของเขาแล้ว แต่ละคนที่เข้าไปก่อนไม่เห็นมีใครได้กลับออกมาทำให้ศาสตราคิดเอาเองว่า พวกเขาคงได้งานเรียบร้อยแล้วแน่ๆถ้าเป็เช่นนั้นจริงตำแหน่งเ้าหน้าที่ต้อนรับแขก วีไอพี ที่รับเพียง23คน เขาคงหมดสิทธิ์
เ้าหน้าที่ตอนรับแขก วีไอพี ที่รับในคราวนี้จะรับผิดชอบเื่การต้อนรับเหล่าบรรดาคนใหญ่คนโตของแต่ละประเทศที่เข้ามาในงาน นวัตกรรมแห่งอนาคตและเมื่อเสร็จจากงานนี้ก็สามารถเข้าเป็ผู้ช่วยฑูลด้านวัฒนธรรมได้ทันทีและด้วยเงินแต่ละเดือนที่ได้นั้นได้เยอะพอสมควรจึงทำให้มีคน้าตำแหน่งนี้อย่างมากเช่นกัน ดังนั้นคนที่มาสัมภาษณ์คราวนี้มีนับร้อยกว่าคนเลยทีเดียว ศาสตราเรียนจบมาทางด้านกฏหมายเมื่อจบออกมาก็ยังหางานไม่ได้ทุกวันเขาต้องทำงานทุกอย่างที่มีคนว่าจ้างเพื่อจ่ายค่าเงินกู้ที่ตนไปกู้มาชื้อบ้าน เพราะเหตุนี้เขาจึงยังหาแฟนกับเขาไม่ได้สักทีส่วนวุติเป็เพื่อนกับเขามาั้แ่มัธยมจนจบมหาลัยพวกเขาจึงสนิทกันอย่างมากแต่วุติบ้านมีฐานะร่ำรวย จึงไม่ได้เดือดร้อนเื่เงินทองเท่าไรและยังรับสืบทอดกิจการโชว์รูมที่บ้านอีก โชว์รูมของวุตินั้นเป็โชว์รูมรถที่บรรดาเหล่าเศรษฐีชื่นชอบสะสมและยังมีถึงสามสาขาอีกด้วย เขาเคยชวนศาสตราไปทำงานด้วยแต่ศาสตราปฏิเสธเสียงแข็งทันทีเพราะการได้งานจากเส้นผู้อื่นเป็สิ่งที่เขารับไม่ได้อย่างแรง และยังเป็เพื่อนที่สนิทอย่างมากกันอีกด้วยทำให้เขาไม่กล้าที่จะไปรบกวนเพื่อนของเขาเพราะว่าเขารู้ว่าไม่ว่าตัวเขาจะทำผิดยังไง เพื่อนเขาคนนี้ก็ไม่มีทางตำหนิหรือด่าทอเขาได้อย่างแน่นอนเพราะงั้นอาจจะโดนตำหนิจากเพื่อนร่วมงาน และเป็ขี้ปากชาวบ้านเอาได้
ในขณะที่เขากำลังรออย่างกระวนกระวายอยู่นั้น จู่ๆทีวีทีเปิดทิ้งไว้ให้พวกที่รอคิวเข้าสอบสัมภาษณ์ได้ดูแก้เบื่อ ก็เกิดอาการผิดปกติขึ้นมาร่วมไปถึงเครื่องมือสื่อสารอื่นๆด้วยเช่นกัน จอภาพโผล่ขึ้นบนข้อมือของศาสตราเองทั้งที่เขายังไม่ได้เปิดการทำงานอุปกรณ์บนข้อมือของเขา ร่วมถึงคนอื่นๆด้วยเช่นกัน
"เป็บ้าอะไรขึ้นมาเนี่ยอยู่ๆก็เสียรึไงชื้อมาตั้งแพง"
ศาสตราบ่นออกมาพรางสบัดมือข้างที่สวมอุปกรณ์ไปมา แต่เมื่อเขาหันไปมองคนข้างก็ต้องทำให้เขาแปลกใจเพราะทุกคนในห้องนั้นอุปกรณ์สื่อสารต่างๆมีอาการเหมือนกับเขาทุกคน มีภาพสั่นๆเสียงซ่าๆโผล่ขึ้นมาเองโดยที่บรรดาเ้าของอุปกรณ์ไม่ได้ไปยุ่งกับพวกมันเลย
"สวัสดิดีเหล่ามนุษย์โลกข้ามาตามจดหมายเชิญของพวกเ้าแล้ว"
จู่ๆจากที่ภาพสั่นไหวและเสียงที่ดังซ่าๆหายไปก็ปรากฏภาพของบุคคลลึกลับที่มีสีผิวเป็สีเขียวใบหน้าแสยะยิ้มที่ชั่วร้ายออกมาบนศีรษะไร้ซึ่งเส้นผมและมีลวดลายแปลกอยู่บนใบหน้า
"อะไรกันนะใครมันเล่นพิเรนแบบนี้กัน!?!?"
"เฮ้ยนี้มันปีไหนแล้วจะมาแกล้งหลอกอำอะไรแบบนี้กันอีกเชยชมัด"
"วันนี้เป็วันโกหกรึเปล่า!?"
"!?@##฿&"
ทันใดนั้นคนภายในห้องก็เอะอะโวยวายกันขึ้นมาด่าถอพากันคิดว่าเป็เื่ที่ล้อกันเล่น เพราะเคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้มาก่อนในตอนนั้นบรรดาพวกที่เชื่อว่ามีมนุษย์ต่างดาวได้ทำคลิปวีดีโอปลอมขึ้นมาแล้วอัปโหลดเผยแผ่ผ่านสังคมออนไลน์จนเกิดเื่เกิดราวใหญ่โต เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำคนแตกตื่นอย่างมากจนมีการสืบสวนหาตัวคนทำและก็สามารถจับตัวผู้กระทำได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็มีคนเลียนแบบมาตลอดจนผู้คนไม่เชื่ออีกต่อไป แต่ผิดกับศาสตราที่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในเหตุการณ์ในครั้งนี้ การที่จะแฮคทุกเครือข่ายในการสื่อสารพร้อมกันนั้นเป็ไปไม่ได้เลยถึงจะเป็เทคโนโลยีในตอนนี้ก็เถอะ