หญิงสาวก้มลงสำรวจร่างกายตนเองอีกครั้งอย่างมีความหวัง และในที่สุดมือก็ไปสะดุดกับวัตถุแข็ง ๆ ชิ้นหนึ่ง เหรียญทรงกลมสีทองเหลืองอร่ามร้อยไว้ด้วยเชือก ถูกนางปลดออกจากเอวขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
เมิ่งหรูเบิกตากว้าง “ฮูหยิน! ทองคำ! หนักด้วย! เอาไปขายได้หลายร้อยตำลึงแน่เ้าค่ะ!”
ดวงตาของเมิ่งหรูส่องประกายสว่างวาบ หากมีเงินนางก็ไม่ต้องกังวลเื่ปากท้องของนายหญิงแล้ว บางทีอาจซื้อดาบหรืออาวุธลับได้อีกหลายชิ้นเลยทีเดียว!
“ไม่ขาย!” กวานซูเหยียนรีบดึงเหรียญทองที่เมิ่งหรูคว้าไปดูกลับมาไว้ที่ตน
“ทะ…ทำไมล่ะเ้าคะ? เราไม่มีจะกินแล้วนะ!”
กวานซูเหยียนส่ายหน้าจริงจัง
“ข้าว่านี่…มันต้องเป็ของวิเศษอะไรสักอย่างแน่ บางทีอาจเป็กุญแจมิติหรือของเปิดระบบ เพียงแต่ข้ายังไม่รู้วิธีใช้เท่านั้น!”
นางกล้าพูดเื่นี้กับเมิ่งหรู เพราะเสด็จอาฮ่องเต้ของกวานซูเหยียนในนิยาย นิยมคบค้ากับพวกเล่นแร่แปรธาตุ พ่อมดหมอผี สิ่งลี้ลับหรือเื่น่าหวาดเสียวอย่างพวกหน้ากากหนังมนุษย์ เมิ่งหรูล้วนเคยเห็นมาหมด
หากเหรียญทองชิ้นนี้เป็ของวิเศษจริงๆ นางเชื่อว่าเมิ่งหรูจะยอมรับได้ง่าย อีกอย่างนี่มันนิยายนะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นล่ะ!
เมิ่งหรูทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ระบบอะไรของท่าน ของวิเศษมันกินไม่ได้นะเ้าคะ! เราต้องเอาไปขาย!”
“ขายรึ? เ้าจะออกจากจวนไปได้อย่างไร? ยามนี้พวกเขายังไม่ยอมส่งแม้แต่น้ำชาสักกามาให้เรา หากฝากของให้ผู้อื่นนำไปขายให้ เ้าคิดว่าเราจะได้เงินกลับมาหรือไม่เล่า?”
กวานซูเหยียนวางเหรียญทองรูปทรงประหลาดลงบนโต๊ะไม้เก่า นั่งจ้องมันโดยหวังว่ามันจะเปล่งแสง หรือพ่นอาหารออกมาอย่างในนิยายทะลุมิติที่นางเคยอ่าน
แต่เหรียญก็ยังคงนอนนิ่งเฉยเหมือนเหรียญธรรมดาเหรียญหนึ่ง
เมิ่งหรูหยิบเหรียญนั้นขึ้นมาดูบ้าง “บ่าวคิดว่ามันเหมือนจานหรือถาดเล็กๆ มากกว่านะเ้าคะ ฮูหยินดูสิตรงขอบนี่สิ มันยกสูงขึ้นไม่เหมือนเหรียญทองสักนิด”
“เหมือนจานจริงด้วย แต่เล็กแค่นี้จะใส่อะไรได้!” กวานซูเหยียนวางมันลงอีกครั้ง ในใจคิดว่าตนเองคงยังไม่พบรหัสในการเปิดใช้งานของวิเศษชิ้นนี้
นางนั่งเท้าคาง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน
“จริงสิ เมิ่งหรู! ก่อนหน้านี้เ้าป้อนยาพิษให้ข้ามิใช่หรือ เ้ายังมีอีกหรือไม่ คิดจะเก็บไว้ลอบสังหารใครอีกล่ะ?”
เมิ่งหรูสะดุ้ง “ฮูหยินเปลี่ยนเื่เร็วจริง..ไม่ใช่ว่าลืมเื่ยาพิษไปแล้วหรอกหรือเ้าคะ” นางทำหน้าแหยยิ่งกว่าตอนเห็นข้าวถ้วยสุดท้าย “บ่าวไม่ได้มีเจตนาจะลอบสังหารผู้ใดเสียหน่อย…ยาพิษที่ให้ท่านกินนั่นก็เป็เม็ดสุดท้ายแล้วเ้าค่ะ”
“ดีนักที่เ้ายังมียาถอนพิษ ไม่เช่นนั้นข้าคงตายเปล่า! ใครบอกว่าข้าจะยอมแพ้ต่อโชคชะตากันเล่า ทีหลังห้ามคิดเช่นนี้อีกนะ"
เมิ่งหรูทำหน้าเหมือนลูกหมาถูกดุ มือก็ล้วงของในอกเสื้อออกมายื่นส่งให้นายหญิงของตน
"บ่าวยังเหลือยาถอนพิษอีกเม็ดหนึ่ง ฮูหยินก็เก็บเอาไว้เองเถิดเ้าค่ะ”
กวานซูเหยียนเหลือบตามองยาเม็ดสีขาวบริสุทธิ์นั้นด้วยความสนใจ
“ยาถอนพิษชนิดใด? ถอนพิษงู? สมุนไพรพิษ? ข้าจะใช้ถูกได้อย่างไรเล่า!”
เมิ่งหรูส่ายหน้ารัวๆ
“ฮูหยินลืมไปแล้วหรือไร นี่คือเม็ดยาหมื่นเหตุ ถอนพิษได้สารพัดนึกที่ฝ่าาประทานมาให้ท่านกับมือ เดิมทีเรามีสิบห้าเม็ด ตอนนี้เหลือเม็ดสุดท้ายแล้วเ้าค่ะ”
กวานซูเหยียนเบิกตากว้าง ไม่ได้ตื่นเต้นกับความพิเศษของยาถอนพิษ แต่นางตื่นเต้นกับจำนวนยาถอนพิษที่นางเคยมีต่างหาก!
สิบห้าเม็ด เหลือเพียงหนึ่ง! กวานซูเหยียนผู้นี้มีศัตรูมากมายเพียงใด นางถึงได้ต้องใช้ยาถอนพิษไปถึงสิบสี่ครั้ง!
“ข้าจำไม่ได้สักนิดว่าข้าเคยใช้ยาพวกนี้ด้วย" นางบ่น "แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าเสด็จอาได้ยาหมื่นเหตุนี้มาจากที่ใด?”
“จากหมอเทวดาซูอย่างไรเล่าเ้าคะ ในแคว้นเหลียงซานไม่มีผู้ใดไม่รู้จักหมอเทวดาซู ทำไมฮูหยินถึงลืมได้? แต่ท่านหมอจะปรุงยาให้เฉพาะฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์เท่านั้นเ้าค่ะ"
กวานซูเหยียนตาลุกวาว ตอนนี้แคว้นเหลียงซานเหลือนางเป็เชื้อพระวงศ์แต่เพียงผู้เดียวมิใช่หรือ?
หากเขาปรุงยาให้นาง แล้วนางเอายาออกมาขายจะร่ำรวยเพียงใดนะ! ดูเหมือนว่านางจะมีหนทางหาเงินแล้วล่ะ!
“ถ้าข้าหนีออกจากจวนนี้ได้เมื่อใด ข้าจะไปตามหาหมอเทวดาคนนั้นแน่นอน! ข้าจะไปกราบเขาเป็อาจารย์!”
เมิ่งหรูกะพริบตาปริบ ๆ “จะไปหาหมอเทวดาซูพบได้อย่างไร ฝ่าาสังหารเขาไปนานหลายปีแล้วเพคะ..”
“สังหาร!! คนมีความสามารถเช่นนั้นเสด็จอาสังหารเขาเพื่อ?!!!”
เมิ่งหรูอ้าปากค้างราวกับเห็นผี นี่ก็เป็เื่ปกติที่สมควรทำอยู่แล้วมิใช่หรือ?
“บรรดาเชื้อพระวงศ์ต่างก็วางยาลอบสังหารกันเองหลายต่อหลายครั้ง แต่เพราะทุกคนต่างก็มียาหมื่นเหตุ จึงฆ่ากันไม่ตายเสียที ฮ่องเต้รำคาญก็เลยสั่งปะาชีวิตหมอเทวดาซูทิ้ง สมควรแก่เหตุอย่างยิ่งแล้วเ้าค่ะ”
กวานซูเหยียนยกมือขึ้นกุมขมับ นางลืมไปได้อย่างไรว่านิยายเื่นี้เป็นิยายป่าเถื่อน ที่เถื่อนอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี!
เชื่อได้เลยว่าคงมีเหตุการณ์อีกหลายอย่างที่มีการสังหารกันอย่างไร้สาระเช่นนี้
และที่สำคัญ..ฮ่องเต้แคว้นเหลียงซานซึ่งมีศักดิ์เป็เสด็จอาของนาง ไม่เพียงวิปริตชอบสังหารคนเป็ว่าเล่นเท่านั้น แต่เขายังโง่อีกด้วย!! เขาเป็ถึงฮ่องเต้ แต่กลับไม่มีวิธีเก็บตัวหมอเทวดาไว้ใช้งานแต่เพียงผู้เดียวบ้างเลยหรือไร?!!
“เมี๊ยว!!!!!!”
เสียงร้องแหลมบาดหูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ความคิดของหญิงสาวขาดผึง
“กรี๊ดดด!!”
“อะไร!!”
กวานซูเหยียนสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะเห็นร่างสาวใช้ของนางะโถอยหลังไปหลายก้าว สีหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี
“โอ๊ย! ก็แค่แมวกัดกันแล้ววิ่งเตลิดเข้ามา เ้าจะร้องเสียงดังไปไย ทำเอาข้าตกอกใหมด!” กวานซูเหยียนตำหนิด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เมิ่งหรูหน้าซีด รีบก้มศีรษะ “บ่าว…บ่าวกลัวแมวเ้าค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้กวานซูเหยียนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง สาวใช้ของนางผู้นี้ปกติก็จะดุดันไม่เกรงใจใคร แต่กลับกลัวแมวตัวเล็กๆ ที่สุดแสนจะน่ารัก!
“เอ๋…กวานซูเหยียนขมวดคิ้วมองไปยังโต๊ะไม้เก่าตรงหน้า
เมื่อครู่นางเห็นยาหมื่นเหตุเม็ดเดียวในมือเมิ่งหรูแท้ ๆ แต่ตอนนี้…บนเหรียญทองคำกลับมียาสองเม็ดวางอยู่
หญิงสาวรีบก้มหน้าลงไปมองใกล้ ๆ ทั้งสองเม็ดมีรูปร่าง สี และกลิ่นเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ไม่เว้นแม้แต่รูปทรงที่เบี้ยวและมีรอยบุบเล็กน้อยจากการปั้นด้วยมือ
เมิ่งหรูอ้าปากค้าง “เมื่อครู่บ่าวใจนทำยาหลุดมือไป แต่..ฮูหยินเ้าคะ! เมื่อกี้มันมีแค่เม็ดเดียวจริง ๆ นะบ่าวยืนยันได้!”
“ข้าก็เห็นเหมือนกันกับเ้า ยานั่นตกลงไปบนเหรียญทองคำพอดี” กวานซูเหยียนตอบเสียงเบา ดวงตาเป็ประกายราวกับพบขุมทรัพย์ลับ
หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ภาพในหัวแล่นปรู๊ดราวสายฟ้า
ความพิเศษของเหรียญทองคำนี้คือ มันเพิ่มจำนวนสิ่งของที่วางลงไปได้!
นางรีบคว้าเม็ดยาทั้งสองขึ้นมา ก่อนจะวางมันกลับลงไปบนเหรียญทองคำพร้อมกันอีกครั้งเพื่อทดสอบ
..นิ่งสนิท ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมิ่งหรูก้มหน้ามองสลับไปมา ก่อนเปรยเบา ๆ “หรือว่า…เหรียญนี้ไม่ชอบยาถอนพิษแล้วเ้าคะ?”
สายตาสาวใช้ผู้ภักดีหันไปจ้องถ้วยข้าวที่ยังไม่มีผู้ใดแตะเขม็ง หากอยากจะเพิ่มอะไรสักอย่างนางก็อยากจะเพิ่มข้าวนี่ล่ะ!
“เหรียญนี่เล็กนิดเดียว วางข้าวได้สิบเม็ดกระมัง ลืมไปเถิดเมิ่งหรู” กวานซูเหยียนส่ายหน้า
“สิบเม็ดก็สิบเม็ด ไม่ลองก็ไม่รู้นะเ้าคะ”
หนึ่งนายหนึ่งบ่าวค่อยๆ วางข้าวสวยสิบเม็ดลงบนเหรียญอย่างเบามือ แววตาและสีหน้าลุ้นระทึก
“ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นเลย..เสียดายจัง” เมิ่งหรูรำพันเสียงอ่อย
“ก็ยังไม่แน่หรอก เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าเม็ดยานี่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง บางทีของชิ้นนี้อาจใช้ได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น พรุ่งนี้เราจะลองทดสอบกันใหม่!”
เมิ่งหรูพยักหน้ารับคำ แต่สีหน้าเศร้าหมองยังไม่จางไป นางลอบมองชามข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะ
“เช่นนั้นฮูหยินก็กินข้าวเสียก่อนเถิด” เมิ่งหรูกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม
กวานซูเหยียนก็เศร้าไม่แพ้กัน ความหวังว่าข้าวจะเพิ่มมาอีกถ้วยหมดลงไปแล้ว หรือหากเหรียญทองคำนี่ใช้งานได้วันละครั้งจริง ก็เก็บข้าวถ้วยนี้ไว้ทดสอบไม่ได้ เพราะมันใกล้จะบูดเต็มแก่