หลังจากที่เราสามคนกินอิ่มกันจนไม่มีที่ว่างให้กระเพาะ ผมจึงอาสาเป็คนขับรถกลับแกลลอรี่
"ไอ้น้ำ จำเื่ที่มึงให้กูทำได้ไหม" เฟียสพูดขึ้นจากเบาะหลัง
"เื่อะไร"
"เื่ที่มึงให้กูเอาน้ำมนต์ไปผสมน้ำให้คนที่บ้านกินไง"
"จำได้สิ ทำไม มีอะไร"
"มึงอย่าโกรธกูนะ คือกูทำน้ำมนต์ปู่มึงหายอ่ะ กูว่ากูใส่กระเป๋าไว้แล้วนะเว้ยแต่อยู่ดีๆมันก็หายไปไหนไม่รู้" เฟียสพูดขึ้นเสียงเศร้าพร้อมส่งสายตาขอโทษผ่านกระจกหลัง
"ลืมไว้ที่ไหนหรือเปล่า" พี่หนึ่งถามขึ้น
"ไม่นะครับหนึ่ง หลังจากที่ไอ้น้ำให้ ผมก็เก็บใส่กระเป๋าเลย"
"ไม่เป็ไรเฟียส เดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปหามึงที่บ้านเอง บางทีพรุ่งนี้พี่ไฟอาจจะกลับบ้านก็ได้"
"พี่กูนะเหรอกลับบ้าน ขนาดแม่โทรบอกให้กลับมากินข้าวยังไม่มาเลย"
"เชื่อกูสิ ยังไงก็ต้องกลับ พี่มึงต้องได้เข้าบ้านภายในวันพรุ่งนี้"
"แปลกๆนะน้ำมนต์ มึงจะทำอะไร"
"เฟียส มึงรู้ใช่ไหมว่ากูเกลียดอะไรมากที่สุด"
"รู้ดิ"
"อืม กูจะเอาคืน พี่มึงไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้"
"พี่กูยังโอเคอยู่ไหม"
"โอเคอยู่ พี่มึงเป็คนจิตใจดีแถมยังทำบุญบ่อยขนาดนั้นไม่เป็อะไรง่ายๆหรอก มีที่ไหนซีอีโอออกมาใส่บาตรหน้าบริษัท"
"อย่าแซวพี่ผมครับ"
"อย่าว่าเพื่อนพี่ครับน้ำมนต์ มันใส่บาตรให้เพื่อนมันน่ะ แล้วอีกอย่างไอ้ไฟมันอาจจะจริงจังกับคนนี้ก็ได้"
"จริงจังไม่จริงจังบ้านช่องก็ควรกลับมาหน่อยไหมละครับ" เฟียสบ่นพี่ชายตัวเองขึ้นอีกครั้ง
"อย่าว่าแต่กลับบ้านครับ บริษัทมันก็ไม่เข้าเฝ้าแต่เมีย" พี่หนึ่งพูดขึ้น เราสามคนหัวเราะเสียงดังลั่นรถเมื่อพูดถึงพี่ไฟ ซีอีโอเครือโรงแรมอเวนิสสายบุญ
"เฮ้ย!!! ระวัง!!!
พี่หนึ่งะโขึ้นเสียงดัง ผมมองออกไปนอกรถเห็นคนกำลังข้ามถนน ไฟหน้ารถที่สาดออกไปทำให้มองเห็นเด็กผู้ชายกำลังวิ่งแต่...เด็กคนนี้ไม่มีเท้า! ผมเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วทันที
"น้ำ!! เบรกเดี๋ยวนี้! นั้นเด็ก!! เด็กกำลังจะข้ามถนน!"
พี่หนึ่งพูดขึ้นด้วยความใ แต่ผมไม่สามารถทำตามที่พี่หนึ่งบอกได้และไม่มีเวลาอธิบาย
ตุ้บ!!! ตึ้ง ตึก ตึก!!
ผมขับรถชนสิ่งที่พี่หนึ่งมองเห็นว่าเป็เด็ก ก่อนจะได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรกลิ้งอยู่บริเวณเครื่องยนต์
"นั้นไม่ใช่คนครับ" ผมตอบพี่หนึ่งกลับไป
"......"
"ไม่เป็ไรนะครับหนึ่ง" เฟียสที่นั่งอยู่เบาะหลังจับมือคนรักไว้แน่นด้วยความเป็ห่วง
"ขอโทษนะครับพี่หนึ่งที่ทำให้มาเจอเื่แบบนี้" ผมเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด
"แต่เฟียส เมื่อกี้พี่เห็นเด็กจริงๆนะ เด็กผู้ชายกำลังจะข้ามถนน" พี่หนึ่งพูดขึ้น น้ำเสียงยังฟังดูใไม่หาย
"ไม่มีเด็กหรอกครับ รถที่ขับตามเรามาก็ปกติ พี่หนึ่งลองดูรอบๆสิครับ"
"ไม่! นั้นไง! นั้นไงเด็ก เด็กคนนั้น" พี่หนึ่งพูดขึ้นเมื่อมองไปที่กระจกข้าง ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดหน้าของตัวเอง
"พี่หนึ่ง หนึ่งครับเป็อะไร" เฟียสกอดพี่หนึ่งจากด้านหลังแน่นพร้อมกับถามขึ้นอย่างร้อนใจ
"ให้ผมแวะปั๊มก่อนไหมครับ" ผมถามพี่หนึ่งเมื่อเ้าตัวเหมือนจะไม่ไหว
"ไม่เอาน้ำมนต์ ไม่แวะ รีบกลับแกลลอรี่กันเลย" พี่หนึ่งยังคงหลับตาและกอดแขนเฟียสแน่น ผมจึงรีบขับรถพาทุกคนกลับแกลลอรี่ทันที
เฟียสพาพี่หนึ่งเข้าไปพักในห้องรับรองเมื่อเราทั้งสามคนมาถึงแกลลอรี่ ส่วนผมยังคงนั่งรออยู่โซนรับแขกวีไอพีเพราะพี่หนึ่งบอกว่ามีเื่จะคุยด้วย
ในโซนที่ผมนั่งรอ ถูกใช้จัดแสดงภาพที่ประมูลไปวันนี้ รูปของเพื่อนพี่หนึ่งที่คุณพุฒประมูลไปยังตั้งอยู่ที่เดิม ผมเดินเข้าไปดูงานศิลปะชิ้นนี้ใกล้ๆอีกครั้ง ทำไมนะ ทำไมภาพนี้ถึงได้มีแรงดึงดูดผมขนาดนี้
"ยังไม่กลับเหรอครับ" เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง และผมจำมันได้ทันที
"คุณพุฒ" ผมเรียกเ้าของภาพศิลปะตรงหน้าโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมอง
"จำเสียงผมได้ด้วย"
"จำได้สิครับ"
"แล้วทำไมยังไม่กลับครับ" คุณพุฒก้าวมายืนข้างผมก่อนเอ่ยถาม
"ผมรอพี่ที่รู้จักอยู่ครับ พอดีมีเื่จะคุยกันนิดหน่อย"
"หนึ่งน่ะเหรอ"
"คุณพุฒรู้จักพี่หนึ่งด้วยเหรอรับ"
"รู้สิครับ เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน"
"โห โลกกลมมากเลยนะครับ"
"ไม่กลมหรอกครับ ทุกอย่างมันมีทางของมันเสมอ หรือที่บางครั้งเราเรียกมันว่าพรหมลิขิต"
"คุณพุฒ คุณแอบโรแมนติกเหรอ"
"แล้วชอบไหมครับ"
"ครับ?"
"ชอบคนโรแมนติกไหมครับ"
"โห คุณพุฒ ถ้าพูดกับสาวนี่ละลายเลยนะครับเนี่ย" ผมพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะให้กับมุขของเพื่อนใหม่
"แล้วไปไหนกันมาครับ ทำไมหนึ่งไม่สบาย" คนข้างตัวถามขึ้นพร้อมกับหันมามองผมนิ่ง
"อ่าว พี่หนึ่งไม่สบายเหรอครับ คุณเจอพี่หนึ่งแล้วเหรอ"
"ครับ เจอแล้ว ไปไหนกันมาครับ" คุณพุฒยังคงถามย้ำคำเดิม เมื่อยังไม่ได้คำตอบ
"พอดีผมไปทานข้าวกับพี่หนึ่งมาครับแล้ว...ตอนกลับมาเราเจอ...เจอ"
"เจออะไรครับ"
"พูดไปคุณพุฒต้องไม่เชื่อแน่ๆครับ เหมือนเราจะเจอผีเลย"
"รู้ได้ยังไงครับว่าที่เจอคือผี"
"คือผมเจอบ่อยครับ เอ่อ แบบว่า...แบบว่าผมเป็คนที่เห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นน่ะครับ"
"อ๋อ ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง"
"แบบไหนครับ"
"ก็...ที่คุณเห็นผีไง"
"คุณพุฒเชื่อที่ผมพูดเหรอครับ"
"เชื่อครับ เพราะผมเจอมากับตัว"
"อ๋อ ที่แท้คุณก็เคยเจอผีเหมือนกันนี่เอง"
"จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดครับ"
"แล้วกลัวไหมครับ" ผมหันไปถามพร้อมกับพยายามทำเสียงต่ำให้ดูน่ากลัว
"แล้วคุณล่ะครับ กลัวไหม" คุณพุฒพูดขึ้นพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมที่ผมรู้สึกคุ้นเคยลอยขึ้นมาแตะจมูก ใบหน้าหล่อคมอยู่ห่างแค่หนึ่งนิ้วกั้น
ตึก! ตึก! ตึก!
หัวใจผมเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมาจากอก ก่อนที่เสียงปริศนาจะดังเข้ามาในโสตประสาท
[กลัวสามีไหมครับ]
"ฮะ เมื่อกี้คุณพุฒว่าอะไรนะครับ" ผมถามคนตรงหน้าขึ้นทันทีที่หลุดออกจากภวังค์
"เปล่านะ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย" คุณพุฒเอ่ยขึ้น ผมก้าวถอยหลังมองไปรอบๆแต่ก็ไม่เจอใคร ก่อนจะหันกลับมาเจอเพื่อนใหม่ที่เหมือนกำลังยิ้มอยู่
"คุณยิ้มอะไรครับคุณพุฒ"
"คุณน่ารักดีครับ น้องผมน่าจะชอบ"
"น้องชายที่คุณมาดูแลน่ะเหรอครับ"
"ใช่ครับ"
"วันหลังพามาด้วยสิครับผมชอบเล่นกับเด็ก น่ารักดี"
"น้องผมไม่เด็กแล้วครับ ไกลจากคำว่าน่ารักเยอะ" ผมหัวเราะขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบของคนตรงหน้า
"นี่คุณนินทาน้องเหรอครับ"
"จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิด แต่ว่าตอนนี้ผมต้องไปแล้วล่ะครับ"
"อ่าว ไม่รอเจอพี่หนึ่งก่อนเหรอครับ"
"ผมเจอมันทุกวันอยู่แล้ว ฝากบอกหนึ่งว่าให้ดูแลตัวเองดีๆนะครับ และบอกมันให้ผมหน่อยว่าสิ่งที่พร้อมคิดไม่ผิดแต่อย่าเข้ามาเสี่ยงมันอันตราย"
"ยังไงนะครับ"
"พูดตามนี้เลยครับ ผมจะไปแล้วหนึ่งจะมาแล้ว"
"เอ่อ ได้ครับเดี๋ยวผมบอกให้"
"ไปแล้วนะครับ" คุณพุฒพูดจบก็รีบร้อนเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่ที่เดิม
/// อะไรของเขา ///
.........
"อ่าวน้ำมนต์ มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้" พี่หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมเฟียส ก่อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ดูดีขึ้น
"มาดูภาพของคุณพุฒครับ" ผมชี้ไปที่ภาพงานศิลปะตรงหน้า
"ภาพนี้ห้าแสนจริงเหรอเนี่ย" เฟียสทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจ้องไปที่ภาพศิลปะตาแทบหลุด
"รูปนี้เหรอที่เพื่อนเราประมูลไป" พี่หนึ่งถามขึ้น
"ใช่ครับ รูปนี้แหละ เมื่อกี้เขาก็มานะครับเพิ่งกลับออกไปเอง"
"ไอ้น้ำ มึง...มึงว่าใครมานะ" เฟียสถามขึ้นเสียงเบาจนผมแทบไม่ได้ยิน
"คุณพุฒเพื่อนใหม่กูไง เสียดายที่มึงไม่ได้เจอ"
"ไม่เป็ไรกูไม่เสียดาย" เฟียสตอบกลับมาทันทีที่ผมพูดจบ
"พุฒมาหรอ" พี่หนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอึ้งๆ
"ใช่ครับ ก็พี่หนึ่งเจอคุณพุฒแล้วไม่ใช้หรอครับ เห็นคุณพุฒบอกว่าพี่หนึ่งไม่สบาย"
"......"
"แล้วพี่มีเื่อะไรจะคุยกับผมเหรอครับ"
"......"
"พี่หนึ่งครับ พี่หนึ่ง พี่หนึ่ง" ผมเรียกพี่หนึ่งเพราะอยู่ดีๆพี่หนึ่งก็เงียบไป
"ไปนั่งกันก่อนเถอะ" เฟียสพูดขึ้นหลังจากพี่หนึ่งมีอาการแปลกๆ
"แล้วพุฒมันบอกอะไรเราอีก" พี่หนึ่งถามขึ้นหลังจากเราเข้ามานั่งในห้องรับรองของแกลลอรี่
"ก็บอกว่าพี่หนึ่งกับเขาเป็เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันครับ แล้วก็มีอีกเื่"
"เื่อะไร" พี่หนึ่งถามขึ้นทันที
"คุณพุฒฝากบอกพี่หนึ่งว่าให้ดูแลตัวเองดีๆ แล้วก็บอกว่า สิ่งที่พร้อมคิดไม่ผิดแต่อย่างเข้ามาเสี่ยงมันอันตรายครับ"
"......" หลังจากที่ได้ฟังเื่ที่คุณพุฒฝากมาบอก พี่หนึ่งก็เงียบลงอีกครั้ง
"พี่หนึ่งครับ พี่หนึ่ง มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"น้ำมนต์ คือพี่มีเื่จะขอร้อง" พี่หนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
"ครับ?"
"เริ่มงานพรุ่งนี้เลยได้ไหม"
"ทำไมครับ" ผมถามขึ้นเพราะงงกับคำขอร้องของพี่หนึ่ง
"ได้ไหมน้ำมนต์"
"แต่ผมยังไม่สัมภาษณ์เลยนะครับ"
"ไม่เป็ไร พี่รับเองพี่เป็หุ้นส่วนนิดหน่อย"
"เอ่อ ขอบคุณนะครับพี่หนึ่งที่อยากให้ผมมีงานทำเร็วๆ แต่เดี๋ยวรอสัมภาษณ์ก่อนดีกว่าครับ เผื่อผมไม่ถูกใจเพื่อนพี่จะแย่เอา"
"งั้นก็ได้ แต่น้ำมนต์ต้องสัญญากับพี่อย่างหนึ่งก่อน"
"ได้ครับ พี่หนึ่งว่ามาเลย"
"ถ้าสัมภาษณ์ผ่าน น้ำมนต์ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"
"โห มันแน่อยู่แล้วครับ ผมอยากมีงานทำจะตาย"
"สัญญาแล้วนะ"
"สัญญาครับ"
"ขอบคุณนะน้ำมนต์"
"ผมสิครับต้องขอบคุณพี่ ว่าแต่ผมขอถามอะไรพี่หน่อยได้ไหมครับ"
"ได้สิ ว่ามาเลย"
"ตอนอยู่บนรถ พี่หนึ่งเห็นอะไรครับ"
"......"
"ถ้าไม่อยากพูดถึงไม่เป็ไรนะครับ ผมแค่จะเช็คอะไรบางอย่างเฉยๆ"
"พี่เห็นผู้หญิงอุ้มเด็ก แต่...แต่ทั้งเด็กและผู้หญิงคนนั้นไม่มีหัว"
"โดนทรมานสินะ..."
"อะไรนะ น้ำมนต์ว่าใครโดนทรมาน"
"ผู้หญิงและเด็กคนนั้นถูกส่งมาทำร้ายผมครับแล้วทำงานพลาดเลยน่าจะถูกทรมาน"
"ทำไมเขาถึงจะทำร้ายมึงวะน้ำ คนอย่างมึงแค่คิดจะตียังบาปนะกูบอกเลย"
"เพราะกูจะช่วยพี่มึง มันรู้ตัวแล้ว"
"ไอ้เหี้ย! น่ากลัวมาก"
"ไม่ต้องกลัว เคสนี้จัดการได้เพราะมันไม่ได้ตั้งใจทำของใส่พี่ไฟ พี่มึงเป็แค่ทางผ่าน"
"ฝากพี่กูด้วยนะ"
"ไม่ต้องห่วง กูบอกแล้วไงพี่ไฟก็เหมือนพี่กู"
"ขอบใจมึงมากเลยวะ"
"ไม่เป็ไร งั้นกูกลับเลยแล้วกันนะเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ากูไปหาที่บ้าน มึงตื่นมาใส่บาตรด้วยพรุ่งนี้"
"สังฆทานตอนสายๆไม่ได้เหรอวะมึง"
"ไม่ได้ ใส่ตอนเช้าพร้อมแม่เลยแล้วก็อุทิศส่วนกุศลให้เทวดาประจำตัวด้วย ให้เขาคุ้มครองพรุ่งนี้กูอาจจะไม่ได้ดูแลมึง"
"ไอ้น้ำ ทำไมมึงพูดเหมือนเราจะไปรบวะ"
"ก็รบไง รบกับพวกเดรัจฉาน"
"ไอ้สาดด มึงทำกุกลัวนะรู้ตัวไหมเนี่ย"
"ชินสะนะเฟียส ต่อไปนี้มีอีกเยอะ"
"ให้ตายเถอะ มึงรีบกลับไปเลยนะ กูหลอนไปหมดแล้ว" ผมกับพี่หนึ่งหัวเราะขึ้นพร้อมกัน หลังจากที่เฟียสเริ่มจะหน้าซีดลงเรื่อยๆ
"งั้นกูกลับแล้วนะ พรุ่งนี้เจอกัน" ผมบอกเพื่อนตัวเองพร้อมกับตบไหล่เบาๆเพื่อปลอบใจ
"เออ ไปไหนก็ไปเลย" เฟียสพูดขึ้นก่อนปัดมือผมทิ้งอย่างไม่ใยดี
"ผมไปแล้วนะครับพี่หนึ่ง สวัสดีครับ" ผมหันไปบอกพี่หนึ่งที่ตอนนี้กำลังนั่งกลั้นขำให้กับท่าทางของเฟียส
"ครับ ไว้เจอกันนะน้ำมนต์"
ผมกลับมาคอนโดตัวเองหลังจากบอกลาพี่หนึ่งและเฟียสเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ในขณะที่กำลังนั่งอ่านการแก้เดรัจฉานวิชาจากสมุดจดที่ปู่เคยสอน ผมกลับนึกอะไรได้บางอย่าง ในตอนที่ผมขับรถกลับจากร้านอาหารญี่ปุ่น ผู้หญิงที่อุ้มเด็กคนนั้นเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างกับผม
"เขาหวังฆ่าทั้งตระกูล แต่มีคนช่วยไว้ ระวังตัวและช่วยพวกเราด้วย"
"คนที่ช่วยพวกเขาอยู่เริ่มอ่อนแอ พวกมันกำลังจะได้ในสิ่งที่้า"
"ไม่มีใครช่วยได้นอกจากคุณ น้ำมนต์ แค่คุณคนเดียว"
คำพูดของผู้หญิงคนนั้นทำให้ผมเริ่มคิดจริงๆแล้วว่าั้แ่วันนี้ ชีวิตของผมอาจจะไม่ปกติอีกต่อไป
*** Rw