ข้าก็ร้ายเช่นนี้

    บทที 22 อวดดีอันใด! 22.1

    บทที่ 22


    อวดดีอันใด!



    หลังจากจิ้งเส้าหวงมาหานางที่เรือนในครั้งนั้นเขาก็รีบหุนหันออกไป และในวันเดียวกันชุนจี้ก็มาพบนางที่เรือน จิ้งเส้าหวงมองนางเป็นเม็ดหมาก นางก็มองเขาเป็นบันไดนำทาง ในเมื่อต่างฝ่ายต่างตักตวงหาผลประโยชน์จากกันก็นับว่ายุติธรรมดี

    ชุนจี้เป็นคนสนิทคอยรับใช้จิ้งเส้าหวง ทั้งยังรู้ว่าเขาเก่งกาจแต่ซิ่งหลิงไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นผู้ที่มีความสามารถหลากหลายจนน่าตกใจ เพียงแค่มีชุนจี้สิ่งต่างๆ ที่กังวลใจมลายหายวับ เพียงแค่เอ่ยปากไม่ว่าจะสิ่งของหรือแรงคนชุนจี้ก็สามารถจัดหาและให้คำแนะนำได้ทันที ทำให้ร้านชูฮั่วที่คิดว่าอาจต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาภายในไม่กี่อาทิตย์ รวดเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน

    “แม่นางคนผู้นี้จะช่วยในเรื่องการตกแต่งร้านขอรับ”

    ซิ่งหลิงที่กำลังง่วนอยู่กับบันทึกในมือ หันไปเห็นชุนจี้เดินนำคนผู้หนึ่งเข้ามา เขาเป็นชายรูปร่างล่ำสันกำยำ ซิ่งหลิงผงกหัวทักทาย มองห้องเล็กๆ ตรงหัวมุมถนนเบื้องหน้าแล้วพูดด้วยรอยยิ้มเปี่ยมมิตรไมตรี

    “ข้าไม่อยากได้ความสวยงามหรูหรา คนที่จะเข้าร้านชูฮั่วของข้ามิใช่คนร่ำรวยสวมแพรไหม ไม่อยากให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวไม่กล้าเฉียดกรายเข้าใกล้ ข้าลองร่างแบบมาคร่าวๆ แล้ว” ซิ่งหลิงหยิบม้วนกระดาษออกจากแขนเสื้อส่งให้กับช่างก่อสร้าง

    เขตตะวันตกมิใช่เขตอาศัยของคนร่ำรวยมีเงินมากมาย ดังนั้นการตกแต่งร้านถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นหน้าตาของร้าน หากตกแต่งให้งดงามประณีตจนเกินไปก็ทำให้คิดว่าของในร้านมีราคาสูง ดังนั้นจึงมุ่งเน้นความเรียบง่ายอย่างถึงที่สุด มองดูห้องเล็กๆ ตรงหน้าพูดออกไปตามที่คิด

    “ร้านนี้มีพื้นที่ไม่มาก ดังนั้นจึงอยากได้ชั้นวางของที่สามารถจุของต่างๆ ได้มากสักหน่อย ข้าร่างแบบไว้ให้แล้วเช่นกันอยู่ในแผ่นที่สอง...”

    ชุนจี้เฝ้ามองซิ่งหลิงอยู่เงียบๆ อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาช่วยจัดการร้านแห่งนี้ไปหลายส่วน เข้าใจถึงความตั้งใจของซิ่งหลิงอยู่บ้าง รอจนคนทั้งสองพูดคุยจบสิ้นจนช่างก่อสร้างค้อมกายรับคำสั่งจากไป ชุนจี้จึงเดินเข้าหาตั้งใจกล่าวเตือนด้วยความหวังดี

    “แม่นางใช่ว่าข้าปากมากแต่พอรู้บ้างว่าแม่นางคิดจะขายสิ่งของหลายๆ อย่างในร้านเดียว ฟังดูแล้วน่าสนใจมากแต่ก็ยังมีจุดอ่อนเช่นกันนะขอรับ” การขายของหลายอย่างขายได้ก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะมีคนซื้อของทุกอย่างในร้าน

    “ข้ารู้ ข้าเข้าใจดี” ซิ่งหลิงผงกหัวอมยิ้ม มองร้านชูฮั่วที่เริ่มก่อรูปร่างด้วยความอิ่มเอม

    “ก่อนหน้าข้าตระเวนดูตรอกรอบๆ ในระยะหลายลี้ แล้วพบว่าเขตอาศัยแถวนี้มีบรรดาเด็กน้อยมากเป็นพิเศษ ทั้งยังมีสำนักศึกษาอยู่ใกล้ๆ บุรุษในหลายครัวเรือนก็ประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างในร้านค้าทางตลาดตะวันออกเสียส่วนมาก สตรีอยู่บ้านมักจะช่วยหาเงินเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการปักผ้าเย็บเสื้อ ร้านชูฮั่วจะขายขนมหวานและผลไม้แห้ง น้ำหมึกและกระดาษ รวมถึงเส้นด้ายและม้วนผ้าที่จะเยอะเป็นพิเศษ ส่วนของแห้งหรือสิ่งของอื่นๆ ก็จะลดหลั่นตามความเหมาะสม ทั้งมีอาหารมื้อเช้าสำหรับบุรุษที่ทำงานยามตะวันขึ้น” ซิ่งหลิงถอนใจยาวด้วยความผ่อนคลาย หันมองชุนจี้ด้วยรอยยิ้ม

    “แม้ตอนแรกสิ่งของจะมากมายเกินจำเป็นไปสักหน่อยแต่ก็สมควรที่จะลองดูเพื่อที่จะได้รู้ความต้องการที่คาดไม่ถึง ทั้งข้าอยากให้ร้านชูฮั่วเป็นร้านที่ชาวบ้านสามารถมองหาของทุกอย่างที่ต้องการได้ แม้ว่าวันนี้จะไม่มีแต่พรุ่งนี้ก็ต้องมี”

    “เป็นข้าที่คิดน้อยเกินไป หลายวันมานี้ห่วงใยแม่นางโดยใช่เหตุแล้ว” ชุนจี้ถอนใจด้วยความโล่งอก โคลงหัวไปมาด้วยรอยยิ้มบางๆ นางรอบคอบเพียงนี้ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลแล้ว

    “พูดเกินไป มีเจ้าช่วยเหลือจึงเบาแรงไปได้มาก”

    “เพราะคุณชายห่วงใยแม่นางต่างหากขอรับ เกรงว่าแม่นางเหนื่อยล้าจึงได้ให้ข้าคอยช่วยเหลือ”

    ระยะนี้เหมือนจะได้ยินว่าจิ้งเส้าหวงกำลังเร่งก่อสร้างร้านอาหารแห่งใหม่ใจกลางตลาดตะวันออก เขาออกจากคฤหาสน์ตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ทุกวัน มีโอกาสพบหน้าเขาในยามค่ำคืนเท่านั้น แม้จิ้งเส้าหวงจะค้างคืนที่เรือนของนางแต่ก็ไม่ได้ทำสิ่งใดไปมากกว่าการปะทะฝีปากโต้เถียงให้พอเป็นพิธีเพื่อไม่ให้ชีวิตไร้สีสันจนเกินไป ทั้งเขาก็ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะมีเรี่ยวแรงทำ ‘เรื่องอื่น’ ดังนั้นนี่จึงเป็นการนอนหลับพักผ่อนอย่างแท้จริง

    สำหรับจิ้งเส้าหวงมีหนึ่งข้อที่ซิ่งหลิงกระจ่างชัด หากงานยังคั่งค้างไม่จบสิ้น จิ้งเส้าหวงจะเคร่งครัดไม่ผ่อนปรนตนเอง ต่อให้นางเปลือยกายยั่วยวนตรงหน้าเขาคงมีแต่มองนางด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ดีไม่ดีคงถูกเขาติเตียนยาวเป็นหางว่าว

    นางมีเรื่องร้านชูฮั่วที่ต้องจัดการ ไม่ได้กินอิ่มนอนหลับว่างจนไม่มีสิ่งใดทำถึงไปยั่วยวนเขา!


    วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ซิ่งหลิงมาเยือนร้านค้าเล็กๆ ที่หัวมุมถนนตะวันตก มองดูร้านชูฮั่วที่ผ่านการตกแต่งอย่างเรียบง่ายที่สุดก็พึงพอใจยิ่งยวด ร้านของนางเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณหกส่วน เหลือนำชั้นวางและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จัดเก็บให้เป็นหมวดหมู่และเป็นระเบียบเรียบร้อยก็พร้อมเปิดร้าน

    “ส่วนเรื่องสินค้าในร้านค้า ข้าน้อยจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ พ่อค้าเหล่านั้นเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ติดต่อซื้อขายกับตระกูลจิ้งมาเนิ่นนาน ทั้งอาหารแห้งและของต่างๆ ที่แม่นางจดมาได้ครบหมดแล้วขอรับ แต่ด้วยงบประมาณที่แม่นางมอบให้ แม้สินค้าจะไม่ได้ดีเท่าของที่ใช้ในร้านค้าตระกูลจิ้งแต่คนเหล่านั้นไม่กล้าตุกติกแน่นอนขอรับ”

    “น่าริษยาคุณชายจริงๆ ที่มีผู้มากสามารถเช่นเจ้าคอยช่วยเหลือ”

    “แม่นางชมเกินไปแล้วขอรับ” ชุนจี้ประสานมือค้อมเอวด้วยความขัดเขิน ความเขินอายนี้จากเขาทำให้ซิ่งหลิงอมยิ้ม อดสะท้อนใจเปรียบเทียบไม่ได้

    พอเป็นคนในตระกูลใหญ่ทำอะไรก็ง่ายดายไปเสียทั้งหมด หากเป็นนางในกาลก่อนที่ไม่มีคนคอยหนุนหลังกว่าจะจัดการแต่ละเรื่องได้ผมก็ร่วงไปหลายเส้น

    “ชุนจี้! ชุนจี้!”

    เสียงเร่งร้อนเรียกหาทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวขานหันมองเช่นเดียวกับซิ่งหลิงที่มองตาม เห็นเซี่ยจี้ที่รีบวิ่งเข้าหาหน้าตาตื่นในใจก็รู้สึกไม่ดี หวนนึกถึงจิ้งเส้าหวงอย่างเสียไม่ได้ เซี่ยจี้แตกตื่นเพียงนี้คงไม่ได้เกิดเรื่องใดขึ้นกับเขาใช่หรือไม่

    ว่ากันว่าคนเลวตายยาก คนเช่นจิ้งเส้าหวงต่อให้ไม่ได้อายุถึงร้อยปีแต่อย่างน้อยสุดก็ต้องเก้าสิบ คงไม่ได้สิ้นอายุขัยในวัยเท่านี้เป็นแน่...

    “อย่าเอะอะไป เกิดอะไรขึ้น” ชุนจี้ถลึงตากดเสียงถาม ปรามเซี่ยจี้ที่กำลังดึงดูดสายตาจากคนโดยรอบ

    “บัญชีร้านรื่อเซิงซางสาขาย่อย ถนนที่สิบหกมีปัญหา”

    “คุณชายทราบเรื่องแล้วหรือยัง”

    “ทราบแล้ว แต่เวลานี้คุณชายกำลังสนทนาอยู่กับใต้เท้าหม่าไม่อาจปลีกตัว”

    “เข้าใจแล้ว แม่นางต้องขออภัยจริงๆ ข้าไม่อาจคอยรับใช้ท่านได้ในยามนี้” ชุนจี้พยักหน้ารับเซี่ยจี้แล้วหันมาค้อมเอวต่ำให้แก่ซิ่งหลิง ลำตัวแทบจะขนานไปกับพื้น ท่าทางอ่อนน้อมยิ่งทำให้คนรอบด้านต่างพากันแอบมองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

    ตระกูลจิ้งไม่ใช่ตระกูลเล็ก ไม่มีผู้ใดไม่รู้ถึงชื่อเสียงที่กล่าวขาน ทั้งคนสนิทที่ถูกเรียกขานว่าห้าจี้คอยรับใช้ข้างกายจิ้งเส้าหวงก็ไม่สามัญ ต่างรูปงามมากความสามารถทั้งนั้น เมื่อชุนจี้ปรากฏกายในถนนตะวันตกไม่เพียงชาวบ้านจะให้ความสนใจ สายตาของตระกูลคหบดีรวมถึงตระกูลใหญ่ที่จับจ้องตระกูลจิ้งอยู่เนิ่นนานก็พากันพูดถึง

    ขันทีย่อมมีท่วงท่าของขันที ฮ่องเต้ก็ย่อมมีท่วงท่าของฮ่องเต้ ชุนจี้แม้ไม่ปราดเปรื่องเท่าจี้เจี๋ยที่เป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มห้าจี้แต่เขาก็มีหน้ามีตา ความนอบน้อมที่เขามีต่อสตรีผู้หนึ่งชวนให้สงสัยยิ่งนัก สตรีผู้นี้ไม่มีใครรู้ว่าตัวนางเป็นใคร ปรากฏกายขึ้นมาจากอากาศ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดคือตัวนางไม่ใช่สตรีทั่วไป

    คนข้างกายจิ้งเส้าหวงให้ความเคารพนบนอบเช่นนี้ควรมีแต่ฮูหยินไม่ใช่หรือ แต่หากสตรีนางนั้นเป็นฮูหยินจริงแล้วจิ้งเส้าหวงไปแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!

    ชุนจี้ที่ค้อมเอวขออภัยแสดงความจริงใจ ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังทำให้เถ้าแก่ร้านค้าข่าวสารหัวหมุน พิราบส่งข่าวตัวแล้วตัวเล่าถูกปล่อยออกไปเพื่อสืบหาที่ไปที่มาของสตรีนางนี้ทั้งสิ้น!

    “ไม่ต้องทำเช่นนี้ เรื่องร้านแลกเงินเกิดเรื่องข้าก็ไม่สบายใจ พวกเรารีบไปกันเถิด” ซิ่งหลิงถอยเท้าออกห่าง ลำบากใจอยู่บ้างที่ชุนจี้ก้มหัวค้อมเอวให้นางเช่นนี้ เขาเป็นคนสนิทของจิ้งเส้าหวง บ่าวรับใช้ข้างกายก็ถือเป็นหน้าตาของเจ้านาย

    “ต้องรบกวนแม่นางแล้วจริงๆ ขอรับ” ชุนจี้ถอนใจด้วยความโล่งอกสีหน้าปลอดโปร่งขึ้นหลายส่วนเมื่อได้ยินว่าซิ่งหลิงจะติดตามไปด้วย

    แม่นางซิ่งหลิงเคยตรวจดูบัญชีของร้านรื่อเซิงซางแดนเหนือ ทั้งยังคุ้นเคยกับตัวเลขและวิธีการจัดการบัญชีเป็นอย่างดี!

    ส่วนเซี่ยจี้ก็พยักหน้ารับแรงๆ ไม่ได้รู้สึกว่าการที่ซิ่งหลิงติดตามไปเป็นเรื่องผิดแปลกอะไร ไม่รู้สึกผิดปกติเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังเห็นดีเห็นงาม!

    คล้ายกับเรื่องข้าก็ร้ายเช่นนี้ ที่คุณอ่าน