รักนั้นนิรันดร The end
" พี่ใหญ่...เปรี้ยวขนาดนี้ กินเข้าไปได้ยังไงคะ ? "
" อร่อยดีออก หนูยิ้มลองมั้ย "
" หึ้ยยย..ไม่เอาอ่ะค่ะ เปรี้ยว หนูยิ้มลองแล้วตอนแกะใส่จาน " ภรรยาสาวทำหน้าเหยเก...รู้สึกเสียวฟันแทนสามี
หลังจากแต่งงานกันได้เพียงหนึ่งเดือนญาดาก็พบความผิดปกติของร่างกาย ภาคินจึงรีบพาภรรยาสาวไปโรงพยาบาลเพื่อเช็คร่างกายให้แน่ในอีกครั้ง เขากลัวว่าอาการเกี่ยวกับผิวหนังที่เธอเป็นครั้งก่อนจะลุกลามหรืออาจมีโรคอย่างอื่นแทรกซ้อนมาอีก
เมื่อตรวจเช็คร่างกายทุกส่วนครบหมอใหญ่ประจำโรงพยาบาลคนเดิมก็แจ้งผลให้สองสามีภรรยาทราบ ญาดาจำได้ว่าพอสามีของเธอรู้ผลว่าร่างกายของเธอทุกส่วนปกติและเขากำลังจะได้เป็นพ่อคนในเร็ววันนี้
พี่ใหญ่ของเธอกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจจนถูกหมอใหญ่เอ่ยแซว ... จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ผ่านมาหกเดือนเต็มแล้ว ใช่แล้วล่ะ...ตอนนี้เธอท้องลูกคนแรกได้หกเดือนแล้ว กระนั้นแม่มือใหม่อย่างเธอก็ไม่มีอาการแพ้ท้องอย่างคุณแม่คนอื่นๆ เธอปกติดีทุกอย่างยกเว้นท้องที่เริ่มนูนใหญ่ขึ้นตามอายุครรภ์ของลูกในท้อง
จะว่าไปถ้าบอกว่าปกติเหมือนเดิมทุกอย่างก็คงไม่ได้ เธอน่ะปกติ...แต่สามีของเธอนี่สิไม่ปกติ...พอญาดาท้องได้ 4 เดือนและคุณหมอบอกว่าเธอได้ลูกชายเท่านั้นแหละ สามีของเธอก็เปลี่ยนจากการกินข้าวมากินผลไม้แทนและผลไม้ที่ว่าส่วนใหญ่ก็เป็นชนิดเปรี้ยว
" เอ้อ...หนูยิ้ม เมื่อวานพี่เห็นพายัพสั่งหมอนรองท้องให้พิมน่ะ พี่ก็เลยให้พายัพสั่งมาเผื่อด้วยสองอันนะ "
" หมอนรองท้อง...แบบไหนคะ หนูยิ้มกำลังว่าจะสั่งพอดี ท้องเริ่มใหญ่ขึ้นแล้วกลางคืนนอนไม่ค่อยหลับ ถ้าได้หมอนมาช่วยรองท้องไว้คงดีขึ้น "
" พี่เห็นในรูปเป็นแบบยาวๆน่ะ เห็นพายัพว่าอ่านในรีวิวแล้ว แม่คนอื่นๆเค้าว่าดี เอามานอนก่ายเหมือนเหมือนข้างและแถมยังรองท้องได้ดี ยิ่งคนท้องใหญ่ๆยิ่งเหมาะ "
" โอ้โห...เดี๋ยวนี้พี่พายัพเป็นนักช้อปมือหนึ่งแล้วเหรอคะ "
" หึ...รายนั้นหนักยิ่งกว่าพี่อีก วันๆว่างไม่ได้นั่งกดแต่มือถือหาของให้ลูกให้เมีย "
" แหม !!! ... ว่าแต่คนอื่นเขา ตัวเองรึก็ใช่ย่อยนะคะ นี่ขนาดลูกยังไม่คลอดเลยของกองเต็มบ้านแล้ว " คนเป็นเมียแอบแซวสามี
" ฮ่า...เรื่องแบบนี้ว่ากันได้ซะที่ไหน เมียกับลูกทั้งคนพี่ก็อยากหาของดีๆให้ แล้วนี่เมื่อไหร่จะเลิกไปทำงานแล้วอยู่บ้านนอนนิ่งๆซะที " คนเป็นสามีลุกจากเก้าอี้เข้าไปพยุงภรรยาสาวและพาเดินไปยังโซฟาที่อยู่ในห้องนั่งเล่น
แม้ว่าจะตั้งครรภ์และท้องเริ่มใหญ่ขึ้นมากแล้วแต่ญาดาก็ยังเข้าบริษัทไปทำงานทุกวัน แม้เขาจะเอ่ยปากห้ามปรามอย่างไรเธอก็ไม่ฟัง หญิงสาวให้เหตุผลว่าการได้ออกไปทำงานจะช่วยให้ลูกในท้องแข็งแรงเพราะได้เดินไปเดินมา สุขภาพจิตก็จะดีเพราะได้พุดคุยกับคนนั้นคนนี้ และสิ่งที่ทำให้ประธานใหญ่ยอมจำนนก็คือ คุณหญิงย่าทั้งสอง
คุณย่าบอกว่าท่านเองก็ทำงานจนถึงวันคลอดเช่นกัน คนท้องจะนั่งๆนอนๆอย่างเดียวไม่ได้และยิ่งพอท้องเริ่มโตอารมณ์จิตใจจะเริ่มเปลี่ยน บางคนมีภาวะโรคซึมเศร้า...การที่คนท้องได้ทำงาน ทำนั่นนี่ ได้พูดคุยกับคนอื่นจะช่วยลดภาวะนี้ได้
นั่นแหละ...ทั้งเขาและลูกน้องคนสนิทจึงต้องยอมให้ภรรยาที่ท้องลูกคนแรกไปทำงานตามความต้องการของเธอ
........................................................
" พี่รักหนูยิ้มนะครับ "
" ขอบคุณค่ะ หนูยิ้มก็รักพี่ใหญ่ " ฉันเอนหัวลงบนไหล่ของสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ ลองนึกภาพดูสิคะ...ว่าจะมีความสุขแค่ไหน พี่ใหญ่บอกรักแบบนี้ทุกวัน วันละหลายครั้ง
วันนี้เป็นวันหยุดเราสองคนจึงไม่ได้ออกไปไหนเพราะตลอดทั้งสัปดาห์เราก็ออกไปทำงานกันอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาที่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันในบ้านแทบจะไม่มี พอท้องเริ่มใหญ่การที่จะออกเที่ยวต่างจังหวัดเหมือนแต่ก่อนก็เป็นเรื่องยาก เวลาปกติฉันจะไม่แพ้ท้องเลยแต่หากได้นั่งรถไปไกลๆนี่ไม่ได้เลย อาเจียนเวียนหัวตลอดทาง
สำหรับฉันการมีลูกช่วยเติมเต็มความสุขให้ครอบครัว ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวใหญ่...ทั้งฉันและพี่ใหญ่จะสลับสับเปลี่ยนไปดูแลคุณย่าทั้งสองบ้าน หรือไม่เราก็จะย้ายที่หลับที่นอนไปนอนบ้านนั้นทีบ้านนี้ทีเพื่อไม่ให้คุณย่าเหงา
ถึงยังไงคนในครอบครัวก็สำคัญที่สุด วันที่ฉันท้อแท้เหนื่อยล้าก็มีครอบครัวช่วยปลอบประโลม วันที่ล้มลุกคลุกคลานก็มีครอบครัวช่วยโอบอุ้ม ทิ้งใครก็ทิ้งได้แต่สำหรับคนในครอบครัวฉันไม่มีวันทิ้งไปไหนได้อย่างแน่นอน
" บ่ายๆเราสองคนไปหน้าหมู่บ้านกันมั้ยคะ " ฉันเอ่ยชวนคนที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่
" เอาสิ..ว่าแต่หนูยิ้มอยากได้อะไร สั่งผ่านแอปไม่ง่ายกว่าเหรอ " นั่น...พูดถึงเรื่องซื้อของไม่ได้เลย จะสั่งท่าเดียว
" ไม่เอาค่ะ..อยากไปเลือกเอง หนูยิ้มเห็นมีร้านขายต้นไม้อยู่ริมทางก่อนถึงหมู่บ้านเราอ่ะค่ะเลยอยากไปดู "
" จะปลูกเอง ? " คนตัวใหญ่หันมาถามฉันทันที
" แหะ.....ก็ช่วยกันไง " ฉันทำตาปริบๆ ซุกใบหน้าถูไถไปกับหน้าอกของสามีที่กำลังทำตาขึงอยู่ ก็คนมันอยู่เฉยๆไม่เป็นอ่ะ...นี่ยังกลัวเลยว่าลูกคลอดออกมาจะเป็นเหมือนฉันมั้ย อยู่นิ่งไม่ได้.....
" อ้อนกันแบบนี้พี่ก็ต้องยอมมั้ยล่ะ " พี่ใหญ่ส่ายหน้าเบาๆแล้วหันกลับไปดูจอโทรทัศน์ใหม่
" ฮิฮิ...ขอบคุณค่ะ รักนะคะคนดีของหนูยิ้ม " พูดจบฉันก็ขยับตัวจุ๊ปแก้มสามีหนึ่งที พี่ใหญ่ยิ้มบางๆแล้วหอมที่หน้าผากของฉันเช่นกัน มือลูบหัวของฉันไปมาด้วยความรัก เขารักฉันมากแหละ...ฉันรู้ นี่ไม่ได้อวยตัวเองนะ...ทุกคนก็ได้ยินตอนที่พี่ใหญ่บอกรักฉันใช่มั้ยล่าาาา
มาถึงวันนี้มันไกลเกินกว่าที่คาดหวังไว้ ชีวิตฉันแต่ก่อนฉันหวังเพียงแค่ให้พี่ใหญ่รักฉันเหมือนอย่างที่ฉันรักเขาบ้าง แค่เพียงเศษเสี้ยวหัวใจก็ยังดี หลังจากผ่านอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงและได้กลับมาใช้ชีวิตด้วยกันอีกครั้งฉันถึงได้รับรู้ความรู้สึกของพี่ใหญ่ เขาเองก็รู้สึกเหมือนฉัน เพียงแต่แสดงออกไม่เหมือนกันแค่นั้นเอง
จะมีคู่รักสักกี่คู่ที่แต่งงานกันถึงสามครั้งเหมือนคู่ของฉัน และคนที่แต่งงานกันก๋เป็นคนเดิมๆเหมือนคู่ของฉัน ไม่ใช่ว่าเราไม่รัก ไม่ใช่ว่าเราหย่าร้างแล้วกลับมาแต่งงานใหม่
แต่เพราะความเข้าใจผิดทำให้เกิดเหตุร้ายจนก่อเกิดเป็นความชุลมุนวุ่นวายตามมา ถึงยังไงคนคนเดิมที่ฉันรักก็ยังเป็นเขาคนนี้ ... สามีที่นั่งอยู่ข้างๆ คนที่โอบกอดฉันอยู่ตอนนี้นั่นเอง
...................................................
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาพร้อมกับฉัน ขอบคุณท่านที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก ..หัวใจรักรินรดา สำหรับท่านใดที่ยังงวยงงกับเรื่องราวความรักของฉันอยู่ก็ขออภัยนะคะ เอาไว้จะบอกผู้เขียนให้ปรับปรุงแก้ไขให้นะคะ และสำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านหัวใจรักรินรดาซึ่งเป็นช่วงแรกเริ่มของเรื่องราวนั้น ก็ขอฝากด้วยนะคะ
ตอนนี้ยังมีโปรลดราคา นิยายเรื่องหัวใจรักรินรดาอยู่ค่ะ ถึงสิ้นเดือนนี้นะคะ....สำหรับเรื่องราวความรักของฉันก็จะขอโบกมือลากันแต่เพียงแค่นี้นะคะ แต่กำลังคิดเรื่องตอนพิเศษอยู่อาจมีมาต่ออีกสักตอนหรือสองตอน
สำหรับเรื่องต่อไปคิดว่าจะเขียนเรื่องของนิวกับชมพูในเซตของนิยายแอบรัก แต่กำลังชั่งใจกับเรื่องของเย่วเฟิ่ง รออีกนิดนะคะแล้วจะมาแจ้งเรื่องใหม่ให้ทราบว่าจะแต่งเรื่องไหน
ขอบคุณทุกการติดตามอีกครั้งจ้าาาาา