ติ๊ง!
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้น ตัดความมืดสลัวในถ้ำ
อคินสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ตามความเคยชิน ทั้งที่ในความเป็นจริง ปอดของเขาไม่ได้ต้องการออกซิเจนมากขนาดนั้นอีกแล้ว
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานถ้ำหินปูนชื้นแฉะ และกลิ่นควันไฟจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่ง
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ตอนนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 1 พฤษภาคม]
[ระบบ: ยินดีต้อนรับเข้าสู่หลักสูตรเร่งรัด: 'นักล่าเงา']
[บทเรียนที่ 1: ห้ามทำตัวเป็นตัวถ่วง... เข้าใจตรงกันนะ?]
[สถานะร่างกาย: พร้อมรบ 100% ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเรียบร้อย ]
อคินยิ้มมุมปาก พลางขยับไหล่ไล่ความเมื่อยขบที่หลงเหลือจากเมื่อวาน
"เข้าใจแล้วน่า... ระบบปากเสีย"
เขาคว้าดาบที่วางอยู่ข้างกาย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมาจากมุมมืดของถ้ำ
ดวงตาสีอำพันของเสือโคร่ง, ดวงตาวาวโรจน์ของเสือดาว, และเลนส์แว่นตาสะท้อนแสงของลีเมอร์
"ตื่นแล้วรึ พ่อหนุ่ม..."
เสียงแหบพร่าของ อัคคี ดังขึ้นจากเงามืดเหนือศีรษะ เสือดาวหนุ่มห้อยหัวลงมาจากหินงอกราวกับค้างคาว
"หลับลึกเหมือนคนตายเลยนะ..."
"แค่หลับเอาแรงครับ"
อคินตอบกลับ พลางกระชับสนับแขน
"คืนนี้เราจะไปไหนกัน?"
จูเลียเดินเข้ามา หางของเธอปัดผ่านขาของอคินเบาๆ เป็นเชิงทักทาย
"คืนนี้ไม่ใช่การเดินเล่น... แต่เป็น 'ปฏิบัติการทางทหาร' เต็มรูปแบบ เราจะกวาดล้างเส้นทางสู่หุบเขาลึก... เตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ"
...
วันนี้พวกเขาบุกตะลุยลึกเข้าไปในเขตป่าลึกของเทือกเขาสอยดาว
ความมืดในป่าดงดิบหนาทึบจนแทบมองไม่เห็นมือตัวเอง แต่อคินกลับรู้สึกว่าสายตาของเขาปรับตัวได้ดีผิดปกติ
ภาพตรงหน้าไม่ได้มืดสนิท แต่เป็นเฉดสีเทาและน้ำเงินเข้มที่มองเห็นเค้าโครงของต้นไม้และสิ่งมีชีวิตได้อย่างชัดเจน
'ระบบคงอัปเกรดสายตาให้เราอีกแล้วสินะ... สะดวกชะมัด'
เขาคิดในใจอย่างชื่นชม
"ข้างหน้า 300 เมตร..."
เสียงเนิบนาบแต่กังวานดังก้องขึ้นในสมองโดยตรง ไม่ใช่เสียงจากหู
มายา สมเสร็จลายขาวดำเดินนำหน้าขบวน ร่างกายของเธอดูเลือนรางราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกน้ำหกใส่
งวงจมูกของเธอพ่นหมอกควันสีจางออกมาเป็นจังหวะ มันไม่ได้บดบังทัศนวิสัย
แต่ทำหน้าที่เหมือน 'คลื่นโซนาร์' ที่สแกนโครงสร้างป่าทั้งหมด
"พลังงานความมืดเข้มข้น... มีกับดักรากไม้พิษวางอยู่รอบๆ ฐานที่มั่น"
มายาส่งกระแสจิตเตือน
"เลี่ยงไปทางขวา... ข้าจะกางม่านเงาอำพรางกลิ่นอายให้"
หมอกควันสีเทาหมุนวนรอบกลุ่มพวกเขา อคินรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในฟองอากาศที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
เสียงฝีเท้าของ ทองดี เสือโคร่งร่างยักษ์ที่หนักเป็นตัน กลับเบาหวิวราวกับแมวย่อง
บนยอดไม้สูงลิบ เงาเล็กๆ ของ จูเลีย ลีเมอร์หางแหวนกระโจนจากกิ่งหนึ่งสู่อีกกิ่งด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน
เธอหยุดกึกที่ยอดสนสูง ปรับแว่นตาไฮเทคที่ส่งเสียง วิ้ด-วืด เบาๆ ขณะซูมภาพ
(สัญญาณมือ: ศัตรู 4 ตัว ทิศ 12 นาฬิกา... เฝ้ายาม)
จูเลียส่งสัญญาณมือลงมา อคินและทองดีหยุดกึกพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
เปาะ!
เสียงดีดนิ้วแผ่วเบาจากยอดไม้ ตามมาด้วยเสียงหวีดหวิวของอากาศที่ถูกแหวกออก
[กระสุนพฤกษา] !
เมล็ดพันธุ์พืชอัดเวทมนตร์ถูกยิงจากปืนไรเฟิลดัดแปลงของจูเลีย
พุ่งทะลุใบไม้หนาทึบไปปักเข้าที่ลำคอของ 'กอบลิน' ที่เฝ้ายามอยู่อย่างแม่นยำ
ร่างของมันกระตุกเกร็ง เถาวัลย์หนามพุ่งออกจากบาดแผลรัดร่างมันไว้ไม่ให้ล้มลงเกิดเสียงดัง
จังหวะเดียวกันนั้น ลมวูบหนึ่งพัดผ่านหน้าอคินไป
อัคคี หายตัวไปแล้ว... ไม่ใช่แค่การซ่อนตัว แต่ร่างกายของเขาละลายหายไปในเงาไม้ราวกับหยดหมึกในน้ำ
ฉึก... ฉึก...
ไม่มีเสียงร้องโหยหวน มีเพียงเสียงลมหายใจสุดท้ายที่ขาดห้วง
เมื่ออคินเพ่งมองไปข้างหน้า เขาก็เห็นร่างของยามอีกสามตัวค่อยๆ ทรุดลงพร้อมกัน
ที่คอหอยของพวกมันมีรอยปาดบางเฉียบ เลือดสีดำทะลักออกมาเงียบๆ
อัคคีปรากฏตัวขึ้นข้างศพศัตรู เช็ดมีดสั้นคู่ใจกับขนของเหยื่อ แล้วพยักหน้าให้สัญญาณ
(เคลียร์ทางสะดวก... ทีมบุก เข้าได้!)
"ลุย!"
อคินกระซิบสั่งการ หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
สิ้นเสียง ร่างมหึมาของ ทองดี ก็พุ่งทะยานออกไปเหมือนรถบรรทุกเบรกแตก ดาบยักษ์บนหลังถูกชักออกมาด้วยมือเดียว
"โฮกกกก!!!"
เสียงคำรามกึกก้องป่า ผสานกับสกิล [ราชสีห์คำราม]
คลื่นเสียงกระแทกใส่กลุ่มมอนสเตอร์ที่กำลังหลับใหลในค่ายจนพวกมันชะงักงัน ขาแข็งด้วยความหวาดกลัวต่อ 'นักล่าระดับสูงสุด'
เจ้าโบ้ ในชุดเกราะเศษเหล็กวิ่งสวนเข้าไปชน [โล่กระแทก] ใส่ตัวที่พยายามจะลุกขึ้น
บัวลอยยืดเงาจากหลังอคินไปรัดขาพวกมันไว้ด้วยสกิล [เงาพันธนาการ]
และอคิน...
เขาวิ่ง... ไม่สิ เขารู้สึกเหมือนกำลัง 'ร่อน' ไปบนพื้นดิน ร่างกายเบาหวิว
ดาบในมือฟาดฟันออกไปตามสัญชาตญาณ ทุกท่วงท่าลื่นไหลและเฉียบคมกว่าตอนที่เป็นมนุษย์ธรรมดาหลายเท่า
ฉัวะ!
คมดาบตัดผ่านเกราะหนังหนาๆ ของมอนสเตอร์ราวกับตัดเนย
อคินหมุนตัวหลบกรงเล็บที่สวนกลับมา แล้วแทงสวนเข้าที่จุดตาย
"เยี่ยม..."
เขาพึมพำกับตัวเอง รู้สึกทึ่งในศักยภาพร่างกายใหม่นี้
'ทำงานเป็นทีมแบบนี้ประแรงสุดๆ ยอดเลย... ไม่เหนื่อย ไม่หอบ เหงื่อไม่ออกสักหยด!'
เขาหารู้ไม่ว่า... ข้างๆ กันนั้น ทองดีกำลังหายใจหอบฮั่กๆ ไอร้อนพวยพุ่งออกจากปากเสือโคร่งยักษ์ ส่วนอัคคีก็มีเหงื่อซึมตามไรขน
มีเพียงอคินคนเดียวที่ยืนนิ่งสงบ... ผิวหนังเย็นเฉียบและแห้งสนิท
ราวกับตุ๊กตาที่ถูกปั้นขึ้นมาอย่างประณีต ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ต้องเผาผลาญพลังงาน
...
[6 พฤษภาคม]
การฝึกฝนผ่านไปห้าคืนเต็ม อคินเริ่มชินกับการเคลื่อนไหวเป็นทีม
เขาเรียนรู้ที่จะอ่านภาษากายของสัตว์อสูร เรียนรู้ว่าเมื่อหูของอัคคีลู่ลงหมายถึงอันตรายจากด้านหลัง
และเมื่อจมูกของมายากระตุกหมายถึงมีเวทมนตร์รบกวน
คืนนี้... พวกเขามาถึงจุดที่ลึกที่สุดของหุบเขา
กลิ่นกำมะถันรุนแรงจนแสบจมูก ต้นไม้แถบนี้ยืนต้นตายซาก ใบไหม้เกรียมเป็นสีดำ
ติ๊ง!
[แจ้งเตือน: ตรวจพบพลังงานความร้อนมหาศาล... บอสประจำพื้นที่กำลังตื่น]
[คำแนะนำ: อย่าตายนะ]
เบื้องหน้าของพวกเขาคือลานหินกว้างที่ร้อนระอุ ตรงกลางนั้น... ร่างมหึมาสูงกว่า 4 เมตรยืนตระหง่านอยู่
'กระทิงเปลวเพลิง'
ผิวหนังของมันเป็นเกร็ดแข็งสีแดงฉานราวกับลาวาที่กำลังเดือดพล่าน
กล้ามเนื้อปูดโปนขยับไหวทุกครั้งที่มันหายใจ เขาคู่ยักษ์บนหัวลุกโชนไปด้วยไฟบรรลัยกัลป์
ลมหายใจที่พ่นออกมาแผดเผาหญ้ารอบๆ จนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
"ตัวใหญ่เป็นบ้า..."
อคินกลืนน้ำลายที่ไม่มีอยู่จริงลงคอ "นั่นมันรถถังหุ้มเกราะชัดๆ"
"ข้าเปิดเอง! พวกเจ้าหาจังหวะ!"
ทองดีตะโกนลั่น แววตาของเสือโคร่งนักสู้ลุกโชน เขาพุ่งเข้าปะทะด้วยสกิลก้นหีบ [พยัคฆ์ทะลายภูผา]
ดาบยักษ์ที่อัดแน่นด้วยพลังเวทฟาดฟันลงมาใส่เขาของกระทิง
ตูม!!
แรงปะทะเกิดคลื่นกระแทกกระจายไปทั่ว เศษหินปลิวว่อน
แต่กระทิงยักษ์กลับเพียงแค่สะบัดหัวเบาๆ เท่านั้น... พละกำลังของมันเหนือชั้นกว่าทองดีอย่างทาบไม่ติด!
"โฮกกกกกกกกกก!"
กระทิงคำราม ก่อนจะขวิดสวนกลับด้วยความเร็วที่ขัดกับขนาดตัว
เปรี้ยง!
ร่างของทองดีกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกหน้าผาหินจนเกิดรอยร้าว
"อั่ก!"
เสือโคร่งจอมพลังกระอักเลือดคำโต ร่างกายทรุดฮวบลงกับพื้น ขาขวาหักพับในทิศทางที่ผิดปกติ
"ทองดี!" อัคคีตะโกน กัดฟันพุ่งเข้ามาจากมุมอับด้วยความเร็วสูงสุด หวังจะแทงมีดอาบยาพิษเข้าที่ข้อพับขาหลัง
แต่กระทิงเปลวเพลิงฉลาดกว่าที่คิด... ดวงตาของมันกรอกมองไปด้านหลัง ก่อนจะหมุนตัวตวัดหางที่เป็นแส้ไฟฟาดเข้าใส่
ฟวับ!
"หลบไม่พ้น!" อัคคีเบิกตากว้าง เปลวไฟร้อนระอุกำลังจะปะทะเข้ากับใบหน้า
วินาทีนั้น... โลกของอคินเหมือนถูกชะลอเวลาให้ช้าลง
ภาพความตายของเพื่อนร่วมทีม... ภาพของทองดีที่บาดเจ็บ
ภาพของอัคคีที่กำลังจะถูกเผา... ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นพล่านในอก ไม่ใช่ความเจ็บทางกาย
แต่เป็นความเจ็บปวดจากการ 'สูญเสีย' ที่เขากลัวที่สุด
"ไม่... ฉันจะไม่ยอมเสียใครไปอีกแล้ว!"
ความปรารถนาที่จะปกป้องระเบิดออก ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟตรงหน้า
มันแล่นพล่านไปตามเส้นเลือดที่ว่างเปล่า กระตุ้นขุมพลังบางอย่างที่หลับใหลอยู่ลึกสุดขั้วหัวใจ
ติ๊ง!
[ระบบ (แจ้งเตือนวิกฤต) : ตรวจพบความปรารถนาอันแรงกล้า!]
[ทำการบังคับเปิดใช้งาน 'ผสานวิญญาณ']
[ผสานวิญญาณ]
[เงื่อนไขครบถ้วน: สกิล 'เข้าทรง' ทำงานประสานกับ 'หยิบบืมพลัง']
[กำลังทำการอัญเชิญ: จิตวิญญาณแห่งท้าวเวสสุวรรณ (ระดับ: เสี้ยวพลัง)]
[คำเตือน: ร่างกายผู้ใช้จะรับภาระหนัก... เวลาคงเหลือจะลดลงอย่างรวดเร็ว!]
" [เข้าทรง] [หยิบยืมพลัง] !"
อคินตะโกนสุดเสียง เสียงนั้นไม่ได้ก้องแค่ในลำคอ แต่มันสะเทือนไปถึงมิติวิญญาณ
วูบ!
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือหุบเขาเปลี่ยนสี เมฆหมอกหมุนวนมารวมตัวกันที่จุดเดียวเหนือศีรษะของอคิน
ร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะมอซอเปล่งแสงสีเขียวมรกตตัดกับสีทองอร่าม
เงาร่างมหึมาซ้อนทับขึ้นมาด้านหลัง สูงตระหง่านยิ่งกว่ากระทิงยักษ์
รูปลักษณ์ของยักษ์ผู้ทรงธรรม ใบหน้าดุดันน่าเกรงขาม ถือกระบองที่มีลวดลายอักขระโบราณ
แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมา... ไม่ใช่จิตสังหารแบบสัตว์ป่าที่ดุร้าย
แต่เป็น 'บารมี' แห่งเทพผู้ปกครองภูตผีและยักษ์มาร
สัตว์ป่าทั้งสี่ตน... อัคคีที่กำลังจะถูกโจมตี, ทองดีที่บาดเจ็บ, จูเลียบนยอดไม้, และมายาในเงามืด... ทั้งหมดหยุดชะงัก
ขนของพวกมันลุกชัน ไม่ใช่ด้วยความกลัว... แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่าสั่งให้ร่างกายของพวกมัน 'ก้มหัว' ลงโดยอัตโนมัติ
"นั่นมัน..."
ทองดีเงยหน้ามองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง ลืมความเจ็บปวดที่ขาไปชั่วขณะ
"กลิ่นอายของ 'เจ้าป่า'... ไม่สิ... ราชาแห่งวิญญาณทั้งปวง"
กระทิงเปลวเพลิงที่เคยเกรี้ยวกราด ขาหน้าทรุดลงกับพื้น
ไฟบนเขาดับวูบลงเหลือเพียงควันดำ เมื่อเผชิญหน้ากับพลังที่กดข่มมันในระดับ 'เผ่าพันธุ์'
ดวงตาของอคินบัดนี้ไร้ซึ่งแววตาขี้เล่น มันกลายเป็นดวงตาที่ลุกโชนด้วยแสงสีทอง
เขาไม่ได้ขยับปาก แต่เสียงคำรามดังออกมาจากเงาร่างยักษ์ด้านหลัง ดาบในมือของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกระบองยักษ์
" [ทัณฑ์สวรรค์] !"
อคินวาดกระบองยักษ์ด้านหลังฟาดลงมาด้วยแรงที่มหาศาลกว่าล้านเท่า
เปรี้ยง!!
เสียงเหมือนฟ้าผ่าลงกลางวง กระทิงยักษ์ร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกอัดกระแทกลงไปจนจมดิน
พื้นหินยุบตัวลงเป็นหลุมลึกตามรอยกระบอง รอยแตกแยกกระจายออกไปเป็นรูปใยแมงมุม
เมื่อฝุ่นควันจางลง... ความเงียบก็เข้าครอบงำพื้นที่
ร่างเงาเทพเจ้าค่อยๆ สลายไปเป็นละอองแสง กระบองแปรเปลี่ยนกลับเป็นดาบ
อคินยืนหอบตัวโยน ดาบปักยันพื้นไว้ไม่ให้ล้ม มือสั่นระริกจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด
ติ๊ง!
[สกิล 'ผสานวิญญาณ' สิ้นสุดลง]
[เข้าสู่สภาวะ: อ่อนล้า 180 วินาที]
[ค่าความเหนื่อยล้า (Stamina) ลดลงอย่างรวดเร็ว]
[เงื่อนไขเวลาสิ้นสุด: สกิล 'เข้าทรง' ปลดการใช้งาน]
[เงื่อนไขเวลาสิ้นสุด: สกิล 'หยิบยืมพลัง' คูลดาวน์ 72 ชั่วโมง]
[แจ้งเตือน: พลังงานระบบเข้าขั้นวิกฤต... ปิดการทำงานฟังก์ชันเสริมทั้งหมด]
เขาหันไปมองอัคคีด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าซีดเผือด
"เป็น... เป็นไรไหม? คุณอัคคี?"
อัคคี เสือดาวผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ค่อยๆ ลุกขึ้น
เขาเดินเข้ามาหาอคินอย่างช้าๆ จมูกสูดดมกลิ่นอายเทพที่ยังหลงเหลือจางๆ
ก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าขาหน้าลง ก้มหัวให้จนหน้าผากแตะพื้นดิน
"ข้าเคยมองว่าเจ้าเป็นแค่ภาระ..."
อัคคีเอ่ยเสียงสั่นเครือด้วยความยำเกรง
"แต่ข้าผิดไป... ข้ายอมรับเจ้า อคิน... ในฐานะนักรบที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง"
ทองดีกัดฟันลุกขึ้นโดยมีมายาช่วยพยุง ทั้งคู่เดินเข้ามาสมทบ พร้อมกับจูเลียที่โรยตัวลงมาจากต้นไม้
แววตาของพวกเขาสื่อความหมายเดียวกัน
มันไม่ใช่สายตาที่มองมนุษย์ผู้รอดชีวิต... แต่เป็นสายตาที่มอง 'นักรบที่ทรงเกียรติ' ผู้ครอบครองพลังอำนาจที่พวกเขามิอาจต่อกร
"ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า..."
อคินเกาแก้มแก้เขิน พยายามทำลายบรรยากาศตึงเครียด
"ก็แค่สกิลไม้ตายน่ะ... คูลดาวน์นานจะตาย แต่ตอนนี้ผมล้ามากเลยตาจะปิดอยู่แล้ว..."
มายาเดินเข้ามาเก็บซากกระทิงเข้ากระเป๋ามิติ ก่อนจะเอ่ยตัดบทขึ้น
"พวกเนสรีบกวาดล้างพวกที่เหมือนดีกว่านะ วันนี้จะได้กลับไปพักที่ค่ายในเมือง แล้ว... อคินดูท่าทางไม่ดีเท่าไร ให้เขาพักก่อนก็แล้วกัน"
จากนั้นพวกเขาจะช่วยกันพยุงตัวอคินกลับไปนั่งพักยังต้นไม้ใกล้ๆ
จูเลียเข้ามาปฐมพยาบาลแผลให้ทองดี
แล้วการกวาดล้างรังสมุนกระทิงที่แตกฮือให้สิ้นซากก็เริ่มขึ้น
ในใจของสัตว์ปลุกพลังทั้งสี่... พวกเขารู้ดีว่านั่นไม่ใช่แค่สกิล
กลิ่นอายของอคินไม่ใช่คนเป็น... แต่ก็ไม่ใช่คนตาย
มันคือกลิ่นอายของ 'ผู้ปกครองความตาย'
...
[02:45 น.]
หลังจากกวาดล้างเหล่าอสูรกระทิงต่างมิติจนเกลี้ยงป่า
ขบวนแห่งชัยชนะก็เดินทางกลับมาถึงหน้าประตู 'ค่ายฉะเชิงเทรา'
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นทุ่ง
"หยุด! นั่นใคร!?"
ทหารยามบนป้อมสังเกตการณ์ตะโกนเสียงหลง ปืนกลทุกกระบอกหันปากกระบอกมาทางชายป่า
สปอตไลต์ดวงยักษ์สาดส่องลงมา ตัดผ่านความมืดมิด
"เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะนั่น?"
ภาพที่ปรากฏบนจอภาพทำให้ทหารยามต้องขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไม่อยากเชื่อ
ชายหนุ่มร่างผอมบางในชุดเกราะอัศวินมอซอที่เปื้อนเลือดสีเขียวคล้ำ เดินนำหน้าออกมาด้วยท่วงท่าสงบ
แต่สิ่งที่เดินขนาบข้างเขานั้น... คือฝันร้ายของมนุษย์ทุกคน
ซ้ายมือ... เสือโคร่งยักษ์สูงสามเมตร แบกดาบกระดูกเล่มโต แววตาดุร้าย
ขวามือ... เสือดาวสีนิลที่ร่างกายกลืนไปกับเงา
ด้านหลัง... สมเสร็จลวดลายพิศวง และลีเมอร์ติดอาวุธสงคราม
และข้างกาย... หมาไทยหลังอานที่เดินเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ
ทหารและนักผจญภัยที่ตื่นอยู่ ต่างพากันอ้าปากค้าง แหวกทางหน้าประตูค่ายให้อัตโนมัติด้วยความหวาดเกรงระคนศรัทธา
ไม่มีใครกล้าส่งเสียง มีเพียงเสียงฝีเท้าที่มั่นคงของ 'ปาร์ตี้นักล่าราตรี' และกองทัพสัตว์อสูรของเขาที่เดินผ่านประตูค่ายเข้าไป
อคินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามเก็กท่าให้ดูเท่ที่สุดเท่าที่จะทำได้
แม้ในใจจะร้องโอดโอยเพราะขาเริ่มสั่น
"พวกเราออกไปเจออสูรระดับบอสในป่ามาครับ...เคลียรังมันหมดแล้วกะว่าจะรายงานสำนักงานในวันพรุ่งนี้"
อคินเอ่ยกับหัวหน้ายามที่ยืนตัวแข็งทื่อ
"ขอที่พักให้เพื่อนๆ ผมด้วย... แล้วก็ขอน้ำเย็นๆ สักแก้วนะครับ"
วินาทีนั้น... ท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความตะลึงงัน
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:00]
[เวลาเหลือน้อยแล้วรีบหาที่พักเร็วเข้า]
อคินยิ้มบางๆ เขามองซ้ายมองขวาหาจุดตั้งเต็นท์ด้วยความรีบร้อน
"มีที่พักของแขกอยู่ทางนี้ครับ ทุกท่านตามผมมาได้เลย"
ทหารยามคนหนึ่งเดินเข้ามาเอ่ยขึ้นพร้อมผายมือ ก่อนจะเดินนำทางพวกเขาไปยังที่พัก
กระโจมทหารขนาดใหญ่ ภายในนั้นว่างโล่ง มีเพียงฟูกนอนจำนวนหนึ่งกองเอาไว้
เหล่าสัตว์รีบไล่ยามให้กลับไป พร้อมผลักอคินเข้ากระโจมไปอย่างรวดเร็ว
อคินรีบเดินเข้าไปดึงฟูกออกมา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้แตะมัน
สติของอคินก็ถูกตัดขาดจากโลก...
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]