จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 40 ไท่จื่อของแคว้นหมิง

    ตอนที่ 40

    ไท่จื่อของแคว้นหมิง 

    องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นหมิงเดินผ่านกระโจมเข้ามาด้านในอย่างองอาจ ทุกย่างก้าวของเขาแฝงไปด้วยพลัง เขาเดินตรงไปนั่งที่ตำแหน่งประธานโดยมีแม่ทัพใหญ่ยืนประกบข้างอย่างองอาจ 

    เหล่าแม่ทัพน้อยใหญ่แต่เงียบสนิทพวกเขาแทบจะไม่ส่งเสียงของลมหายใจออกมาเลยสักนิด สายตาอันเฉียบคมและดุดันของหมิงเหอหลิงกวาดมองเหล่าแม่ทัพนายกองที่นั่งกันอยู่

    หมิงเหอหลิงเขาเป็นไท่จื่อแห่งแคว้นหมิง เขาถูกทั้งห้าแคว้นกล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่เป็นไท่จื่อที่มีความสามารถมากที่สุด ในวัยเพียงสิบสองปีหมิงเหอหลิงก็มีความฉลาดเฉลียวมากจนสามารถช่วยบิดาบริหารแคว้นหมิงให้เจริญรุ่งเรืองได้ 

    เพราะว่ามีความสามารถด้านนี้ตั้งแต่ยังเยาว์เขาถึงกลายเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งของแคว้นหมิงแต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดคัดค้าน

    “ พวกท่านเป็นอันใดกันงั้นรึ!!! ” ไท่จื่อที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานเปล่งเสียงถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ 

    เหล่าแม่ทัพต่างขนลุกซู่ไปทั้งตัว แม้ว่าเขาจะออกรบมานานผ่านคมดาบคมกระบี่มาแล้วไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยหน แต่เมื่ออยู่ตรงหน้าไท่จื่อพวกเขาก็ต้องเกรงกลัวเป็นธรรมดา 

    ไท่จื่อนั้นแม้จะเป็นเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง 19 ปีแต่เขาก็มีอำนาจรองลงมาจากองค์ฮ่องเต้ เพียงแค่คำสั่งเดียวก็เปรียบดังวาจาสิทธิ์ ถ้าทำอะไรให้ไท่จื่อไม่พอใจเกรงว่าหัวของพวกเขาก็จะรักษาไว้บนบ่าไม่ได้

    “ กระหม่อมขอเรียนไท่จื่อตามตรงนะพะย่ะค่ะ ” รองแม่ทัพใหญ่ที่นั่งนิ่งอยู่ได้เปล่งเสียงขึ้นมาท่ามกลางความเงียบอย่างนอบน้อม

    “ เชิญท่านรองแม่ทัพพูด ”

    “ กระหม่อมเกรงว่าศึกครั้งนี้จะยืดเยื้อไปถึงครึ่งปีเลยเกรงว่าไท่จื่ออาจจะได้รับบาดเจ็บ ด้วยความเป็นห่วงเลยอยากให้ไท่จื่อเสด็จกลับเมืองหลวงพะย่ะค่ะ ” ลองไม่ทักใหญ่พูดจาฉะฉานไหลลื่นราวกับคิดประโยคนี้มาตั้งแต่เมื่อวาน

    แม่ทัพทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ต่างแสดงใบหน้าตื่นตระหนกพวกเขาไม่คิดว่ารองแม่ทัพใหญ่ผู้นี้จะเป็นคนตรงๆขนาดนี้ พวกเขาเป็นขุนนางถ้ามีเรื่องไม่พอใจกับเรื่องบนก็ควรจะเก็บเอาไว้ภายในใจเพื่อไม่ให้เป็นภัยกับตนเอง แต่นี้กระไรดูสิรองแม่ทัพใหญ่ผู้นี้กำลังหาเรื่องใส่ตนเองซะได้ 

    ไท่จื่อนั่งฟังอย่างสงบนิ่งพลางครุ่นคิดไปด้วย เขารู้ความในที่แฝงอยู่ในคำพูดที่สวยหรูนั้นอยู่แล้ว รองแม่ทัพใหญ่นี้คงจะบอกว่าเขาเป็นเด็กอมมือที่ไม่เหมาะกับสงครามสินะ

    “ เจ้าพูดอันใดน่ะ!!! ” เสียงอันเคร่งขรึมของแม่ทัพใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างไท่จื่อกล่าวขึ้นด้วยความไม่พอใจนัก เขาเองก็พอจะรู้ความในที่แฝงอยู่ภายในประโยคนั้นเหมือนกัน

    “ ไม่เป็นไรขอรับท่านลุง ” ไท่จื่อหันไปพูดกับแม่ทัพใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างกาย

    แม้ว่าแม่ทัพใหญ่เว่ยผู้นี้จะไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์มาตั้งแต่กำเนิด แต่เขานั้นก็อภิเษกสมรสกับท่านป้าของไท่จื่อและตอนนี้ก็ใช้แซ่หมิง เพราะเช่นนั้นไท่จื่อจึงมองเขาเปรียบดังท่านลุง

    “ เอาเถอะข้าเข้าใจท่าน ท่านรองแม่ทัพใหญ่ ในสายตาของท่านข้าคงจะเป็นเพียงแค่เด็กอมมือที่มาเดินเล่นในสนามรบ แต่ว่า...ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่ามันไม่ใช่ ” ไท่จื่อกล่าวด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยไร้รอยยิ้ม

    “ ท่านจะพิสูจน์ด้วยอันใดล่ะพะย่ะค่ะการกระทำ หรือว่าอันใด ” รองแม่ทัพกล่าวออกมาด้วยแววตาที่จริงจัง

    “ นั้นสินะตอนนี้ข้าจะไม่สามารถพิสูจน์คำพูดของตนเองด้วยการกระทำได้เพราะว่าสงครามนั้นยังไม่เริ่มขึ้น เอาแบบนี้แล้วกัน!!! ” ไท่จื่อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ของประธานได้เอื้อมมือไปคว้าด้ามกระบี่สีทองที่อยู่ข้างกายพลันชักมันออกจากฝักกระบี่อย่างรวดเร็ว

    เหล่าแม่ทัพต่างตกใจกับการกระทำนั้นในใจพวกเขานั้นคิดว่าหัวของรองแม่ทัพใหญ่คงจะหลุดเสียแล้ว แต่สิ่งที่คมกระบี่ในมือของไท่จื่อเฉือนลงไปมันคือบริเวณฝ่ามือข้างขวาของไท่จื่อเอง 

    คมกระบี่อันคมกริบเมื่อโดนเข้ากับเนื้อทำให้เกิดแผลบริเวณมือ โลหิตสีแดงของสายเลือดโอรสสวรรค์ไหลรินออกเป็นจำนวนมาก 

    เมื่อเห็นเช่นนั้นดวงตาของเหล่าแม่ทัพยิ่งเบิกกว้างไม่เว้นแม้แต่รองแม่ทัพที่เป็นผู้กล่าวเริ่มเรื่องขึ้นมาตอนนี้พวกเขานั่งไม่ติดแล้ว

    สิ่งที่หมิงเหอหลิงกระทำเป็นลำดับต่อไปก็คือเขายื่นมือที่มีโลหิตสีแดงไหลลงมาจากฝ่ามือลงไปที่พื้นให้กับรองแม่ทัพใหญ่ผู้นั้นพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิม “ ครั้งนี้ข้าจะพิสูจน์ด้วยเลือดของข้าก่อนแล้วกันเมื่อสงครามเริ่มขึ้นข้าจะกระทำให้ท่านได้เห็น ”

    การกระทำของไท่จื่อมันสร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าแม่ทัพน้อยใหญ่มากนักพวกเขาไม่คิดว่าไท่จื่อของเขาจะเป็นคนกล้าหาญและมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้ามากขนาดนี้

    จากนั้นผ่านไปอีกประมาณสามวันสงครามระหว่างแคว้นหมิงและแคว้นหลิวบริเวณชายแดนของแคว้นก็ได้เริ่มขึ้น หมิงเหอหลิงก็แสดงความสามารถให้กับเหล่าแม่ทัพได้ประจักษ์ การรบในวันแรกแคว้นหมิงชนะสงครามแบบขาดรอยด้วยแผนการขององค์ไท่จื่อ หลังจากตอนนั้นเหล่าทหารก็ต่างยอมรับหมิงเหอหลิง ว่าเก่งกาจทั้งเรื่องบุ๋นและบู๊

    ในขณะเดียวกันที่สงครามชายแดนแคว้นทั้งสองกำลังดุเดือดที่เมืองชิงลู่ หวังเซียนได้กลับมาที่จวนของท่านเจ้าเมืองโม่อีกครั้งด้วยเหตุผลอันใดบางอย่าง 

    จบตอน

     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน