เสียงทุ้มนุ่มลอดผ่านผ้าปิดปากของผู้มาเยือนคนใหม่ ทำให้ไท่เซวียนที่กำลังก้มหน้าก้มตาหลอมโลหะอยู่ด้านหลังร้านต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะเห็นเพียงดวงตาสีฟ้าใสคู่สวยกับเรือนผมดำขลับ และอยู่ใน ชุดนักบุญสีขาวสะอาดที่มีแถบสีเงินตามแขนเสื้อและชายผ้าคลุม แต่ท่วงท่าการยืนและกิริยาที่สงบนิ่งนั้นกลับแฝงความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์อย่างน่าประหลาด แต่เสียงนั้น... ช่างคุ้นหูอย่างน่าประหลาด เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน...
ชายร่างท้วม (แฮงก์) เงยหน้าขึ้นมอง ประกายตาของเขาวูบไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกค้า แต่ก็ปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มต้อนรับ
"ข้าต้องการซื้อลูกแก้วว่างเปล่า เจ้าค่ะ" ณิชาเอ่ยความต้องการออกไปอย่างสุภาพ เสียงลอดผ่านผ้าปิดปากออกมาไม่ดังนัก โดยไม่ได้สังเกตชายหนุ่มที่อยู่หลังร้าน ซึ่งบัดนี้ได้เงยหน้าขึ้นมองมาทางนางด้วยความประหลาดใจระคนสงสัยในท่าทางและเสียงที่คุ้นเคยนั้น...
"แม่นางต้องการลูกแก้วว่างเปล่าจำนวนเท่าใดรึ?" แฮงก์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มพ่อค้า
"ข้าต้องการเท่าที่คะแนนทั้งหมดที่ข้ามีจะซื้อได้เจ้าค่ะ" ณิชายื่นกำไลมิติของตนเองให้แฮงก์ตรวจสอบคะแนนที่มีอยู่ (105 คะแนน)
"หา? ทั้งหมดเลยรึแม่นาง!" แฮงก์อุทานเบาๆ ด้วยความตกใจระคนยินดีในผลกำไรที่กำลังจะได้รับ
"ได้เลยๆ!" เขาหันไปทางด้านหลังร้าน
"เฮ้! องค์... เอ่อ เซวียน! ไปหยิบลังลูกแก้วว่างเปล่าพื้นฐาน (แร่เหล็ก) มาให้ลูกค้า 5 ลูกทีสิ ดึงมา 100 คะแนนนะ จัดการแลกเปลี่ยนให้เรียบร้อย ข้าขอตัวไปต้อนรับลูกค้าอีกท่านที่เพิ่งเดินเข้ามาสักครู่!"
แฮงก์รีบปลีกตัวไปยังลูกค้าอีกคนที่ดูมีฐานะกว่าทันที ทิ้งให้ไท่เซวียนต้องมารับหน้าลูกค้าสาวคนนี้ตามลำพัง เขาลุกขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ เดินไปหยิบลังไม้ลังหนึ่งออกมาจากกองสินค้าด้านหลัง... แต่ด้วยความประหม่าและไม่คุ้นเคย...สีลูกแก้วที่คล้ายกัน...ทำให้...เขาดันหยิบลังผิด! มันคือลังที่บรรจุลูกแก้วว่างเปล่าคุณภาพสูงที่ทำจาก แร่เงิน ซึ่งมีราคาสูงลิ่ว!
ไท่เซวียนเดินถือลังมาวางหน้าณิชาอย่างทุลักทุเล เขาเปิดลังออกเผยให้เห็นลูกแก้วสีเงินแวววาว ขณะที่เขาก้มลงหยิบลูกแก้วเพื่อคำนวณจำนวน ระยะห่างระหว่างเขากับหญิงสาวในชุดนักบุญลดลงจนเกือบชิด กลิ่นหอมสะอาดอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ฉุนเฉียวแต่กลับสดชื่นราวกับดอกไม้ป่าแรกแย้ม หรือหยาดน้ำค้างยามเช้า ลอยโชยมาจากตัวนางแผ่วเบา มันเป็นกลิ่นกายของสตรีที่บริสุทธิ์และนุ่มนวล ต่างจากน้ำหอมราคาแพงที่เขาคุ้นเคยในราชสำนักเอเลน กลิ่นหอมนั้นแทรกผ่านกลิ่นโลหะและฝุ่นผงในอากาศ ทำให้เขารู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ ลืมสิ้นถึงความประหม่าและความขุ่นเคืองก่อนหน้า อดไม่ได้ที่จะเผลอสูดลมหายใจลึก เก็บกักความหอมนั้นไว้...
"ต่ำช้า..."
เสียงพึมพำลอดผ่านผ้าปิดปากนั้นเบาหวิว แต่กลับเสียดแทงเข้าโสตประสาทของไท่เซวียนอย่างจัง!
"หา!?" ไท่เซวียนสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองดวงตาสีฟ้าใสที่จ้องมองมาอย่างเย็นชาและ... รังเกียจ? ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าต่อว่าเขาเช่นนี้มาก่อน! ความรู้สึกตกใจ อับอาย และโกรธเคืองตีกันในอก
"ขะ...ข้า..." เขากำลังจะอ้าปากพูดแก้ตัว
"หยิบมาให้ข้า" หญิงสาวไม่เปิดโอกาสให้ไท่เซวียนพูด นางชี้ไปที่ลูกแก้วแร่เงินในลัง 5 ลูก นางยื่นกำไลมาตรงหน้า
ไท่เซวียนที่ยังอึ้งอยู่ รีบทำธุรกรรมหักคะแนนไป 100 คะแนนอย่างงุนงง หญิงสาวเก็บลูกแก้วทั้งสองเข้ากำไลมิติของนางอย่างรวดเร็ว หมุนตัวแล้วเดินจากไปทันที ทิ้งให้ไท่เซวียนยืนนิ่งตะลึงงันอยู่ตรงนั้น
"เป็นเช่นไรบ้าง..เรียบร้อยดีไหม... หา!? นี่มันลังไหนเนี่ย!" แฮงก์เดินกลับมา ถามไถ่อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นลังลูกแก้วแร่เงินถูกเปิดออก
"องค์ช.....อุว!.."แฮงก์นึกขึ้นได้เลยไปคุยกับไท่เซวียนโดยเสียงเบาๆ
"องค์ชายไท่เซวียนนนน! ทำแบบนี้กับข้าไม่ได้นะพะยะค่ะ! ลูกละ 40 คะแนนเลย! ม่ายยยย!"
"ขาดทุนยับ! ข้าขาดทุนยับ!" แฮงก์โวยวายลั่นร้าน แต่ณิชาก็เดินหายลับไปแล้ว ไท่เซวียนได้แต่ขอโทษขอโพยต่อแฮงก์
ณิชากำลังเร่งฝีเท้าเดินออกจากเขตวิหารศักดิ์สิทธิ์ นางมีคะแนนเหลือเพียง 5 แต้ม (105-100) แต่ก็ได้ลูกแก้วว่างเปล่ามา 5 ลูก นางโอบแขนรอบตัวเองเมื่อนึกถึงคนหน้าตาดำมอมแมมคนนั้น ดมกลิ่นนาง ทำให้นางรู้สึกขยะแขยง นางรู้สึกได้ว่า 'นิชา' ยังรู้โกรธแต่อยู่ดีๆก็หาย ทำให้อดรู้สึกงงไม่ได้
'เอาเถอะ ยังไงหมอนั้นก็ถือว่าเป็นผู้อุปการะที่ดี ลูกแก้วนั้นมันทำจากแร่เงินไม่ใช่แร่เหล็ก' นิชาเอ่ยขึ้นราวรู้ว่านางกำลังคิดอะไร
"เอ๊ะ! " ณิชาตกใจเมื่อดูลูกแก้ว สีของมันแวววาวมากกว่าปกติ
"แล้วแบบนี้เราต้องไปคื...."
ไม่ทันได้พูดจบ นางก็ต้องชะงัก เมื่อมีร่างของนักบุญหญิง 3-4 คนปรากฏขึ้นมาขวางทางนางไว้
"เดี๋ยวก่อน! เจ้าใช่ไหมที่ชื่อ ณิชา?" หนึ่งในนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง
ณิชาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว พวกนี้ดูไม่เป็นมิตร และน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยมาหาเรื่องนางในป่า
"ข้าไม่ได้ชื่อ ณิชา พวกท่านคงจำคนผิด"ณิชาคิดตอบออกไปเสียงเรียบ
"หา?" กลุ่มนักบุญหญิงมีสีหน้างุนงง มองหน้ากันไปมา
อาศัยจังหวะนั้น ณิชาก็รีบเดินเลี่ยงผ่านพวกนางไปทันทีอย่างรวดเร็ว
"ข้อมูลที่เราได้มา นางคือนักบุญฝึกหัด แต่ชุดที่นางใส่คือชุดนักบุญ นางคงไม่ใช้ณิชาจริงๆ"มีหนึ่งในนักบุญหญิงพูดถึงความคิดตน
"เดี๋ยวก่อน! หยุดนะ!" เสียงแหลมดังมาจากด้านหลัง พร้อมกับร่างของหญิงสาวอีกคนที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากทางวิหารฯ "นั่นนาง! ณิชา คนนั้นแหละ! ข้าจำได้! ท่านพี่สินีสั่งให้จับนางไว้!" หญิงสาวคนนี้คือลูกน้องคนสนิทของสินีนั่นเอง นางจำณิชาได้จากรูปพรรณที่สินีให้ไว้
กลุ่มนักบุญหญิงที่กำลังงงอยู่ หันขวับเตรียมจะเข้าล้อมณิชาอีกครั้ง แต่ณิชาเร่งความเร็ว พริบตาเดียวก็หายลับไปจากบริเวณนั้น ทิ้งให้พวกนางยืนหัวเสียอยู่ตรงนั้น
ณิชาโผล่ออกมาจากหลังร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในย่านชุมชนเล็กๆ ที่ห่างจากวิหารฯ พอสมควร บัดนี้นางอยู่ในชุดเดินทางแบบใหม่ที่ดูทะมัดทะแมงและปกปิดรูปร่างมิดชิดจนดูไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย ผ้าพันคอผืนใหญ่ปิดบังใบหน้าเกือบครึ่ง
'ต่อให้กำจัดกลุ่มนี้ไปอย่างไรเรื่องก็คงไม่จบ ไม่สู้ไปจบตอนที่ข้าพร้อมมากที่สุดจะดีกว่า' นางวางแผนในใจ จริงๆแล้วทั้ง ณิชาและนิชายังไม่รู้ทุกครั้งที่มีการสิงตัวตนของพวกนางจะหล่อหลวมกัน ความคิดความอ่านซึมซับของอีกคนโดยไม่รู้ตัว เหมือนณิชาในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนวิธีคิดในแบบเดียวกับนิชาแล้ว
เป้าหมายของนางชัดเจน ป่าไร้ตะวัน สถานที่อันตรายแต่ก็เป็นแหล่งพลังงาน (แก่นเวท) ที่ 'นิชา' ต้องการ กำหนดการทดสอบเหลืออีกแค่สองสัปดาห์ นางต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด
'สามวัน! ข้าจะล่าอสูรระดับ 2 ดาวให้ได้มากที่สุดในสามวันนี้!' นางวางแผนอย่างเด็ดเดี่ยว
ณ ป่าไร้ตะวัน
ใช้เวลาไม่นาน นางก็มาถึงเขตชายป่าไร้ตะวัน กลิ่นอับชื้นและความมืดมิดทักทายราวกับเพื่อนเก่า และเหมือนโชคชะตาเล่นตลก สัตว์อสูรระดับ 2 ดาวตัวแรกที่นางพบเจอคือ... นาคา! ศัตรูตัวฉกาจที่นางเคยต่อสู้อย่างยากลำบาก
'เจ้ากรรมนายเวรจริงๆ' ณิชาคิด แต่แล้วก็นึกขึ้นได้
'เดี๋ยวก่อน! เรามีลูกแก้วพญานาคอยู่ในวงแหวนสำรอง!'
นางไม่รอช้า ตัดสินใจทดสอบพลังใหม่ทันที!
"ปลดปล่อย วงแหวน!" สิ้นเสียง วงแหวนสีขาวเรืองรองปรากฏขึ้นด้านหลัง มีลูกแก้วสองลูกประทับอยู่ ช่องหลักคือดาบจำแลงสีทอง ช่องรองคือพญานาคาสีฟ้าคราม
"พญานาคจำแลงกาย!" ณิชาถ่ายทอดพลังเวทย์ไปยังลูกแก้วในช่องสำรอง วูบ! ร่างเงาสีฟ้าครามขนาดมหึมาของพญานาคปรากฏซ้อนทับอยู่ด้านหลังนาง เกล็ดสีครามสะท้อนแสงแวววาว ดวงตาสีอำพันจ้องมองไปยังนาคาป่าเบื้องหน้าด้วยอำนาจที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด!
ฟ่ออออ! นาคาป่าตัวนั้นสัมผัสได้ถึงพลังสายเลือดบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวกว่าตนเองมาก มันส่งเสียงขู่ด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเลื้อยหนีลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว!
"คิดจะหนีรึ!" ณิชา ไม่ยอมปล่อยโอกาส นางพุ่งตามลงไปในน้ำด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด...
.
..ไม่นานนัก ณิชาก็ขึ้นมาจากริมน้ำ ร่างกายเปียกปอนเล็กน้อยแต่ไร้รอยขีดข่วน นางเพิ่งสังหารนาคาป่าและเก็บแก่นเวทมาได้สำเร็จ ขณะที่กำลังจะเดินต่อ สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตนเองในผิวน้ำนิ่งบริเวณนั้น ร่างจำแลงนาคาสีฟ้าครามยังคงปรากฏซ้อนอยู่ด้านหลัง...
นางเห็นเกล็ดสีฟ้าที่เหลือบซ้อนทับผิวหนังของตนเอง ดวงตาที่ดูเรียวยาวขึ้นเล็กน้อย และความรู้สึกเย็นเยียบคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน...
"ว้าย!!!" ณิชากรีดร้องออกมาเบาๆ ด้วยความขยะแขยงระคนหวาดกลัวในรูปลักษณ์กึ่งมนุษย์กึ่งนาคของตนเอง นางรีบยกเลิกการใช้พลังทันที "นี่มัน...น่าเกลียดชะมัด!"
ณ ที่ทำงานของแฮงก์
"ม่ายย!! ของๆข้า คะแนนของข้า เงินของข้า" เสียงร้องโหยหวนของแฮงก์ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของไท่เซวียนจนทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้น
"เดี๋ยวข้าจะไปเอาแร่เงินเพิ่มให้เอง" ไท่เซวียนจึงขออาส่าทำงาน เขาต้องตามหา แร่เงิน เพื่อชดใช้สำหรับที่หายไป
แฮงก์เปลี่ยนท่าทีเล็กน้อยกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
"องค์ชายรับสิ่งเหล่านี้ไป" แฮงก์โยนอุปกรณ์ขุดเจาะพื้นฐาน ถุงยังชีพเล็กๆ และป้ายสัญญาณฉุกเฉินใส่มือเขา พร้อมกับคำกำชับเสียงแข็ง
"ในแผนที่มีจุดที่น่าจะมีแร่เงินอยู่ ขุดได้ที่นี้นะองค์ชาย! ท่านอย่าเข้าไปในเขตป่าลึกเด็ดขาด ถ้าเจออันตรายถึงชีวิตจริงๆ ค่อยบีบป้ายนี่!"