ในห้วงจิตที่มืดมิดของเฟยหลง บัดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเขาอีกต่อไป แต่มีดวงจิตอันยิ่งใหญ่ของมังกรเงาบรรพกาลสถิตอยู่ด้วย เขาสามารถสื่อสารกับมันได้ราวกับเป็นความคิดของตนเอง
"ท่านคือ...เฮยหลง?" เฟยหลงเอ่ยถามในห้วงจิต
"ถูกต้อง...เด็กน้อย...ทายาทแห่งองค์หญิง" เสียงโบราณและทรงอำนาจตอบกลับ "ข้าคือหนึ่งในสี่ราชันย์มังกรผู้พิทักษ์เผ่ามารในอดีต ในมหาสงครามครั้งสุดท้าย ข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะกับนักรบผู้ถือดาบเทพมังกร...ข้าใช้พลังเฮือกสุดท้ายหนีมายังหุบเหวแห่งนี้เพื่อหลับใหลและรักษาตัว แต่บาดแผลนั้นสาหัสเกินไป...จนกระทั่งพลังชีวิตและสายเลือดของเจ้าได้ปลุกข้าขึ้นมาอีกครั้ง"
"ไอปีศาจในป่านี้...ก็คือพลังของท่านที่รั่วไหลออกมาสินะ" เฟยหลงกล่าวอย่างเข้าใจ
"ถูกต้อง...และพันธสัญญาแห่งผู้เท่าเทียมที่เราทำกัน จะช่วยฟื้นฟูพลังวิญญาณของข้าอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน พลังปราณปีศาจอันบริสุทธิ์ของข้าก็จะช่วยขัดเกลาและเสริมสร้างรากฐานใน 'ขอบเขตวังวน' ของเจ้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น...เราต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"
เฟยหลงนึกถึงภูตหมาป่าเพลิงของเกาเฟิงขึ้นมา "แล้วภูติวิญญาณตนอื่นๆ เล่า? พวกมันก็เป็นเหมือนท่านรึ?"
เสียงของเฮยหลงพลันเจือปนด้วยความเศร้าสร้อยและเหยียดหยาม "อย่าได้นำข้าไปเปรียบกับวิญญาณที่น่าสมเพชเหล่านั้น! พวกมันคือสหายร่วมรบของข้าที่ถูกมนุษย์จับไปพันธนาการด้วย 'พันธสัญญาแห่งผู้พิชิต'...มันคือสัญญาขี้ข้าที่กดขี่เจตจำนงและศักยภาพของพวกมันไว้!"
"พวกมนุษย์ได้ก่อตั้งสิ่งที่เรียกว่า 'สมาคมภูติวิญญาณ' ขึ้นมา...มันก็ไม่ต่างอะไรจากตลาดค้าทาสวิญญาณดีๆ นี่เอง พวกมันใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า 'ภาชนะกักวิญญาณ' ในการจับกุมดวงวิญญาณที่อ่อนแอของพวกพ้องข้า แล้วนำมาประเมินค่าตีราคา"
"ตีราคา?" เฟยหลงทวนคำ
"ใช่แล้ว" เฮยหลงกล่าวต่อ "พวกมันแบ่งระดับพวกเราตามลำดับชั้นเดิมในกองทัพ...ภูตระดับไพร่ เช่นหมาป่าเพลิงที่เจ้าเห็น อาจมีราคาเท่ากับคฤหาสน์หลังใหญ่หนึ่งหลังที่ตระกูลพ่อค้าร่ำรวยพอจะซื้อหาได้...ภูตระดับร้อย นั้นหายากกว่ามาก ราคาของมันอาจเทียบเท่ากับรายได้ทั้งปีของตระกูลใหญ่อย่างตระกูลไป๋...ส่วน ภูตระดับขุนพล นั้นเป็นสมบัติระดับชาติ มีเพียงราชวงศ์หรือสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่านั้นที่จะมีไว้ในครอบครองได้"
"และเพื่อเร่งพลังของภูติที่อ่อนแอเหล่านั้น พวกมนุษย์ยังสร้างของอย่าง 'หินวิญญาณอสูร' หรือ 'แก่นโลหิตปีศาจ' ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นอาหาร...มันเป็นวิธีที่ป่าเถื่อนและฝืนธรรมชาติโดยสิ้นเชิง"
เฟยหลงกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟังความจริงทั้งหมด เขารู้สึกโกรธแค้นแทนเหล่าดวงวิญญาณที่ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนั้น
"เอาล่ะ...เรื่องเล่าจบแล้ว" เฮยหลงกล่าว "ตอนนี้เจ้าต้องขึ้นไปจากหุบเหวนี่ก่อน ร่างกายของเจ้าฟื้นฟูแล้ว และในฐานะสหายร่วมชะตาคนใหม่ของข้า...ข้ามีของขวัญชิ้นแรกจะมอบให้"
"ของขวัญ?"
"เจ้ากับข้าต่างมีสายเลือดแห่งเงา...จงหลับตา...แล้วสัมผัสถึงเงาที่อยู่รอบตัว...จงก้าวเข้าไปในเงานั้น...แล้วเจ้าจะปรากฏในเงาอีกแห่งหนึ่ง...มันคือเคล็ดวิชาพื้นฐานของเผ่าพันธุ์ข้า...วิชาก้าวเงา"
เฟยหลงทำตามคำแนะนำ เขารวบรวมสมาธิ...แล้วสัมผัสได้ถึงเงาที่ทอดตัวอยู่บนผนังถ้ำที่มืดมิด เขาลองก้าวเท้าเข้าไป...แล้วร่างของเขาก็พลันวูบหายไป!
ก่อนจะไปปรากฏขึ้นอีกครั้งในเงาของก้อนหินอีกก้อนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายวา!
"น่าทึ่ง!" เฟยหลงอุทานในใจ
เขาใช้เวลาไม่นานในการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาใหม่นี้ จากนั้นก็เริ่มใช้วิชาก้าวเงาเคลื่อนที่จากเงาหนึ่งไปยังอีกเงาหนึ่งบนผนังของหุบเหวที่สูงชัน ร่างของเขาเคลื่อนที่ขึ้นไปเบื้องบนอย่างรวดเร็วและเงียบกริบราวกับภูตพรายอย่างแท้จริง
ในที่สุด เขาก็กลับขึ้นมายังปากเหวได้สำเร็จ เขายืนอยู่ท่ามกลางป่าหมอกอสูรอีกครั้ง แต่คราวนี้...เขากลับไม่รู้สึกถึงอันตรายใดๆ เลยแม้แต่น้อย
"ภารกิจของเจ้าคือการค้นหาต้นตอของไอปีศาจ...บัดนี้เจ้าพบแล้ว...นั่นคือตัวข้าเองที่กำลังอ่อนแอ...จงกลับไปที่สำนักของเจ้าเสีย" เฮยหลงกล่าวในหัวของเขา
เฟยหลงพยักหน้ารับ เขามองกลับไปยังหุบเหวที่มืดมิดเป็นครั้งสุดท้าย...จากนั้นก็หันหลังและมุ่งหน้ากลับไปยังทิศทางของสำนักมังกรคราม
บัดนี้...เขาไม่ได้กลับไปในฐานะเด็กหนุ่มบ้านนอกผู้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว...แต่เขากลับไปในฐานะผู้สืบทอดแห่งราชันย์...ผู้ที่มี สหายร่วมชะตา ที่แข็งแกร่งที่สุดซ่อนอยู่ภายใน...และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเข้ามา