ณ ผับหรูใจกลางเมือง
แสงไฟสลัวที่สาดส่องสลับกับเสียงเพลงเบสหนักๆ ไม่ได้ช่วยให้ใจที่หนักอึ้งของที่รักเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย เธอเอาแต่กระดกแก้วเหล้าลงคอแก้วแล้วแก้วเล่า ความขมปร่าของแอลกอฮอล์ในปากยังเทียบไม่ได้เลยกับความขมขื่นที่กัดกินหัวใจ แอมมิกาได้แต่เฝ้ามองเพื่อนรักด้วยความกังวลใจอย่างถึงที่สุด
“ที่รัก... พอเถอะแก แกเมามากแล้วนะ” แอมมิการีบปรามเพื่อนสาวที่ั้แ่มาถึงร้านก็ไม่พูดไม่จา เอาแต่สั่งเหล้ามาดื่มไม่หยุดจนสติเริ่มจะประคองไม่อยู่แล้ว
“ฉันไม่เมาแอม... ขอฉันดื่มอีกหน่อยเถอะนะ ให้ฉันได้ลืมรู้สึกเสียใจที่มันอยู่ในอกของฉัน!” ที่รักเอ่ยเสียงสั่นเครือ แววตาที่เคยมุ่งมั่นยามเตะกระสอบทราย บัดนี้กลับคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“แกอยากดื่มฉันไม่ว่าหรอก แต่ช่วยดื่มช้าๆ กว่านี้ได้ไหม ฉันเป็ห่วงแกนะที่รัก” แอมมิกาลูบหลังเพื่อนเบาๆ เธอรู้ดีว่าาแทางใจมันรักษายากกว่าาแทางกายหลายเท่า
ที่รักยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “แอม... ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมผู้ชายถึงไม่รู้จักซื่อสัตย์กับครอบครัว ทำไมโลกนี้ถึงต้องมีผู้หญิงหน้าด้านที่คอยจ้องจะทำลายความสุขของคนอื่น เพียงเพราะความเห็นแก่ตัว อยากมีอยากได้ของคนอื่นเขาแบบนั้น!”
ที่รักสะอึกสะอื้นพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาไม่หยุด หัวของเธอเริ่มหนักอึ้งจนต้องใช้มือทั้งสองข้างกุมขมับประคองเอาไว้
“ที่รัก... แกเมามากแล้วว่ะ ฉันว่าเรากลับบ้านกันเถอะนะ เดี๋ยวฉันไปส่งแกเอง” แอมมิกาเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจจะพากลับ เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้วและเพื่อนของเธอก็แทบจะครองสติไม่ได้
“แอม... เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน... แก... แกคอย... อยู่ตรงนี้... ห้ามไปไหนนะ” ที่รักพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงบอกเพื่อน ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นเดินออกจากโซน VIP ที่นั่งอยู่
โต๊ะที่ทั้งคู่เลือกเป็จุดที่ค่อนข้างเป็ส่วนตัวและแยกออกมาจากความวุ่นวายด้านล่าง
“ที่รัก แกไปเองคนเดียวได้ใช่ไหม? ให้ฉันไปเป็เพื่อนไหม?” แอมมิกาถามเพื่อนสาวที่เดินโซซัดโซเซออกจากโต๊ะ
“ไม่ต้อง ฉันไปเองได้” ที่รักหันไปถามเพื่อน และเดินไปห้องน้ำเอง
…
หลังจากจัดการธุระในห้องน้ำเรียบร้อย ที่รักก็พยายามพยุงร่างกายที่โอนเอนเดินกลับไปที่โต๊ะ VIP ของเธอ แต่ทว่าเส้นทางขากลับนั้นช่างยากลำบากเหลือเกิน ผู้คนเริ่มหนาแน่นขึ้นตามจังหวะเพลงที่เร้าอารมณ์
เธอเดินเบียดเสียดผ่านฝูงชนไปอย่างทุลักทุเล จนกระทั่งมาถึงบริเวณหน้าโต๊ะหนึ่งที่กำลังส่งเสียงดังอื้ออึงผิดปกติ แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านอยู่ในหัว ทำให้ที่รักไม่ได้สังเกตเลยว่า บรรยากาศรอบข้างนั้นกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
เสียงะโด่าทออย่างบ้าคลั่งของชายสองคนที่กำลังเปิดศึกแย่งชิงหญิงสาวคนเดียวกันดังขึ้นแทรกเสียงเพลง ข้าวของบนโต๊ะเริ่มปลิวว่อน แต่สติที่พร่าเลือนทำให้ที่รักก้าวเท้าเข้าไปใกล้รัศมีอันตรายโดยไม่รู้ตัว
“มึงกล้าดียังไงมาแย่งเมียกู!” เสียงคำรามนั้นมาพร้อมกับมือที่คว้าขวดเหล้าหนาหนักบนโต๊ะขึ้นมา
ในจังหวะที่ชายคนนั้นเหวี่ยงแขนสุดแรงหวังจะฟาดใส่คู่กรณี ที่รักที่กำลังเดินโชซัดโชเซอยู่ตรงนั้นพอดีกลับเสียหลักถลันเข้าไปในวงล้อม...
เพล้ง!!!
ขวดเหล้าสีเข้มปะทะเข้าที่ขมับของเธออย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้โลกทั้งใบของที่รักหมุนคว้าง ความเ็ปแล่นแปลบเข้าสู่สมองก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็สีขาวโพลน
เสียงกรีดร้องด้วยความใของผู้คนรอบข้างเริ่มเบาหวิวลงเรื่อยๆ ร่างของเธอร่วงลงกระแทกพื้นเย็นเฉียบ ความรู้สึกสุดท้ายคือความอุ่นของเืที่ไหลอาบแก้ม... และความคิดแวบหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในเสี้ยววินาที
“แม่…แอม…พ่..”ก่อนที่สติของเธอก็ดับวูบลงจมดิ่งสู่ความมืด และไม่รับรู้เหตุการณ์วุ่ยวายที่ตามมาอีกเลย
…
ทางด้านแอมมิกาที่นั่งรอเพื่อนรักอยู่นานเกินผิดปกติ เธอเริ่มกระสับกระส่ายด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่สู้ดีนัก จนในที่สุดต้องลุกออกไปตามหา ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้เธอแทบหยุดหายใจ...
ร่างของที่รักนอนสงบนิ่งจมกองเืสีแดงฉานอยู่บนพื้นเย็นเหยียบ!
“ที่รัก! ไม่นะที่รัก!” แอมมิกากรีดร้องสุดเสียงพลางถลาเข้าไปประคองร่างที่ไร้สติของเพื่อนรักไว้ในอ้อมแขน มือที่สั่นเทาพยายามกดแผลห้ามเืพลางะโขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างให้ช่วยโทรเรียกรถพยาบาลอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มด้วยความกลัวจับใจ
ณ โรงพยาบาล
หน้าห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดและหดหู่ นอกจากแอมมิกาที่นั่งร้องไห้จนตัวโยนแล้ว ยังมีคุณแม่ของที่รัก พี่นัดผู้ช่วยคนสนิท และคุณพ่อของที่รักที่รีบตามมาหลังจากทราบข่าวร้าย ทุกคนต่างเฝ้ารอด้วยความหวังอันน้อยนิด จนกระทั่งประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับสีหน้าลำบากใจของแพทย์ผู้รักษา...
ทันทีที่ได้ยินคำยืนยันจากปากหมอว่าลูกสาวเพียงคนเดียวจากไปอย่างไม่มีวันกลับ คุณแม่ของที่รักถึงกับเป็ลมล้มพับไปทันที
เมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมา ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้อย่างขาดใจ เธอก็โผเข้าหาอดีตสามีด้วยความแค้นเคือง “เพราะคุณ! เพราะคนเลวๆ อย่างคุณคนเดียว! ถ้าคุณไม่ทำตัวสำส่อน ไม่พานังผู้หญิงแพศยากับลูกนั่นมาให้ลูกสาวฉันเห็นที่ร้านอาหาร ที่รักก็คงไม่ต้องเสียใจ จนไปดื่มเหล้าจนต้องมาตายแบบนี้!”
มือเรียวระดมทุบตีลงบนอกของอดีตสามีอย่างไม่ยั้งแรง พร้อมกับเสียงด่าทอที่ปนเปไปกับเสียงสะอื้นไห้ ส่วนผู้เป็พ่อนั้นได้แต่ยืนนิ่งหน้าถอดสี ปล่อยให้อดีตภรรยาทุบตีระบายอารมณ์ใส่ตนอย่างคนหมดแรงจะโต้ตอบ ความรู้สึกผิดกัดกินใจเขาจนพูดไม่ออก... เขาเพิ่งจะรู้ซึ้งในวินาทีนี้เองว่า สิ่งที่เขาทำผิดในอดีตกับทำร้ายลูกสาวที่เขารักมากที่สุด และทำให้เขาสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปชั่วนิรันดร์