สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่หนึ่งร้อยหนึ่ง Crown Tattoo ตรามงกุฎ

    ตอนที่หนึ่งร้อยหนึ่ง Crown Tattoo ตรามงกุฎ

     

    ข้อที่ผมสังเกตได้อย่างหนึ่งคือการที่เราใช้ทักษะใส่ใครที่มีเลเวลเท่ากับเรานั้นจะทำให้ค่าประสบการณ์ของเราขึ้นเร็วกว่าใช้ทักษะใส่คนที่เลเวลต่ำกว่าและการใช้ทักษะใส่คนเลเวลสูงกว่าจะทำให้เราเลเวลขึ้นเร็วกว่าใส่คนที่เลเวลพอพอกันนี่น่าจะเป็นสาเหตุที่พอเราจัดการผ่านดันเจี้ยนบอสได้ย้อนกลับไปตะลุยดันเจี้ยนอีกครั้งจะทำให้เราได้เลเวลน้อยและค่าประสบการณ์น้อยลงนั่นเอง

    หมายความว่าเทคนิคที่ทำให้ตัวผมกลายเป็นคนเลเวลมากที่สุดในก๊วนคือใช้คาถาฮีลใส่หรือบัฟค่าสถานะใส่คนอื่นหรือหากคนรอบข้างเลเวลต่ำกว่าก็บัฟใส่ตนเองตลอดเวลาจะทำให้เลเวลขึ้นได้อย่างสม่ำสเมอ

    แต่เมื่อใช้คาถาใส่เก็นบุที่เลเวลสูงกว่าผมมหาศาล

    ทักษะต่างๆของผมก็พุ่งราวกับก้าวกระโดด

    บุฮิ บุฮิ บุฮิ

    ริมฝีปากของเขาประทับไปที่เก็นบุและมือก็ลูบไล้ไปตามร่างกายที่นวลเนียนของเก็นบุ

    การมีร่างแบบมนุษย์และร่างสัตว์อสูรได้คือสัญลักษณ์ของสัตว์อสูรชั้นสูงนั่นเอง

    มีเควสต์หนึ่งที่เราต้องช่วยในเรื่องความรักของสัตว์อสูรและมนุษย์ด้วยล่ะนะ

    หากพวกนั้นยังแสดงว่าความรักระหว่างสัตว์อสูรกับมนุษย์คือความโรแมนติก

    หมายความว่าดยุกหมูอ้วนจะมีอะไรกับเก็นบุก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใด

    บุฮิ บุฮิ บุฮิ

    “ทะทำไมไม่ต้องการ--การเป็นแชมเปี้ยนล่ะจะได้พรเยอะเลยนะ เจ้าจะมีอำนาจมากเลยนะ ฮือออ”

    “บุฮิบุฮิบุฮิ แหงอยู่แล้ว”

    ดยุกหมูอ้วนตะโกนก้อง

    “ก็เพราะเจ้ามีค่ามากกว่าของพวกนั้นอย่างไรล่ะบุฮิบุฮิ บุฮิ”

     

    แคว่ก

     เก็นบุเปลือยเปล่าด้วยการกระชากของดยุกหมูอ้วน

    การจับสาวๆมาเป็นทาสอุ่นเตียงคือวิธีการที่ได้ผลที่สุดและเขาก็ยังคงทำตามวิธีการที่ได้ผลต่อไป

    อูลริกกอดจูบจนเก็นบุเริ่มอ่อนระทวยลงจากการลูบไล้และการทำให้เชื่องของเขา

    “ทำเบาๆนะ ข้าไม่เคย อ๊ะ”

    ดยุกอูลริกได้สอดแทรกร่างกายเข้าไปและค่อยๆขยับๆขึ้นลง

    เก็นบุสั่นสะท้านทั้งร่างกายจากพลังในการควบคุมทาสรักของดยุกอูลริกที่เก็บเลเวลมาชั่วชีวิตของเขากับสกิลนี้

    เขาสัมผัสกับความรู้สึกนี้สักพักและหน้าท้องของเก็นบุก็มีตราทาสปรากฏขึ้นมา

    แต่คราวนี้มีมงกุฎปรากฏขึ้นเหนือตราทาสตรงหน้าท้องของเก็นบุด้วย

    สัญลักษณ์ของพลังที่มากขึ้นอีกขั้นของดยุกอูลริก

    อ๊า

    เก็นบุกตาเหลือกไปด้านหลังจากพลังเวทย์ที่เพิ่มความสุขขึ้นจนถึงขีดจำกัดของการรับรู้

    อ๊า อือออ

    ร่างกายของเธอสั่นไหวและรัดแน่นราวกับจะหลอมรวมร่างกายด่านล่างไปกับร่างกายของดยุกอูลริก

    มานาในร่างกายของดยุกอูลริกไหลเวียนเข้าไปในร่างของเก็นบุและมานาของเก็นบุก็ไหลเวียนไปในร่างของดยุกอูลริกวนเวียนไปมาตราบใดที่ทั้งสองร่างยังเชื่อมต่อกัน

    อ๊า

    อ๊า อ๊า

    เก็นบุรู้สึกร่างกายเกร็งครั้งแล้วครั้งเล่า

    สะโพกยังขยับไปมาตามการควบคุมของดยุกอูลริก

    แต่เธอก็เริ่มตอบสนองด้วยตนเองทีละน้อย

    อ๊า

    และเธอก็สงบลงเมื่อที่หลังมือของดยุกอูลริกปรากฏตรามงกุฎ

    ฮืม ตราพลัง Crest ตราพลังนั้นหรือนี่?

    คนที่มีตรานี้ปรากฏจะใช้พลังของตนได้ดีกว่าเดิมแต่นี่คือ”ตราเทียม”ของอาชีพสายผู้ควบคุมสัตว์ BeastMaster เท่านั้น หากเก็บสะสมมอนสเตอร์หรือจับมาเป็นทาสอสูรครบเงื่อนไขก็จะได้พลังนี้มา

    แต่แบบเดียวกับดาบสุดยอดที่อยู่มุมสุดแผนที่นั่นล่ะ

    หากคุณได้ดาบนั้นมา หมายความว่าคุณคือคนที่ฝ่าด่าน99 ชั้นไปจนเจอลูซิเฟอร์ได้

    และหากชนะลูซิเฟอร์ได้น่ะ

    ก็มีไม่กี่คนในโลกนี้แล้วที่เราเอาชนะไม่ได้

    หมายความว่าหากผมได้ตรานี้มาจากการได้ทำให้เก็นบุเป็นทาส

    เท่ากับว่าสามารถจับสัตว์อสูรที่ระดับต่ำกว่าได้เพราะคงมีสัตว์อสูรไม่กี่ตัวที่แข็งแกร่งกว่าเก็นบุยกเว้นระดับ”ท่านผู้นั้น”ที่ต้องอาศัยพิธีกรรมและไอเท็มตามเนื้อเรื่องเท่านั้น

    และหาเอามาเรียไปที่โบสถ์คงได้ตราที่แท้จริงของนักบุญหญิงมาเดี๋ยวได้จังหวะเก็บอาชีพครบแล้วผมว่าจะไปดูเพราะเป็นอีกทางหนึ่งที่ได้พลังเพิ่มขึ้นได้

    “ทะ นายท่านเป็นใครกันแน่ ทำไมมีพลังเวทย์มากขนาดนี้ได้”

    เก็นบุเอ่ยอย่างอ่อนแรง

    นั่นสิ มันเป็นใครฟะไอ้ดยุกอูลริกนี่?

    ตามระบบเกมส์หมอนี่ก็หลอดพลังยาวสามหลอดและนั่นต้องเป็นในสภาวะที่ปราบลูกน้องคนอื่นๆหมดแล้วด้วย ไม่อย่างนั้นในสภาวะปรกติเราจะไม่เห็นแม้แต่หลอดพลังชีวิตของดยุกอูลริกด้วยซ้ำ

    หรือว่าทางเทคนิค ข้ออ้างแบบราชวงศ์จะมากจะน้อยมันก็ต้องมีเชื้อสายเทพเจ้าหรือนักบุญอยู่ในตระกูลบ้างล่ะนะ

    ผมยกร่างอันเปลือยเปล่าของเก็นบุขึ้นมาอีกครั้ง

    อ๊า

    “เจ้ายังทำหน้าที่ไม่จบนะ”

    “ไม่ไหวแล้วขาอ่อนแรงไปหมดแล้ว อึมม”

    ผมจูบปากเก็นบุและเริ่มกิจกรรมอีกครั้งหนึ่ง