"ฮ่องเต้...หม่อมฉันเป็นนักบวชนะเพคะ!"
"ข้าให้เจ้าพูดอีกรอบ" มองริมฝีปากบางของนางแล้วจิตใจด้านมืดของเขาก็รู้สึกอยากทำให้มันบวมขึ้นมา เมื่อครู่เขาแค่ประกบปากลงไปสัมผัสแผ่วเบาเท่านั้น ยามนี้คนที่กำลังอยู่ในแขนของตนก็หน้าแดงไปจนถึงใบหู ปากก็ยังคงโกหกเขาไม่เลิก นางคิดว่าเขาเป็นใครกัน ฮ่องเต้ของแคว้นจะโดนนางหลอกได้โดยง่ายรึยังไง
"หม่อมฉันเป็นนักบวชเพคะ!" นางย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง จ้องมองเขาตาไม่กระพริบ ทั้งยังมีความโกรธเจือปนอยู่ในน้ำเสียงใสกังวาลของนาง
"เจ้าคือนักบวช?" เขาถามย้ำอีกรอบ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ พลางผลักนางลงบนที่นอนของตนเอง ใช้แขนสองข้างของตนคร่อมนางไว้ แถมยังลงแรงนั่งทับเอวของนางไว้อีกด้วย
"..." คนตัวเล็กพยักหน้าหลายทีเพื่อยืนยันสิ่งที่ตนพูดออกไป ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องถึงดำเนินมาเป็นเช่นนี้ได้ ท่าทางที่เขากระทำอยู่มันช่างล่อแหลมจนเกินเลยที่ต้องการจะรู้นิมิตรของนางจากการสัมผัสร่างกายกันมากไปแล้ว
จูมี่เอินไม่อาจสู้แรงเขาได้ ต่อให้สู้ได้ก็ไม่กล้าผลักเขาออกอีกรอบ ด้วยกลัวหัวจะหลุดออกจากบ่า มองคนที่เสื้อผ้าหลุดลุยจนเห็นแผงอกแข็งแกร่งอย่างชัดเจนก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา ไหนจะปอยผมที่ปล่อยยาวของคนด้านบนที่กำลังตรงกระทบมาที่หัวไหล่ของนางก็พาให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอีกด้วย
เหรินโย่วหลุนโค้งตัวลงมาใกล้นางมากยิ่งขึ้น ใช้ท้องนิ้วเกลี่ยแก้มนวลไปมา ดวงตานุ่มลึกดูแปลกไปจากปกติที่มักจะมีความวางอำนาจอยู่ในตัว ความร้อนที่ขาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมจนเขารู้สึกได้
จูมี่เอินรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมา มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีปกคลุมไปในความคิดของนาง
"อารามไหนบวชให้เจ้ากันหืมมม" เสียงลากยาวในลำคอที่ปลายประโยคพาเอาคนฟังใจเต้นไม่ดี หายใจติดขัดขึ้นอีกหลายส่วน
จูมี่เอินตกใจกับคำถามนั้นยิ่งนัก ทำไมเขาถึงได้ถามย้ำนางถึงหลายรอบขนาดนี้ หรือเขาจะรู้? ใช่!เขาย่อมรู้แน่ เป็นนางที่เลินเล่อเอง เขาเป็นถึงฮ่องเต้ไม่มีเรื่องใดที่เขาอยากรู้แล้วไม่รู้ แต่ที่แปลกใจคือเขาทำไมถึงได้ตามสืบเรื่องนาง แล้วต่อให้นางไม่ใช่นักบวชแล้วยังไงเล่า
"ฝ่า...ฝ่าบาทเพคะ" นางเรียกเขาเสียงตะกุกตะกัก มือทาบไปยังแผงอกที่ดันลงมาไม่หยุดของคนด้านบน อกของเขาแทบจะแนบชิดตัวนางอยู่แล้ว "ทรงลุกออกไปได้ไหมเพคะ?" จูมี่เอินหันหน้าหนีไปอีกทาง หลบสายตาคมกล้าที่มองมายังนาง
เหรินโยว่หลุนมองคนที่ไม่ยอมตอบเขาแถมหลบสายตา ซ้ำยังคล้ายอยากจะหนีไปจากเขาให้ได้ หรือนางต้องให้เขาใช้ไม้เด็ดนั้นกัน ดูจากนิสัยของจูมี่เอินต่อให้เขาขู่นางไป นางก็คงไม่กลัวเท่าไหร่ แต่หากเป็นคนรอบตัวนางเล่า จะเป็นยังไง
"หรือเจ้าอยากโดนโทษหลอกลวงเบื้องสูงกัน ศิษย์พี่ของเจ้าที่ช่วยกันปิดบังจะให้ข้าลงโทษยังไงดี?" เขาใช้มือจับกรามของนางให้นางหันกลับมามองเขา ออกแรงบีบนิ้วเข้าหากันเบาๆ จนแก้มนิ่มของนางยู่ขึ้นมาคล้ายเด็กน้อยก็ไม่ปาน
จูมี่เอินได้ยินดังนั้นก็หายใจหอบถี่ด้วยความกลัว มือสั่นขึ้นมา ไม่กล้าแม้แต่จะดันเขาออก ไม่คิดว่าเขาจะเอาศิษย์พี่ของนางมาขู่ ยามเด็กนางถูกรังเกียจหนีมาจนเกือบไม่รอด โตมาอาจารย์บอกว่านางมีชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่ ส่วนไหนในตอนนี้คือยิ่งใหญ่หรือ? ท่าทางเอาจริงของฮ่องเต้นั้นดูท่านางไม่อาจหลีกหนีความผิดนี้ได้พ้น ซ้ำร้ายคนอื่นอาจโดนหางเลขไปด้วย
เหรินโย่วหลุนมองริมฝีปากที่เปิดออกของนาง เขาไม่อาจทนได้อีกต่อไป ก้มลงไปสอดลิ้นขอความหวานจากนาง ความอุ่นที่โอบล้อมเขาไว้นั้นทำให้อดที่จะส่งเสียงด้วยความพึงพอใจออกมาไม่ได้
"อื้มมม" หวานมาก ไม่เคยคิดว่ารสชาติของจูบจะเป็นเช่นนี้
"อื้อออ" ทว่าอีกคนกลับไม่ให้ความร่วมมือ นางพยายามผลักเขาออก เบี่ยงหน้าหนีแต่ไม่อาจสู้แรงที่มือของเขาได้ ขาเล็กฟาดไปมาที่ด้านหลังแต่ก็ไม่อาจหนีพ้นเพราะโดนคนด้านบนทับเอวไว้อยู่ ยามได้โอกาสยังลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ ไปหนึ่งครั้ง
การกระทำนั้นทำเอาคนด้านบนรู้ตัวและหัวเราะอย่างชอบใจในความใส่ซื่อของนาง เหรินโยว่หลุนคิดว่าที่นางอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ไม่แต่งออกไปเสียทีคงด้วยเพราะความซื้อบื้อนี้ของนางแน่ๆ
ดี ดียิ่งนัก ที่นางยังอยู่รอดเงื้อมือพวกบุรุษหน้าไม่อายพวกนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ เหรินโยว่หลุนเห็นนางได้อากาศเข้าไปแล้วก็คิดว่าตนยังสามารถตักตวงความหวานจากนางต่อได้อีกนิด อยากได้มากกว่านี้
เขาบดละเลงลิ้นเข้าหานางไม่หยุด ไล่กวาดคนที่พยายามหนีอย่าบ้าคลั้ง ซ้ำบางจังหวะยังผละออกมาดูดริมฝีปากเล็กอย่างเอาแต่ใจจนจูมี่เอินส่งเสียงออกมา
"อื้อๆๆๆ" จูมี่เอินส่งเสี่ยงต่อต้าน ขโมยลมหายใจจากนางไม่พอยังทำให้นางรู้สึกเจ็บที่ริมปากอีกด้วย หากเขาลงแรงกว่านี้และกัดนางเข้านางคงได้เลือดออกพอดี เขาบ้าไปแล้ว ไม่ใช่ว่าจะทำเรื่องไม่ดีกับนางหรอกนะ
มือเล็กขยำอาภรณ์ของเหรินโย่วหลุนแน่นแต่ก็ยังไม่อาจหยุดการรุกรานจากเขาได้ นางไม่สนอะไรแล้ว ไม่กลัวหัวหลุดจากบ่า ยกกำปั้นทุบตีไปที่แผ่นอกเปลือยเปล่าเขาหลายทีก่อนที่ตนจะหายใจไม่ทันและตายไปเสียก่อน
ฉึก
นั้นไง! กัดนางแล้ว!
"อื้มมม" รับรู้ได้ถึงแรงดิ้นมหาศาลและมือเล็กที่พยายามตีเขาเหรินโยว่หลุนก็ยอมผละออกในที่สุด ยืดตัวขึ้นมองพินิจดวงหน้าที่งดงาม ริมฝีปากที่ถูกเขากัดก่อนจะผละออกมาเมื่อครู่ก็เริ่มบวมขึ้นมา
คนตัวเล็กท่าทางหอบหายใจเหนื่อยคล้ายคนวิ่งมาสิบรอบ ใบหน้างดงามที่แดงก่ำคล้ายบุบผากำลังล่อแมลงทำเอาเขาอดใจไม่ไหว วันนี้ต้องจัดการนางให้ได้ ไม่อาจปล่อยผ่านเหมือนเคยได้
ผมดำดังหมึกสยายไปบนเตียง ดวงตาที่ชื้นไปด้วยน้ำตากำลังหรี่เล็กลงจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง ปากเล็กๆ แบะออกเพราะรู้สึกถูกเอาเปรียบและกำลังจะร้องไห้ที่ถูกรังแก ภาพนั้นยั่วยวนจนทำเอาเหรินโยว่หลุนไม่อาจทนต่อไปได้อีกแล้ว
จูมี่เอินรู้ว่าแบบนี้ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้องจริงๆ นางเห็นเขาเริ่มถอดเสื้อผ้าตนเองออกก็รู้ได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้นางไม่รู้ประสีประสาเรื่องความรัก แต่ก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น ร่างบางพยายามลุกหนีแต่ก็โดนร่างใหญ่นั่งทับนางอยู่ลงแรงทับนางขึ้นมากกว่าเดิม
ไม่อาจหนีได้!
"อยู่นิ่งๆ เจ้าคงไม่อยากให้ข้าสั่งสอบสวนศิษย์พี่ของเจ้าหรอกนะ" เหรินโยว่หลุนส่งเสียงขู่นางไม่พอยังจับนางกลับมานอนที่เดิม ใช้มือข้างหนึ่งจับใบหน้าของนางไว้ บังคับให้นางจ้องมองเขากำลังถอดอาภรณ์ คนงามจะหลับตาหนีก็ถูกสั่ง "มองข้า"
จูมี่เอินเม้มปากเป็นเส้นตรงอย่างแค้นใจ ไม่อาจทำอะไรฮ่องเต้หนุ่มได้ ในวันนั้นนางช่วยเขาไว้ มาวันนี้กลับถูกเขารังแกเสียได้ รู้เช่นนี้ปล่อยให้เขาตายไปยังเสียดีกว่า แต่นางก็หยุดความคิดนั้นไป ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ ด้วยนิสัยของนางก็คงจะช่วยเขาดังเดิม
เหรินโย่วหลุนมองหญิงสาวที่มีดวงตางดงามกำลังมองเขาด้วยสายตาอาฆาต เขาชอบนัก นิสัยเช่นนี้ของนางจะหาจากที่ไหนได้ ไม่รู้นางรอดมาได้ไงจนถึงวันนี้ หรืออาจเป็นเพราะบุรุษพวกนั้นไม่ใช่แบบเขาที่จะสามารถบังคับคนอื่นทำเรื่องแบบนี้ได้กันนะ อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าการเป็นฮ่องเต้ของแคว้นก็ดีมากเหมือนกัน อยากบังคับใครก็ทำได้โดยง่าย
เหรินโยว่หลุนใช้นิ้วเกลี่ยไปที่ริมฝีปากของนางไม่ให้นางเม้มปากแน่นเกินไป เดี๋ยวนางอาจจะเจ็บตัวได้ หากจะเจ็บตัวก็ต้องมาจากที่เขาเป็นคนทำเท่านั้น ยามที่ปากเล็กเปิดออกจากการออกแรงกดด้วยนิ้วของเขา เหรินโยว่หลุนก็ค่อยสอดนิ้วเข้าไปในปากของนางที่อุ่นและร้อนอย่างเอาแต่ใจ
เมื่อถูกดันนิ้วเข้ามาจูมี่เอินก็ยกมือตนกุมมือของคนด้านบนไว้แน่นกันไม่ให้เขาสอดนิ้วเข้าไปลึกกว่าเดิม นางลังเลจะงับฟันลงกัดนิ้วเขาทิ้งเสีย ทว่าอีกใจก็กลัวศิษย์พี่โดนโทษหนัก ยามที่กำลังชั่งใจปากก็งับไปแล้วแต่ยังไม่ทันได้ลงแรงกัดก็โดนฮ่องเต้ห้ามไว้อย่างรู้ทัน
"อย่ากัดนะ ถ้าเจ้ากัดรู้ใช่ไหมจะเป็นยังไง?"
จูมี่เอินทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงยอมให้เขาเอานิ้วแหย่เข้ามาในปากของนาง ไม่เข้าใจว่าเขาต้องการหาอะไรในนั้น นางออกแรงดันมือนั้นไว้เล็กน้อย แต่เหมือนการกระทำนั้นจะทำให้เขาไม่พอใจ ฮ่องเต้พยายามดันมือสู้กับนาง หย่อนนิ้วชี้ของตนเข้าไปลึกขึ้นอีก แถมจากนิ้วเดียวก็เริ่มสอดเข้ามาสองนิ้วแล้ว
"อย่าเกรง ให้ข้าเข้าไป"
จูมี่เอินไม่ออกรั้งมือเขาไว้อีกทำเพียงแค่กุมข้อมือของเขาไว้เบาๆ นางยอมรับ นางกลัวอำนาจของเขา ตอนนี้ทำได้แค่ยอมเขาไป หากนางมีโอกาสนางจะเอาคืนเขาแน่
พอเห็นว่านางยอมเชื่อฟังแล้วเหรินโยว่หลุนก็สอดนิ้วเข้าไปลึกอีกนิดจนเกือบสุดโคนลิ้นของนาง
"ดูดนิ้วสิ" เขาสั่งพร้อมดึงนิ้วเข้าออกช้าๆ บางครั้งยังสอดเข้าไปลึกกว่าเดิมถึงข้างในคอของนางทำเอาจูมี่เอินสำลักไปหลายครั้งจนน้ำตาไหลออกมา
จูมี่เอินได้แต่ทำตามอย่างเชื่อฟัง ออกแรงดูดนิ้วของเขา ความรู้สึกที่นิ้วหยาบนั้นปัดผ่านลิ้นทำเอานางขนลุกไปทั่วตัว
เหรินโย่วหลุนเองก็ไม่ต่างกัน นางดูดนิ้วเขาแต่ส่วนอื่นที่ขาของเขากลับร้อนขึ้นแทน มือเล็กที่กุมมือของเขาอยู่ก็ร้อนไม่แพ้กัน ยามนี้นางไม่อาจขัดขืนเขาได้ ได้แต่ช้อนดวงตาคู่งามที่มีน้ำตาบางๆ เคลือบอยู่อ้อนวอนเขา แต่ไหนเลยจะได้ผล มันไม่ได้ทำให้เขาอยากปล่อยนางไปเลยสักนิด กลับยิ่งเพิ่มฟืนเข้าไปในกองเพลิงมากกว่าเดิม
"ฟางอี้!" เหรินโยว่หลุนตะโกนเสียงดัง "ออกไปห่างๆ จากห้อง"
แรงดูดที่นิ้วหยุดลงทันที คนตัวเล็กรีบผละออกไป
"ฝ่าบาท!" จูมี่เอินรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางส่ายหน้า ขอร้องเขาทั้งน้ำตา "อย่า...หม่อมฉันขอร้องเพคะ"
(จบเล่ม 1)
สำหรับใครที่อ่านมาถึงบทนี้ ไรท์ขอแนะนำซื้อเป็นอีบุ๊คค่ะ ถึงแม้จะต่างกันประมาณ 40 กว่าบาท แต่ว่าสามารถอ่านได้เลยไม่ต้องรออัพค่ะ หลังจากบทที่ 52 จะอัพเพิ่มแค่วันละ 2 ตอน ซึ่งอาจจะช็อตฟิลได้เพราะบางตอนก็ก้ำกึ่งเข้าด้ายเข้าเข็มแต่ต้องรอวันต่อไปแทน
ตั้งแต่บทที่ 53 ขึ้นไปจะเป็นเล่มสองค่ะ
ขอบพระคุณสำหรับท่านที่อุดหนุนรายตอนล่วงหน้าที่ผ่านมาสำหรับเล่มหนึ่งด้วยนะคะ ตัวไรท์เองอาจไม่ค่อยได้พูดคุยไว้ท้ายบทเพราะคุยไม่เก่ง แต่สำหรับทุกคอมเม้ม ทุกการซื้อ ไรท์เห็นทั้งหมดและทราบซึ่งใจเป็นอย่างมากจริงๆ ค่ะ ไม่คิดว่าจะมีผลตอบรับที่ดีแบบนี้ หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบผลงานเรื่องนี้กันนะคะ
แม้ราคาเล่มสองอาจต่างกันกับในแอพรายตอนนิดหน่อยแต่ไม่ได้ตัดส่วนไหนทิ้งค่ะ (ลงขายE-bookในMeb ปิ่นโต เด็กดี นายอินทร์)
(เล่ม 1 - 2 หากใครรออัพได้ซื้อในแอพเป็นรายตอนจะถูกกว่าค่ะ แต่เล่มสามอีบุ๊คคุ้มกว่า)
กระซิบบอกเรื่องแพลนของเล่มสามค่ะ
รบกวนอ่านท่อนนี้
เล่มสามไรท์ตัดบางตอนที่เป็นฉาก 20+ ออกนะคะ เอาไปใส่ในเล่มแทน จะมีฉาก++ตอนท้ายนิดหน่อยและแถมตอนพิเศษค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่มีผลต่อเนื้อเรื่องค่ะ
เนื่องจากในเล่มไรท์ตั้งราคาไว้แพงกว่าอ่านในแอพค่ะ เพราะหากตั้งราคาเล่มเท่ากับราคาในนี้มีหวังโดนถล่มแน่ เพราะกลัวจะไปกดราคาหนังสือท่านอื่น จึงต้องเพิ่มตอนพิเศษที่ปาไปสี่สิบกว่าหน้าให้
หากยอดซื้อเล่มมากกว่าที่ตั้งไว้ ไรท์ว่าจะทำภาพปกแจกค่ะ เป็นแนวโปสเตอร์ไม่ก็ที่คั้นหนังสือด้วย ไว้สำหรับคนที่ซื้อแบบเล่มเพราะราคาแรงกว่าในนี้ (ถ้าหากถึงเป้าจริงๆ อะนะ) แต่เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกหลังจากหยุดแต่งไปเกือบสิบปี และไม่ได้ลงนิยายมาเกือบห้าปีแล้วเลยคิดว่าคงยังไม่น่าถึงที่ตั้งไว้ในใจค่ะ
ความจริงแล้วคิดจะแบ่งย่อยเล่มสามออกมาอีกเล่มเพราะทั้งหมดโดยร่วมแล้ว537หน้าค่ะแต่พอตัดแล้วแหว่งๆ พิกล ไรท์ลองห้อยหัวดูจากเพดานแล้วคิดว่าไม่เวริค์ 5555 เลยรวมทั้งหมดเลย เล่มสามจะหนักหน่อยค่ะ เนื้อเรื่องเยอะกว่า ฉาก++ ก็น้อยลงกว่าเล่มสอง หวังว่าจะไม่ผิดหวังกันนะคะ
(ตกใจตอนกลับไปดูอีกรอบเพราะทิ้งไปเป็นเดือนแล้วเล่มสาม รีไรท์ไปสี่รอบแล้วไม่ได้ดูจำนวนหน้ากลับมาดูเมื่อครู่คือเกือบหงายตกเก้าอี้ 5555)