บทที่ 35 เริ่มเข้าสู่แผนการ
เมื่อฉินหยวนมองตามที่อนุหยางชี้ นางก็พบว่าอนุหลี่ผู้นี้โลภมากยิ่งกว่าที่นางคิดไว้เสียอีก…
แม้ว่าตระกูลฉินจะมั่งคั่งร่ำรวย เงินเพียงสองแสนตำลึงแท้จริงแล้วก็ไม่ได้มากมายนัก นับเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ในท้องฟ้าอันกว้างใหญ่เท่านั้น ทว่าหากสะสมไปเรื่อย ๆ ทีละนิด จากตรงนี้บ้าง ตรงนั้นบ้าง หากยังคงเป็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เกรงว่าตระกูลฉินที่ร่ำรวยล้นฟ้า สุดท้ายก็คงถูกหญิงผู้นี้ตักตวงจนหมดเกลี้ยงในไม่ช้า
อย่างไรเสีย สำหรับฉินหยวนที่วางแผนจะจากไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เรื่องนี้จึงไม่สำคัญอะไรกับนาง เพียงแต่ที่ตระกูลฉินมีวันนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะตระกูลไป๋ที่ในอดีตเคยรุ่งเรือง หากไม่มีการแต่งงานของฮูหยินไป๋ก็คงไม่มีฉินจงเจิ้งในวันนี้
ดังนั้น ในฐานะที่ฉินหยวนก็มาจากตระกูลไป๋ นางจึงไม่มีวันยอมให้อนุหลี่ผู้ต่ำช้านั้นตักตวงทรัพย์สมบัติของตระกูลฉินจนหมดอย่างแน่นอน
ถ้าหากต้องเป็นเช่นนั้น ก็ให้พวกเขาพังพินาศไปด้วยกัน ส่วนสิ่งของที่เป็นของตระกูลไป๋โดยชอบธรรม ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์เอาไป!!
นอกเสียจากจะเอาไปฝังรวมกับศพแล้ว พวกนางก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก
“อนุหลี่ช่างกล้าจริง ๆ แม้ตอนนี้ทรัพย์สินที่พบจะยังไม่มากมายจนน่าตกใจ แต่ถ้าให้ชายแก่ตระหนี่ผู้นั้นรู้เข้า เรื่องก็คงไม่ดีแน่!” ฉินหยวนยิ้มอย่างพึงพอใจ นางพอใจกับผลลัพธ์ที่อนุหยางค้นพบอย่างต่อเนื่อง
ฉินหยวนไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่ได้ผล ถ้าหากนางเอาบัญชีนี้ไปให้องค์ชายหนิงช่วยเหลืออีกแรง จากนั้นค่อยบอกชายผู้นั้นว่า ถ้าไม่ใช่เพราะอนุหลี่แอบยักยอกเงินของจวนตระกูลฉิน จนถูกองค์ชายหนิงค้นพบ เรื่องที่ตระกูลฉินจะผูกมิตรกับองค์ชายหนิงก็คงง่ายกว่านี้มาก สาเหตุที่ล้มเหลวไป ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะหญิงผู้นั้น! อนุหลี่!!
“จริงอยู่ แต่คุณหนู ท่านเองก็ทราบดีว่า ตอนนี้นายท่านโปรดปรานนางที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ตามนิสัยของหญิงผู้นั้น นางคงไม่ยอมรับง่าย ๆ เป็นแน่ หากเพียงแค่ท่านกับข้าไปกล่าวโทษเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะนัก” อนุหยางนิ่งเงียบรับฟังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วนึกถึงว่าอนุหลี่ไม่ใช่คนโง่เขลา นางจึงเริ่มกังวลขึ้นมา นางจึงรีบเอ่ยกับฉินหยวนทันที
แม้ว่าพวกนางจะมีหลักฐานในมือมากพอสมควร แต่นายท่านก็มักลำเอียงเสมอ และพวกนางก็มีกำลังไม่พอ ทั้งหญิงผู้นั้นก็เจ้าเล่ห์ การไปกล่าวโทษครั้งนี้ต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ
“หากอนุหยางกังวลเรื่องนี้ ก็โปรดวางใจเถิด วันนี้ที่ข้าเชิญท่านมาก็เพื่อเอาบัญชี แล้วใช้ให้คนหนึ่งไปเปิดโปงเรื่องนี้ คนผู้นี้มีตำแหน่งสูงศักดิ์และมีอำนาจมาก ย่อมสำคัญยิ่งกว่าอนุหลี่ถึงสิบเท่า แม้อนุหลี่จะเก่งกาจเพียงใด นางก็มิอาจสู้อำนาจของเขาได้!” ฉินหยวนเผยรอยยิ้มเย็นชาที่แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยม สายตาของนางไร้ความรู้สึกและดูไร้ซึ่งประกาย ทำให้ฉินหยวนในเวลานี้ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก!
เมื่ออนุหยางได้ยินฉินหยวนพูดเช่นนั้น นางก็อดสงสัยไม่ได้ และยิ่งเห็นฉินหยวนแสดงสีหน้าเช่นนี้ก็ทำให้นางตกใจเป็นอย่างมาก อนุหยางรู้ว่า ฉินหยวนเป็นคนฉลาด แต่ไม่ว่าจะฉลาดแค่ไหน ก็ยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น แต่สีหน้าที่นางเห็นเมื่อครู่นี้ เป็นสีหน้าของเด็กอายุสิบกว่าปีจริงหรือ?
ท้ายที่สุดแล้ว อนุหยางก็อดสงสัยไม่ได้ จึงเอ่ยถามขึ้น…
“ไม่ทราบว่าคุณหนูเอ่ยถึงผู้ใดหรือ?” อนุหยางถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พยายามข่มความประหลาดใจในใจลง
“ใต้หล้านี้ นอกจากฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่แล้ว เจ้าว่ายังมีผู้ใดอีกที่ผู้คนล้วนอยากเข้าหาเช่นนี้?” ฉินหยวนไม่ได้ตอบโดยตรง แต่โยนคำถามกลับไปแทน
“หรือว่าท่านหมายถึงองค์ชายหนิง?!” หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก อนุหยางจึงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
ถ้าหากคิดตามคำพูดของฉินหยวนแล้ว ใต้หล้านี้ก็มีเพียงองค์ชายหนิงเท่านั้นที่ตรงกับที่นางกล่าวมา
“ถูกต้อง” ฉินหยวนยิ้มแล้วพยักหน้าเห็นด้วยกับการคาดเดาของนาง
เมื่อได้ยินดังนั้น อนุหยางจึงเพิ่งเข้าใจ ที่แท้ข่าวลือที่ว่าฉินหยวนช่วยชีวิตคุณชายหย่ง จนได้องค์ชายหนิงมาเป็นผู้คุ้มครองให้นางนั้นเป็นเรื่องจริง ด้วยเหตุนี้ ฉินหยวนจึงเริ่มมีอำนาจ แม้แต่ชายแก่ผู้นั้นก็เริ่มปฏิบัติต่อนางดีขึ้นมาก ตอนแรกอนุหยางคิดว่าเรื่องราวส่วนใหญ่คงเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น ทว่าบัดนี้ได้ยินจากปากของฉินหยวนแล้ว จึงพบว่าทั้งหมดไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นเรื่องจริง!!
“ดูเหมือนคุณหนูจะได้องค์ชายหนิงมาเป็นที่พึ่งจริง ๆ” อนุหยางยิ้มพลางพยักหน้า แล้วกล่าวต่อ “หากองค์ชายหนิงยื่นมือเข้ามาช่วยในเรื่องนี้จริง ๆ ก็คงดีไม่น้อย” อย่างไรเสีย ฐานะขององค์ชายหนิงก็ต่างจากพวกนางอย่างสิ้นเชิง คำพูดเพียงประโยคเดียวจากผู้มีตำแหน่งสูงและอำนาจมาก ย่อมมีน้ำหนักกว่าที่พวกนางสองคนพูดเป็นร้อยเท่า
“เรื่องนี้อนุหยางวางใจได้! หากทุกอย่างราบรื่น ครานี้พวกเราจะกำจัดแม่ลูกตระกูลหลี่ให้สิ้นซากไปเสีย” แม้ว่าตอนนี้ทุกอย่างจะพร้อมแล้ว ทว่าฉินหยวนเองก็ยังคาดเดาท่าทีขององค์ชายหนิงไม่ได้
ทุกอย่างยังต้องรอดูกันต่อไป…
“คุณหนู ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง อนุหยางจึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้น
ฉินหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “อนุหยาง เชิญพูดมาเถิด” โดยปกติแล้วฉินหยวนชอบผู้ที่พูดตรงไปตรงมา มีสิ่งใดก็พูดออกมาตรง ๆ ไม่ชอบอ้อมค้อม
“หากวันหน้าอนุหลี่ตกอยู่ในมือของพวกเราแล้ว ท่านจะมอบนางให้ข้าจัดการเองได้หรือไม่?” อนุหยางมองฉินหยวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง นางคงไม่มีโอกาสได้ออกจากจวนอันโสมมแห่งนี้ไปตลอดชีวิต ในฐานะสตรีคนหนึ่ง นางสูญเสียโอกาสในการเป็นมารดาไปแล้ว
ในตอนนี้บุตรเพียงคนเดียวของนางได้ตายจากไปแล้ว และนางยังสูญเสียโอกาสที่จะมีทายาทของตัวเองไปตลอดกาล ส่วนผู้ที่ทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้ ยังคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย สิ่งนี้ทำให้อนุหยางไม่อาจทนได้อีกต่อไป!
ก่อนหน้านี้ อนุหยางไม่ได้ลงมือเพราะว่าระหว่างพวกนางนั้นห่างชั้นกันมากเกินไป นางไม่มีทางสู้อีกฝ่ายได้เลย ทว่าบัดนี้นางมีผู้ช่วยแล้ว และฉินหยวนยังมีองค์ชายหนิงเป็นที่พึ่ง ดังนั้นนางจึงคิดว่า… ผู้หญิงคนนั้นคงใกล้ถึงจุดจบแล้ว!!
ส่วนความปรารถนาเดียวของอนุหยางคือการได้ทรมานผู้หญิงคนนั้นจนตายด้วยมือของนางเอง!!!
ฉินหยวนได้ฟังแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรดี เรื่องของอนุหยาง นางเองก็เคยได้ยินมาบ้าง…
เพื่อไม่ให้จวนตระกูลฉินมีทายาทอีก อนุหลี่จึงแอบทำร้ายอนุที่ตั้งครรภ์อยู่ตลอดจนทำให้พวกนางแท้ง ทั้งยังใจร้ายถึงขั้นทำให้พวกนางไม่สามารถมีบุตรได้อีกตลอดไป สูญเสียโอกาสในการเป็นมารดาไปตลอดกาล
อนุหยางก็เป็นหนึ่งในสตรีที่น่าสงสารเหล่านั้น นางสูญเสียบุตรของตัวเอง และยังสูญเสียโอกาสที่จะเป็นมารดาอีกครั้ง
เมื่อเผชิญกับคำขอเช่นนี้ ฉินหยวนจึงไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไรดี
“เรื่องนี้อนุหยางวางใจได้ ข้ารับปากเจ้า แต่ว่าข้าจะต้องให้นางทุกข์ทรมานในมือข้าสักพักก่อน แล้วจึงจะส่งนางให้เจ้า อย่างไรเสียก็ไม่ได้มีเพียงแค่เจ้าหรอก แม้แต่ข้า! ท่านแม่ของข้า! ล้วนแต่เกลียดชังนาง!!” ฉินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบคำถามของนาง
คำขอเช่นนี้ ฉินหยวนย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจรับปากได้ทั้งหมด
เพราะไม่ใช่แค่อนุหยางที่เกลียดชังผู้หญิงคนนั้น แต่พวกนางก็เช่นกัน
“ข้าเข้าใจแล้ว” อนุหยางพยักหน้าเข้าใจทันที นางไม่ใช่คนไร้เหตุผล ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไร