บทที่ 133 เอาเปรียบ
กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน เจ้าราชาหนูขาวกระตือรือร้นที่จะนำเสนอผลงานของตนเองอย่างมาก มันนำหน้าคนเป็นเจ้านายไปยังแปลงเพาะเลี้ยงสัตว์พิเศษ ซึ่งที่นั่นเคยมีหนูขาวพิเศษที่เติบโตด้วยการใช้แกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์ 10 อัน
ซูหยวนใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อแกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์มาให้เจ้าราชาหนูขาว เธอจำได้ว่าเธอเสียเงินไปมากกว่า 1 ล้านเครดิตแล้ว ตอนนั้นได้แกนพลังงานของหนูขาวกลายพันธุ์มา 120 แกน ด้วยราคาประมาณ 7,000 – 10,000 เครดิตต่อชิ้น ซึ่งตอนที่ซูหยวนไปกว้านซื้อแกนพลังงานของหนูขาวกลายพันธุ์โดยเฉพาะนั้น ทำเอาแกนของพวกมันขาดตลาดไปเลย
เธอยังทำข้อตกลงกับร้านค้าต่างๆด้วย ตราบเท่าที่พวกเขามีแกนพลังงานหนูขาวกลายพันธุ์ เธอจะรับซื้อมันทั้งหมด!
ถึงเจ้าของร้านต่างๆจะประหลาดใจ เพราะปกติแล้วผู้ใช้พลังงานไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะดูดซับพลังจากแกนพลังงานของสิ่งมีชีวิตชนิดไหน หากพวกเขาต้องการตรวจสอบ ก็แค่ดูว่ามีพลังงานอยู่ข้างในจำนวนมากและสมบูรณ์หรือไม่ก็เท่านั้น ความต้องการของซูหยวนนับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยิน
แน่นอนว่าเด็กสาวไม่ได้บอกเหตุผลทั้งหมด เธอปล่อยให้พวกเขาเข้าใจกันไปเองว่าเกี่ยวข้องกับการทดลองที่ไม่มีอยู่จริง อาศัยว่าเธอทำงานกับอาจารย์เหวินในสถาบันศึกษา พวกเขาก็ไม่คิดมากกันอีกแล้ว
ตอนนี้ชื่อเสียงของซูหยวนดีมาก เธอเป็นดาวเด่น เป็นอัจฉริยะที่น่าจับตามอง เมื่อเธอซื้อของอะไรล้วนแต่ได้รับการสนับสนุนอย่างดี ดังนั้นพวกเขาจึงรับปากว่าจะเก็บแกนพลังงานของหนูขาวกลายพันธุ์ทั้งหมดเอาไว้ให้เธอ
ด้วยจำนวนแกนพลังงานมากมายเหล่านั้น ซูหยวนเฝ้ารอดูกองทัพหนูขาวพิเศษของเธออยู่ ก่อนหน้านี้เจ้าราชาหนูขาวกลายพันธุ์ได้ลองเพาะเลี้ยงพวกมันบ้างแล้ว จำนวนแกนพลังงาน 120 แกน ควรจะกลายเป็นหนูขาวพิเศษ 12 ตัว แต่ด้วยถูกขโมยไป 1 ตัว ซูหยวนคาดหวังว่าจะได้เห็นพวกมันอยู่ครบทั้ง 11 ตัว!
อย่างไรก็ตาม หนูขาวพิเศษที่ซูหยวนคาดหวังจะได้เห็น เวลานี้กลับไม่ได้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆอย่างที่เธอคาดหวัง นอกจากนี้...ซูหยวนก็เคยได้เห็นหนูขาวพิเศษตัวเล็กมาก่อนแล้ว พวกมันก็เหมือนกับหนูขาวพิเศษที่บุกโจมตีแปลงเพาะปลูกของเธอนั่นแหละ
ขนาดตัวของพวกมันไม่ได้ใหญ่มาก แต่มีความรวดเร็วเหนือใคร ยิ่งถ้าอยู่ภายใต้การควบคุมของราชาหนูขาวลายทองแล้ว พวกมันก็จะถือว่าเป็นหนูขาวที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าหนูขาวกลายพันธุ์หลายเท่า
ทว่า...สิ่งที่เธอได้เห็นนี้กลับไม่เป็นแบบนั้น...
“เกิดอะไรขึ้น?” ซูหยวนประหลาดใจ เธอมองหนูขาวตัวใหญ่ตรงหน้า พวกมันมีขนาดตัวเท่ากับหนูขาวองค์รักษ์ เพียงแต่...จำนวนทั้ง 11 ตัว เวลานี้เหลือเพียงแค่ 3 ตัวเท่านั้น
ตัวหนึ่งยังคงเป็นหนูขาวพิเศษตัวเล็ก ในขณะที่อีกสองตัวมีความแตกต่างออกไป ซูหยวนสนใจหนูขาวพิเศษตัวหนึ่งที่มีลวดลายสีทองตามแขนและขาของมัน
“จี๊ด จี๊ด!! หลังจากที่ข้าได้รับคำสั่งให้เลี้ยงดูเจ้าหนูขาวพวกนี้ ข้าก็ได้ทำให้พวกมันถือกำเนิดขึ้นมา 12 ตัว ถึงจะถูกขโมยไป 1 ตัว ก็ยังคงเหลืออีก 11 ตัวกับข้า”
“อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คอยดูแลพวกมันอย่างดี ข้าค้นพบว่าสามารถพัฒนาศักยภาพของพวกมันได้ด้วยการให้กินสารอาหารที่เต็มไปด้วยพลังงาน เมื่อพวกมันมาถึงจุดที่ข้าคิดว่าเหมาะสมแล้ว ก็ใช้พลังของข้าเพื่อรวบรวมพวกมันทั้ง 5 ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว เปลี่ยนจากหนูขาวตัวเล็กที่อ่อนแอ กลายเป็นองค์รักษ์หนูขาวได้ 1 ตัว และว่าที่ราชาหนูขาวลายทองอีก 1 ตัว”
เจ้าราชาหนูขาวยืดอกของมัน ท่าทางโอ้อวดเช่นนี้ทำให้ซูหยวนนึกเอ็นดูไม่น้อย ก่อนหน้านี้ฟาร์มของเธอมีหนูขาวพวกนี้เป็นศัตรู จึงไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพวกมันมีความน่ารักแบบนี้ด้วย จนกระทั่งตอนนี้...
“เก่งมาก” หญิงสาวกล่าวชมมันจากใจจริง
เจ้าราชาหนูขาวกลายพันธุ์มีความพยายามอย่างมาก เธอรู้ดีว่าหนูขาวพิเศษธรรมดาต่างกับหนูขาวตัวใหญ่ที่วิวัฒนาการมาแล้วขนาดไหน ดีจริงๆที่เธอได้เจ้าหนูขาวตัวนี้มาเป็นสัตว์เลี้ยง
“ทำได้ดีมาก” เมื่อเธอพูดแบบนั้น เจ้าราชาหนูขาวก็ยิ่งภาคภูมิใจมากกว่าเดิม
“จี๊ด!! ตอนนี้เจ้าตัวเล็กเป็นได้แค่ว่าที่ราชาหนูขาวเท่านั้น มันยังไม่มีผู้ติดตามเป็นของตนเอง จำเป็นต้องดูดซับพลังอีกมาก ส่วนเจ้าองค์รักษ์ตัวนี้ ข้าจะให้อยู่ในการปกครองของข้าเอง ตอนนี้พลังงานในร่างของข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการกิน สามารถมีองค์รักษ์ติดตามได้ถึง 8 ตัวแล้ว”
“จี๊ด จี๊ด! อีกไม่นาน ข้าก็จะยกระดับขึ้น กลายเป็นราชาหนูขาวลายทองขั้นกลาง ดังนั้นจะต้องมีทักษะใหม่ๆเกิดขึ้นแน่” เจ้าราชาหนูขาวกลายพันธุ์พูดด้วยความหวัง
มันไม่เหมือนกับพวกกลายพันธุ์ที่อยู่ในเขตพื้นที่ล่าพวกนั้น ราชาหนูขาวลายทองมาจากเกมฟาร์มของเธอ ดังนั้นการเลื่อนระดับ การเพิ่มทักษะและอื่นๆ ขึ้นอยู่กับค่าประสบการณ์ของมันเอง
ทุกครั้งที่มันได้กิน ค่าพลังงานก็กลายเป็นค่าประสบการณ์ของมันด้วย ดังนั้นจึงสามารถเลื่อนระดับตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนูขาวพิเศษที่เพาะเลี้ยงในฟาร์ม พวกมันมีเงื่อนไขเดียวกันกับราชาหนูขาวพวกนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่อนาคต...ซูหยวนจะมีกองทัพหนูเล็กๆเป็นของตนเอง!
“ช่วยพยายามเพาะเลี้ยงพวกกลายพันธุ์ต่อไปนะ ฉันจะหาแกนพลังงานของหนูกลายพันธุ์มาให้เรื่อยๆ อีกอย่าง...ในไม่กี่วันข้างหน้านี้ พวกเราจะมีภารกิจที่เขต D ที่นั่นจะมีทรัพยากรมากมายให้พวกเรา ฉันคาดหวังว่าพวกเราจะล่าหนูขาวกลายพันธุ์ได้มากมายจากที่นั่น”
“จี๊ด!! ไอ้พวกตัวที่เป็นเจ้าของแกนพลังงานพวกนี้น่ะหรือ? ไม่นับว่าเป็นปัญหาอะไรหรอกนายท่าน” เจ้าราชาหนูขาวพูดอย่างเอาใจ
“ขอบคุณมาก ถ้าอย่างนั้นก็พยายามกินให้มากอีกสักหน่อย”
“จี๊ด จี๊ด จี๊ด ได้เลย” เจ้าราชาหนูขาวลายทองเกือบจะกระโดด มันดีใจมากที่ได้รับอนุญาตให้กินมากขึ้น แต่เดิมแล้วแปลงเพาะปลูก 10 แปลงเป็นของพวกมัน นายท่านให้เพาะปลูกและดูแลกันเอาเอง เวลานี้...เมื่อมันแสดงผลงานให้ได้เห็น นายท่านก็มอบให้เพิ่มอีก 2 แปลงแล้ว
นอกจากพวกราชาหนูขาวกลายพันธุ์ที่ทำให้ซูหยวนพอใจแล้ว เรื่องของการผลิตสารดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้ายก็ดำเนินการไปอย่างราบรื่นดี ด้วยชิ้นส่วนของพวกกลายพันธุ์มากมายที่เธอแอบเก็บเข้าฟาร์มมาบ้างเมื่อมีโอกาส ทำให้โรงงานผลิตยังเดินกำลังเต็มที่
ที่สำคัญที่สุด บอลกาวตัวหนืดที่ได้รับการดูแลโดยเจ้าพวกหนูขาวพิเศษนี้ เมื่อไม่ต้องให้ซูหยวนเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง กลายเป็นว่าผลผลิตของพวกมันก็มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซูหยวนพึงพอใจเป็นที่สุด เพราะถ้าไม่อย่างนั้น...ทุกครั้งที่เธอออกไปทำภารกิจ ก็คงจะเสียเวลาไปเปล่าๆโดยไม่ได้ใส่ของเข้าในโรงงานผลิตแล้ว
เวลาที่เตรียมความพร้อมนี้ ซูหยวนยุ่งอยู่กับการจัดการทรัพยากรในเพื่อให้เจ้าหนูขาวทำงานได้ง่ายขึ้น อีกไม่นานพวกมันจะต้องออกไปช่วยเธอทำภารกิจ ซึ่งภารกิจครั้งนี้นับว่าเสี่ยงอันตรายไม่น้อยเลย
หากไม่ระวังให้ดี ต่อให้เป็นราชาหนูขาว เธอก็ยังกังวลเกี่ยวกับมัน
ในระหว่างที่เธอกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมความพร้อมอยู่นั้น สถาบันก็ดำเนินการเรียนการสอนไปด้วย เวลานี้นับว่าผ่านไปอีกเกือบครึ่งภาคการศึกษาที่สองของปีที่หนึ่งแล้ว นักเรียนจำนวนมากได้เตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติจริงในชั้นปีที่สอง นอกจากนี้ยังมีงานกลุ่มที่ต้องทำเพื่อผ่านชั้นปีที่หนึ่งไปให้ได้อีก
“นักเรียนทุกคน หลังจากนี้จะเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนครึ่งเพื่อที่จะจบปีที่ 1 นี้ ดังนั้นอาจารย์ของมอบหมายงานสุดท้ายของชั้นปีที่ 1 เอาไว้เลย ซึ่งชั้นปีที่ 1 นี้จะมีการสอบเพื่อจบการศึกษาอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกเป็นการทดสอบความรู้ความเข้าใจครั้งสุดท้าย สอบกันภายในสถาบันกันเอง โดยจะมีแค่ “ผ่าน” กับ “ไม่ผ่าน” เท่านั้น ขอแค่มีความรู้มากพอที่จะเอาตัวรอดได้ สถาบันก็จะปล่อยผ่านไป”
“อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่จะวัดผลการเรียนที่ผ่านมาก็คือ ในหนึ่งเดือนครึ่งนี้ นักเรียนจะต้องจับกลุ่มไม่เกิน 5 คน แต่ไม่น้อยกว่า 3 คน เพื่อรวบรวมแกนพลังงานของพวกกลายพันธุ์ในเขต A จำนวน 50 ชิ้น”
“โดยทุกครั้งที่ออกไปทำการทดสอบนี้ จะต้องเปิดอุปกรณ์รวบรวมข้อมูลเอาไว้ตลอดด้วย ซึ่งอุปกรณ์นี้จะบันทึกการล่าของทุกคนเอาไว้ หากมีการคดโกง ให้ผู้อื่นช่วยเหลือ หรือซื้อแกนพลังงานจากภายนอกมา จะถูกปรับตกชั้นปีที่หนึ่ง และตัดโอกาสศึกษาต่อทันที”
“เวลาเดือนครึ่งนี้ไม่นับว่าน้อยหรือมากเกินไป ถ้าทุกคนพยายามใช้เวลาที่เหลือในการทำภารกิจ ยังไงก็จะผ่านมันไปได้ อีกอย่าง...การทดสอบที่ดูเหมือนจะยากนี้ แท้จริงแล้วก็แค่การทดสอบธรรมดาๆเท่านั้น ถ้าต้องการเลื่อนไปเรียนชั้นปีที่ 2 พวกเธอจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้”
อาจารย์ประกาศงานสำคัญให้กับพวกนักเรียน ซึ่งทุกคนไม่ได้ตกใจเลย เนื่องจากก่อนหน้านี้...พวกเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าจะต้องมีการทดสอบจบปีที่ 1 ถึงอย่างนั้น...ก็มีนักเรียนบางคนที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับซูหยวนขึ้นมา
“อาจารย์คะ พวกเราเข้าใจเรื่องการทดสอบจบชั้นปีที่ 1 ค่ะ แต่....มีนักเรียนบางคนที่มักจะไม่เข้าเรียน ไม่ทำงานเหมือนกับพวกเรา ถ้าหากพวกเราต้องนำเข้าร่วมกลุ่มด้วย ไม่ใช่ว่าพวกเราจะต้องทำงานหนักกันเองหรอกหรอคะ”
“ใช่ๆ นักเรียนทุนอันมีงานมากมายที่ต้องทำ เธอได้ทั้งเกียรติยศและเงินเครดิต แต่พวกเรากลับต้องมาทำงาน มานั่งเรียนอยู่นี่ มันจะยุติธรรมกับพวกเราหรอคะ”
“กฎที่อาจารย์บอกว่าต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 3 คน อย่างนั้นก็ต้องมีบางกลุ่มที่ถูกบังคับให้รับนักเรียนทุนอันเข้าร่วม แบบนี้...พวกเราก็แย่สิครับ”
นักเรียนหลายคนแสดงความไม่พอใจออกมา ก่อนหน้านี้ทุกคนก็ชื่นชมซูหยวนอยู่หรอก เธอแข็งแกร่งกว่าใครๆ เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดี แต่...ถ้าแข็งแกร่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเหมือนพวกเธอได้หรอ?
ในขณะที่ทุกคนกำลังเสียเวลาอยู่ในสถาบัน นักเรียนทุนอันก็ไปสร้างชื่อเสียงของตนเอง เวลานี้ยังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นถึงสิบเอกอันในกองทัพแล้ว พวกเธอจบไปยังเพิ่งเริ่มเป็นพลทหารอยู่เลย ทว่า...ระหว่างนี้กลับต้องทำงานในส่วนของเธอด้วย นี่ไม่เรียกว่าเอาเปรียบแล้วจะเรียกว่าอะไร
ถ้าอาจารย์มีเงื่อนไขว่าให้สามารถปล่อยนักเรียนอยู่คนเดียวได้ ก็คงจะไม่มีใครโต้แย้งหรอก! หากซูหยวนไม่ทำภารกิจ เธอก็ไม่ผ่านการทดสอบ เรื่องนี้ใครจะไปมีปัญหาได้
คนเป็นอาจารย์ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินนักเรียนตั้งคำถามแบบนี้ ตัวเขา...ลึกๆแล้วต้องลำเอียงเข้าข้างนักเรียนอันซูหยวนอยู่แล้ว เนื่องจากเธอมีพรสวรรค์และเป็นหน้าเป็นตาให้สถาบัน ก่อนหน้านี้ก็ยังได้ยินว่าเอาชนะการแข่งขันธนูของตระกูลอี้ ล่าสัตว์กลายพันธุ์ได้ 92 ตัวด้วยตัวคนเดียว ดังนั้น...ถ้าไม่มีเงื่อนไขว่านักเรียนจะต้องรวมกลุ่มกันเกิน 3 คน พวกเขาก็ยังเอาผลงานวันนั้นเพื่อให้เธอจบการศึกษาได้เลย
“ทุกคนก็คิดเช่นนี้หรือ? นักเรียนทุนอันนั้นมีความสามารถขนาดไหนไม่รู้หรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะติดภารกิจของกองทัพ เธอก็คงเข้าร่วมห้องเรียนแล้ว นี่เป็นการทำเพื่อมนุษย์ชาตินะ”
“อาจารย์ครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอไม่เข้าเรียนแล้วไปทำเพื่อมนุษย์ชาติได้ไหมครับ ขอให้กองทัพรับผมเข้าเป็นทหารตอนนี้ได้ไหมครับ?”
“ใช่แล้ว พวกเราเองก็อยากจะเป็นทหาร อยากรับใช้มนุษย์ชาติเหมือนกัน แต่ที่สถาบันนี้...มีอาจารย์กี่คนที่จะทำให้พวกเราเข้ากองทัพได้ทันที แท้จริงแล้ว...นี่เป็นความผิดของอาจารย์ไม่ใช่หรือ?”
“จริงด้วย นักเรียนทุนอันโชคดีได้รับการสั่งสอนโดยอาจารย์เติ้ง แล้วอาจารย์เติ้งก็พาเธอเข้าไปเป็นนักธนูในกองทัพ ทุกครั้งมีภารกิจก็ได้รับคะแนนไปพร้อมๆกัน แล้วแบบนี้...ไม่ใช่ยิ่งเพิ่มระยะห่างของพวกเราหรอกหรอครับ กลายเป็นว่าพวกเราไม่มีโอกาสที่จะแสดงฝีมือเลย”
ได้ยินอาจารย์พูดแทนอันซูหยวน นักเรียนหลายคนกลับแสดงความไม่พอใจขึ้นมาอีก พวกเขาต่างก็คิดว่ามันเป็นความลำเอียง โดยไม่ได้คิดเลยว่าวันแรกที่ซูหยวนขอเป็นศิษย์ของอาจารย์เติ้ง ทุกคนได้แต่ภาวนาให้เธอปลอดภัย เพราะก่อนหน้านี้...อาจารย์เติ้งเคยพาศิษย์ของเขาไปตายในภารกิจมาแล้ว
ตอนนั้นมีแต่คนอยากจะวิ่งหนีอาจารย์เติ้ง ทว่าเวลานี้...เมื่อเห็นซูหยวนประสบความสำเร็จกลับคิดว่ามันง่ายดายจนเหมือนว่าตัวเองกลายเป็นผู้เสียโอกาสแทนเสียอย่างนั้น....
อาจารย์ไม่ได้คิดว่านักเรียนจะโต้กลับแบบนี้ เขาถึงกับอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มอธิบายตั้งแต่ตรงไหนดี
“อาจารย์คะ พวกเรารู้แล้ว...ถ้าอย่างนั้นก็ให้นักเรียนทุนทั้งหมดอยู่ด้วยกันสิคะ พวกเขาก็คือคนที่ไม่มีใครอยากจะอยู่ร่วมด้วย อย่างนั้นก็ให้พวกเขาจับกลุ่มกันเองไปเลย”
“ฮ่าๆ จริงด้วย ตอนนี้ก็เหลือนักเรียนทุนแค่ 4 คนเท่านั้น มีนักเรียนทุนชาย 3 คน และนักเรียนทุนอันอีก 1 คน รวมแล้ว 4 คน ไม่เกินเงื่อนไขพอดี”
นักเรียนในห้องหัวเราะร่วน แม้ว่าก่อนหน้านี้...นักเรียนทุนทั้ง 3 คนจะตั้งใจเรียนรู้มากขนาดไหน แต่พวกเขาก็ยังเป็นนักเรียนทุน สถานะทางบ้านยากจนมาก การที่จะออกไปล่านอกเขตปลอดภัยกับการเรียนรู้ในสถาบันไม่เหมือนกัน การออกไปนอกเขตปลอดภัยจะต้องใช้ทรัพยากรด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ ชุดป้องกัน ยาต่างๆ ถ้าเอาพวกนักเรียนทุนที่ไม่มีเงินเข้าร่วมด้วย อย่างนั้นค่าใช้จ่ายทั้งหมด คงเป็นพวกเขาที่ต้องออก
ในเมื่อเป็นกลุ่มที่ไม่มีคนต้องการ เช่นนั้นให้พวกเขาอยู่ด้วยกันไม่ดีหรือ?
“มะ ไม่ได้นะ! แบบนั้นไม่ได้!!”
………………………………….