ผูกวาสนา
พระชายาองค์ชายเก้า
“...ขอพระชายาอย่าได้ตื่นตระหนกยามที่องค์ชายนั้นเข้าหาพระชายาเป็คราแรก และขอพระชายาจดจำเอาไว้ว่าความสุขขององค์ชายคือที่หนึ่ง แม้คราแรกนั้นจะเจ็บและมิสบายตัวอยู่บ้าง แต่พระชายาจะสามารถผ่านมันไปได้ด้วยดีเพคะ”
เสียงร่ายยาวถึงธรรมเนียมต่างๆในวันเข้าหอยังคงถูกย้ำเตือนคราแล้วคราเล่าแม้ว่าผู้ที่ถูกพร่ำสอนอยู่นั้นจะฟังบ้างมิฟังบ้าง
แต่นางกำนัลาุโผู้ถูกส่งมาจากในวังก็ยังคงทำหน้าที่ของตนอย่างมิบกพร่อง
เมื่อคืนนี้เป็คืนเข้าหอขององค์ชายเก้าผู้มีพระนามว่า‘อู๋หรงซวี่’ และ ‘พระชายา’ ผู้มาจากสกุลจ้าวที่เลื่องชื่อในเมืองหลวงและที่สำคัญคือสตรีผู้นี้เป็พระชายาที่ฝ่าาเป็ผู้คัดเลือกให้องค์ชายด้วยพระองค์เองฝ่ายในจึงต้องให้ความสำคัญและระมัดระวังมิให้มีสิ่งใดผิดพลาด
ดังนั้นต่อให้พระชายาองค์ชายเก้านั้นจะมิอยากฟังธรรมเนียมปฏิบัติที่ทรงจดจำได้แล้วผู้มาจากฝ่ายในก็ยังคงต้องย้ำเตือนอีกครา
“ขอพระชายาอย่าได้ลืมดื่มสุรามงคลเป็อันขาดนะเพคะ”ยังคงไร้เสียงตอบรับจากพระชายาผู้นั่งนิ่งอยู่บริเวณเตียงที่เต็มไปด้วยดอกไม้มงคล...
นางกำนัลาุโลอบกวาดตามองพระชายาองค์ชายเก้าอีกคราเมื่อเห็นว่าเ้าสาวยังคงมิมีคำถามใดจึงได้กราบทูลเป็อย่างสุดท้ายก่อนจะถอยออกไป
“ตามธรรมเนียมแล้วข้ารับใช้จะอยู่บริเวณหน้าห้องหากองค์ชายและพระชายา้าสิ่งใดขอพระนางเรียกหาหม่อมฉันได้ตลอดเพคะ”
“ขอบใจเ้ามาก”
กล่าวจบก็ได้ยินเสียงหวานของสตรีผู้นั่งนิ่งมานานตอบรับจึงได้ล่าถอยออกไป...
‘จ้าวเหม่ยอิง’ ปล่อยลมหายใจที่เผลอกลั้นเอาไว้ของตนเองออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อร่างท้วมของนางกำนัลาุโยอบตัวทำความเคารพและถอยออกไปแล้วเป็ที่เรียบร้อย
ทั้งตำหนักกว้างส่วนด้านในจึงมีเพียงนางผู้เดียว...
มือบอบบางที่ถูกประสานเข้าหากันเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าผู้คนคลายออกจากกันก่อนจะเอื้อมมือไปรินสุรามงคลที่ถูกเตรียมไว้ลงจอกสุราและดื่มมันโดยมิสนใจถึงธรรมเนียมใด
เมื่อนางอยู่เพียงลำพังผู้ใดจะรู้ว่าสุรามงคลพร่องลงไปเล่า
หรือหากจะมีผู้ใดล่วงรู้นางก็จะมิแยแสผู้ใดจะกล้าถามหาความผิดจากพระชายาองค์ชายกัน
หลังจากยกจอกสุราดื่มหมดภายในคราเดียวั์ตากลมโตจึงเริ่มกวาดตามองสำรวจภายในตำหนักส่วนในที่ถูกตกแต่งด้วยสีแดง
เพื่อความเป็สิริมงคลของชีวิตคู่ผ่านม่านผ้าคลุมหน้าสีแดงสดที่ยังคงมิถูกเปิด...
มือขาววางจอกสุราลงหลังจากดื่มมันจนหมดจอกเพื่อบรรเทาความรู้สึกตึงเครียดของตนเองให้ลดลงด้วยฤทธิ์ของสุรา
‘ความรุ่งโรจน์ของสกุลจ้าวคงต้องฝากไว้ที่เ้าแล้ว’
หึ...ความรุ่งโรจน์ของสกุลจ้าวอย่างนั้นหรือ
‘คุณหนู...เื่ที่คุณหนูให้บ่าวไปสืบมา...องค์ชายเก้า...’
สาวใช้ข้างกายยังคงอึกอักเมื่อต้องเล่าในส่วนที่เ้านายของตนนั้นให้ออกไปหาข่าว...
นางจะสามารถรายงานเื่ว่าที่สวามีของคุณหนูว่าพระองค์เสด็จไปปลอบใจสตรีผู้เป็ที่รักถึงจวนให้สตรีตรงหน้าฟังได้อย่างไรกัน
‘พูดมาเถิด’ แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูของนางนั้นจะสามารถจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้ดีมากกว่าผู้ใดจึงได้สามารถรับฟังทุกอย่างได้โดยมิหลั่งน้ำตา
‘ผู้คนลือกันไปทั่วเมืองหลวงว่าเมื่อคืนองค์ชายเสด็จไปจวนสกุลฟ่างเ้าค่ะ แต่ข่าวลือล้วนถูกเสริมแต่งคุณหนูอย่าได้กังวลสิ่งใดเลยนะเ้าคะอย่างไรเสียคุณหนูก็ได้ตำแหน่งพระชายา’
คุณหนูผู้รับฟังเพียงนิ่งเงียบปล่อยให้ตนเองจมลงสู่ความคิดเพียงลำพังโดยมิเอื้อนเอ่ยสิ่งใด...
แน่นอนว่าผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงั้แ่เด็กทั้งยังเป็คุณหนูจากสกุลมีชื่อเช่นนางนั้นย่อมรับรู้ทุกความเคลื่อนไหวของผู้คน ภายในเมืองหลวง
นางย่อมรับรู้ว่าตำแหน่ง‘พระชายาองค์ชายเก้า’ ที่เหล่าฮูหยิน สกุลต่างๆคิดไขว่คว้าเพื่อดองกับราชวงศ์นั้นมีผู้ใดที่อาจจะได้มันไป
‘ฟ่างกุ้ยเหลียน’ เป็คุณหนูผู้แสนงดงาม อ่อนหวานทั้งกิริยามารยาทและคำพูดคำจา...
นางเกิดจากสกุลฟ่างผู้มีดีทางด้านสติปัญญาคนส่วนใหญ่ในสกุลล้วนเป็ราชครูอยู่ในสำนักศึกษาหลวง ยามนี้บิดานางมีตำแหน่งเป็รองเ้ากรมฝ่ายสำนักศึกษา...
เมื่อทางราชวังประกาศกำหนดการคัดเลือกพระชายาองค์ชายเก้า คุณหนูสกุลฟ่างก็อายุครบสิบหกปีเต็ม
ช่างเหมาะสมกับตำแหน่งด้วยเป็สตรีผู้เพียบพร้อมทั้งยังสามารถคว้าพระทัยขององค์ชายเก้าผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาที่มอบให้แก่ผู้คน
ทว่า...เมื่อ‘บททดสอบ’ สุดท้ายเป็ ‘คำถาม’ซึ่งถูกถามออกมาจากฝ่ายในให้ว่าที่พระชายาผู้ผ่านด่านการคัดเลือกมาแล้วนั้นถูกส่งไปยังสตรีสูงสุดผู้อยู่เหนือบุปผางามทั้งหมดในวังหลังแล้วนั้น...
ความฝันในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งพระชายาองค์ชายเก้าของคุณหนูสกุลฟ่างก็ถูกดับมอดลง
สตรีผู้ได้รับแต่งตั้งเป็พระชายาองค์ชายเก้ากลายเป็‘คุณหนูจ้าวเหม่ยอิง’บุตรสาวจากสกุลจ้าวผู้มีบิดาดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลัง
เมืองหลวงทั้งเมืองต่างกล่าวถึงตำนานรักที่ถูกกีดกันด้วยชนชั้นขององค์ชายเก้าและคุณหนูสกุลฟ่างอยู่นานจนเกิดเป็งิ้วเื่ราวความรักที่แสนตราตรึงใจของผู้คน...
ชั่วข้ามคืนนางกลับกลายเป็คุณหนูตัวร้ายที่เข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างคู่รักที่ชะตาแสนอาภัพ...
รักกันแต่มิอาจเคียงคู่
ช่างน่าชิงชังที่นางมิอาจแก้ตัวได้!
‘ขอเพียงเ้าสามารถกุมพระทัยขององค์ชายเก้าเอาไว้ได้ตำแหน่งพระชายาของเ้าย่อมมั่นคง’
ท่านพ่อกล่าวกับนางก่อนที่นางจะนั้นจะรับตำแหน่งพระชายา
‘ความรุ่งโรจน์ของท่านพ่อและจ้าวเหม่ยฟ่งต่างหากเล่าเ้าคะ ที่จะทำให้ตำแหน่งพระชายาของข้ามั่นคง’
นางกล่าวพร้อมกับเงยหน้าเพื่อเผชิญหน้ากับบิดาก่อนจะแต่งออกจากสกุล...
ให้นางกุมพระทัยขององค์ชายที่มีสตรีอื่นจับจองอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ...
ช่างเป็เื่เปลืองแรงและไร้ประโยชน์ที่จะลงมือทำ
เสียงฝีเท้าพร้อมกับการขานถึงการมาขององค์ชายเก้าดึงจ้าวเหม่ยอิงกลับมาจากอดีต...
มือเรียวถูกดึงกลับมาประสานกันอย่างเรียบร้อยเมื่อเสียงประตูถูกเปิดและเสียงฝีเท้าของบุรุษผู้เป็เ้าของตำหนักนั้นก้าวเข้ามา
ร่างสูงสง่าในชุดสีเดียวกันกับนางเคลื่อนตัวเข้ามาหยุดลงตรงหน้าก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยปากไล่ข้ารับใช้ให้ล่าถอยออกไป
ทิ้งตำหนักกว้างให้เหลือเพียงนางและเขา
จ้าวเหม่ยอิงพยายามเก็บท่าทีของตนเองให้สงบเมื่อร่างขององค์ชายเก้าประทับลงบริเวณที่นั่งข้างกาย...
แม้ที่ว่างข้างกายจะถูกเติมเต็มแต่นางกลับรับรู้ถึงช่องว่างระหว่างนางและเขา
มิใช่ช่องว่างที่เกิดจากระยะห่างของร่างกายแต่เป็ช่องว่างระหว่างหัวใจต่างหาก...
ริมฝีปากสีสดภายใต้ผ้าคลุมหน้าเ้าสาวเม้มเข้าหากันแน่น เมื่อรับรู้ได้ถึงความอึดอัดและกดดันที่ยังคงคืบคลานเข้ากัดกินพื้นที่ระหว่างนางและเขา...
‘พระชายาจงจำเอาไว้ว่านับแต่นี้...ความรุ่งโรจน์ของเขาคือความรุ่งโรจน์ของเ้า’
รับสั่งของโอรส์เมื่อคราที่นางถูกเรียกให้เข้าเฝ้าเป็การส่วนตัวหลังจากตำแหน่งพระชายาองค์ชายเก้าถูกประกาศออกมา
และนางเริ่มชิงชังตนเองเมื่อสามารถเข้าใจทุกอย่างได้เป็อย่างดี...
“พระชายา...”เสียงเรียกของบุรุษข้างกายดึงนางให้ออกมาจากภวังค์ความคิดที่เริ่มจมดิ่งลงสู่อดีต
เมื่อมองผ่านผ้าคลุมย่อมเห็นความตึงเครียดบนพระพักตร์คมคายที่แสนจะเลื่องชื่อขององค์ชายเก้าผู้เกิดจากเสียนเฟย
ผู้แสนงดงาม
แต่ความหล่อเหลากลับถูกทำลายลงในพริบตาเมื่อรับสั่งต่อมาขององค์ชายเก้า
“เปิ่นหวางรักนางเ้าแต่งมาเป็พระชายาก็อย่าได้หวังสิ่งนั้น”
รับสั่งขององค์ชายส่งผลให้สตรีในชุดแดงเงยหน้าขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าที่ยังคงถูกผ้าคลุมสีแดงสดเผชิญหน้ากับพระสวามีที่ยังคงยืนยันสิ่งที่นางนั้นรู้และเข้าใจทุกอย่างเป็อย่างดี
เพียงแต่...นางเองก็คาดหวังว่าองค์ชายนั้นจะรู้จักถนอมบุปผางามมากกว่านี้
แต่ดูเหมือนว่านางนั้นจะคาดหวังมากเกินไป...
ท่านพ่อกล่าวผิด...ที่กล่าวว่าองค์ชายเก้านั้นแสนจะฉลาด
วันนี้นางพิสูจน์แล้วว่าเขาเป็เพียงบุรุษผู้โง่งมผู้คิดว่าการสวมบทบาทเป็องค์ชายผู้มีรักเดียวนั้นจะทำให้ผู้คนสรรเสริญ...
คิดแล้วก็มองใบหน้าของบุรุษผู้เดินเคียงข้างนางเข้าสู่พิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันผ่านม่านผ้าคลุมหน้าเ้าสาว
“หม่อมฉันเองก็มิได้คาดหวังจะได้พระทัยขององค์ชายอยู่แล้ว”
หลังจากปล่อยให้เสียงทุ้มนั้นกล่าวทุกสิ่งที่ตนเอง้าออกมาจึงได้เอื้อนเอ่ยความในใจเป็ครั้งแรก...
รักสตรีผู้อื่นอยู่อย่างนั้นหรือ...ผู้ใดสนใจพระทัยขององค์ชายกันเล่าเพคะ
“เ้า...!” นางเพียงถอนหายใจก่อนจะเป็ผู้เปิดผ้าคลุมหน้าด้วยตนเองโดยมิแยแสธรรมเนียมใดเมื่อเขาเองก็มิคิดจะรักษามารยาทให้สมกับเป็องค์ชายกับสตรีผู้แต่งเข้ามาเป็พระชายาของตนเองในคืนเข้าหอ
เช่นนั้นนางเองก็จะทำความเข้าใจกับบุรุษผู้จะเป็สวามีของนางนับจากนี้...
ั์ตากลมลากสายตาไปประสานสายตากับแววตาที่ยามนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกระคนแปลกใจกับท่าทีของนาง...
ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างงดงามเพื่อให้สวยที่สุดในยามถูกเ้าบ่าวเปิดผ้าคลุมหน้ายามนี้ปรากฏรอยยิ้มร้ายกาจอย่างที่ท่านแม่ชอบกล่าวหา...
นางเป็คุณหนูอารมณ์ร้าย...และแน่นอนว่านางเองก็มิใช่สตรีโง่งมผู้บูชาความรัก
เพราะฉะนั้นอย่าได้หวังว่านางนั้นจะหลั่งน้ำตาเพียงเพราะเขากล่าวว่ามิคิดมอบพระทัยให้ร่างบอบบางขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปรินสุรามงคลและยกมันขึ้นดื่มโดยมิคิดจะแบ่งมันให้กับเ้าบ่าว...
ดื่มเสร็จจึงหันกลับมากล่าวกับบุรุษที่ยังมิอาจหาเสียงของตนเองเจอ...
“มิรักก็มิเห็นเป็อันใดเลยเพคะในเมื่อเชื้อพระวงศ์ส่วนใหญ่ล้วนแต่งกับคนที่มิได้รักเพื่ออำนาจทั้งนั้น เพียงแต่...นับแต่นี้
ความรุ่งโรจน์ขององค์ชายคือความรุ่งโรจน์ของหม่อมฉันเช่นกันแม้องค์ชายจะมิเต็มใจเคียงข้างแต่เราสองย่อมต้องเดินเคียงข้างกันไปจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะพรากเราสองคนจาก...”
นางเห็นประกายสายตาคู่คมนั้นลุกโชนไปด้วยความมิพอใจ...เมื่อเห็นนางนั้นสามารถตอบโต้การกระทำขององค์ชายได้เป็อย่างดี
“หม่อมฉันจะเป็พระชายาผู้อยู่เคียงข้างองค์ชายเสมอตราบใดที่องค์ชายยังคงรักษาเกียรติของพระชายาของพระองค์ ส่วนเื่พระทัยขององค์ชายนั้นจะอยู่ที่ผู้ใดย่อมมิสำคัญ...”
นางกล่าวพร้อมกับยังคงประดับรอยยิ้มร้ายกาจเอาไว้ได้เป็อย่างดีสมกับที่ท่านแม่เคยค้านมิให้ส่งนางเข้าสู่จวนองค์ชายเพราะหวาดกลัวว่าบุตรสาวนั้นจะนำพาโทษปะามาสู่ครอบครัวเนื่องจากนิสัยร้ายกาจของนาง...คิดจะข่มพระชายาอย่างนั้นหรือ
เอาไว้หากหม่อมฉันอารมณ์ดีอยากแสร้งเป็สตรีเ้าน้ำตาแล้วหม่อมฉันจะยอมให้องค์ชายสมพระทัยก็แล้วกันนะเพคะ
“เพราะหม่อมฉันเองก็มิคิดอยากเป็พระชายาขององค์ชายเช่นเดียวกัน...”