ผมกับสมาชิกกลุ่มพากันวิ่งขึ้นบันไดสำหรับเปลี่ยนสายสุดฝีเท้าเมื่อใกล้จะถึงชั้นบนผมก็หยุดกะทันหันเสียงโวยวายของผู้คนที่ถูกขวางทางเอาไว้ดังขึ้นไม่หยุด
“อะไรเนี่ย! รีบ ๆ หลบไปสิวะ!”
“อยากตายเหรอไง!”
ผมใช้เท้าถีบหลายคนที่วิ่งตามหลังมาหลังจากนั้นก็ชักดาบขึ้นมาถือผู้คนสะดุ้งตกใจเมื่อได้เห็นดาบแหลมคมที่มี[พลังดวงดาราบริสุทธิ์] ก่อนจะก้าวถอยหลังไป
“ดูเหมือนจะยังประเมินสถานการณ์ไม่ออกสินะ”
“อะ...อะไร”
“ต่อให้ขึ้นมาบนนี้พวกคุณก็ไม่รอดหรอก”
สีหน้าของพวกเขาเหลือแต่ความสิ้นหวัง ตอนนี้ไม่มี ‘ห้อง’ เหลือแล้วในสถานีชุงมูโรแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ไหนปลอดภัยจากสัตว์ประหลาดอีกแล้ว
“แล้วจะให้พวกเราทำยังไง!”
“ทำยังไงเหรอ ก็ต้องสู้น่ะสิ”
“อย่ามัวแต่พูดอะไรบ้า ๆ ถอยไป!ทั้งหมดเป็นเพราะแกไม่ใช่เหรอไง! ถ้าแกไม่ทำลายห้องของพวกเราไปจนหมด...!”
ผมเปิดใช้งาน ‘คมดาบแห่งศรัทธา’ก่อนจะปักมันลงบนบันไดสำหรับเปลี่ยนสายรถไฟ
“อ๊ากกกกก!”
ศูนย์กลางบันไดเกิดเสียงดังสนั่นก่อนจะพังทลายลงผู้คนร่วงหล่นตกลงไปข้างล่าง มันอาจจะโหดร้ายไปบ้าง แต่ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้
“บ้าเอ๊ย! รีบหาบันไดอื่น!เร็วเข้า!”
ไม่รู้สิ แต่คงไม่เป็นไปตามที่พวกนายคิดหรอกมั้ง
ผมมองภาพด้านหลังของอีฮยอนซองที่วิ่งเลยออกไปนอกจากบันไดฝั่งนี้ที่ถูกทำลายไปแล้ว ตอนนี้เหลือแค่บันไดเดียวเท่านั้นแต่เพียงไม่นานเสียงเหมือนอะไรพังครืนลงก็ดังมาจากทิศตรงข้าม
“ไม่นะ! อ๊ากกกกก!”
เสียงกรีดร้องของผู้คนที่ถูกขังไว้ในชานชาลารถไฟสายสามดังก้องไปทั่วอีจีฮเยที่ไม่รู้ว่าขึ้นมาบนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่หันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“ลุงนี่มันไม่เหมือนกับที่คุยกันไว้นี่ ถ้าปล่อยไว้แบบนั้นทุกคนจะ...”
“ฉันรู้”
ผมพูดพลางก้มลงมองชั้นล่างที่กลายเป็นขุมนรกไปแล้ว
ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้ละก็ พวกนั้นจะต้องตายกันหมดและพวกสัตว์ประหลาดที่หลั่งไหลเข้ามานั่นก็คงจะต่อตัวกันเป็นฐานปีนขึ้นมาชั้นบนนี่ได้สำเร็จ
นั่นไม่ใช่ภาพที่ผมต้องการ
[เปิดใช้งานสกิลเฉพาะตัว‘บุ๊กมาร์ก’]
[‘บุ๊กมาร์กตัวละคร’ถูกเปิดใช้งาน]
[ช่องบุ๊กมาร์กที่สามารถใช้งานได้: 3 ช่อง]
[เรียกดูลิสต์บุ๊กมาร์กที่สามารถเปิดใช้งานได้]
<ลิสต์ตัวละครที่ถูกบันทึกไว้ในบุ๊กมาร์ก>
1. คิมนัมอุนปีศาจร้ายเพ้อฝัน (ระดับความเข้าใจ 35)
2. อีฮยอนซองดาบเหล็ก (ระดับความเข้าใจ 65)
3. ชอนอินโฮผู้ปลุกระดม (ระดับความเข้าใจ 20)
เปิดใช้งานบุ๊กมาร์กหมายเลขสาม
[บุ๊กมาร์กหมายเลข 3 ถูกเปิดใช้งาน]
[ระดับเลเวลของสกิลบุ๊กมาร์กต่ำเกินไประยะเวลาในการใช้งานถูกปรับให้สั้นลง]
[ระยะเวลาในการเปิดใช้งาน : 5นาที]
[ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละครต่ำเกินไปสามารถใช้งานสกิลของตัวละครได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น]
[‘ปลุกระดม Lv.2’ ถูกเปิดใช้งาน]
รู้สึกได้ว่าจู่ ๆ ลิ้นก็กระตุกราวกับมีชีวิตเองนี่คงเป็นความรู้สึกของชอนอินโฮสินะ
ผมก้มลงไปมองด้านล่างท่ามกลางความโกลาหลผมมองเห็นศีรษะของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ยืนห่างออกไปไกล
“เฮ้ กงพิลดูจะยืนโง่อยู่อย่างนั้นจนถึงเมื่อไหร่”
หลังได้ยินเสียง กงพิลดูเงยหน้าขึ้นจ้องผม
“ไอ้ลูกหมา...!”
“อยากรอดก็ต้องลงมือทำอะไรหน่อยไม่ใช่เหรอไงถ้าคุณลงมือละก็ คนอื่น ๆ ก็จะรอดไปด้วยนะ”
พลังของ [ปลุกระดม] แทรกซึมเข้าไปในโสตประสาทของผู้คนที่ตกอยู่ในความหวาดกลัว
“คะ...คุณพิลดู!”
“คุณพิลดู ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย!”
สีหน้าของกงพิลดูเริ่มบิดเบี้ยวไม่น่ามองผมพูดต่อราวกับตัวเองได้กลายเป็นชอนอินโฮจากสถานีกึมโฮไปแล้วจริง ๆ
“ซีนาริโอหลักที่ 3 ไม่ได้ยากเย็นเหมือนที่คิดหรอก ถ้าทุกคนยอมตัดใจเรื่อง ‘ห้อง’ แล้วหันมาช่วยกันป้องกันละก็จะต้องรับมือกับพวกสัตว์ประหลาดที่โผล่มาพวกนั้นได้แน่”
คำพูดของผมเป็นความจริงประมาณครึ่งหนึ่งถ้าหากผู้คนในชุงมูโรรวมตัวกันต่อสู้ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาถึงที่นี่จำนวนผู้เสียหายก็จะน้อยกว่าตอนนี้มาก
สุดท้ายแล้วหลุมพรางที่ใหญ่ที่สุดของซีนาริโอนี้ก็คือ ‘กรีนโซน’ พวกนั้น
“กงพิลดูถ้าคุณต่อสู้ร่วมกันกับทุกคน พวกคุณทั้งหมดก็จะมีชีวิตรอดไปได้”
คนที่ร่วมกันต่อสู้จะเหลือรอดส่วนคนที่วิ่งหนีเพื่อให้ตัวเองรอดจะตาย
[กลุ่มดาวผู้สนับสนุนของอีจีฮเยทำการเปิดเผยนิยามของตน]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามแห่งท้องทะเล’ พยักหน้า]
“ตอนนี้ไม่เหลือ ‘ห้อง’ ให้พวกคุณหลบอีกต่อไปแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดินหรือผู้เช่าถึงเวลาลืมของพวกนั้นแล้วช่วยกันต่อสู้ได้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้นได้ตายกันหมดแน่”
ยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินเหมือนอย่างตอนนี้ประสิทธิภาพของ[ปลุกระดม]ก็ยิ่งใช้ได้ผลดีเยี่ยม
“ให้ตายเถอะ ไอ้เวรนั่น...!”
“คุณพิลดู! ช่วยด้วยครับ!”
สมาชิกสมาพันธ์มารวมตัวกันอยู่รอบ ๆ กงพิลดูถ้าเขาคิดจะหนีเอาชีวิตรอดคนเดียว ‘สมาพันธ์เจ้าของที่ดิน’ ของกงพิลดูก็จะถูกทำลายลงในที่สุดกงพิลดูก็ตัดสินใจแล้ว
“บัดซบ...ทุกคนมารวมตัวกันตรงนี้!”
ผู้คนชั้นล่างเริ่มมารวมตัวกันโดยมีกงพิลดูเป็นศูนย์กลาง
“[เขตติดอาวุธ]ต้องใช้เวลาในการติดตั้งใหม่ ทุกคนอดทนกันอีกหน่อย!”
กุญแจสำคัญคือ ‘เขตติดอาวุธ’ ของกงพิลดู เพียงแต่ยังมีจุดอ่อนอยู่ตรงที่ทุกครั้งที่ ‘เขตติดอาวุธ’ มีการเคลื่อนย้ายมันจะต้องใช้เวลาในการติดตั้งขึ้นมาใหม่
เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วผู้คนที่ถูกกัดกระชากแขนขาส่งเสียงร้องโหยหวน
“อ๊ากกก!”
อย่างที่คาดไว้กลุ่มแรกที่ละทิ้งสนามรบไม่ใช่สมาชิกสมาพันธ์ แต่เป็นพวก ‘ผู้เช่า’
“คุณยูซังอา”
“ค่ะ ฉันจัดการเอง”
ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความยูซังอาก็เข้าใจหน้าที่ที่ตัวเองต้องทำ
ด้ายพลังเวทถูกปล่อยออกไปด้วย [เงื่อนพันธะด้าย]ผู้คนที่ตกอยู่ในสภาพไม่อาจสู้รบได้ค่อย ๆ ได้รับการช่วยเหลือทีละคน อย่างไรหน้าที่ของคนพวกนั้นก็มีแค่ช่วยซื้อเวลาจนกว่ากงพิลดูจะติดตั้ง[เขตติดอาวุธ] เสร็จก็เท่านั้น
“อึก...ขะ...ขอบคุณ”
เหล่าผู้เช่าที่ห้อยโตงเตงอยู่กลางอากาศถูกช่วยขึ้นมายังชั้นบนทีละคนพวกเขาตัวสั่นเทากุมร่างกายบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนที่มองสบตาผมก็ยังกุมอาวุธในมืออย่างระมัดระวังผมส่งยิ้มให้พวกเขาก่อนจะกล่าวขึ้น
“อ๊ะ เล็งเงินรางวัลกันสินะครับ”
[กำหนดระยะเวลาของ ‘ซีนาริโอล่ารางวัล’ สิ้นสุดลง]
[รางวัลค่าหัวของอวตาร ‘คิมดกจา’ ถูกยกเลิก]
“เสียดายจังน่าจะบุกเข้ามาให้ไวกว่านี้นะครับ”
“ขะ...ขอโทษครับ”
พวกผู้เช่าวางอาวุธลงด้วยความละอายใจพลันได้ยินเสียงร้องคำรามของกงพิลดูดังขึ้นจากชั้นล่าง
“ทุกคนหลบ!”
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เปิดใช้งานสกิล‘พื้นที่ส่วนตัว Lv.3’!]
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ เปิดใช้งานอักขระ ‘เขตติดอาวุธ Lv.4’!]
เสียงเครื่องจักรกลดังขึ้นป้อมปืนห้าป้อมชูตระหง่านอยู่บนพื้น กระสุนเวทสีแดงสดถูกยิงออกไปในเสี้ยววินาที
พวกหนูกระชอนที่ถูกปืนใหญ่ในเขตติดอาวุธยิงใส่ส่งเสียงกรีดร้องสนั่นพวกโกลล์เองก็หยุดชะงักเสียงร้องเชียร์ของผู้คนดังก้องไปทั่ว
“สะ...สมแล้วที่เป็นคุณพิลดู!”
“ว้าวววว!”
กงพิลดูคนนี้อย่างน้อยในซีนาริโอที่ต้องป้องกันอยู่กับที่ก็ไม่มีอวตารคนใดเอาชนะความสามารถในการสู้รบของชายคนนี้ได้
สิบอสูร ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อที่จะได้มาง่าย ๆ
“ฆ่ามันให้หมด ไอ้พวกลูกหมา!”
กงพิลดูหัวร้อน ยิงกราดไปทั่วอีฮยอนซองอุทานด้วยความชื่นชม
“เป็นอักขระที่สุดยอดไปเลยนะครับแต่คงใช้พลังเวทเยอะน่าดู จะไหวเหรอครับนั่น”
“มันเป็นอักขระที่คุ้มกับพลังเวทที่เสียไปคงใช้ต่อไปได้โดยไม่ต้องห่วงสักระยะครับ”
“พวกเราไม่ต้องช่วยอะไร...”
“แค่กงพิลดูคนเดียวก็พอแล้วลงไปมีแต่จะไปรบกวนการยิงเปล่า ๆ ครับ”
‘ปรมาจารย์แห่งการป้องกัน’ ซึ่งเป็นกลุ่มดาวผู้สนับสนุนของกงพิลดูเป็นพวกที่คลั่งไคล้ในซีนาริโอประเภทนี้สุดๆ ดังนั้นกลุ่มดาวย่อมไม่มีวันปล่อยให้กงพิลดูที่ตัวเองสนับสนุนอยู่ตายที่นี่แน่แต่นั่นเป็นในกรณีที่ยังคงมี ‘การสนับสนุน’ต่อไปเท่านั้นนะ
ผมนั่งลง เหยียดขาออก แล้วกล่าว
“พวกเราก็พักดื่มน้ำผึ้งรอกันดีกว่า”
“...ได้เวลาพักกันแล้วเหรอครับ”
พออีฮยอนซองนั่งตามผมสมาชิกกลุ่มที่เหลือก็เริ่มผ่อนคลายความเครียดแล้วพากันนั่งลงทีละคนสองคนจองฮีวอนถามขึ้น
“ขอบคุณค่ะ ทุกวันนี้ก็นอนไม่พออยู่แล้ว...ของีบสักครู่ได้มั้ยคะ”
“เอาสิครับ”
ผ่านไปได้ประมาณสิบนาทีจองฮีวอนก็ลงไปนอนแผ่อยู่บนพื้น แถมยังเริ่มกรนเสียงดังอีกผมตอบไปว่าให้นอนได้ก็จริง แต่ไม่นึกเลยว่าจะมีสภาพแบบนี้
“...ผ่อนคลายกันขนาดนี้ไม่เป็นไรเหรอคะ”
ยูซังอาถามอย่างเป็นกังวล ก็นะ เธอคงจะสับสนน่าดูเพราะจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีซีนาริโอไหนให้ทำตัว ‘สบาย’ ได้แบบนี้เลยสักครั้งที่พวกเราต้องทำอยู่ตอนนี้ก็แค่ช่วยดึงคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติขึ้นมาเป็นระยะเท่านั้นเอง
“คิดเสียว่าเลือกต่อแถวถูกแล้วก็พอครับ”
“แล้วทางนั้น...”
“พวกเลือกต่อแถวผิดไงครับ”
กงพิลดูที่อยู่ชั้นล่างเริ่มเหนื่อยล้าเต็มทน
“อ๊ากกกกก!”
คนเราก็น่าจะใช้ชีวิตให้มันถูกต้องตามทำนองคลองธรรมหน่อยสิ
“ไอ้เฮง...บ้าเอ๊ย —!
ท่ามกลางฝูงสัตว์ประหลาดที่ยกขบวนกันมาอย่างไม่ขาดสายเสียงร้องของกงพิลดูดังก้องไปทั่ว