“สำหรับท่านอาจารย์…”
หลินหยวนหันไปมองพระเฒ่าคิ้วยาวที่ยืนอยู่ข้างๆ
พระเฒ่าคิ้วยาวมีบุญคุณในการชี้แนะสั่งสอนหลินหยวนแม้จะเป็เวลาเพียงสองเดือนก็ตาม
นอกจากนี้การที่หลินหยวนสามารถย้ายมาอยู่ที่หอคัมภีร์ได้นั้นก็เป็เพราะการอนุมัติของพระเฒ่าคิ้วยาวด้วยเช่นกัน
“การบรรลุสู่ระดับมหาปรมาจารย์นั้นเน้นที่พลังจิติญญาการใช้ปัจจัยภายนอกช่วยแทบจะเป็ไปไม่ได้”
“หลายปีก่อนข้าศึกษาวิชาที่มีในหอคัมภีร์ ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น’และได้บรรลุวิชาอีกแขนงหนึ่ง ซึ่งอาจจะช่วยในการบรรลุมหาปรมาจารย์ได้”
วิชาที่หลินหยวนกล่าวถึงก็คือ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น ล้างไขกระดูก หล่อหลอมกายา เปลี่ยนโลหิต ชำระจิต’
วิชานี้ไม่เพียงแต่สามารถพัฒนาร่างกายแต่ยังสามารถชำระล้างพลังจิติญญาได้ด้วย
การบรรลุจากปรมาจารย์สู่มหาปรมาจารย์นั้นโดยพื้นฐานแล้วเป็เื่ของการพัฒนาพลังจิติญญา
ยิ่งจิติญญาบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งง่ายต่อการรับรู้และรวมพลังจิตให้เป็พลังจิติญญา
ดังนั้นหากสามารถฝึกฝนวิชานี้จนถึงขั้นสมบูรณ์ ความเป็ไปได้ในการบรรลุจากปรมาจารย์สู่มหาปรมาจารย์อาจจะสูงถึงสองถึงสามในสิบ
“พุทธบุตรไม่จำเป็ต้องเปลืองพลังงานไปกับข้าการบรรลุสู่มหาปรมาจารย์นั้นต้องอาศัยวาสนาและการตระหนักรู้”พระเฒ่าคิ้วยาวตอบทันที
ตามความรู้เดิมของเหล่าผู้แข็งแกร่งทางศิลปะการต่อสู้การบรรลุสู่มหาปรมาจารย์เป็สิ่งที่ไม่อาจบังคับได้ แม้แต่มหาปรมาจารย์ก็ไม่สามารถสอนให้คนอื่นบรรลุระดับเดียวกันได้
พันปีก่อน บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งวัดต้าฉาน‘ต้าโม่’ ก็เป็มหาปรมาจารย์เช่นกัน เขารับศิษย์ 108 รูปเพื่อก่อตั้งวัด แต่ไม่มีใครในหมู่ศิษย์เ่าั้ที่สามารถบรรลุเป็มหาปรมาจารย์ได้
“ไม่เป็ไร ท่านฟังเอาไว้ก็พอ”หลินหยวนกล่าวพลางถ่ายทอดวิชา ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น ล้างไขกระดูก หล่อหลอมกายาเปลี่ยนโลหิต ชำระจิต’ ให้พระเฒ่าคิ้วยาว
พระเฒ่าคิ้วยาวฟังอย่างตั้งใจในตอนแรกเขาคิดว่าสิ่งที่หลินหยวนกล่าวคงคล้ายกับสิ่งที่บรรพบุรุษต้าโม่ทิ้งไว้
แต่เมื่อฟังไปได้เพียงหนึ่งในห้าเขาก็เริ่มขมวดคิ้วและจิตใจปั่นป่วน
“นี่มัน…”
พระเฒ่าคิ้วยาวรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นในฐานะปรมาจารย์ที่มีประสบการณ์เขาสามารถตระหนักได้ถึงคุณค่าของวิชาที่หลินหยวนถ่ายทอดให้เพียงครึ่งเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้เขาใ
นี่คือวิชาที่สามารถชำระล้างจิติญญาได้!
วิชาที่เกี่ยวข้องกับจิติญญานั้นไม่ได้ไม่เคยมีมาก่อนในหอคัมภีร์ชั้นสามก็มีวิชาจิติญญาอยู่บ้างซึ่งเป็วิชาที่บรรพบุรุษต้าโม่ทิ้งไว้
แต่วิชาจิติญญาทั้งหมดนั้นมีไว้สำหรับมหาปรมาจารย์เท่านั้นผู้ที่ยังไม่บรรลุพลังจิติญญาย่อมไม่สามารถฝึกฝนได้
แต่กลับกันวิชาที่หลินหยวนถ่ายทอดให้นั้นแม้แต่นักสู้ระดับเหนือโลกียะยังสามารถฝึกฝนได้!
นี่มันเกินกว่าที่จะเชื่อได้
พระเฒ่าคิ้วยาวรู้สึกคอแห้งความรู้สึกตื่นเต้นภายในทำให้เขารู้ดีว่าวิชานี้มีคุณค่ามากเพียงใดหากเื่นี้แพร่ออกไป วัดต้าฉานจะกลายเป็ศูนย์กลางของความสนใจทั่วแผ่นดิน
สำนักศิลปะการต่อสู้อื่น ๆและแม้แต่อาณาจักรต้าหลี่เองก็คงจะมาชิงวิชานี้ไปโดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี
---
ไม่นานหลังจากนั้นหลินหยวนหยุดการถ่ายทอดวิชาและมองไปที่พระเฒ่าคิ้วยาวซึ่งยังคงอึ้งอยู่
ท่านเ้าอาวาสและอาจารย์ใหญ่คนอื่น ๆที่ฟังด้วย ต่างไม่สามารถตระหนักถึงคุณค่าของวิชานี้ได้ทันทีเพียงแต่รู้สึกว่าวิชานี้ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ
“พวกท่านกลับไปได้แล้ว”หลินหยวนพูดพลางโบกมือเบา ๆ
“ครับ” พระเฒ่าคิ้วยาวตื่นจากความคิดเขาระงับความตื่นเต้นและทำความเคารพก่อนจากไป
เมื่อทุกคนออกไปหอคัมภีร์ก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
หลินหยวนเดินไปที่ชั้นสามและหยิบหนังสือโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาบนปกเขียนไว้ว่า “คัมภีร์พุทธปราบมาร”
วิชานี้เกี่ยวข้องกับจิติญญาและเป็วิชาจิติญญาที่บรรพบุรุษต้าโม่ทิ้งไว้เมื่อพันปีก่อน
ก่อนที่หลินหยวนจะบรรลุเป็มหาปรมาจารย์เขายังไม่สามารถัักับวิชาจิติญญาเหล่านี้ได้มากนักแม้จะมีความสามารถพิเศษเหนือธรรมดา
แต่ตอนนี้ ในฐานะมหาปรมาจารย์หลินหยวนจึงเริ่มศึกษาวิชาจิติญญาเหล่านี้
---
ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ใน่สิบกว่าวันนี้ หลินหยวนทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษา“คัมภีร์พุทธปราบมาร”
【ท่านมีพร์อันเหนืุ์หลังจากศึกษาคัมภีร์พุทธปราบมาร ท่านได้บรรลุวิชา ‘เคล็ดฟ้าดับดินล่ม’】
หลินหยวนรู้สึกยินดี
ในใจกลางจิติญญาของเขาพลังจิติญญาได้รวมตัวกันเป็ลวดลายลึกลับและสลักไว้ในจิตใจ
“เคล็ดฟ้าดับดินล่ม...วิชาจิติญญา...”
หลินหยวนััได้ว่าหากเขาเปิดใช้งานพลังจิติญญานี้ มันจะสร้างสนามพลังจิติญญาขึ้นมา
ในสนามพลังนี้ แม้แต่มหาปรมาจารย์คนอื่นก็ยังต้องถูกกดดันและตกอยู่ในสภาพหลงทางในจิติญญา
“ช่างเป็วิชาที่แข็งแกร่งเหลือเชื่อ”
หลินหยวนส่ายหัวและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ด้วยวิชานี้เพียงอย่างเดียวเขามั่นใจว่าเขาสามารถไร้เทียมทานในระดับมหาปรมาจารย์ได้
---
เวลาผ่านไปอีกห้าปี
ที่หอคัมภีร์
กลิ่นอายพลังที่ไม่สามารถอธิบายได้กระจายอยู่ทั่วบริเวณแต่หยุดอยู่แค่หน้าประตูเท่านั้น
“เหนือกว่ามหาปรมาจารย์…”
หลินหยวนลืมตาขึ้นสายฟ้าสีขาววาบผ่านในอากาศ
การเกิดสายฟ้าในอากาศเช่นนี้เป็สัญญาณของพลังจิติญญาที่พัฒนาถึงขีดสุด
พลังจิติญญาของมหาปรมาจารย์สามารถฆ่าคนได้แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายวัตถุทางกายภาพ
ตัวอย่างเช่น ไม่เคยมีมหาปรมาจารย์คนใดในประวัติศาสตร์ที่สามารถใช้พลังจิตยกก้อนหินขึ้นได้
แต่กฎข้อนี้ถูกหลินหยวนทำลายลง
เพราะตอนนี้หลินหยวนได้ก้าวข้ามขอบเขตของมหาปรมาจารย์ไปแล้ว
ด้วยความสามารถพิเศษเหนืุ์หลินหยวนใช้เวลาเพียงห้าปีในการก้าวข้ามจากปุถุชน สู่เหนือโลกียะ สู่ปรมาจารย์และกลายเป็มหาปรมาจารย์
และในอีกห้าปีต่อมาเขาก็ได้ทำลายข้อจำกัดของมหาปรมาจารย์และบรรลุระดับที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
“ระดับที่เหนือกว่ามหาปรมาจารย์...เรียกว่า ‘ระดับเทพเซียน’ ละกัน”
หลินหยวนคิดในใจ
การก้าวข้ามมหาปรมาจารย์คือการก้าวสู่ตำนานเป็ระดับที่อยู่ในเื่เล่าขาน จึงเหมาะสมแล้วที่จะเรียกมันว่า ‘เทพเซียน’
“เหลือเวลาอีกสิบปีในการอยู่อาศัยในโลกนี้”
“ถึงเวลาที่ข้าจะออกไปเผชิญโลกภายนอกแล้ว”
หลินหยวนเก็บพลังของเขาและเงยหน้ามองออกไปนอกวัดต้าฉาน
หลังจากก้าวข้ามสู่ระดับเทพเซียนความรู้ที่วัดต้าฉานสะสมมาเป็พันปีนั้น เขาได้เรียนรู้และย่อยไปหมดแล้ว
หากเขา้าพัฒนาต่อไปและรักษาความเร็วในการฝึกฝนให้เหมือนกับที่ผ่านมาเขาต้องออกไปท่องยุทธภพและค้นพบวิชาอื่น ๆ
แม้ว่าวัดต้าฉานจะเป็สำนักศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแต่ก็ยังมีสำนักอื่น ๆ ในยุทธภพ รวมถึงอาณาจักรต้าหลี่ที่ทรงอำนาจ
การเผชิญวิชาและปรัชญาที่แตกต่างจากวัดต้าฉานจะช่วยให้หลินหยวนใช้ความสามารถพิเศษของเขาในการยกระดับวิชาให้สูงขึ้นไปอีก
---
นอกวิหารโพธิ
ท่านเ้าอาวาสหุ้ยเหวินและอาจารย์ใหญ่อีกหลายคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
“ข้าสามารถรู้สึกถึงขอบเขตของปรมาจารย์แล้ว”
“หากขยันฝึกฝน ไม่เกินสิบปี ยี่สิบปีข้าคงจะทะลวงเข้าสู่ปรมาจารย์ได้”
ท่านเ้าอาวาสหุ้ยเหวินกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ภายใต้สถานการณ์ปกติ ด้วยพร์ของเขาการทะลวงสู่ปรมาจารย์เป็ไปได้ยาก
แต่หลังจากได้รับคำชี้แนะจากหลินหยวนเมื่อหลายปีก่อนเขาก็มองเห็นความหวัง
อาจารย์ใหญ่คนอื่น ๆต่างก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน คำแนะนำของหลินหยวนได้ช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าขึ้นมาก
แม้ว่าพวกเขาจะไม่มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุระดับปรมาจารย์ได้ในยี่สิบปีเหมือนกับท่านเ้าอาวาสแต่ภายในสามสิบปีหรือสี่สิบปี พวกเขายังมีโอกาส
นักสู้ระดับเหนือโลกียะสามารถมีชีวิตยืนยาวเกินร้อยปีดังนั้นด้วยอายุหกสิบหรือเจ็ดสิบปี พวกเขายังมีโอกาสสุดท้ายที่จะลองเสี่ยงดู
ทันใดนั้น พระนักบู๊รูปหนึ่งก็วิ่งเข้ามา
“ท่านเ้าอาวาส อาจารย์ใหญ่…แย่แล้วครับ!”
พระนักบู๊ดูตื่นตระหนกและพูดติดอ่าง
“ค่อย ๆ พูด อย่าใไป”ท่านเ้าอาวาสหุ้ยเหวินกล่าวปลอบ
“พุทธบุตร... พุทธบุตร...”
พระนักบู๊สูดหายใจลึกและกำลังจะพูดต่อ
“พุทธบุตรทำไม?” ท่านเ้าอาวาสลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจ้องมองพระนักบู๊
อาจารย์ใหญ่คนอื่น ๆก็ต่างมีสีหน้าที่เคร่งเครียดเช่นกัน
ในสายตาของพวกเขาตอนนี้พุทธบุตรคือความหวังของวัดต้าฉานในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า
ทุกเื่ที่เกี่ยวข้องกับพุทธบุตรย่อมเป็เื่สำคัญของวัด
“พุทธบุตร...”
พระนักบู๊เห็นสีหน้าของอาจารย์ใหญ่และรีบพูดต่อ“พุทธบุตรลงจากเขาแล้วครับ”
“อะไรนะ?”
“พุทธบุตรลงจากเขา?”
ท่านเ้าอาวาสหุ้ยเหวินอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะรีบถาม “แล้วพุทธบุตรบอกหรือไม่ว่าลงจากเขาไปเพื่ออะไร?”
“ใช่ พุทธบุตรบอกอะไรไว้หรือไม่?”อาจารย์ใหญ่แห่งค่ายพระนักบู๊ หุ้ยเหวิน ถามด้วยความกังวล
“พุทธบุตรบอกไว้ครับ... บอกว่า…”
พระนักบู๊พยายามสงบสติอารมณ์และเลียนแบบน้ำเสียงของหลินหยวน
“ข้าจะลงไปดูโลกใบนี้สักหน่อย”