ขณะนี้ร้านเป่าไหลตกมาอยู่ในมือของบ้านสกุลตู้บ้านสกุลใหญ่อื่นๆ ต่างก็อิจฉาตาร้อนกัน เพียงแต่พวกเขาทำได้เพียงอิจฉาในใจไม่อาจรับส่วนแบ่งจากเรื่องนี้แต่อย่างใด
หลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่นาน นอกบ้านสกุลตู้ก็มียอดฝีมือของบ้านสกุลตู้ออกมากรูกันอย่างเอิกเกริกพวกเขาเตรียมตัวจะเดินทางไปเทือกเขาอสุรกายกัน ตู้จื้อสยงคุณชายรองแห่งบ้านสกุลตู้เป็นผู้นำกลุ่มนี้เป้าหมายคือทำลายกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยให้ล่มสลาย
เมื่อเรื่องนี้แพร่ออกไป คนในเมืองสือเฉิงต่างก็ทำได้เพียงแอบขอพรให้กลุ่มนักล่าอสูรสุราลัย
กลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยแม้จะแข็งแกร่งมากเป็นกลุ่มนักล่าอสูรอันดับต้นๆ ที่ตั้งรกรากบริเวณเขตแนวเขตแดนเขาอสุรกายทว่าเมื่อมาเทียบกับบ้านสกุลตู้ถือว่าพลังอำนาจต่างกันลิบลับยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้คุณชายรองบ้านสกุลตู้เป็นคนนำกลุ่มเองผลลัพธ์ที่ตามมาน่าจะรู้กัน ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าบ้านสกุลตู้พิโรธจริงๆ
วันนั้นช่วงบ่าย ณ บ้านสกุลตู้
ในห้องหนังสือตู้เจิ้นอู่ยื่นตั๋วเงินใบหนึ่งให้กับตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “ทั้งหมดหกล้านเสวียน พวกเรารับร้านเป่าไหลมาดูแลเองแล้วหลังจากที่ค้นภายในร้านเป่าไหลได้เงินมาทั้งหมดสองล้านกว่าเสวียนมูลค่าทรัพย์สินในร้านเป่าไหลรวมๆ ประมาณสองล้านกว่าเสวียน รวมถึงตัวร้านชื่อร้านเป่าไหลทั้งหมดรวมๆ น่าจะเท่ากับเงินเดิมพันที่ได้ต้องได้รับแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่จะลึง หัวเราะแหะๆ “ท่านลุงใหญ่งั้นท่านลุงให้ข้าหกล้านเสวียนแบบนี้มันเกินจำนวนเงินไม่ใช่หรือ?”
ตู้เจิ้นอู่ยิ้มพร้อมกับเอ่ยไปว่า “เจ้าชนะได้เงินห้าล้านสองแสนกว่าที่เกินมาราวๆ แปดแสนถือว่าบ้านสกุลของพวกเราตกรางวัลให้เจ้า เพราะเจ้าเป็นคนทำให้บ้านสกุลตู้มีเหตุผลที่เหมาะสมในการจัดการกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยได้อย่างเปิดเผยพอลุงสองของเจ้าล่าสังหารกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยจนหมดสิ้นแล้วดูจากกำลังและพื้นเพของกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัย น่าจะได้เงินมาทั้งหมดสามล้านกว่าเสวียนดังนั้นแปดแสนที่ทางบ้านสกุลมอบให้กับเจ้าถือว่าเป็นสิ่งที่เจ้าควรได้รับที่จริงครั้งนี้ในบ้านสกุลได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่น้อยเลย”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะ”
ตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็ไม่ได้เกรงใจอีกต่อไปพอดีเลยเขากำลังการเงินฝืดเคืองเพราะระดับขั้นของยาวิเศษที่ต้องใช้ในการฝึกมีมูลค่าสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและแพงขึ้นไม่หยุดจำนวนเงินมหาศาลก้อนนี้สำหรับคนทั่วไปแล้วสามารถอยู่ได้ทั้งชีวิตทว่ามันเพียงพอให้เจินชิงฉุนสูบไปใช้ได้ไม่นานหรอก
“ครั้งนี้เจ้าทำได้เยี่ยมยอดมากแต่ก็อันตรายเกินไปหน่อย ครั้งหน้าอย่าประมาทเช่นนี้อีกล่ะ”
ตู้เจิ้นอู่แอบคิดเป็นห่วงอยู่ในใจ หากอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนั้นไม่ปรากฏตัวออกมาทันเวลาดูจากระดับความสามารถของหัวหน้ากลุ่มสามของกลุ่มนักล่าอสูรสุราลัยแล้ว ตู้เซ่าฝู่น่าจะต้องประสบปัญหาหนักแน่นอน
“ครับ” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าตอบรับเขาไม่ได้อธิบายไปว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเป็นไพ่ตายที่ตนเตรียมไว้ก่อนหน้าอยู่แล้ว
ตู้เจิ้นอู่มองตู้เซ่าฝู่อย่างพอใจพร้อมกล่าวต่อไปว่า“การประลองเมื่อวานได้อันดับหนึ่ง วันนี้ต้องพักผ่อนดีๆ หนึ่งวันพรุ่งนี้เจ้าต้องเข้าเหลยฉือของบ้านสกุลเยี่ยแล้วพอถึงเวลานั้นจะได้รับประโยชน์เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับเจ้าเองแล้ว”
“ข้าจะพยายามครับ”
ตู้เซ่าฝู่เองก็ตั้งตารอคอยสิ่งนี้มานานแล้วได้ยินว่าในเหลยฉือสามารถฝึกร่างได้ซึ่งจะมีผลดีต่อวิชาฝึกร่างของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองที่ตนฝึกอยู่บางทีครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่ทำให้ตนฝึกร่างได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
สำหรับวิชาฝึกร่างตู้เซ่าฝู่ให้ความสำคัญกับมันมากมาโดยตลอดหากไม่ได้เพราะเขาพร่ำฝึกวิชาฝึกร่างมานานการต่อสู้กับเฉาฉี่ไท่เมื่อวานผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่แบบนี้
ตู้เจิ้นอู่ลังเลสังครู่ก็จ้องหน้าตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “เหลยฉือเกี่ยวข้องโดยตรงกับอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหลังจากเจ้าเข้าเหลยฉือไปแล้ว ต้องระมัดระวังตัวหน่อยทว่าที่อยากให้สังเกตที่สุดคือสำรวจดูสถานการณ์ของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ามาได้ก็จะยิ่งดีแต่ที่สำคัญที่สุดจริงๆ คือความปลอดภัยของตัวเจ้า”
ตู้เซ่าฝู่เข้าใจความหมายของลุงใหญ่พยักหน้าเล็กน้อย
บ้านสกุลเยี่ยเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของเมืองสือเฉิงได้ครอบครองเมืองสือเฉิงมาหลายสมัย และได้รับความรักและความนับถือจากพลเมืองสือเฉิงอย่างมาก
วันต่อมาเวลารุ่งอรุณตู้เซ่าฝู่ล้างหน้าแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กำลังนั่งม้าเหงื่อโลหิตไปถึง หน้าบ้านสกุลเยี่ยแล้วก็ถูกเด็กหนุ่มสองคนเชิญจากนอกบ้านสกุลเยี่ยเข้าไปข้างในด้วยท่าทางอ่อนน้อม
บริเวณจวนบ้านสกุลเยี่ยประกอบด้วยหลายเรือนมีสิ่งก่อสร้างมากมายที่อลังการและโอ่อ่า มีเรือนมีหอที่ขนาดกว้างขวางมีทั้งภูเขาและสระน้ำจำลองมากมาย สภาพแวดล้อมร่มรื่นน่าอยู่มาก
จากการนำทางของเด็กหนุ่มสองคนของบ้านสกุลเยี่ยพวกเขาเดินผ่านทางเดินเล็กๆ มามากมายเมื่อถึงศาลาแห่งหนึ่งเด็กหนุ่มสองคนนั้นก็เดินจากไป
“มาถึงเช้าเสียจริงนะ”
เงาหญิงสาวร่างบางๆดูอ่อนช้อยคนหนึ่งก้าวเข้ามา เด็กสาวที่กล่าวทักทายคือเยี่ยจื่อจินแห่งบ้านสกุลเยี่ยนี่เองวันนี้นางสวมเสื้อตัวเล็กสีอ่อน กระโปรงยาวขนาดพอดีตัว ทำให้เห็นทรวดทรงองเอวและช่วงขาที่เรียวยาวได้อย่างชัดเจน
การแต่งตัวของเยี่ยจื่อจินในวันนี้ทำให้ดูงดงามเพิ่มขึ้นกว่าปกติทำให้ตู้เซ่าฝู่อดใจไม่ไหวจ้องมองนานมากกว่าปกติเขายิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “มาฝึกในเหลยฉือต้องมาเช้าหน่อยถึงจะถูกสิ”
เยี่ยจื่อจินมองตู้เซ่าฝู่บอกไปว่า “ข้ามีหน้าที่รับผิดชอบพาเจ้าไปเหลยฉือประวัติศาสตร์ความเป็นมาและประโยชน์การใช้งานของเหลยฉือคิดว่าเจ้าน่าจะพอรู้มาบ้างแล้วใช่หรือไม่?”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าลุงใหญ่เคยเล่าถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาและประโยชน์การใช้งานของเหลยฉือมาบ้างแล้วเหลยฉือเป็นของบ้านสกุลเยี่ย ว่ากันว่าหลายปีจึงจะเปิดใช้สักครั้งหนึ่งในนั้นมีโลหิตสกัดปริมาณเล็กน้อยของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าอยู่ การฝึกฌานในเหลยฉือมีผลดีต่อการฝึกฌานอย่างมหาศาลหากได้เข้าไปฝึกฌานในเหลยฉือจะเป็นผลดีต่ออนาคตของการพัฒนาฝีมือของผู้ฝึกฌานอย่างมาก
“นี่คือยาต้านทานสายฟ้า ยาต้านทานสายฟ้าชนิดนี้เป็นยาที่บ้านสกุลเยี่ยของข้าคิดค้นขึ้นมาพิเศษโดยเฉพาะตอนที่เจ้ากำลังจะเข้าเหลยฉือให้ทานมันก่อน พลังงานของกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงจากเหลยฉือเกรงว่าระดับฌานที่เจ้ามีในตอนนี้ยังไม่สามารถต้านทานพลังของมันได้พอถึงตอนนั้นยังไม่ทันได้ประโยชน์จากการฝึกร่างกายในนั้น ก็เป็นลมล้มพับไปเสียก่อน”
เยี่ยจื่อจินพูดพร้อมกับยื่นยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งที่มีแสงวาววับให้กับตู้เซ่าฝู่ยาลูกกลอนเม็ดนี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ได้กลิ่นก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นางยิ้มออกมาพร้อมพูดว่า“ยาต้านทานสายฟ้าช่วยให้เจ้ามีภูมิต้านทานต่อพลังจากกระแสไฟฟ้า ทว่าเมื่อยาต้านทานสายฟ้าสิ้นฤทธิ์เจ้าจะไม่มีพลังเพียงพอในการต้านทานกระแสไฟฟ้าจากเหลยฉือได้เจ้าก็อย่าฝืนตัวเอง หากเกิดปัญหาอะไรขึ้น บ้านสกุลเยี่ยของข้าก็ไม่สามารถรับผิดชอบได้”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าแสดงออกว่าเข้าใจแล้วก็รีบรับยาต้านทานสายฟ้ามาไว้อย่างไม่เกรงใจ
“เข้าใจแล้วก็ตามข้ามาเถิด เจ้าจะได้รับประโยชน์จากเหลยฉือเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”
เยี่ยจื่อจินยิ้มจากนั้นก็แสดงท่าทางชี้นำให้ตู้เซ่าฝู่เดินตามทางที่นางกำลังจะนำทาง
“ได้ยินว่าเมื่อวานเจ้าสร้างวีรกรรมดังกระฉ่อนเมืองอีกแล้วหรือ?” เมื่อเดินมาครึ่งทาง จู่ๆ เยี่ยจื่อจินก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“คนซื่อตรงมักถูกรังแกได้ง่ายๆ” ตู้เซ่าฝู่กล่าวตอบเบาๆ
เยี่ยจื่อจินหยุดเดินหันมาจ้องตู้เซ่าฝู่ นางมองหาความซื่อตรงจากตัวเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยอะไรที่ว่าถูกรังแกล่ะ ได้ยินว่าสุดท้ายร้านเป่าไหลต่างหากที่เป็นฝ่ายตกอยู่ในสภาพสุดแสนจะน่าสงสาร
“เฮ้อ……” หลังจากเยี่ยจื่อจินจ้องตู้เซ่าฝู่สักครู่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย จากนั้นเดินนำทางต่อไป
ตู้เซ่าฝู่เดินตามเยี่ยจื่อจินผ่านทางเดินเล็กๆมากมาย ในที่สุดก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่งดงามและสงบเงียบอย่างมาก
ด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่ในตอนนี้คือสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่งที่ดูโบราณและมีความขลังรอบๆ มีลานขนาดกว้างขวางพอประมาณ ตรงกลางเป็นสิ่งก่อสร้างที่เหมือนจะเป็นเจดีย์ก็ไม่ใช่เจดีย์คล้ายๆ จะเป็นตำหนักก็ไม่ใช่ตำหนักบรรยากาศที่นี่ดูน่าเกรงขามจากกลิ่นอายความโบราณของสถานที่นี้ซึ่งน่าจะถูกสร้างไว้นานหลายปีมากแล้ว
“ให้ความรู้สึกถึงพลังอันแข็งแกร่งจริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่มองดูสิ่งก่อสร้างที่เหมือนจะเป็นเจดีย์ก็ไม่ใช่เจดีย์คล้ายๆ จะเป็นตำหนักก็ไม่ใช่ตำหนัก ก็ขนลุกสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่คุกรุ่นมากรัศมีกลิ่นอายของพลังนี้ทำให้ผู้ที่เข้ามาใกล้รู้สึกใจสั่นและเกรงกลัวได้ ราวกับว่าด้านในสิ่งก่อสร้างโบราณแห่งนี้มีอสูรร้ายกาจจำศีลอยู่
เยี่ยจื่อจินกล่าวว่า“เหลยฉืออยู่ด้านในนี้ หลังจากเจ้าเข้าไปแล้ว เหลยฉือจะเปิดใช้ด้วยตัวมันเองจำคำพูดของข้า หากทนไม่ไหวก็อย่าฝืนตัวเอง”
“อืม”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้าหลังจากสูดหายใจยาวเฮือกหนึ่ง ก็เดินตรงไปด้านในสิ่งปลูกสร้างโบราณแห่งนี้
เมื่อเดินเข้ามาด้านในสิ่งปลูกสร้างนี้แล้วตู้เซ่าฝู่ก็สัมผัสถึงคลื่นลมปราณที่อัดแน่นมากยิ่งขึ้น ในนั้นมีเพียงแสงจางๆสาดเข้ามาจากทางประตูใหญ่ ทุกอย่างด้านในมัวสลัวจนทำให้มองอะไรได้อย่างยากลำบากมา
ทว่าแม้ในนั้นจะมือสลัวทว่าตู้เซ่าฝู่ก็สามารถสังเกตเห็นประตูศิลาบานหนึ่งได้
ในนี้ไม่มีทางเดินอื่นแล้วตู้เซ่าฝู่จึงตรงไปทางประตูศิลาบานนั้นและข้ามผ่านไปด้านใน
“ซู่ๆ ๆ!”
เมื่อตู้เซ่าฝู่ข้ามประตูศิลาบานนั้นไปจู่ๆ เบื้องหลังประตูศิลาก็มีคลื่นแสงวับพร้อมกับเสียง “จี่ๆ”ของกระแสไฟฟ้าดังขึ้นมา ในช่องประตูศิลามีกระแสไฟฟ้าเคลื่อนไปมาเรื่อยๆเป็นภาพประหนึ่งตาข่ายใยแมงมุมที่มีแสงจ้าเคลื่อนไหวไปมาได้ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัว
“โครม!”
ขณะนั้นเองในตัวอาคารนั้นก็สั่นไหวขึ้นในนอกประตูใหญ่เกิดเป็นม่านกระแสไฟฟ้าห่อหุ้มไว้เป็นรั้วป้องกันอย่างแน่นหนา
พร้อมกับบนอาคารโบราณแห่งนี้ก็มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั่วเห็นเป็นแสงแวบวับอยู่ตลอดเวลาดูแล้วน่าพิศวงอย่างมาก
“ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับประโยชน์มากมายเพียงใด แต่เดิมก็แข็งแกร่งมากๆ แล้วหลังจากได้ฝึกร่างกายในเหลยฉือแล้ว น่าจะมีพลังที่น่ากลัวยิ่งขึ้นช่างเป็นเด็กหนุ่มที่พิลึกและแปลกมากเสียจริง”
เยี่ยจื่อจินยืนอยู่บนลานกว้างเมื่อเห็นว่าสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้ถูกห่อหุ้มด้วยกระแสไฟฟ้า เงาของหญิงสาวคนนี้ก็เริ่มเคลื่อนตัวพลิกตัวเดินจากบริเวณนั้นไป
“โฮก!”
มีเสียงคำรามดังขึ้นมากึกก้องขึ้นมาดังสนั่นไปทั่วเมืองสือเฉิง คลื่นเสียงนี้ดังขึ้นเนืองๆ สักครู่และดับหายไปอากาศ
ขณะนั้นเองหลายคนในเมืองสือเฉิงก็สะดุ้งหันไปมองทางบ้านสกุลเยี่ยที่ตั้งอยู่ที่จุดศูนย์กลางของเมืองสือเฉิงสีหน้าของแต่ละคนแสดงความรู้สึกแตกต่างกันออกไป
“พลังกระแสไฟฟ้า”
ตู้เซ่าฝู่หันหลังกลับไปดูกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนปิดกั้นที่ประตูศิลาแม้ยังพอมีระยะห่างจากมันไปบ้าง แต่ก็รู้สึกได้ถึงลมปราณที่ทำให้รู้สึกหวาดผวา
ด้านหน้าประตูศิลามีทางเดินที่สร้างด้วยศิลา เส้นทางคดโค้งเป็นทางวน ไม่ได้ไปทางข้างบนแต่เป็นทางที่นำไปสู่ข้างล่าง
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใดเขาเดินลงไปตามทางเดินศิลาที่วนนำไปสู่ข้างล่าง ในใจรู้สึกได้ถึงต้นตอของลมปราณอันร้ายกาจที่อยู่ด้านล่างแรงกดดันของพลังสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับมีเสียงสายฟ้าปะทุอยู่เนืองๆ ตลอดทาง
เมื่อตู้เซ่าฝู่เข้ามาลึกแล้วบริเวณกำแพงข้างทางเดินศิลาก็เห็นเป็นกระแสไฟฟ้าส่องเป็นประกายแปล๊บๆ ตามทาง
บรรยากาศในนี้นิ่งสงบมาก ในใจตู้เซ่าฝู่เริ่มแอบรู้สึกหวั่นๆในใจ
เมื่อเดินมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายก็มีประกายแสงจ้าส่องมา แสงเข้มข้นจนแยงตาตู้เซ่าฝู่จนต้องหรี่ตาทั้งสองข้าง
หลังจากสายตาตู้เซ่าฝู่เริ่มปรับตัวได้เขาก็ค่อยๆ เปิดตาพร้อมกับกวาดมองบริเวณรอบๆเมื่อเห็นสีหน้าของเข้าประหลาดใจอย่างมาก
“นี่ก็คือเหลยฉือแล้วหรือ?”
สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่ก็คือรูถ้ำรูหนึ่งบริเวณปากถ้ำก็มีหินย้อยจำนวนมากมายแขวนประดับอยู่และทอดยาวไปถึงด้านในหินย้อยเหล่านี้มีสีสันสวยงามมาก
“ฟู่ๆ ๆ……”
บนหินย้อยเหล่านี้มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ด้วยเห็นเป็นภาพแสงสีระยิบระยับดูแล้วตระการตาอย่างมาก