บทที่33
“มันใช้เล่ห์กลอะไรกัน?”
เสียงพึมพำดังออกมาจากชายร่างผมสูงคนหนึ่งในชุดสีดำเบาบางที่ปกปิดสีผิวซีดราวกับซากศพเอาไว้อย่างมิดชิดดวงตาแหลมคมราวกับเหยี่ยวฉายแววประหลาดใจเมื่อไม่กี่วันก่อนมันได้พบเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สามารถทำลายการบุกของกลุ่มโจรเงาทมิฬได้อย่างหมดจด
มันยังจำได้ดีถึงหน้าตาของเด็กหนุ่มผู้ห้าวหาญคนนั้นลำพังแค่คนเดียวพร้อมดาบหนักอีกเล่มก็สามารถกำจัดมือดีของกลุ่มโจรเงาทมิฬหน่งร้อยคนได้โดยไม่เหนือบ่ากว่าแรงทำให้มันต้องตัดินใตปลิดชีพพรรคพวกของตนเองเพื่อรักษาความลับความอัปยศจากการถูกกวาดล้างในตอนนั้นมันจำได้ไม่มีลืม
ไม่คิดเลยว่ามันจะได้มีโอกาสล้างอายเร็วขนาดนี้เมื่อคิดได้ดังนั้นศรกัมปนาถริคาริโอ ก็หยิบลูกศรแร่เรบิดิสที่ทำหนึ่งมาพิเศษขึ้นมาจรดคันศรก่อนจะง้างออกแม้ครั้งแรกมันจะพลาดแต่นั่นก็เพราะมันไม่ได้ผนึกพลังเวทมนต์มาพอเพื่อเลี่ยงการตรจจับแต่จะไม่มีการออมมืออีกแล้ว
ฟิ้ว
ศรทะยานออกจากแล่งด้วยระยะมากหนึ่งหนึ่งกิโลเมตรไม่มีทางที่เจ้าเด็กผีจะตอบโต้การโจมตีนี้ได้มันยิ้มเยาะในชัยชนะที่กำลังจะมาถึงก่อนจะควบคุมพลังเวทย์จากระยะไกลเพื่อให้ลูกศรระเบิดลูกธนูที่มันใช้แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นเพียงการเอาแร่เรบิดิสมาผูกกับก้านไม้แต่จริงแล้วภายในถูกออกแบบเอาไว้อย่างซับซ้อนที่สามารถทำให้ควบคุมจากระยะไกลได้ง่ายและมีแรงระเบิดสูงกว่าแร่เรบิดิสแบบปกติทั้งยังมีคุณสมบัติทำลายเกราะเวทมนต์ของวกจอมเวทย์
ที่ศรดอกแรกไม่ระเบิดหลังจากที่กระแทกกับฝ่ามือของเจ้าหนุ่มนั่นคงจะเป็นเรื่องบังเอิญริคาริโอไม่กังขาในความสามารถของตนแม้แต่น้อยแต่เพื่อความแน่ใจมันจึงลั่นศรออกไปอีกหลายดอกก่อนที่จะใช้ทักษะเนตรร้อยลี้ส่องดูคามพินาศของเอเลนจากระยะไกล
เอเลนจ้องมองดูการโจมตีจากระยะไกลดวงตาสีทับทิมวิเคราะห์รูปแบบการระเบิดได้อย่างทะลุปรุโปร่งรวมถึงคาดการณ์ช่วงเวลาที่มันจะระเบิดเอาไว้ล่วงหน้าพลันชักคันธนูออกมาผนึกพลังเวทย์จนมันเลื่อนระดับขึ้นเป็นแรงค์B พร้อมกับลูกธนูระดับเดียวกันยิงสวนออกไปในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
บรึ้มๆๆ
เสียงระเบิดดังขึ้นถี่ยิบศรระเบิดทุกดอกระเบิดในระยะยี่สิเมตรก่อนถึงเอเลนเสมอฝ่ายริคาริโอเบิกตากว้างราวกับเห็นผีแค่ป้องกันได้ทันก็นับว่ายอดแล้วแต่นี่อีกฝ่ายเล่นทำลายศรขงมันในระยะปลอดภัยได้ครบทุกดอกจะโจตีต่อไปก็ทำไม่ได้เนื่องจากอรงระเบิดได้หอบเอาเศษฝุ่นลอยฟุ้งบดังทัษนวิสัยของมันจนมิด
นอกจากนี้เสียงระเบิดยังดังมากพอจะทำให้คนในค่ายเริ่มรู้สึกตัวว่ามีผู้บุกรุกจึงเริ่มมีการตั้งแนวป้องกันและจัดกำลังคนเพื่อออกหาตัวพวกเอเลน
“ไปซะลูน่า ชั้นจะถ่วงเวลาให้”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่รูปแบบการต่อสู้ของเธอเหมาะกับการล่าไม่ใช่การสงครามข้อมูลที่เธอถืออยู่มีค่าเกินกว่าจะเอามาทิ้งที่นี่”
เอเลนกล่าวตัดบทก่อนจะยัดบันทึกที่พบในเหมืองใส่มือลูน่า
“ชั้นพบมันในเหมืองรีบกลับไปหาเซลีนเราต้องการกำลังเสริมเยอะมากๆแค่พวกเรารับมือไม่ไหวแน่”
เอเลนประเมินเหตุการณ์อย่างรวดเร็วหากมีลูน่าอยู่ด้วยเกรงว่าพวกโจรจะมีเป้าหมายมากขึ้นสู้เขายืนหยัดรั้งพวกมันเอาไว้ด้วยตัวคนเดยวเขาจะลงมือได้ถนัดกว่าไม่รอให้ลูน่าพูดตอบเอเลนเปลี่ยนอาวุธเป็นดาบโค้งยาวบิดเอวครึ่งหนึ่งมือขวากำด้ามดาบแน่นพร้อมผ่อนลมหายใจออกมือซ้ายที่กำปลอกดาบแน่นใช้จิตดึงพลังพลังเวทมนต์ที่มีกลิ่นอายเก่าแก่ออกมาจากกาลอนันต์ออกมาใช้งาน
“เปิดก่อนได้เปรียบ”
เวทมนต์กาลเวลา กาลโกลาหล
พลังเวทย์กาลเวลาไหลอาบโมบิอุสสีเงินทันใดนั้นเองพลังเวทมนต์ที่เกิดจากการสะสมพลังของดาบผ่ามิติพลันมีอัตราการลดลงจากสิบวินาทีกลายเป็นชั่วพริบตาพร้อมกันนั้นเอเลนก็บิดเอากลับพร้อมกระชากดาบโค้งยาวออกจากฝักปลดปล่อยรังสีดาบที่รุงแรง
ดาบผ่ามิติ
คมดาบล่องหนตัดผ่านทุกสิ่งทีสัมผัสรังสีดาบล่องหนเฉือนผ่านต้นไม้ราวกับมีดตัดเนยพลังเวทย์มหาศาลปะทุออกเป็นระลอกเอเลนไม่สนใจผลงานรีบหันไปพูดกับลูน่าอีกครั้ง
“ไป”
“ขอโทษด้วยค่ะ”
เมื่อสำนึกได้ว่าตนเองไร้ประโยชน์เด็กสาวก็รีบจากไปทันทีเอเลนถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะทรุดลงนั่งพร้อมเผยใบหน้าซีดขาวโดยไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวการโต้กลับแต่อย่างใดเพราะอีกเดี๋ยวพวมันก็คงจะตกอยู่ในความวุ่นวายน่าดู
ฝ่ายริคาริโอพลันเผยสีหน้าตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกคลื่นดาบที่แสนอันตรายเฉือนผ่านทุกสิ่งการโจมตีที่ทรงอำนาจขนาดนี้แต่กลับถกเอเลนปลดปล่อยออกมาได้ในพริบตาแสดงให้เห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีเลเวลไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อย
จริงๆริคาริโอคาดการณ์เกินจริงไปเล็กน้อยแท้จริงแล้วท่าดายผ่ามิติจำเป็นต้องใช้เวลาสิบวินาทีเพื่อสูบทรัพยากรเวทมนต์ก่อนจะปลดปล่อยแต่ที่เอเลนทำนั้นคือเขาใช้ทางลัดเพื่อลดขั้นตอนยุ่งยากอย่างเวลาสิบวินาทีที่ระหว่างนั้นเขาจะไม่สามารถป้องกันตัวหรือหยุดกลางคันได้
กาลโกลาหลเป็นเวทมนต์ชั้นยอดที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอย่างการลดระยะเวลาในการรวบรวมพลังเวทย์จากสิบเหลือศูนย์วินาทีแต่ก็แลกมาด้วยการที่เอเลนต้องเสียพลังเวทมนต์ดป็นสองเท่าของการใช้งานปกติละระยะหน่วงกว่าหกชั่วโมงเขาจึงไม่มีโอกาสได้ใช้งานมันบ่อยนัก
คลื่นดาบเคลื่อนตัดผ่านผืนป่าก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงสูงตระหง่านมากว่าหลายปีของค่ายโจรจนพังทลายพร้อมกันนั้นยังเฉือนผ่านร่างของโจรกลุ่มที่กำลังออกมาไล่ล่าผู้บุรุกจนขาดเป็นสองท่อนโลหิตสาดกระจายราวกับมีจิตรกรแต่งแต้มผืนฟ้าด้วยเลือดเสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่หยุดพร้อมกับเสียงของโลกที่รายงานจำนวนู้เสียชีวิตร่วมรอยคนให้เอเลนทราบนเขาอดที่จะกุมขมับไม่ได้
ริคาริโอที่ได้รับชมหายนะบนหอคอยในระยะเผาขนพลันเผยสีหน้าตกตะลึงร่างกายแข็งค้างดวงตาเบิกออกกว้างราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆซ้ำร้ายคลื่นดาบยังตัดผ่านไปยังโกดังเก็บแร่เรบิดิสจนเกิดการระเบิดครั้งใหญ่จนไม่ต่างจากหายนะจากมหาเวทย์
“ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ต้องรีบกำจัดก่อนมันจะเติบโตไปมากกว่านี้”
ริคาริโอพึมพำแววตาเปลี่ยนจากสบายๆเป็นแววตาอัมหิตพร้อมเผยพลังเวทย์ที่น่าขยะแขยงและชั่วร้ายออกมาก่อนจะที่จะหยิบกระบอกใส่ลูกธนูอันใหม่ออกมาแทนที่ลูกศรเรบิดิสพร้อมกับน้าวสายขึ้นมันแผ่พลังเวทย์ออกไปในป่าทัศนวิสัยพลันแจ่มชัดอีกครั้งดวงตาแหลมคมราวกับพญาเหยี่ยวจับจ้องไปยังเอเลนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
ศรติดตาม
เอเลนนั่งนิ่งโดนศรกระแทกเข้าไปเต็มหัวไหล่ตัวศรชนิดใหม่แตกกระจายในทันทีแต่พลังเวทมนต์ที่แฝงมาด้วยนั้นกลับเคลื่อนผ่านร่างเขาราวกับลมหอบหนึ่งก่อนจะพุ่งขึ้นฟ้าราวกับดอกไม้ไฟแม้จะอยากหลบแต่แลนกลับยังขยับไม่ได้เพื่อติดเงื่อนไขของทักษะ
ศรติดตามทักษะสุดน่ารำคาญในสายตาเอเลนเป็นทักษะที่ไม่มีพลังทำลายใดๆแต่โดยเนื้อแท้แล้วทักษะนี้จะยิงพลังเวทย์ออกมาเหมือนพลุสัญญาณเพื่อติดตามว่าคนที่โดนทักษะนี้อยู่ที่ไหนเอาไว้ใช้เพื่อบอกตำแหน่งขอศัตรูที่ผู้ช้านตั้งใจจะไล่ล่าโดยเฉพาะ
“งานยากแล้วสิ”
เอเลนยิ้มแห้งให้กับความอับโชคของตนเอง ทักษะของริคาริโอจัดเป็นของที่หาได้ยากยิ่งตามปกติแล้วคลาสพลธนูหรือนายพรานอย่างลูน่ามักจได้รับทักษะที่เอาไว้ใช้แกะรอยมากกว่าไม่ใช่ทักษะที่สะดวกขนาดนี้เมื่อระยะเวลาที่จำกัดการเคลื่อนไหวหมดลงก็เป็นเวลาเดียวกับที่ศรดอกที่สองใกล้เข้ามา
เอเลนผนึกพลังเวทมนต์ฟันดาบสวนไปตัวศรแตกกระจายในทันทีแต่พลังเวทมนต์นั้นยังอยู่เอเลนแค่นเสียงเพราะวิธีการที่คู่ต่อสู้ใช้ก็เหมือนกับเหล้าเก่าในขวดใบใหม่แม้วิธีการจะแตกต่างแต่สุดท้ายอีกฝ่ามักจะแฝงเวทมนต์ที่น่าขยะแขยงติดมากับการโจมตีเสมอ
“ไอ้ปีศาจเอ้ย”
ริคาริโอเห็นสีหน้าไม่ยี่หระของอีกฝ่ายอย่างเด่นชัดก่อนที่มันจะสั่งให้กลุ่มโจรที่ยังขยับได้รีบติดตามเอเลนไปทันที
“ไปจับไอ้เด็กนั่นมา รวมถึงยัยหนูเอลฟ์ด้วยคงไม่ล้มใช่มั้ยว่าถ้าท่านหัวหน้าจะไม่ปลื้มแค่ไหนหากที่ตั้งค่ายถูกเปิดเผยในขณะที่ท่านไม่อยู่จะเกิดอะไรขึ้น...”
ได้ยินเพียงเท่านั้นพวกโจรที่เหลือก็หน้าซีดเผือดแม้เจ้าเด็กผีนี่จะน่ากล้วแต่ก็ไม่ได้เศษเสี้ยวของหัวหน้าของพวกมันทำกำลังกระทอะไรบางอย่าอยู่ในส่วนลึกของรังโจรจึงไม่อาจปลีกตัวหรือรับรู้ความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น
แม้จะอับอายแต่ริคาริโอก็ยังไม่คิดที่จะใช้อาวุธลับที่หัวหน้าเพิ่งได้รับเมื่อไม่นานมานี้จากผู้สนับสนุนทั้งนี่เพราะเจ้าอาวุธลับนั่นควบคุมได้ยากเกินไปถ้าปล่อยออกมารังแต่จะทำให้เรื่องราววุ่นวายยิ่งกว่าเดิม
“ตาม”
ริคาริโอกล่าวสั้นๆก่อนจะกระโจนลงไปจากหอคอยความเร็วของมันสูงส่งอย่างมากทั้งยังรั้งสายคันธนูเตรียมปล่อยการโจมตีต่อไป
“คิดว่าจะทำได้ฝ่ายเดียว?”
เอเลนเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ด้วยทักษะวิสัยทัศน์จากเบื้องสูงเนื่องจาก่ป่าตรงหน้าราบเป็นหน้ากลองไปแล้วจึงไม่มีอะไรสามารถบดบังอีกเอเลนเปลี่ยนอาวุธเป็นคันธนูทำให้ริคาริโออดที่จะแค่นแสงดูแคลนไม่ได้
“เปลี่ยนอาวุธไปมาอยู่เรื่อยท่าทางแกจะสติไม่สมประกอบ”
ไม่มีทางที่จะมีคนเชี่ยวชาญอาวุธมากกว่าสองชนิดอยู่บนโลกโดยเฉพาะกับเด็กเหลือขอที่บังอาจทำลายรังโจรของมันริคาริโอไม่เก็บงำฝีมืออีกมันจงใจยิงศรไปที่มือของเอเลนเพื่อตัดกำลังอีกฝ่ายโดยลิมไปเสียสนิทว่าเอเลนคือผู้ที่บดขยี้ศรระเบิดของมันด้วยศร
เอเลนไม่รอช้ายิงสวนกลับไปในทันทีศรสิบดอกกระแทกใส่กันกลางอากาศก่อนที่จะเหลือบไปเห็นศรดอกหนึ่งที่ลอยสูงกว่าศรดอกอื่นยังไม่ทันทีเอเลนจะง้างคันธนูยิงสวนศรดอกนั้นพลันแตกออกจากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นสี่ทวีคูนขึ้นทุกขณะที่หายใจเพียงครู่เดียวฝนศรก็โปรยขึ้นเต็มฟ้า
ศรพิรุณคลั่ง
ฟุ่บๆๆ
ศรหลายรอบดอกตกลงมาราวกับห่าฝนเอเลนมองออกในพริบตาว่าพวกมันล้วนเกิดจากทักษะศรตัวจริงมีเพียงหนึ่งเดียวที่เหลือล้วนเกิดขึ้นจากพลงเวทมนต์แม้จะทำลายศรจริงไปแต่ก็เปล่าประโยชน์เพราะยังไงซะทักษะพิรุณคลั่งก็แสดงผลไปแล้ว
ในเมื่อป้องกันไม่ได้จะหลบก็หลบไม่พ้นทั้งหมดก็เหลือทางเดียวก็คือต้องป้องกันเอาไว้ให้ได้เท่านั้นเอเลนรั้งพลังเอาไว้ภายในมาตลอดก่อนจะระเบิดมันออกมาข้างนอกคลื่นพลังเวทมนต์สีเงินรุนแรงกระแทกออกมาเป็นระลอกคลื่นปะทะกับศรพิรุณจนหมดสภาพไปหลายร้อยแต่การโจมตยังไม่จบเอเลนพลิกตัวซ้ายทีขวาทีเลือกหลบเท่าที่จำเป็นทั้งยังโจมตีสวนกลับไปด้วย
“ในเวลาแบบนี้ยังจะสวนกลับมาอีกนะ”
ริคาริโอสบถแม้จะห่างกันหนึ่งกิโลเมตรแต่ทักษะของเอเลนในด้านการใช้คันศรไม่ได้ด้อยไปกว่ามันเลยต่อให้ไม่ใช้ทักษะเอเลนก็สามารถยิงใส่มันได้อย่างแม่นยำทั้งยังคาดเดาตำแหน่งที่เขาจะหลบหนีได้ราวกับอ่านอนาคตออกหารู้ไม่ว่าเอเลนได้แอบเปิดใช้งานทิพยเนตรมาสักพักแล้วหากไม่ใช่เพราะเกราะที่มันสวมใส่มพลังป้องกันการโจมตีระยะไกลสูงป่านนี้พลังชีวิตของมันคงหายไปราวครึ่งหลอดได้
เวลาเดียวกันนั้นเองเหล่าลูสมุนก็เริ่มกระจายตัวกันโอบล้มเอเลนเข้ามาจากทุกทิศทางแม้จะขัดใจแต่หากเขายังฝืนดวลศรกันไปนานมากกว่านี้ตัวเขาจะหนีออกมายากกว่าเดิมทันใดนั้นเองมุมปากของเด็กหนุ่มก็ยกขึ้นเขาถอนหายใจอย่างผ่อนคลายเมื่อสัมผัสได้ว่าลูน่าได้หนีพ้นออกไปจากรัศมีการรับรู้ของเขาแล้ว
“โนม สลามันเดอร์ ยังอยู่มั้ย”
“พวกเค้าอยู่ข้างเอเลนเสมอ”
สองภูติตัวน้อยขานรับขึ้นพร้อมกันหาไม่ใช่เพราะเอเลนห้ามเอาไว้มาตลอดพวกมันคงลงมือทำลายรังโจรพวกนั้นให้สิ้นซากไปแล้วถึงเวลาแล้วที่เอเลนจะงัดทุกสิ่งทุกอย่างออกมาใช้โดยไม่หวงแหน
“คิดว่าพวกนายคงอยากลุยเต็มแก่แล้ว”
เอเลนกล่าวพลาฉีกยิ้มชั่วร้ายพลางชี้นิ้วไปที่ค่ายโจร
“ไปอาละวาดซะ เอาให้วอดวาย”
สิ้นคำสองภูติตัวแสบพลันฉีกยิ้มจนแทบไม่ต่างอะไรกับผู้เป็นเจ้านายเลยซักนิดราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดจากที่คุมขังภูติทั้งสองที่มีพลังระดับภัยธรรมชาติในตัวพลันเคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็วสูงโนมทำลายสิ่งก่อสร้างด้วยพลังธาตุดินในขณะที่สลามันเดอร์คอยพ่นไฟเผาพวกโจรด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแม้ทั้งคู่จมีหน้าตาน่ารักแต่ก็ไม่อาจมองจากภายนอกได้
“พ พวกนั้นคืออะไร”
ความไม่รู้คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดแม้จะมองไม่เห็นแต่ริคาริโอก็แข็งแกร่งพอจะสัมผัสตัวภูติได้อย่างเบาบางมันเชื่อมั่นอย่างไม่หวั่นเกรงว่าอย่างไรซะอีกฝ่ายต้องมีเลือดมีเนื้อมันจึงคิดจะลงมือช่วยเหลือพรรคพวกเอเลนที่เห็นดังนั้นก็คลี่ยิ้มเย็น
“มองไปทางไหนกันคุณศรกัมปนาถ?”
ไวเท่าความคิดลูกธนูเก้าดอกถูกขึ้นสายพร้อมกันแต่ละดอกประจุพลังเวทมนต์สีเงินเอาไว้เต็มเปี่ยมเทคนิคการใช้ธนูที่มีเพียงเทพสงรามเท่านั้นที่เชี่ยวชาญครั้งหนึ่งหล่อนเคยใช้มันทำลายข้าศึกจากระยะไกลจนย่อยยับมาแล้วกำลังปรากฏสู่สายตาของชนชาวโลกอีกครา
แผลงศรสยบทัพ
ฟ้าว
ศรเก้าดอกโบยบินออกจากันศรเปรสภาพเป็นวิหคสีเงินขนาดมหึมาก่อนจะโฉบลงในตำแหน่งที่แตกต่างกันศรทำลายล้างทักษะที่เอเลนได้รับมาเมื่อมีทักษะการใช้คันศรระดับกลางครบหนึ่งร้อยระดับเป็นทักษะที่เซเลสเทียร์การันตีผลการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง
แกว้ก!
วิหคทั้งเก้ากู่ร้องก่อนจะแตกตัวออกเป็นฝนเข็มสีเงินนับแสนเล่มสายฝนเข็มสาดเทใส่เหล่าโจรที่ยังคงตั้งตัวไม่ติดฝนเม็ดแรกชำแรกผ่านผิวหนังจนพวกมันสั่นสะท้านค่าพลังชีวิตที่ลดลงหนึ่งหน่วยไม่น่าลัวเท่าความเจ็บปวดที่ได้รับที่มากเหลือคณานับพลังชีวิตลดลงรวดเร็วประหนึ่งน้ำหลาก
“เฮ้ยเสื้อข้าหายไปไหน”
โจรนายหนึ่งกรีดร้อออกมาอย่างตกใจพร้อมเอามือปิดบังส่วนลับของตัวเองด้วยใบหน้าซีดขาวรู้ตัวอีกทีเครื่องป้องกันทั้งหมดของมันและอีกหลายๆคนก็สลายไปพร้อมกับสายฝนสีเงินในขณะที่ยุทธภัณฑ์ที่มีระดับสูงกว่าแรงค์ B ขึ้นไปเท่านั้นยังคงสภาพอยู่ได้
“จอมเวทย์ลมรีบใช้เวทย์พัดเอาฝนพวกนี้ออกไป”
ริคาริโอส่งเสียงไม่กี่วินาทีต่อมาเวทย์ลมถูกร่ายขึ้นพัดเอาสายฝนสีเงินให้โปรยลงไปทางอื่นแม้จะเป็นเวลาแค่นาทีกว่าแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนับว่ายากจะรับได้ยิ่งรู้แบบนี้นิ่งปล่อยเจ้าเด็กนี่ไปไม่ได้
“แก้ทางกันได้เร็วดี”
เอเลนกล่าวอย่างไม่ยี่หระก่อนจะสั่งให้โนมกับสลามันเดอร์อาละวาดที่ด้านซ้ายและขวาส่วนตัวเขาจะบุกเข้าไปตรงกลางด้วยตัวคนเดียวเพราะไหนๆก็เลือกที่จะลงมือแล้วต้องสร้างความเสียหายให้มากที่สุดความคิดที่จะหลบหนีไม่อยู่ในหัวสมองแม้แต่น้อย
ท่าเท้าทะยานเมฆ
เอเลนพุ่งราวกับลูกธนูริคาริโอและพวกเห็นดังนั้นก็เบิกตาถลน
“ไม่หนีแต่เลือกจะบุกเข้ามาเนี่ยนะ”
ไวเท่าความคิดระยะเวลาหนึ่งกิโลเมตรถูกย่นระยะวงแหวนสีเงินในดวงตาทั้งสองข้างพลันส่องแสงด้วยพลังของดวงตาแห่งภูติทำให้เด็กหนุ่มสามารถใช้พลังขงภูติภายใต้อาณัติของตัวเองได้โดยไม่ต้องผ่านภูติที่เป็นตัวกลางอีกแล้ว
ภูติธรณี ปฐพีวินาศ
ผืนดินแตกออกก่อนจะถูกพลังที่มองไม่เห็นดันขึ้นมาจนลอยอยู่กลางอากาศล้อมพวกโจรเอาไว้ตามที่เอเลนต้องการโดยไม่ก่อให้เกิคความเสียใดๆ
“อย่าประมาทเจ้าเด็กนี่น่ากลัวกว่ารูปร่าง”
ริคาริโอส่งเสียผ่านเวทมนต์มันทราบดีว่าตัวเองเสียเปรียบการโจมตีระยะประชิดจึงเลือกจะใช้หอยคอยแห่งหนึ่งเป็นจุดซุ่มยิงเป็นจังหวะเดียวกับที่เอเลนกระโดดขึ้นเหยียบหินก้อนหนึ่งพร้อมลั่นธนูไปหนึ่งดอกแล้วกระโจนหายไปหลังก้อนหินฝ่ายโจรรีบกระจายตัวเพื่อล้อมหินก้อนนั้นแต่ปรากฏว่าเอเลนหายไปซะแล้ว
พยุหศาสตราจิตสังหาร ซ่อนตะเกียงกลางพายุ
แท้จริงเอเลนไม่ได้ไหนไกลเลยเขานอนหมอบอยู่ห่างออกไปมี่เมตรเท่านั้นแต่ทุกคนพร้อมใจกันมองข้ามโดยไม่รู้เลยว่าพวมันบางคนกังจะตายในไม่กี่วินาทีถัดไป
ฟิ้ว
ฉึก
“อั่กมันอยู่ที่ไหน”
“บ้าจริงหาตัวไม่เจอเลย”
พวกโจรไม่สบายใจแม้แต่น้อยแม้จะมีทักษะของริคาริโอคอยแจ้งตตำแหน่งของเอเลนเป็นระยะแต่มันก็เป็นตำแหน่งแบคร่าวเท่านั้นไม่คิดเลยว่าเจ้าเด็กผีนี่จะโจมตีพวกมันได้ราวกับกำลังหายใจรดต้นคอพวกมันอยู่เอเลนที่กำลังย่ามใจก็แผลงศรปลิดชีพพวกโจรไปอีกหลายดอก
ริคาริโอมีสีหน้าเคร่งเครียดเพราะอยู่ดีๆเจ้าเด็กนี่ดันหายไปจากประสาทสัมผัสของมันราวกับภูตผีโดยลูกน้องของมันค่อยๆล้มลงไปทีละคนหากยังเป็นเช่นนี้ค่ายจะต้องพินาศเพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้นแม้จะเสียศักดิ์ศรีไปบ้างแต่การขอความช่วยเหลือหัวหน้าหน่วยคนอื่นในสถานการณ์แบบนี้เป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้เอตัดสินได้แล้วมันจึงยกอุปกรณ์สื่อสารขึ้น
“มีอะไร”
น้ำเสียงสั้นห้วนดังมาจากอุปกรณ์สื่อสารคนที่ริคาริโอติดต่อคือหัวหน้าหน่วยที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ที่สุดคลาสนักลอบสังหารของมันทำให้ทำงานที่ยากๆของหัวหน้าสำเร็จมาแล้วหลายประการและโชคดีมากที่มันนนั้นกำลังกลับมาที่ค่าย
“เอลโก้ค่ายกำลังถูกโจมตี ข้าต้องการกำลังเสริม”
“...ขนาดคนรอบคอบอย่างเจ้าถึงกับขอความช่วยเหลือพวกมันมีกันกี่คนข้ากำลังไปสมทบ”
“แค่คนเดียวเจ้าเด็กนรกจากหมู่บ้านเบรูอิน”
“เบรูอิน?ที่แท้ก็เป็นเด็กผีที่ทำลายหน่วยของเจ้าจนเละสินะประคองสถานการณ์เอาไว้ข้ามองเห็นการต่อสู้แล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นริคาริโอก็ใจชื้นขึ้นหากหัวหน้าหน่วยสองนลงมือพร้อมกันมันเชื่ออย่างไม่เคลือบแคลงเลยว่าจะสามารถรับมือกับเอเลนได้สบายๆเมื่อคิดได้ดังนั้นริคาริโอจึงรีบส่งเสียงผ่านเวทมนต์
“ถอยออกมาพวกเจ้าไปช่วยหน่วยอื่นๆข้ากับเอลโก้จะจัดการเจ้าเด็กนี่เอง”
สิ้นคำพวกโจรทั้งหมดก็เร่งถอนตัวแม้ริคาริโอจะพยายามห้เป็นความลับแต่เอเลนสามารถดักฟังคำสนทนานั่นได้ยังไม่ทันที่จะได้ลงมือทำอะไรต่อเงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วสูง
มองการพรางตัวของเราออก?
เอเลนครุ่นคิดก่อนจะใช้คันธนูรับการโจมตีของอีกฝ่าย
เปรี๊ยะ
[คันศรเขี้ยวอสูร ได้รับความเสียหายรุนแรง ค่าความทนทานลดลง 74หน่วย]
“อึก”
เอเลนรู้สึกเจ็บแปลบที่แขนไม่ใช่เพราะแรงปะทะพลำลังของเขาล้ำหน้าชายคนนี้ไปไกลแล้วแต่เป็นเพราะพลังสีม่วงที่กำลังแทรกตัวเข้ามาเอเลนทราบได้ในทันทีว่ามันมาจากมีดสั้นที่มีใบมีดหยักราวกับเขี้ยวของปีศาจร้าย
[พิษร้อยลมหายมรณะพยายามแทรกซึมเข้ามาในร่างของท่าน]
[คำอวยพรแห่งการก่อกำเนิดสดงผล]
[ท่านต้านทาน]
เมื่อได้มองดูใกล้ๆพบว่ายุทธภัณฑ์ที่อีกฝ่ายใช้นั้นเป็นแรงค์A ที่มีความสามารถนารผลิตพิษออกมาเล่นงานคู่ต่อสู้แต่เมื่อมาเจอับเอเลนที่มีอำอวยพรล้วล่ะก็ของอย่างนี้ก็เป็นเพียงของเด็กเล่นเท่านั้น
“พิษไม่ทำงาน?ไม่สิต้องบอกว่ามีวามสามารถในการต้านทานพิษสินะ”
เมื่อเห็นว่าพิษใช้ไม่ได้ผลเอลโก้ก็ไม่แสดงสีหน้าลนลานตรงกันข้ามมันค่อนข้างประทับใจที่มีเหยื่อที่แข็งแกร่งมาเยือนถึงบ้านเอเลนเก็บคันธนูก่อนจะซํดฟัดฝ่ามือกลับด้วยความเร็วเท่ากับสายฟ้า
“จะสู้กันด้วยความเร็วงั้นรึย่อมได้”
ไวเท่าความคิดมันเอลโก้ก็เก็บอาวุธเช่นกันก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการปะทะด้วยมือเปล่าแรงกระแทกการปะทะสร้างระลอกคลื่นพัดทุกสิ่งใกล้ๆเกิดจากการที่สัตว์ประหลาดสองตัวกำลังประมือกัน
เอลโก้เลิกคิ้วขึ้นเพราะอีกฝ่ายนอกจากจะแข็งแกร่งแล้วความว่องไวยังสูงมากมากพอจะไล่ตามความเร็วของมือสังหารเช่นมัน ตรงกันข้ามเอเลนก็กำลังประเมินเอลโก้อยู่เช่นกันหากวัดจากปริมาณพลังเวมนต์เอลโก้นั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าริคาริโอเลยเพียงแค่ทั้งสองมีความถนัดที่ต่างกัน
ไวเท่าความคิดภายในดวงพายุฝ่ามือเอเลนพลันปลดปล่อยความว่องไวออกมาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับในพริบตาเอลโก้เบิกตากว้างเรากับเห็นผีก่อนจะลนลานไขว้แขนป้องกันทั้งยังผนึกเวทย์เชื่อมร่ากายตนเองเป็นส่วนหนึ่งขอผืนดิน
ปง
ฝ่ามือกระแทกท่อนแขนเสียงดังราวกับฟ้าผ่าพลังเวทมนต์ชำแรกผ่านผิวหนังก่อนจะระเบิดพลังความเสียหายถูกลดทอนลงหลายส่วนจากเครื่องสวมใส่แรงกระแทกได้ผลักร่างของเอลโก้ถอยไปสิบก้าวมือสังหารหนุ่มในใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแขนทั้งสองด้านชาพร้อมพลังชีวิตที่หายไปจำนวนหนึ่ง
“เอาจริงได้แล้วเอลโก้ไม่อย่านั้นเจ้าเด็กนั้นเอาเจ้าตายแน่”
ริคาริโอส่งเสียงเตือนซึ่งไม่ลอสนั้นก็เห็นด้วยเนอย่างยิ่งมัเก็บมีดอาบพิษก่อนจะหยิบเอาเคียวติดโซ๋ที่มีควาสามารถในการทะลวงพลังป้องกันโดยเฉพาะออกมาแทนที่ก่อนจะใช้ทักษะของคลาสมือสังหาร
แยกเงา
ทันใดนั้นเองร่างผอมสูงพลันแยกจากหนึ่งเป็นสี่วิ่งวนล้อมรอบเอเลนเป็นวงกลมหมายจะทำให้เขาสับสนเด็กหนุ่มเปลี่ยนจากมือเป็นดาบพร้อมเพิ่มความระมัดระวังตัวเอลโก้จึงเริ่มยุยงปั่นประสาท
“คนไหนคือตัวจริง”
ทั้งสี่ร่างเปล่งเสียงออกมาพร้อมกันจนแม้แต่เอเลนยังแยกไม่ออกว่าร่างไหนเปล่งเสียงออกม่านอีทั้งอีกฝ่ายยังปิดหน้าปิดตาจนมองไม่เห้นสีหน้าจิตสังหารสมชื่อมือสังหารอาชีพถูกปลดปล่อยออกมาหากเป็นคนธรรมดาถ้าไม่บ้าก็คงสลบไปแล้ว
เอเลนหรี่ตาลงครุ่นคิดเพียงครู่หนึ่งก่อนจะเกร็งพลังเวทมนต์ขึ้นมาที่คอก่อนจะแผดเสียงร้องดังก้องราวกับฟ้าผ่าคลื่นเสียงที่อาบไปด้วยพลังเวทย์ทั้งยังแฝงพลังจิตสังหารกระแทกเข้ากับสิ่งที่อยู่ใกล้เอลโก้ได้ยินเสียงเปรี๊ยะในหูก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงวิ้งพร้อมกับมีเลือดไหลออกมาร่างกายโงนเงนเหมือนคนเมาพลังเวทย์เริ่มติดขัดก่อนจะเห็นเอเลนจี้ปลายดาบเข้ามาราวกับมองเห็นว่ามันคือร่างหลัก
ร่างแยกแม้จะเหมือนตัวจริงอย่างไรซะมันก็เป็นทักษะและในเมื่อเป็นทักษ็ต้องใช้พลังเวทมนต์เป็นทรัพยากรที่เอเลนทำก็แค่การส่งคลื่นเสียงที่แฝงพลังเวทมนต์ไปในอากาศพอมานาของเขาปะทะเข้ากับร่างแยกของเอลโก้ภาพของร่างแยกก็สั่นไหวราวกับมีใครโยนหินลงไปในน้ำจนเกิดระรอกคลื่น
เอลโก้ขบกรามแน่นฝืนใช้พลังเวทย์ผนึกลงในเคียวโซ่ยกขึ้นต้านรับดาบแต่ดาบที่เอเลนใช้ออกมารอบนี้คือดาบที่มีใบดาบแคบหรือก็คือเรเปียร์เมื่อเห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นได้สองนิ้วเอเลนก็คาดการณ์การกระทำต่อไปได้อย่างแม่นยำเรเปียร์ออกแบบมาให้ใช้แทงอยู่แล้วจึงมีน้ำหนักเบาเอเลนจึงไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายในการเปลี่ยนวิถีขงอาวุธ
ฉึกๆ
เรเปียร์เคลือบพลังเวทย์สีเงินแทงออกถี่ยิบจนเอลโก้เห็นภาพหลอนของดาบหลายเล่มชายหนุ่มจึงเปลี่ยนวิธีการรับมือด้วยการระเปลี่ยนพลังเวทย์เป็นหนามแหลมทิ่มแทงออกทุกทิศทางจนเหมือนมนุษย์เม่น
พลังเวทมนต์รัตติกาลล่าสังหาร เถ้าธุลีแดนรัตติกาล
พลังเวทย์สีดำปะทะเข้ากับคมดาบสีเงินคมดาบเคลือบพลังเวทย์อย่างดีทะลวงผ่านหนามเวทมนต์ที่ใช้ออกอย่างฉุกละหุกได้ไม่ยากท่าป้องกันของเอลโก้ทำได้เพียงแค่ชะลอความเร็ของคมดาบลงเพียงเสี้ยววินาทีแต่นั่นก็มากพอที่มันจะใช้ทักษะช่วยชีวิต
สลับเงา
คมดาบปักลงไปสามครั้งก่อนที่ร่างของเอลโก้จะหายไปโผล่อีกทีห่างออกไปยี่สิบเมตรพลังชีวิตของมันลดฮวบพร้อมปรากฏแผลจากการแทงบริเวณหน้าอกหัวไหล่และช่องท้องพร้อมกันนั้นยังมีพลังเวทย์ที่ไม่รู้จักคอยทำลายระบบภายในร่างกายจนยุ่งเหยิงเอลโก้ไม่มีเวลามาขับพลังประสิทธิศาสตราด้วยตนเองรีบขยี้มณีเม็ดสีเขียวเล็กๆที่ห้อยอยู่กับสร้อยข้อมือ
พลังเวทย์บริสุทธิ์ชำระล้างบาดแผลและพลังที่ตกค้างจนหมดจดยุทธภัณฑ์ช่วยชีวิตแบบใช้ครั้งเดียวที่ได้รับจากผู้สนับสนุนถูกใช้ออกพลังชีวิตกลับมาเต็มในพริบตาพร้อมกับร่างการที่ถูกขจัดความเหนื่อยล้าเหมือนเพิ่งตื่นนอนพร้อมที่จะทำศึกต่อรอบสองแววตาของมือสังหารหนุ่มเปลี่ยนเป็นดุร้าย
************************************************************************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
วันนี้แอบมีข่าวดีมาบอกเพราะในที่สุดหลังจากที่ออฟฟิสมีญาติของพนักงานติดโควิดไป 3 คน เจ้านายก็ออกนโยบายรับมือเรื่องนี้(สักที) บริษัทผมมันเป็นงานที่ต้องทำคู่ขนานไปกับานก่อนสร้างเลยให้พนักงาน WFH ทั้งหมดไม่ได้จึงต้องหยุดสลับกัน
นั่นทำให้ความตึงเครียดระหว่างทำานดลงไปเยอะ(มากๆ) ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติตอนไหน ก็ได้แต่วังว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลงไวๆ วอนเพื่อนๆรักษาสุขภาพกันด้วยนะ
Zero Times