‘นี่เราเพลินไปกับการเข้าสู่สมาธินานเท่าไหรแล้วนะ?’
เดิมทีต้องการตรวจสอบม่านพลังงานที่กั้นไว้แต่ม่านพลังงานนั้นกลับทำให้เพลินไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อออกจากภวังค์กลับมาได้
จึงได้สื่อสารทางจิตไปยังธัญญา
“คุณธัญญาครับผมเหมือนตกสู่ห้วงภวังค์ ตอนนี้กลับมาได้แล้ว”
ธัญญาสื่อสารกลับมา“ค่ะ ฉันเห็นว่าคุณใช้เวลาตรวจสอบม่านพลังงานนั้นนานเกินไปจึงได้ขอให้คุณอมราส่งกลิ่นหอมทิพย์ผ่านร่างกายของคุณ” “อ๋อ ครับใช่แล้วผมได้กลิ่นหอมนั้น ต้องขอบคุณมากนะครับ แล้วผมตกสู่ภวังค์ไปนานเท่าไหรครับ?”
เขาเอ่ยถามกลับไปด้วยความเป็นกังวลใจขึ้นมาอีกครั้ง ธัญญา : “ประมาณ 4 ชั่วโมงได้ค่ะ นับตั้งแต่คุณเข้าสู่สมาธิครั้งล่าสุด แล้วคุณตรวจม่านพลังงานนั้น พบเจออะไรหรือเปล่าคะ?” “ในตอนแรกนั้นรู้สึกคุ้นเคยเพียงแต่รู้สึกเช่นนั้นแล้วผมก็ไม่รู้ตัวอีกครับ ตอนที่รู้สึกคุ้นเคยนั้นมันเหมือนกับพลังงาน
แบบเดียวกับหยดเลือดมรกตที่อยู่ในหินอุกกาบาต แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจมากนัก”เขาได้ตอบเธอไปจากความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับม่านพลังงานนั้น “คุณเทวินต้องตั้งสติดีๆนะคะ คุณสามารถใช้กายแสงเปิดทางให้กับคุณอมราได้หรือเปล่าคะเธอต้องการเข้าไปช่วยคุณ
ซึ่งฉันก็เห็นด้วยกับเธอ” “ได้ครับ ตอนนี้เหลือเวลาอีกประมาณ32 ถึง 33 ชั่วโมง ที่เราจะช่วยเรนิตา ผมไม่กล้าประมาท หากคุณอมราต้องการมาช่วย
ผมจะใช้พลังงานจากร่างกายแสงเปิดทางให้เธอครับ” ธาตุหยดเลือดม่วงเข้มก็ได้เปล่งประกายแสงสีม่วงสว่างออกจากตัวเองในจังหวะที่อมราได้รออยู่แล้ว และก็ด้วยเธออยู่กับร่างกายเนื้อ
ของเขา จึงไม่ยากนักที่จะตามธาตุแสงสว่างของเทวินเข้าไปที่อุโมงค์ถ้ำที่เขาอยู่ โดยการผ่านทางร่างกายของเขาเอง
เหมือนเช่นตอนที่เธอมายังดินแดนของชาวอิระมังค์ยาด้วยอาศัยธาตุแสงของเทวินเปิดทางให้ร่างทิพย์ของอมราตอนนี้อยู่ในสมาธิ
ก็ได้ตามแสงสว่างมายังตรงที่หยดเลือดม่วงเข้มอยู่
เพื่อมาช่วยเทวินตามหาแร่เหล็กเย็นกายสิทธิ์ “คุณอมราขอบคุณมากครับที่ช่วยผมออกจากภวังค์ ตอนนี้เรนิตา เธอเป็นอย่างไรบ้างแล้วท่านผู้เฒ่าค้นพบสิ่งที่เข้ากันได้
กับเลือดของผมหรือยังครับ?”เขาทั้งขอบคุณและถามถึงสิ่งที่ตนเองกำลังเป็นห่วงอย่างมาก คืออาการของเรนิตาคนรักของเขา
อมรา : “ท่านผู้เฒ่ายังไม่พบสิ่งที่จะช่วยได้ แต่คุณเทวินไม่ต้องกังวลใจมากไปค่ะฉันได้ถ่ายพลังงานจากร่างทิพย์ของตัวเอง
เพื่อช่วยร่างกายของคุณเรนิตาไว้ตอนนี้มินเออก็ดูแลเธออยู่ด้วยค่ะ”
เพื่อทำสิ่งที่สำคัญ เขารู้ว่านี่ถึงจึงเป็นการช่วยเรนิตาได้ ธัญญาก็ได้สื่อสารทางจิตมาที่ทั้งสอง: “คุณเทวินคะ ฉันคิดว่าการที่ม่านพลังงานนั้นไม่ได้ทำอันตรายต่อผู้ล่วงล้ำเขตแดนเข้าไป
ก็แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ภายใต้ม่านพลังงานนั้นไม่มีเจตนาทำร้ายใคร คุณควรที่จะลองหาวิธีดูอีกครั้งค่ะ”
อมราที่มาร่วมกับธาตุหยดเลือดแสงม่วงเทวินก็ได้แสดงความเห็น
“ฉันคิดว่าจะลองส่งกลิ่นหอมผ่านม่านพลังงานนี้เข้าไปดูค่ะ สิ่งที่อยู่ข้างในอาจจะรู้ และหากเข้าใจว่าเราไม่มีเจตนาร้ายอาจจะให้เราผ่านเข้าไปได้”
เทวินเห็นด้วยกับความคิดของเธอ“ลองดูก็ได้ครับ”
ธัญญาตอบกลับมา : “งั้นลองดูเถอะค่ะ”
อมราเธอจึงได้รวบรวมกำลังสมาธิส่งกลิ่นหอมทิพย์เข้าไปหลังจากที่เธอควบคุมกลิ่นหอมได้ดังใจแล้วก็สามารถกำหนดให้กลิ่นหอมนี้ไม่ให้ทำร้ายใคร ผ่านไปสักพักม่านพลังงานที่กั้นขวางทางอยู่ก็ค่อยๆ สลายไป
เทวินกล่าวออกมาด้วยความยินดี“ได้ผลแล้ว”
อมราค่อยกำหนดกลิ่นหอมให้อ่อนจางลงนอกจากความหอมทิพย์ที่ออกมายังเจือด้วยกลิ่นน้ำผึ้งทำให้อมราสัมผัสได้ถึงแร่ธาตุเหล็กเย็นกายสิทธิ์ที่กำลังตามหา เธอจึงได้กล่าวกับเทวินและธัญญา
“ฉันรู้สึกได้ถึงแร่เหล็กเย็นกายสิทธิ์ที่อยู่ข้างหน้าไปอีกไม่ไกลค่ะ”
ธัญญาที่อยู่ไกล: “ดีแล้วค่ะ สิ่งที่อยู่ในม่านพลังงานนั้นคงจะรู้ถึงเจตนาของพวกคุณ ฉันคิดว่าควรหาสิ่งที่ก่อม่านพลังงานนั้นก่อนแล้วค่อยขอแร่ธาตุกายสิทธิ์จากสิ่งนั้นค่ะ” เทวิน : “ครับ บางทีมันอาจจะมีเจ้าของ ถ้าหากเป็นเช่นนั้น เราจะเอ่ยขอจากเขาดีๆ” เมื่อสื่อสารกันดีแล้วทั้งคู่จึงไปข้างหน้าต่อ เข้าไปได้อีกประมาณ300 เมตร ก็ได้พบกับห้องโถงถ้ำที่กว้างกว่าห้องโถงแรกมันเป็นห้องที่ลาดเอียงขึ้นด้านบนภายในประกอบด้วยพื้นที่เป็นดินและหินผนังบางช่วงเป็นหินงอกหินย้อย บางบริเวณพื้นที่เป็นหินมีลักษณะคล้ายแก้วใส
หินอ่อนและมีหินแก้วมรกตบางก้อนที่ผนังของห้องโถงถ้ำนี้
ธาตุแสงหยดเลือดม่วงเข้มของเทวินก็เปล่งแสงสว่างก่อนกลายเป็นร่างแสงที่มีรูปลักษณะคล้ายกับร่างกายเนื้อของเขา
หยดเลือดกลายร่างเพราะว่าเขารู้สึกได้ถึงแร่ธาตุเหล็กเย็นกายสิทธิ์จากห้องโถงนี้