อำนาจแห่งกฏเผย ซ่อนเร้นร่างจริง
จักรพรรดินีตกตะลึงนิ่ง ความคิดผันเปลี่ยนตาม
ศิษย์พี่รูปงาม ไม่ใช่คนธรรมดา
ปมแห่งโชคชะตา เริ่มสับสนงงงวย
เสียงประกาศก้องของพิธาที่เลือกอรุณรัศมีเป็ศิษย์ดังก้องไปทั่วลานพิธีราวกับะเิที่ถูกจุดชนวนท่ามกลางความเงียบงันทุกสายตาจับจ้องมาที่ชายหนุ่มรูปงามและเด็กสาวผู้ไร้พร์คู่นี้ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วที่พลิกผันเกินคาดเดา
"เ้า...้าเข้าร่วมยอดเขาหยกมรกตของข้าหรือไม่?"
คำถามของพิธาที่เอ่ยออกไปนั้นเรียบง่ายทว่ากลับสั่นะเืจิตใจของอรุณรัศมีอย่างรุนแรง ใบหน้างดงามของเธอที่เคยซีดเผือดบัดนี้กลับแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนสับสนดวงตากลมโตเบิกโพลงมองพิธาอย่างไม่เชื่อสายตา
'เขา... เขาเลือกข้า? เด็กสาวผู้ไร้พร์เช่นข้าเนี่ยนะ? หรือว่าเขามีแผนการอะไรซ่อนอยู่?'ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวของอดีตจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่กลับชาติมาเกิดผู้นี้
ในขณะที่อรุณรัศมียังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นเหล่าศิษย์หญิงคนอื่นๆที่ยังไม่ถูกเลือกต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความอิจฉาปนชื่นชม
"กรี๊ดดดด! ศิษย์ลุงพิธาเลือกนาง!ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้!" ศิษย์หญิงคนหนึ่งถึงกับเอามือทาบอกใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าเธอเองที่ถูกเลือก
"ทำไมไม่เป็ข้าบ้างนะ! ศิษย์ลุงช่างรูปงามราวเทพเซียน!"อีกคนเสริมด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
"นางคงไปทำบุญมาด้วยอะไรกันนะถึงได้ถูกศิษย์ลุงเลือก!" อีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
เสียงเชียร์ปนอิจฉาของเหล่าศิษย์หญิงทำให้ใบหน้าของอรุณรัศมีร้อนผ่าวเธอหันไปมองกลุ่มศิษย์หญิงเ่าั้ด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งทะนง 'พวกเ้าจะไปรู้อะไร!การถูกเลือกโดยชายที่ดูไร้พิษสงผู้นี้ อาจไม่ใช่เื่ดีอย่างที่คิด!'
ส่วนเหล่าเ้าของยอดเขาคนอื่นๆที่นั่งประจำที่อยู่บนแท่นเกียรติยศต่างพากันส่ายหน้าอย่างระอาใจ
"ศิษย์หลานผู้นี้ช่าง...ไม่รู้จักเลือกจริงๆ"อาจารย์บุญส่งแห่งยอดเขาเมฆาคล้อยกระซิบกับอาจารย์สมศรีแห่งยอดเขาวารีใสใบหน้าของเขามีร่องรอยของความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
"นั่นสิ"อาจารย์สมศรีพยักหน้าหงึกหงัก "อาจารย์พัชราภาคงจะปวดหัวกับศิษย์คนนี้ไม่น้อยเลือกใครไม่เลือก ดันไปเลือกเด็กสาวที่มีพร์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินผู้นั้น"
"คงทำตามหน้าทีให้จบ ๆไปกระมั้ง" อาจารย์บุญส่งคาดเดา"อาจารย์พัชราภาคงสั่งให้เขารับศิษย์ไปสักคน เพื่อไม่ให้เสียหน้าก็แค่นั้น"
เ้าสำนักสิงหราชที่นั่งอยู่ข้างพิธาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหนักใจ 'ศิษย์หลาน! เ้าจะทำให้สำนักจันทร์กระจ่างของเรากลายเป็ที่ขบขันของสำนักอื่นไม่ได้นะ!'แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากส่งสายตาอ้อนวอนไปยังพิธาซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้ถึงความกังวลของเขาเลยแม้แต่น้อย
พิธายังคงยืนรอคำตอบจากอรุณรัศมีด้วยใบหน้าเรียบเฉยทว่าในใจกลับกำลังเต้นระรัวด้วยความพึงพอใจ 'ฮ่าๆๆๆ! แผนการของข้าช่างสมบูรณ์แบบ!ได้ศิษย์ที่ไร้พิษสงมาแล้ว! ชีวิตที่สงบสุขของข้า... ข้าพิทักษ์เอาไว้ได้แล้ว!'
อรุณรัศมีใช้เวลาเพียงชั่วครู่ในการประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดแม้เธอจะรู้สึกไม่พอใจที่ถูกมองว่าเป็คนไร้พร์แต่การได้เป็ศิษย์ฝ่ายในของยอดเขาหยกมรกตนั้น ก็ถือเป็โอกาสอันดีที่จะได้เข้าถึงทรัพยากรของสำนักและเริ่มต้นบำเพ็ญเพียรใหม่เพื่อการแก้แค้นในอนาคต เธอรู้ดีว่าการเป็ศิษย์ฝ่ายในนั้นมีอิสระมากกว่าศิษย์ฝ่ายนอกแม้ว่าเธอจะมีความทรงจำจากชาติที่แล้ว ไม่จำเป็ต้องใช้สิทธิ์เข้าถึงตำราวิชาบำเพ็ญเพียรชั้นสูงโอสถวิเศษ และอาจารย์ผู้มากฝีมือคอยชี้แนะดั่งที่คนอื่นปรารถนาทว่าศิษย์ฝ่ายในนั้นไม่ต้องใช้แรงงาน ทำให้มีเวลาในการบำเพ็ญมากกว่าศิษย์ฝ่ายนอก ซึ่งเป็สิ่งที่เธอ้าอย่างยิ่งในตอนนี้
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพิธาใบหน้าของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว "ข้า... ตกลง!"
คำตอบของอรุณรัศมีทำให้พิธาพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะหันไปมองเ้าสำนักสิงหราช "ในเมื่อนางตกลงแล้วข้าขอพานางกลับยอดเขาหยกมรกตเลยนะขอรับ"
เ้าสำนักสิงหราชได้แต่พยักหน้าอย่างจำยอมใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและเหนื่อยหน่าย 'เอาเถอะ!อย่างน้อยก็ได้ศิษย์ไปคนหนึ่งก็ยังดี! แต่อนาคตของยอดเขาหยกมรกต...ข้าชักจะหวั่นใจเสียแล้วสิ!'
พิธาหันมามองอรุณรัศมีด้วยรอยยิ้มบางๆที่แทบจะมองไม่เห็น "ตามข้ามาเถิด ศิษย์น้อง"
อรุณรัศมีเดินตามหลังพิธาไปอย่างเงียบๆท่ามกลางสายตาของผู้คนนับพันที่ยังคงจับจ้องมาที่พวกเขาเส้นทางสู่ยอดเขาหยกมรกตนั้นคดเคี้ยวและสูงชันทอดยาวผ่านป่าไม้เขียวขจีและโขดหินน้อยใหญ่
ระหว่างทาง พิธาเดินนำหน้าไปอย่างสบายๆราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านส่วนอรุณรัศมีที่แม้จะอยู่ในร่างที่อ่อนแอเพียง หลอมกายขั้นที่หนึ่งแต่ด้วยประสบการณ์การบำเพ็ญเพียรในอดีตที่เคยอยู่ในระดับเซียนทำให้เธอสามารถเดินตามเขาไปได้อย่างไม่ลำบากนักเธอใช้ลมปราณเพียงน้อยนิดพยุงกายให้ก้าวเดินได้อย่างมั่นคง
"ศิษย์น้องอรุณรัศมี"พิธาหันมาพูดกับเธอ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย "บนยอดเขาหยกมรกตของเรานั้นมีกฎอยู่สี่ข้อที่เ้าจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด"
อรุณรัศมีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย 'กฎ?ชายผู้นี้จะมาตั้งกฎอะไรกับข้า? จักรพรรดินีอย่างข้าไม่เคยต้องมาฟังคำสั่งของใคร!'แต่เธอก็ยังคงเงียบและฟัง
"ข้อแรก"พิธาเริ่มกล่าว "ห้ามส่งเสียงดังรบกวนความสงบสุขบนยอดเขา"
อรุณรัศมีพยักหน้าเบาๆ 'ข้อนี้พอรับได้ไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร'
"ข้อสอง" พิธากล่าวต่อ"ห้ามนำสัตว์เลี้ยงที่มีเสียงดังขึ้นมาบนยอดเขา"
อรุณรัศมีขมวดคิ้วเล็กน้อย 'สัตว์เลี้ยง?เขาจะห้ามข้าเลี้ยงสัตว์ด้วยหรือ? ช่างเอาแต่ใจจริงๆ!หรือว่าเขาเป็คนรักความสะอาดจนเกินไป? แต่ก็ดี...ข้าจะได้มีข้ออ้างไม่เลี้ยงสัตว์ที่อาจจะส่งเสียงดังรบกวนการบำเพ็ญเพียรของข้า'
"ข้อสาม"พิธาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย"ห้ามนำบุรุษแปลกหน้าขึ้นมาบนยอดเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้า"
เมื่อได้ยินข้อนี้ใบหน้าของอรุณรัศมีก็แดงก่ำขึ้นมาทันที ดวงตาของเธอฉายแววโกรธเคือง 'เขาช่างปัญญาอ่อนใครจไปทำหรือว่าศิษย์พี่มีความคิด มิดีมิร้ายกับข้าเป็แน่! ถึงได้ตั้งกฎแบบนี้!ช่างเป็บุรุษที่น่ารังเกียจ! คิดจะกักขังข้าไว้บนยอดเขาหรืออย่างไร!'
เธอพยายามระงับความโกรธในใจก่อนจะคิดในแง่ดี 'เอาเถอะ! ในเมื่อข้ายังอ่อนแอ ก็ต้องยอมทนไปก่อน!รอให้ข้าฟื้นฟูพลังกลับมาได้เมื่อไหร่ข้าจะทำให้บุรุษผู้นี้ต้องคุกเข่าขอร้องข้าเอง! หึ!แล้วจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่มีอำนาจ!'
"และข้อสุดท้าย"พิธากล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น"ห้ามรบกวนการพักผ่อนของข้าโดยเด็ดขาด"
อรุณรัศมีถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ 'นี่มันกฎอะไรกันเนี่ย!ช่างเป็บุรุษที่เอาแต่ใจตัวเองที่สุด!กฎทุกข้อล้วนแล้วแต่เอื้อประโยชน์ให้กับการพักผ่อนของเขา!ช่างเป็คนที่ไม่เอาถ่านจริงๆ!'
เธอเหลือบมองพิธาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลน'บุรุษผู้นี้ช่างไร้แก่นสาร! เอาแต่คิดเื่การพักผ่อน!ไม่สมกับเป็ศิษย์เอกของยอดเขาหยกมรกตเลยแม้แต่น้อย! ข้าจะใช้เขาเป็เพียง"แจกัน" ประดับยอดเขาเท่านั้น! รอให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไหร่ข้าจะทำให้เขากลายเป็เพียงเงาของข้า!'
ในใจของอรุณรัศมีนั้นเต็มไปด้วยแผนการมากมายเธอวางแผนที่จะใช้ยอดเขาหยกมรกตเป็ที่ซ่อนตัวเพื่อบำเพ็ญเพียรอย่างลับๆเธอจะใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตชาติของเธอในการฟื้นฟูพลังให้กลับมาและเมื่อถึงเวลานั้น... เธอจะกลับไปแก้แค้น "ไอ้สารเลว"ผู้นั้นที่ทรยศหักหลังเธอในดินแดนเบื้องบน!
เธอหวนคิดถึงเื่ราวในอดีตภาพของบุรุษผู้หนึ่งที่เคยเป็ที่เคยไว้ใจที่สุดแต่กลับกลายเป็ผู้ที่แทงข้างหลังเธออย่างเืเย็นใบหน้าของอรุณรัศมีฉายแววเ็ปและแค้นเคือง
'ข้าจะต้องกลับไป!ข้าจะต้องทำให้มันชดใช้ในสิ่งที่มันทำกับข้า! ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!'
ในขณะที่อรุณรัศมีกำลังจมอยู่กับความคิดอันมืดมิดของตนเองพิธาก็ยังคงเดินนำหน้าไปอย่างสบายๆ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยราวกับไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดที่ซับซ้อนของศิษย์น้องผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
'ระบบบอกว่าการตั้งกฎจะช่วยรักษาสันติสุขบนยอดเขาได้และยังช่วยให้ข้าได้ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาต่อไปได้อีกด้วย' พิธาคิดในใจ'ดูเหมือนว่าอรุณรัศมีจะเข้าใจผิดไปบ้าง แต่ไม่เป็ไร!เดี๋ยวเธอก็จะชินไปเอง! คนเราก็ต้องมีกฎระเบียบกันบ้างแหละน่า!'
เขาอดนึกถึงเื่ตลกในชาติก่อนไม่ได้ที่มีคนเคยบอกว่า "กฎมีไว้แหก" แต่สำหรับเขาแล้ว"กฎมีไว้รักษาความสงบสุข" โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนยอดเขาหยกมรกตแห่งนี้ที่เขา้าให้มันเป็์บนดินของเขา ที่ปราศจากความวุ่นวายและเสียงดังรบกวน
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงยอดเขาหยกมรกต!
ยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมไปด้วยป่าไผ่สีเขียวมรกตที่สูงเสียดฟ้าสายลมพัดโชยมาเบาๆ ทำให้เกิดเสียงไผ่เสียดสีกันเป็ท่วงทำนองอันไพเราะอากาศบนยอดเขาสดชื่นบริสุทธิ์ราวกับไม่เคยถูกแปดเปื้อนด้วยมลทินใดๆ
อรุณรัศมีมองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจยอดเขาแห่งนี้ช่างงดงามราวกับภาพวาด! เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อยแม้จะยังคงระแวงพิธาอยู่ก็ตาม
"ศิษย์น้องรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ"พิธาพูด ก่อนจะเดินเข้าไปในป่าไผ่ ไม่นานนัก เขาก็กลับออกมาพร้อมกับขวานเก่าๆเล่มหนึ่งในมือ ขวานเล่มนั้นดูธรรมดา ไม่ได้มีออร่าวิเศษใดๆ แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย
อรุณรัศมีเลิกคิ้วมองขวานในมือของพิธา 'เขาจะเอาขวานไปทำอะไร?หรือว่าเขาจะใช้ขวานตัดไม้เพื่อสร้างบ้านให้ข้า? ช่างเป็บุรุษที่แปลกประหลาดจริงๆ! ทำไมไม่ใช้พลังปราณสร้างบ้านเอาล่ะ?หรือว่าเขาไม่มีพลังปราณเลย?'
พิธาเดินไปยังบริเวณที่โล่งกว้างแห่งหนึ่งก่อนจะยกขวานขึ้นสูง!
อรุณรัศมีมองการกระทำของพิธาด้วยความสงสัยเธอคาดว่าเขาคงจะใช้เวลาหลายวันในการตัดไม้และสร้างบ้านให้เธอเพราะด้วยพร์เพียง "หลอมกายขั้นที่หนึ่ง" ของเธอเองก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการตัดต้นไม้ใหญ่
แต่แล้ว...สิ่งที่เกิดขึ้นก็เกินความคาดหมายของเธอไปอย่างสิ้นเชิง!
พิธาฟันขวานลงไปเพียงครั้งเดียว!
ฉัวะ!
เสียงฟันขวานดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าลงมากลางแสกหน้าของอรุณรัศมี!
ต้นไม้ใหญ่ที่สูงเสียดฟ้าลำต้นหนาใหญ่กว่าอ้อมแขนของคนสองคนกลับล้มครืนลงมาอย่างง่ายดายราวกับถูกตัดด้วยมีดร้อนๆ ราวกับตัดผ่านเนย!
ไม่เพียงเท่านั้น!
เมื่อต้นไม้ล้มลงพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นก็แผ่ออกมาจากคมขวานของพิธา พลังงานนั้นเป็สีทองเรืองรองแผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง ราวกับคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็น!
อรุณรัศมีถึงกับเบิกตากว้าง ร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาป!ขนทั่วทั้งร่างลุกชันขึ้นมาทันที!
'นี่มัน... อำนาจแห่งกฏ!!?'
เธอเคยเห็นพลังอำนาจเช่นนี้มาก่อน! ในอดีตชาติของเธอในฐานะจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนเบื้องบน! เธอเคยเห็นยอดฝีมือระดับเซียน บางคนที่เข้าใจถึงแก่นแท้ของเต๋า จนสามารถควบคุม "อำนาจแห่งกฏ" ได้!
อำนาจแห่งกฏไม่ใช่พลังปราณ! ไม่ใช่วิชา! ไม่ใช่ทักษะ!แต่มันคือ ความเข้าใจในแก่นแท้ของสรรพสิ่ง! การควบคุมกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ! การเปลี่ยนแปลงความเป็จริงตามเจตจำนง!
และพิธา... ชายหนุ่มผู้ที่เธอคิดว่าเป็เพียงคนธรรมดาไร้พร์!ผู้ที่เธอคิดว่าจะให้เขาเป็เพียง "แจกัน" ประดับยอดเขา! กำลังแสดง"อำนาจแห่งกฏ" ออกมาอย่างง่ายดาย ราวกับเป็เื่ธรรมดา!
ใบหน้าของอรุณรัศมีซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว!เธอรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบของเธอกำลังพลิกกลับตาลปัตร!
'เป็ไปได้อย่างไร? ชายผู้นี้... เขาซ่อนพลังอำนาจที่แท้จริงเอาไว้หรือไม่? แล้วระดับพลังของเขา... มันถึงขั้นไหนกันแน่?'
ในขณะที่อรุณรัศมียังคงยืนนิ่งราวกับถูกสาปพิธาก็หันมามองเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
"ศิษย์น้องอรุณรัศมีเป็อะไรไป? ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้น?"พิธาถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็ห่วงเป็ใย "หรือว่าศิษย์น้องกลัวเสียงขวาน?ไม่ต้องกลัวหรอก! ข้าฟันเก่งจะตายไป! รับรองว่าไม่โดนศิษย์น้องแน่นอน!"
คำพูดของพิธาทำให้ใบหน้าของอรุณรัศมีกระตุกเล็กน้อย'กลัวเสียงขวาน? ไม่ใช่! ข้าไม่ได้กลัวเสียงขวาน! ข้ากลัวพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่เื้ัเสียงขวานนั่นต่างหาก!'
แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากส่ายหน้าเบาๆ"เปล่าเ้าค่ะ... ข้าแค่... ใเล็กน้อย"
พิธาพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันกลับไปจัดการกับต้นไม้ที่ล้มลงเขาใช้ขวานตัดแต่งกิ่งก้านสาขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับเป็ช่างไม้ผู้ชำนาญการ
อรุณรัศมียืนมองพิธาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ'ชายผู้นี้... เขาเป็ใครกันแน่? เขาเป็เพียงคนธรรมดาที่ไร้พร์จริงๆหรือ? หรือว่าเขาเป็ยอดฝีมือที่ซ่อนเร้นตัวตน? แล้วเหตุใดเขาจึงต้องทำเช่นนี้?'
ความเข้าใจผิดของอรุณรัศมีที่มีต่อพิธาได้ถูกทำลายลงไปแล้วครึ่งหนึ่งเธอเริ่มตระหนักว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้เป็เพียงแค่ "แจกัน" ประดับยอดเขาอย่างที่เธอเคยคิดแต่เขากลับเป็ปริศนาที่ลึกล้ำเกินกว่าที่เธอจะคาดเดาได้
---
ในขณะเดียวกัน ที่ลานชุมนุมของสำนักจันทร์กระจ่างเหล่าเ้ายอดเขายังคงถกเถียงกันถึงเื่การเลือกศิษย์ของพิธา
"ข้ายังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดศิษย์หลานพิธาจึงเลือกเด็กสาวผู้นั้น"อาจารย์บุญส่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ข้าก็ไม่เข้าใจเช่นกัน" อาจารย์สมศรีเสริม"เด็กสาวผู้นั้นมีพร์เพียงหลอมกายขั้นที่หนึ่งเท่านั้น! ไม่คู่ควรกับยอดเขาหยกมรกตเลยแม้แต่น้อย!"
เ้าสำนักสิงหราชได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่"พวกท่านอย่าเพิ่งตัดสินอะไรเร็วเกินไปเลย! ศิษย์หลานพิธาผู้นี้... ช่างคาดเดาไม่ได้!บางทีเขาอาจจะเห็นอะไรบางอย่างในตัวเด็กสาวผู้นั้นก็ได้"
"เห็นอะไร?" อาจารย์บุญส่งถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน"เห็นความไร้พร์ของนางน่ะหรือ?"
"หึหึ" เ้าสำนักสิงหราชหัวเราะเบาๆ"บางที... ความไร้พร์ของนาง อาจจะเป็พร์ที่แท้จริงของนางก็ได้! ใครจะไปรู้!"
คำพูดของเ้าสำนักสิงหราชทำให้เหล่าเ้าของยอดเขาคนอื่นๆถึงกับเงียบไป พวกเขาเริ่มคิดตามคำพูดของเขา
'ความไร้พร์... คือพร์ที่แท้จริง?มันหมายความว่าอย่างไรกัน?'
ในขณะที่เหล่าเ้าของยอดเขากำลังจมอยู่กับความคิดของตนเองเ้าสำนักสิงหราชก็หันไปมองยอดเขาหยกมรกตที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ ใบหน้าของเขาฉายแววครุ่นคิด
'ศิษย์หลานพิธา... เ้ากำลังทำอะไรกันแน่?แล้วเด็กสาวผู้นั้น... นางคือใครกันแน่?'
ปริศนามากมายยังคงปกคลุมยอดเขาหยกมรกต และเื่ราวของพิธากับอรุณรัศมีเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น