“เหนือสวรรค์ ยังมีข้า”

    ตอนที่ 65 — จิตฟ้าถูกฉีกกลางห้วงมิติ

    สายหมอกภายในประตูแรกยังไม่ทันจางหายดี กลิ่นของยุคสวรรค์โบราณก็ไหลย้อนเข้ามาเหมือนน้ำล้นเขื่อน เฉินหยวนยืนอยู่กลางเฉดแสงที่ไหวกระเพื่อม ม่านหมอกดูเหมือนกำลังเลียนแบบลมหายใจของเขา—ทุกครั้งที่เขาหายใจ มันก็กระเพื่อมไปด้วยราวกับ “โลกนี้กำลังเรียนรู้จังหวะชีวิตเขาอยู่”

    ลมหายใจของเขาหนักขึ้นทีละน้อยแต่ไม่ใช่เพราะเหนื่อย—เป็นเพราะพลังที่กำลัง เติบโตเร็วเกินกว่าสวรรค์จะอนุญาต

    ครืนนนน…!

    พื้นดินสั่นจนเหมือนโลกกำลังจะพลิกกลับหัวโครงสร้างของมิติในประตูแรกเริ่มเผยเส้นร้าวเป็นริ้ว ๆเหมือนกระจกเก่าโดนค้อนตีอย่างรุนแรง

    เฉินหยวนก้มมองฝ่ามือของตนบริเวณแขนซ้ายตรงใกล้ข้อศอกถึงข้อมือ มีสัญลักษณ์เรืองแสงที่เพิ่งเกิดขึ้นจากการตื่นรู้ก่อนหน้านี้

    มันไม่ใช่รอยลายธรรมดาแต่เป็นอักษรจาก ยุคก่อนสวรรค์กำเนิดเป็นภาษาที่แม้แต่เหล่าเซียนยุคปัจจุบันก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

    รอยอักขระนั้นเปลี่ยนรูปร่างตลอดเวลาเหมือนกำลัง “อ่านเขา” ย้อนกลับ

    —เจ้าคือประตูเจ้าไม่ใช่ผู้เปิดแต่คือสิ่งที่ต้องถูกปลุก—

    เสียงกระซิบเลือนรางดังขึ้นอีกครั้งไม่เหมือนเสียงมนุษย์ไม่เหมือนวิญญาณแต่เหมือน “สวรรค์ที่กำลังพูดด้วยสภาพกำลังแตกสลาย”

    เฉินหยวนกัดฟันแน่น“เจ้าคิดว่าข้าจะรับฟังเจ้าอีกงั้นหรือ…? ข้ายังไม่ทันลืมว่าพวกเจ้าเคยทำอะไรไว้กับมารดาข้า”

    แต่สิ่งที่ตอบกลับมาเป็นเพียงเสียงเหมือนฟ้าผ่าที่ถูกกดทับด้วยฝ่ามือยักษ์

    ปะ—ปะ—ปะ!

    ประกายแสงเล็ก ๆ เกิดขึ้นรอบตัวเขาทีละดวงสองดวงสามดวงไม่ใช่แสงธรรมดา แต่เป็น “เศษของกฎสวรรค์เก่า” ที่สลายไปแล้วเป็นล้านปี กำลังพยายามรื้อฟื้นตัวเองจากการปรากฏของพลังสายเลือดเขา

    ลมหายใจเฉินหยวนสะดุดเพราะเขารู้สึกชัด—“มันกำลังพยายามสร้างสวรรค์เก่าขึ้นมาใหม่…โดยใช้เขาเป็นแกนกลาง”

    ร่างกายเขาปวดหนึบตั้งแต่ต้นคอถึงกระดูกสันหลังตัวร้อนเหมือนเหล็กเพิ่งถูกย่างเลือดในเส้นเลือดปะทุร้อนกร้าวพลังสายเลือดผสานกับแก่นจิตอมตะที่เขาเพิ่งบรรลุทั้งหมดมันซ้อนทับกันจนเหมือนร่างเขากำลังจะ “ระเบิดจากข้างใน”

    แต่เฉินหยวนกำหมัดแล้วฝืนยืนสายตาดุดันจนหมอกยังถอยหนีนั่นคือสายตาของคนที่ไม่คิดถอยแม้สวรรค์ทั้งเก่าทั้งใหม่จะฉีกโลกเพื่อหยุดเขาก็ตาม

    ห้วงมิติในประตูเริ่มเคลื่อนไหว

    กำแพงสีเทาโบราณที่ล้อมรอบมิตินี้บิดตัวประหนึ่งสัตว์ยักษ์กำลังสะบัดลำตัวหลังตื่นจากการจำศีลหมื่นปีเสาหินรอบด้านใช่เสาอีกต่อไปมันค่อย ๆ เกิดดวงตาสีขาวขุ่นขึ้นบนผิวเสาแต่ละต้น

    ดวงตาเหล่านั้นล้วนจับมองเฉินหยวนเพียงคนเดียว

    น้ำเสียงโบราณดังจากรอยแยกของผนังมิติ

    “ผู้สืบสายเลือดฟ้าร่วง…ท้ายที่สุด เจ้าก็กลับเข้าสู่หอทดสอบชั้นแรกของสวรรค์เก่า”

    เฉินหยวนชะงักเล็กน้อยไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะ—เขาไม่รู้ว่าตนเคย “อยู่ที่นี่” มาก่อนจริงหรือไม่

    ความทรงจำของแม่ที่ถูกดึงออกโดยค่ายกลสังหารเมื่อหลายตอนก่อนความจริงที่เขายังไม่เข้าใจทั้งหมดเลือดในเส้นเลือดที่ไม่ใช่ของมนุษย์ทุกอย่างกำลังเริ่มเชื่อมต่อกันเหมือนชิ้นส่วนกระดูกสันหลังของมังกรที่ถูกโยนทิ้งไว้ในถ้ำมืด

    เขาหายใจลึกหนึ่งครั้ง“หอทดสอบของสวรรค์เก่า…งั้นข้าคือผู้ถูกเลือกตั้งแต่ยังไม่เกิด?”

    เสียงตอบกลับมาสะท้อนเหมือนท้องฟ้าแตกเป็นเสี่ยง ๆ

    “หัวใจของเจ้าถูกเลือกแต่ชีพของมารดาเจ้าเป็นผู้จ่ายราคาแทน”

    เฉินหยวนชะงัก—ดวงตาแดงวาบราวโลหิตปะทุเส้นเลือดที่ลำคอปูดขึ้นราวกับจะระเบิด

    “มารดาข้า…เกี่ยวข้องอะไรกับการคัดเลือกบ้าบอนั่น”

    “นางเป็นประตูนางคือกุญแจนางคือผู้จารึกสวรรค์ใหม่ลงในตัวเจ้า”

    คำว่า สวรรค์ใหม่ ทำให้จิตเฉินหยวนสะท้านรู้สึกเหมือนกระดูกทั้งร่างถูกตีด้วยฆ้องทองคำจนสั่นไปทุกชิ้น

    ภาพซ้อนเบลอคล้ายความทรงจำแล่นผ่านตา

    หญิงคนหนึ่ง—ใบหน้าชัดแต่เต็มไปด้วยแสงมือของนางวางบนท้องของตนกำลังหลบหนีจากสถานที่ที่เต็มไปด้วย “ผู้แต่งชุดคลุมสวรรค์”

    เสียงตะโกนเสียงคำรามเลือดและประตูใหญ่กำลังพังทลาย

    ภาพหายวับไปทันทีราวกับมีมือมองไม่เห็นดึงมันจากปัญญาเขาออกไป

    เฉินหยวนกัดฟันจนเลือดซึม“ข้าต้องรู้ความจริงทั้งหมด…ไม่ว่าใครจะคิดปิดมันไว้!”

    และประตูแรกเริ่มเปิด "อีกขั้น"

    แสงสีขาวฟ้าพวยพุ่งจากผนังพื้นที่ทั้งหอทดสอบสั่นระดับที่ร่างเขาแทบยืนไม่อยู่เศษกฎสวรรค์เก่าที่ลอยรอบตัวเขาเริ่มหมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆเหมือนจะสร้าง “มงกุฎกฎฟ้า” บนศีรษะเขา

    แต่แทนที่จะรู้สึกยิ่งใหญ่เขารู้แค่—หัวใจเหมือนถูกบีบด้วยกำมือของยักษ์โบราณ

    เลือดในอกไหลย้อนพลังสายเลือดกำลังพุ่งสูงจนร่างปกติไม่อาจรับได้

    กึก!

    กระดูกไหล่แตกหนึ่งจุดแต่เฉินหยวนยังยืนนิ่งไม่ขยับแม้ปลายเล็บจะจิกเลือดไหล

    กึก! กึก!

    ซี่โครงข้างหนึ่งร้าวเลือดทะลักจากริมฝีปาก

    แต่สายตา…กลับยิ่งเร่าร้อน

    ภาพสวรรค์ใหม่ปรากฏในดวงตา

    ดวงตาซ้ายของเฉินหยวนเปล่งแสงสีทองขุ่นราวกับเมฆพายุบนฟากฟ้ากำลังก่อตัวดวงตาขวาแปรเป็นสีดำกึ่งม่วงคล้ายเหวลึกที่มีดาวนับไม่ถ้วนจมอยู่ข้างล่าง

    ทั้งสองดวงฉีกท้องฟ้าของหอทดสอบออกเป็นสองเส้น

    เขาเห็น…

    “วงแหวนแห่งสวรรค์ใหม่”กำลังก่อร่างขึ้นด้านบนเป็นสวรรค์ที่ไม่ใช่ของสวรรค์เก่าไม่ใช่ของเทพแต่เป็นสวรรค์ที่จะถือกำเนิดจากร่างเขา

    เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวเขาเสียงโบราณเสียงที่คล้ายทั้งผู้ชายและผู้หญิงคล้ายทั้งความหวังและความล่มสลาย

    “เจ้าคือผู้แบกสองสวรรค์เลือดเจ้าจะกำหนดว่าโลกจะต้องอยู่ภายใต้ฟ้าเดิม…หรือฟ้าใหม่ที่มีเจ้าเป็นศูนย์กลาง”

    เฉินหยวนยกดาบขึ้นปลายคมสะท้อนภาพของตัวเขาเองที่กำลัง “กลายเป็นสิ่งที่แม้ตัวเขาเองก็เริ่มจำไม่ได้”

    เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักเหมือนคำสาบาน

    “ไม่ว่าฟ้าไหนจะเกิด—ข้าจะเป็นผู้เลือก ไม่ใช่สวรรค์ ไม่ใช่ผู้ใดทั้งนั้น”

    และประตูแรก…แตกออกเป็น shards แสงนับพัน

    ฉากจบลงตรงที่เฉินหยวนก้าวไปสู่พื้นที่ใหม่ที่ยังไร้ชื่อแต่ทุกลมหายใจในนั้นร้องบอกเพียงอย่างเดียว—

    “นี่คือชั้นที่สองของประตูสวรรค์ใหม่”

    คล้ายกับเรื่อง“เหนือสวรรค์ ยังมีข้า” ที่คุณอ่าน