สามวันผ่านไป
เฟยหลงลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดในยามเช้าของอีกวัน เขาพลิกกายก่อนจะใช้ศีรษะหนุนแขนตัวเอง มือหนายื่นออกไปอีกฝั่งของเตียงนอนก่อนจะจับเส้นผมสีขาวกลุ่มนั้นเบาๆ ความรู้สึกนุ่มลื่นคล้ายไหมล้ำค่า ทำให้เขาตัดใจละมือออกมาไม่ได้
เส้นผมสีขาวกระจายอยู่บนเตียงนอนสีดำเข้ากันได้ดีกับอาภรณ์สีขาวของนาง ภาพหญิงสาวอาภรณ์ขาวเกศาสีขาวตัดกับเตียงนอนผ้าห่มสีดำทำให้แปลกตาและโดดเด่นคล้ายกับบนโลกนี้คงมีนางเพียงหนึ่งเดียว แม้เขาจะลืมเลือนทุกสิ่งแต่ภาพหญิงสาวผมขาวคงมิอาจลืมเลือนชั่วชีวิต
“อื้อ” เสียงเล็กๆ ร้องในลำคอด้วยความขัดใจก่อนจะพลิกตัวหันหน้ามาทางเฟยหลงเมื่อรู้สึกคันยุบยิบบนศีรษะตนเอง คิ้วบางขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจเมื่อมีใครบางคนมากวนนางเวลานอนหลับ
เฟยหลงมองท่าทางของหญิงสาวก่อนจะชักมือกลับ “แค่กๆ” เขากำมือปิดปากไอเบาๆ เพื่อไม่ให้หลุดเสียงหัวเราะออกมา ท่าทางของนางคล้ายสุนัขตัวน้อยเวลาถูกปลุกให้ตื่นในสนามฝึกจนเขาหลุดขำออกมาอีกครั้ง
เส้นผมสีขาวทิ้งตัวเป็ม่านน้ำตก ใบหน้าหวานรวมเข้ากับผิวที่ขาวกว่าคนทั่วไป จะน่ามองมากกว่านี้หากนางไม่หลับตาทั้งที่คิ้วยังขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลา เฟยหลงมองท่าทางของนางด้วยรอยยิ้มประดับมุมปากโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเลื่อนมือออกไปลูบศีรษะนั้นเบาๆ เพื่อช่วยให้หญิงสาวหลับสบายมากขึ้น
เส้นผมนุ่มไม่รู้สึกพันกันเลยแม้แต่น้อย เมื่อถูกลูบศีรษะเบาๆ คิ้วซึ่งเคยขมวดมุ่นเข้าหากันเป็ปมเริ่มคลายออกก่อนจะหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ ใบหน้าหวานยกมุมปากเล็กน้อยคล้ายพอใจกับการกระทำนี้เป็อย่างมาก
ป๋ายฮวาหลับตาฝันถึงตอนที่ตัวเองฟักออกจากไข่ไม่สามารถแปลงร่างเป็มนุษย์ได้ก็ถูกบิดาวางไว้บนตักและลูบขนหงส์ปลอบนางเช่นนี้ นางมีพลังน้อยกว่าหงส์รุ่นเดียวกัน จึงต้องอดทนอยู่ในร่างหงส์มากกว่าหนึ่งพันปี ทุกวันมักจะนั่งอยู่บนหลังคาเรือนจ้องมองคนอื่นด้วยความอิจฉา บิดาจึงมักจะลูบขนหงส์ของนางเพื่อปลอบโยนเช่นความรู้สึกตอนนี้
มือหนาลูบเส้นผมสีขาวไม่วางมือ ความนุ่มลื่นคล้ายลูบผ้าไหมล้ำค่าควรเมือง ทำให้เขาไม่อาจตัดใจชักมือกลับมาได้เลย เขาลูบเส้นผมสีขาวนั้นอย่างเพลินมือ เมื่อรู้ว่าตัวเองลูบผมหญิงสาวนานเพียงใด ดวงหน้าเข้มก็ชะงักเล็กน้อยด้วยความใ ใบหูเริ่มรู้สึกแสบร้อนจนแดงก่ำลามลงไปยังต้นคอ ชายหนุ่มรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบลงจากเตียงนอนและสวมเสื้อคลุมออกไปรำดาบให้เสียเหงื่อทั้งที่หิมะยังไม่หยุดตก
หลังจากซ้อมดาบอยู่นานจนเหงื่อออกท่ามกลางอากาศหนาวจัด จนกระทั่งจมูกได้กลิ่นอาหาร เขาจึงวางมืออย่างรวดเร็วเพื่อกลับเข้าไปในห้องนอนเพราะรู้ว่านางคงจะตื่นแล้ว หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเล็กน้อยก่อนจะสวมชุดใหม่และเดินเข้าไปในห้องครัว
หญิงสาวในอาภรณ์ขาวเกศาขาวตอนนี้กำลังยุ่งมือเป็ระวิงเพราะการเตรียมอาหารทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว “แค่ก มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่” เฟยหลงกระแอมไอเพื่อถาม นับั้แ่ที่เขาสูงกว่านางหน้าที่การยกอาหารไปห้องโถงก็กลายเป็ของเขา
“แกงรากบัวอยู่บนโต๊ะเ้าค่ะ คุณชายยกออกไปรอเลย บ่าวรอหมั่นโถวอีกสักครู่แล้วจะยกตามไปเอง” ป๋ายฮวาตอบทั้งที่ยังเติมไฟเข้าไปในเตาไม่หันมามองเ้าของเสียงเลยแม้แต่สายตาเดียว ดวงตาดอกท้อจ้องมองเตาเล็กๆ ของตนเองเพื่อควบคุมให้ไฟพอดีไม่แรงเกินไปและไม่เบาจนเกินไป
เฟยหลงเม้มปากแน่นเมื่อเห็นหญิงสาวไม่สนใจตนเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยกอาหารไปยังโต๊ะแต่โดยดี แม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจเล็กๆ ก็ตาม
“วันนี้หิมะยังไม่หยุดตก ทำไมคุณชายถึงออกไปฝึกวรยุทธ์ท่ามกลางหิมะเ้าคะ หากไม่สบายจะทำอย่างไร” เสียงใสร้องตามหลังมาพร้อมมือประคองถาดหมั่นโถวตามมาด้วย
นางถามทั้งที่มือกำลังจัดโต๊ะให้เป็ระเบียบก่อนจะนั่งลงข้างกายเฟยหลง เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจึงหันข้างไปสบตาสีนิลด้วยความไม่เข้าใจ เฟยหลงจ้องมองนางด้วยความเ็าอีกแล้ว เกิดอะไรขึ้นอีกเล่า
“ผมของเ้ากลายเป็สีขาวแล้ว สรุปเ้าเป็ใคร....” เฟยหลงถาม
ป๋ายฮวาชะงักค้างก่อนจะพยายามเปลี่ยนเื่ “คุณชายทานหมั่นโถวตอนที่ยังร้อนนะเ้าคะ” นางหยิบหมั่นโถวสีขาวยัดใส่มือชายหนุ่มก่อนจะก้มหน้ากินหมั่นโถวเงียบๆ พยายามเลี่ยงคำถามนี้ เดิมทีคิดว่าคงหาโอกาสย้อมผมได้แต่พอถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลาทำให้ตอนนี้ผมของนางกลายเป็สีขาว ไม่สามารถโกหกต่อไปได้อีกแล้ว
“เ้าเป็ใครกันแน่” เขาทวนประโยคคำถามอีกครั้ง ไม่ยอมให้นางหลบเลี่ยงคำถามอีกต่อไป วันนี้เขาต้องได้คำตอบของเื่นี้
“บ่าวเป็นางกำนัลในวังที่ติดตามคุณชายมาแดนเหนือเ้าค่ะ”
“ผมสีขาวของเ้า จะอธิบายอย่างไร” เฟยหลงขมวดคิ้วถามเพราะถึงตอนนี้นางก็ยังไม่ยอมคลายข้อสงสัยของเขาเลย มีสาวใช้คนใดบ้างเป็เช่นนาง ทั้งการกระทำและการใช้น้ำเสียง นิสัยของนางไม่ใช่บ่าวรับใช้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งไม่ใช่นางกำนัลที่มาจากวังหลวงด้วย
“บ่าวเป็คนของเผ่าทางตอนใต้เ้าค่ะ จึงมีผมสีขาว เพราะถูกคนแดนใต้เข้าใจว่าเป็ปีศาจจึงหลบหนีมาเมืองหลวง ซ่อนตัวทำงานในวังก่อนจะติดตามคุณชายมาแดนเหนือเ้าค่ะ” ป๋ายฮวาพยายามหาเื่โกหกต่อไป
เฟยหลงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเพราะรู้ดีว่าคำพูดนี้เป็คำโกหก นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอากาศแดนเหนือและแดนใต้แตกต่างกันอย่างไร แดนเหนือหิมะตกเกือบทั้งปีในขณะที่แดนใต้ไม่มีแม้แต่หิมะตก อากาศร้อน เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าและความรุ่งเรือง ไหนเลยจะให้กำเนิดหญิงสาวที่มีผิวขาวถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มถือหมั่นโถวจ้องมองสาวใช้ของตัวเองนิ่งด้วยความไม่พอใจ
“บ่าวไม่มีจุดประสงค์ร้าย แต่บ่าวบอกคุณชายไม่ได้จริงๆ เ้าค่ะ คุณชายอย่าถามบ่าวอีกเลย ได้หรือไม่เ้าคะ” ป๋ายฮวาถามเสียงสั่นเครือเพราะนางไม่รู้ว่าตัวเองจะโกหกผู้ชายคนนี้ว่าอย่างไรแล้ว จะให้นางบอกเขาอย่างไรว่านางไม่ใช่คน จะให้นางอธิบายอย่างไรเล่า แต่นางไม่อยากจากเขาไปนี่นา
ใบหน้าเล็กก้มหน้าลงแนบกับชาม มือทั้งสองข้างกำแน่น เล็บจิกเข้าไปในมือจนเกิดรอยแดง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนแดงระเรื่อ ลักยิ้มข้างหนึ่งบุ๋มลงไปจนเห็นได้ชัด ร่างกายสั่นเล็กน้อยเพราะกลัวว่าเฟยหลงจะไม่พอใจนางและไม่ให้นางเข้าใกล้อีกแล้ว
“เ้าเพียงบอกความจริงข้ามาเท่านั้น” น้ำเสียงเ็าเอ่ยขึ้นเพราะเขาไม่พอใจคำตอบนี้เป็อย่างมาก
มือเล็กกำแน่นจนสั่นเล็กน้อย ความคิดสับสนวุ่นวายด้วยความหวาดกลัว ลืมกระทั่งการแทนตนเองว่า ‘บ่าว ‘ “ข้าไม่ทำร้ายท่านแน่นอน ข้าเพียงแค่บอกท่านไม่ได้จริงๆ เดิมทีข้าก็เป็นางกำนัลจากเมืองหลวงและเดินทางมาแดนเหนือพร้อมกันกับท่าน ข้าบอกแล้วว่าข้ามาจากเผ่าประหลาดทำให้ผมของตัวเองมีสีขาวต่างจากคนอื่นและมีใบหน้าไม่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น นับั้แ่ข้าอยู่กับท่าน ข้าเคยทำร้ายท่านหรือไม่ ข้าต่างจากท่านเพียงแค่สีผมเท่านั้นเอง ไม่ใช่หรือ” ป๋ายฮวาพยายามยืนยันคำตอบของตัวเองไม่กล้าบอกความจริงสักคำ นางไม่สามารถบอกความจริงได้ แต่ก็ไม่สามารถไปจากเขาได้เช่นกัน
ดวงตาัจ้องมองหญิงสาวข้างกายเยียบเย็นเพราะจนถึงตอนนี้นางยังพยายามโกหกอยู่เช่นเดิม แม้แต่คำว่าบ่าวนางก็ไม่ใช้แทนตัวเองแล้ว นอกจากนี้ยังเผลอใช้คำว่า ‘ข้า ‘แทนตัวเอง นางจะเป็นางกำนัลที่ถูกฝึกมาจากวังหลวงอย่างไร
“เ้ายังไม่ยอมบอกข้าอยู่ดี” เฟยหลงเอ่ยเสียงเ็าพยายามกดข่มความโมโหไว้ ดวงตานิลมองหญิงสาวด้วยความไม่พอใจเพราะเดิมทีพวกเขาก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาเกือบ 7 ปีแล้ว แต่จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่บอกอะไรเกี่ยวกับตัวเองเลยสักคำ
ป๋ายฮวาก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด เพราะรู้ดีว่าเขาต้องไม่เชื่อคำพูดของนางอย่างแน่นอน แต่นางก็ไม่สามารถบอกความจริงได้อยู่ดี “ให้ข้าเป็บ่าวของท่านได้หรือไม่ อย่าไล่ข้าไปเลยนะเ้าคะ ข้าขอเพียงเป็บ่าวรับใช้เท่านั้น ขอเพียงที่หลับนอนและเป็บ่าวรับใช้เท่านั้นเอง ท่านอย่าโกรธข้าได้หรือไม่.....ให้ข้าเป็บ่าวรับใช้ท่านเหมือนเดิมได้หรือไม่” ป๋ายฮวาถามด้วยเสียงสั่นเครือเพราะนางไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรแล้ว หากจะให้บอกความจริงนางก็ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ แต่นางก็ไม่รู้จะสรรหาคำอธิบายใดมาบอกเขาได้เช่นกันนอกจากเอ่ยขอร้องแทน
นางไม่ได้ขอมากไปเลย ไม่ได้้าอะไรจากเขาด้วย
นางขอเพียงแค่ตำแหน่งบ่าวรับใช้ของเขาเท่านั้น มันมากเกินไปหรือ
หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความน้อยใจ เพราะอยู่ด้วยกันมา 7 ปีแต่ชายหนุ่มเบื้องหน้ากลับไม่เคยไว้ใจนางเลยแม้แต่น้อย นางดูแลเขาด้วยความตั้งใจ คอยทำความสะอาดเรือน คิดทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขาเ็ปในตอนกลางคืน เสียสละพลังเซียนเพื่อรักษาเขาจนฐานพลังตนเองเริ่มปริร้าว
แม้อยู่ในเผ่าหงส์เพลิง นางจะไม่ได้เป็ที่รักของท่านปู่ แต่นางก็เป็องค์หญิงของเผ่า ตอนนี้นางพยายามเรียนการใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ทุกอย่าง จากที่นางทำอะไรไม่เป็เลย จนตอนนี้นางก่อไฟเป็แล้ว นางเย็บปักเป็แล้ว นางกำลังพยายามอยู่ ฝีมือการทำอาหารของนางก็พัฒนาขึ้นเยอะมากเช่นกัน นางพยายามถึงเพียงนี้ ช่วยเหลือเขาถึงเพียงนี้ เขายังไม่พอใจและไม่ไว้ใจนางเื่อะไรอีกหรือ
ความน้อยใจที่ถาโถมเข้ามาทำให้ใบหน้าหวานยิ่งก้มลงต่ำจนแทบจะจุ่มลงไปในชามแกงรากบัว ในใจทั้งรู้สึกเ็ปและรู้สึกน้อยใจจนไม่อยากจะเงยหน้าขึ้น เพราะกลัวว่าหากเงยหน้าขึ้นมาเห็นสายตาเ็าของเขา จะทำให้นางรู้สึกเ็ปหัวใจมากกว่าเดิม
“เ้าเพียงแค่บอกความจริงกับข้ามันยากมากหรืออย่างไร” เฟยหลงถามเสียงติดเ็าเพราะรู้สึกไม่พอใจเช่นกันที่นางไม่ยอมตอบคำถามของเขา
เขามักรู้สึกอยู่เสมอว่าสักวันนางต้องจากเขาไปแน่นอน แม้แต่ชื่อป๋ายเหนียงเขายังไม่รู้เลยว่าใช่ชื่อจริงของนางหรือไม่ เขามักจะรู้สึกเสมอว่านางต่างจากคนทั่วไป ความแตกต่างนี้ยิ่งทำให้ส่วนลึกของเขารู้สึกหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว หากวันหนึ่งนางหายไป เขาก็ไม่รู้แล้วว่าต้องตามหานางจากแห่งหนใด
“ฮึก ข้าบอกท่านไม่ได้ ข้าบอกท่านได้เท่านี้จริงๆ ข้าขอแค่ตำแหน่งบ่าวรับใช้จากท่านเท่านั้น มันมากเกินไปหรือ ฮือ ฮึก.... ท่านยังจะไล่ข้าออกจากเรือนอีกหรือ ต้องให้ข้าเก็บของออกไปอยู่ข้างนอกเลยหรือไม่ ต้องให้ข้าหนีไปจากชีวิตท่านเลยดีหรือไม่ ท่านถึงจะพอใจ ฮือ...” ป๋ายฮวาเงยหน้าจ้องมองเขาด้วยความน้อยใจ หยาดน้ำตาไหลหยดลงโต๊ะ มือบางพยายามปาดน้ำตานั้นทิ้งแต่ยิ่งซับก็ยิ่งไหลออกมามากยิ่งกว่าเดิม
“ออกจากเรือน หนีจากข้า....” เฟยหลงทวนคำพูดของนางอีกครั้ง มือหนาเผลอกำหมั่นโถวในมือจนเสียรูปเหลือไว้เพียงเศษแป้งเกลื่อนเต็มโต๊ะ ดวงตาสีนิลจ้องมองหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ด้วยความโกรธเช่นกัน
“หนีจากข้าหรือ....” น้ำเสียงเ็าเอ่ยอีกครั้ง ความรู้สึกเ็ปกลางหน้าอกเขารู้สึกคล้ายลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง โมโหจนแทบขาดสติ ร่างสูงลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วก่อนจะจ้องมองนางด้วยความเ็า มือหนากวาดถ้วยชามลงพื้นจนแตกกระจาย
“ดี ดี ดีเหลือเกิน แค่บอกความจริงเ้าถึงกับเอ่ยคำนี้กับข้า!” ชายเสื้อสีดำถูกสะบัดแรงเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะชักดาบออกจากฝักและเดินหนีไปลานกว้างหน้าเรือน กระบวนท่าทุกกระบวนถูกนำมาใช้โดยไม่แม้แต่จะต้องคิด
ความรู้สึกแสบร้อนปะปนกับความรู้สึกเจ็บหน่วงบริเวณหน้าอกไร้หนทางระบายเช่นนี้ ทำให้เขาคิดอะไรไม่ออกนอกจากการใช้แรงกายฟันดาบใส่ต้นไม้เท่านั้น
ป๋ายฮวามองเงาร่างบุรุษชุดดำออกกระบวนท่าท่ามกลางหิมะสีขาวด้วยความน้อยใจ เขาไม่พอใจนางมากใช่หรือไม่ นางจะทำอย่างไรได้เล่า นางบอกความจริงกับเขาไม่ได้จริงๆ ให้นางบอกความจริงว่าเขาเป็มหาเทพและนางลงมาเพื่อช่วยเขางั้นหรือ
แล้วด่านเคราะห์ของเขาจะเป็อย่างไร
หากเคราะห์์ของเขาไม่สามารถผ่านไปได้
นางจะทำอย่างไร
“ฮึก....” หญิงสาวก้มหน้าลงสะอื้นไห้ด้วยความน้อยใจกว่าเดิม เมื่อเห็นถ้วยชามแตกกระจายเต็มพื้นห้องโถง แม้จะยังคงร้องไห้แต่มือบางก็ยังพยายามยกถ้วยที่ยังไม่แตกเข้าไปเก็บในห้องครัว
“ฮือ ข้าควรทำอย่างไรดี หะหากไม่สามารถอยู่เคียงข้างเขาได้อีก จะทำอย่างไร...” ป๋ายฮวาทรุดนั่งลงข้างบ่อน้ำด้วยความเสียใจ
นางไม่รู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร นางไม่เคยเห็นเขาโกรธรุนแรงเช่นตอนนี้มาก่อน แม้แต่ตอนที่นางพยายามให้ตัวเองได้นอนบนเตียงเดียวกัน เฟยหลงยังไม่เคยโกรธนางถึงเพียงนี้เลย นี่เป็ครั้งแรกที่นางเห็นเขาโกรธและเป็ครั้งแรกเช่นกันที่นางกับเขาทะเลาะกันอย่างรุนแรง
“ฮือ ไหนบอกว่ามหาเทพไร้หัวใจอย่างไร ฮือ ไหนตำนานบอกว่าท่านไร้ความรู้สึก มีเพียงความเ็าเท่านั้น ฮือ ไหนบอกว่ามหาเทพมีเพียงใบหน้าเรียบนิ่ง ท่านปู่เล็กหลอกลวงข้าแล้วใช่หรือไม่” เสียงหวานสะอื้นไห้ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ เพราะท่านปู่เล็กเคยบอกนางว่ามหาเทพเป็เทพที่ใจเย็นมาก แม้แต่ออกรบใบหน้านั้นยังคงเรียบนิ่งไม่ไหวติง หรือมีเทพเซียนทรยศระหว่างรบ เขาก็แค่ลงโทษตามกฎ์อย่างเรียบง่าย
ทำไมตอนนี้เขาต้องโกรธนางด้วย เขาควรจะขมวดคิ้ว ใช้สายตาไร้ความรู้สึกจ้องมองนางและไม่สนใจว่านางเป็ใคร แล้วก็ปล่อยเื่เหล่านี้ผ่านไปเหมือนตอนที่เขาเป็เด็กไม่ได้หรือ เดิมทีนิสัยของเขาก็คร้านที่จะสนใจเื่ของคนอื่น ทำไมตอนนี้เขาต้องมาสนใจว่านางเป็ใครด้วย
“ฮือ ท่านปู่เล็กโกหกข้า” เส้นผมสีขาวทิ้งตัวดั่งน้ำตกเป็สีเดียวกันกับพื้นหิมะ เสียงสั่นเครือสะอื้นไห้ตัดพ้อปู่เล็กเบาๆ หิมะซึ่งตกลงมาไม่หยุดทำให้ทั่วทุกบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลน ยิ่งทำให้ร่างกายของนางกลมกลืนหายไปเป็หนึ่งเดียวกัน
เกล็ดน้ำแข็งค่อยๆ ตกลงบนศีรษะจนเกิดเป็ูเาลูกเล็กๆ แต่หญิงสาวไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย เพราะแม้ร่างเซียนนี้จะรู้สึกเหนื่อยจากการรักษาเฟยหลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางต้องกลัวหนาวเลย ตอนนี้หิมะสีขาวปลิวลงมาจากฟากฟ้าทับถมกันหลายชั้น ก่อเกิดความหนาวเย็นเกาะตัวกันเป็น้ำแข็ง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าค่อยๆ แข็งตัว หากมองจากมุมหนึ่งที่ห่างไกลคงจะคิดว่าร่างของหญิงสาวเป็น้ำแข็งก้อนหนึ่งซึ่งถูกหิมะทับถมกันหลายชั้นเท่านั้น