หมอกขาวยังคงลอยเอื่อยอยู่เหนือลานประลองใหญ่เมื่อเสียงระฆังทองแดงหยุดลง ความเงียบก็แผ่คลุมไปทั่วบริเวณผู้เข้าแข่งขันกว่าสามพันคนยืนเรียงแถวเป็ระเบียบสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เวทีสูงกลางลานซึ่งถูกประดับด้วยผ้าไหมสีทองและธงปักลายั
เสียงแตรสังข์ดังกึกก้องอีกครั้งตามด้วยเสียงประกาศกังวาน:
"ขอประกาศให้ทุกท่านทราบ!การประลองคัดเลือกยุทธหนุ่มสาวแห่งอาณาจักรจิ่วเซียวครั้งที่ 108 เริ่มขึ้นแล้ว!"
ม่านผ้าไหมค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นชายชราในชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดประดับด้วยลายปักัทองเดินออกมา เขาคือ"จอมยุทธหมื่นหยกขาว" เฉินเป่าเชียงผู้อำนวยการสำนักคัดเลือกแห่งราชสำนัก รอบๆตัวเขามีผู้าุโอีกหลายคนที่แต่ละคนล้วนมีพลังยุทธระดับปราณปฐีขั้น 5-6
เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่ผู้ชมโดยเฉพาะเมื่อมีบุคคลในชุดแตกต่างกันห้าแบบเดินออกมายืนด้านหลังเฉินเป่าเชียง—พวกเขาคือตัวแทนจากสำนักใหญ่ทั้งห้า
เอี้ยเสวียนยืนสงบนิ่งสายตาจับจ้องไปที่กลุ่มคนบนเวทีวิเคราะห์ทุกรายละเอียดและจดจำไว้ในความทรงจำอันแม่นยำของเขา
"ข้าขอต้อนรับทุกท่านสู่การประลองคัดเลือกยุทธหนุ่มสาวแห่งอาณาจักรจิ่วเซียวครั้งที่108!" เฉินเป่าเชียงเอ่ยด้วยเสียงทุ้มกังวาน"ปีนี้นับเป็เกียรติอย่างยิ่งที่สำนักใหญ่ทั้งห้าได้ส่งตัวแทนมาร่วมสังเกตการณ์"
เขาผายมือไปทางบุคคลด้านหลังแนะนำทีละคน:
"จากสำนักหมื่นพิรุณ—'เทพอสนีฟ้า' เสวี่ยเทียนเหลย!"ชายร่างสูงในชุดสีฟ้าเข้มประดับลายเมฆและสายฟ้าก้าวออกมาใบหน้าคมเข้มและสายตาเฉียบคมดั่งสายฟ้า
"จากวิหารหลอมจิต—'ปรมาจารย์รุ้งพันใบ' ปี้หลาน!"หญิงชราในชุดสีม่วงอ่อนก้าวออกมาดวงตาของนางดูลึกลับราวกับสามารถมองทะลุจิตใจผู้คน
"จากอารามจันทรา—'เทพดาบจันทรากระจ่าง' เยี่ยเสียนหยวน!"ชายชุดขาวผมยาวเงินยวงก้าวออกมา มือจับด้ามดาบที่เหน็บไว้ข้างเอวดาบแห่งพิฆาตดวงจันทร์อันเลื่องชื่อ
"จากสำนักไร้พรมแดน—'พเนจรแดนไกล' หลิวเปี่ยนหลิง!" ชายร่างสันทัดในชุดเดินทางสีน้ำตาลที่ดูเก่าแก่แต่คงทนก้าวออกมารอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยประสบการณ์อันมากมาย
"และจากสำนักเงาจักรพรรดิ..."เฉินเป่าเชียงหยุดชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อ "...ท่านอาจารย์หลิงซู่"
ชายในชุดคลุมสีดำสนิทใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากครึ่งซีก เดินออกมายืนเงียบๆไม่มีการแสดงความเคารพหรือทักทายใดๆ
บรรยากาศบนลานประลองเต็มไปด้วยความหนักแน่นทุกคนรับรู้ได้ถึงพลังอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเหล่าปรมาจารย์ทั้งห้า
เฉินเป่าเชียงกวาดสายตามองไปยังผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด"การประลองในปีนี้จะมีรูปแบบพิเศษ แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา!"เขาประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เราจะไม่จัดการแข่งขันบนเวทีประลองเช่นเคยแต่จะเป็การทดสอบทั้งความสามารถในการต่อสู้ ปัญญาไหวพริบและการเอาตัวรอดในสถานการณ์จริง!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วลานประลอง
"การแข่งขันจะจัดขึ้นในบริเวณที่เรียกว่า'ป่าหมื่นสรรพสัตว์'!" เฉินเป่าเชียงประกาศต่อ"สถานที่ซึ่งเป็ที่อยู่ของสัตว์อสูรนานาชนิดั้แ่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูง!"
มือของเขาวาดขึ้นภาพมายามหึมาปรากฏกลางอากาศแสดงให้เห็นแผนที่ของป่าขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูงมีทะเลสาบและแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน พื้นที่ตรงกลางถูกแรเงาเป็สีแดงเข้ม
"ระยะเวลาการแข่งขันคือ15 วัน!" เฉินเป่าเชียงอธิบาย"ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะถูกส่งเข้าไปในจุดสุ่มต่างๆ ทั่วป่าและมีภารกิจเดียวคือการเก็บรวบรวม 'ผลึกอสูร' ให้ได้มากที่สุด!"
เขาพยักพเยิดให้ผู้ช่วยด้านข้างซึ่งยื่นถาดเงินออกมา บนนั้นมีผลึกหลากสีวางอยู่—สีขาวใส, สีเขียวอ่อน, สีฟ้า, สีม่วง และสีทอง
"ผลึกอสูรมีห้าระดับตามกำลังของสัตว์อสูรที่ท่านสังหารได้!" เฉินเป่าเชียงชี้ไปที่ผลึกแต่ละชนิด"ระดับหนึ่งคือสีขาว มีค่า 1 คะแนน, ระดับสองคือสีเขียว มีค่า 10 คะแนน, ระดับสามคือสีฟ้ามีค่า 100 คะแนน, ระดับสี่คือสีม่วง มีค่า 500 คะแนนและระดับห้าคือสีทอง มีค่าถึง 1000 คะแนน!"
เขาหยุดชั่วครู่ให้ทุกคนซึมซับข้อมูลก่อนจะเน้นย้ำ "แต่พึงระวัง! ยิ่งสัตว์อสูรมีพลังมากเท่าไรอันตรายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น!หลายคนที่โลภมากเกินไปอาจไม่ได้กลับออกมาจากป่านี้อีกเลย!"
เฉินเป่าเชียงชี้ไปที่บริเวณสีแดงตรงกลางแผนที่"พื้นที่นี้คือเขตต้องห้าม! เป็ที่อยู่ของเหล่า 'ราชันอสูร'! ผู้ใดที่บังอาจเข้าไปทางสำนักคัดเลือกจะไม่รับผิดชอบต่อชีวิตของท่าน!แม้แต่เราเองก็ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยได้หากท่านฝ่าฝืน!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งผสมกับเสียงกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว
"นอกจากการเก็บผลึกอสูรแล้วท่านยังสามารถแย่งชิงผลึกจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้!"เฉินเป่าเชียงประกาศต่อ สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ฟัง"แต่มีข้อห้ามสำคัญ—ห้ามฆ่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นโดยเจตนาเด็ดขาด!เว้นแต่จะเป็เหตุสุดวิสัยจริงๆ หากผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกตัดสิทธิ์ทันทีและอาจถูกลงโทษอย่างหนัก!"
เขาเน้นย้ำ "เช่นเดียวกันห้ามใช้ยาพิษหรืออาวุธที่มีพิษร้ายแรงที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต!การแข่งขันนี้มุ่งหมายที่จะค้นหาผู้มีพร์ไม่ใช่ผู้ที่ชนะด้วยวิธีการสกปรก!"
เฉินเป่าเชียงอธิบายกฎต่อไป"ทุกคนจะได้รับ 'แผ่นหยกสื่อสาร'ซึ่งสามารถใช้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้หนึ่งครั้งหากท่านประสบอันตรายถึงชีวิต ให้บีบแผ่นหยกนี้พวกเราจะเร่งตามไปช่วยเหลือท่านโดยเร็วที่สุด แต่พึงเข้าใจว่านี่จะทำให้ท่านหมดสิทธิ์ในการแข่งขันทันที!"
เขาชูแผ่นหยกบางสีเขียวอ่อน"และนี่คือ 'หยกเก็บผลึก' ผลึกทุกชิ้นที่ท่านเก็บได้จะถูกเก็บไว้ในนี้และจะไม่สามารถนำออกมาได้จนกว่าการแข่งขันจะสิ้นสุด นั่นหมายความว่าหากหยกนี้ถูกแย่งชิงไป ท่านจะเสียคะแนนทั้งหมดทันที!"
เฉินเป่าเชียงก้าวไปด้านหน้าอีกครั้งเสียงของเขาทรงพลังขึ้น "เมื่อครบกำหนด 15 วัน ทุกท่านจะถูกเรียกกลับโดยอัตโนมัติ ผู้ที่มีคะแนนสูงสุด 100 อันดับแรกจะได้รับการบันทึกชื่อลงใน 'กระดานยุทธระดับมนุษย์'และจะได้รับโอกาสในการคัดเลือกเข้าสำนักใหญ่!"
เขาหันไปทางตัวแทนทั้งห้าจากสำนักใหญ่"และปีนี้ เป็ครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่สำนักใหญ่ทั้งห้าแห่งพร้อมใจกันส่งตัวแทนมาร่วมคัดเลือกด้วยตนเองนั่นหมายความว่าโอกาสของท่านมีมากกว่าเคย!"
เสียงฮือฮาและตื่นเต้นดังขึ้นทั่วลานประลองเอี้ยเสวียนขมวดคิ้วเล็กน้อยความผิดปกตินี้ยิ่งยืนยันสิ่งที่เอี้ยหลงบอกเขา—มีบางอย่างพิเศษเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนี้
เฉินเป่าเชียงยกมือขึ้นให้ทุกคนเงียบ"มีข้อควรระวังสุดท้าย—ป่าหมื่นสรรพสัตว์มีกลไกป้องกันพิเศษทุกท่านจะถูกจำกัดพลังไว้ที่ระดับกำเนิดปราณขั้นกลางเท่านั้น!แม้แต่ผู้ที่มีพลังสูงกว่านี้ก็จะถูกปรับลดลงมา!นี่เพื่อความยุติธรรมและป้องกันอันตรายเกินควร!"
เขาสำรวจผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดด้วยสายตาที่เฉียบคม"การแข่งขันจะเริ่มต้นในอีกสองชั่วยามจากนี้! เตรียมตัวให้พร้อม!จงระลึกไว้เสมอว่า—ความสามารถที่แท้จริงจะปรากฏเมื่อท่านอยู่ในสถานการณ์คับขัน!ขอโชคดี!"
จากนั้นเสียงแตรสังข์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง บ่งบอกถึงการสิ้นสุดของพิธีเปิดผู้เข้าแข่งขันแยกย้ายกันไปเตรียมตัว บางกลุ่มรวมตัวกันวางแผนในขณะที่บางคนแยกตัวไปทบทวนวิชาและตรวจสอบอาวุธ
เอี้ยเสวียนเดินออกจากลานประลองอย่างเงียบๆสมองประมวลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ พร้อมกับวางแผนกลยุทธ์สำหรับ 15 วันข้างหน้า
เอี้ยหลงวิ่งตามมาทัน "นายน้อย!นี่มันยิ่งกว่าที่คาดไว้อีก! ป่าหมื่นสรรพสัตว์เป็ที่กล่าวขานถึงความอันตรายแม้แต่ยอดฝีมือบางคนยังไม่กล้าเข้าไปลึกเกินไป!"
เอี้ยเสวียนพยักหน้า สีหน้าเรียบนิ่ง"ใช่... และมันเป็โอกาสดีที่จะได้ทดสอบความสามารถที่แท้จริง"เขาหยิบแผ่นหยกที่ได้รับจากบิดาออกมาดู "นอกจากนี้...พวกเราต้องระวังตระกูลเหวินให้มาก อาจมีแผนร้ายบางอย่าง"
"นายน้อยจะเข้าร่วมกลุ่มไหนหรือไม่ขอรับ?"เอี้ยหลงถาม"ข้าได้ยินมาว่าหลายคนกำลังรวมกลุ่มกันเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มโอกาสในการเก็บผลึก"
เอี้ยเสวียนส่ายหน้า "ไม่...ข้าจะทำคนเดียว มีพันธมิตรมากเกินไปอาจกลายเป็ภาระ" เขาหยุดคิดชั่วครู่"แต่... ถ้าเจอกับอู๋ซง ข้าอาจร่วมมือกับเขาชั่วคราว"
"เข้าใจแล้วขอรับ"เอี้ยหลงพยักหน้า "ข้าจะเตรียมเสบียงและยาสมุนไพรให้ท่าน"
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันเสียงหัวเราะเ็าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "เอี้ยเสวียน...ดูเหมือนเ้าจะมั่นใจในตัวเองมากนัก"
เอี้ยเสวียนไม่ต้องหันไปก็รู้ว่าเป็ใคร—เหวินเจี้ยนกังคู่อาฆาตเก่า
"เหวินเจี้ยนกัง..."เอี้ยเสวียนหันไปช้าๆ ใบหน้ายังคงเรียบนิ่ง"ได้ยินว่าตระกูลเหวินกำลังวางแผนอะไรบางอย่างกับตระกูลเซียว...และอาจารย์หลี่ของข้า"
เหวินเจี้ยนกังชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "ข้าไม่รู้ว่าเ้าพูดถึงอะไรแต่ข้าเตือนไว้เลย—ในป่าหมื่นสรรพสัตว์ เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายนัก...โดยเฉพาะกับคนที่มักทำตัวเป็อัจฉริยะอย่างเ้า!"
"ดูเหมือนเ้าจะยังไม่ลืมเื่เก่าๆ"เอี้ยเสวียนตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ "ข้าหวังว่าคราวนี้เ้าจะเตรียมรองเท้าที่ดีกว่าเดิมมา...นะ?"
ใบหน้าของเหวินเจี้ยนกังแดงก่ำด้วยความโกรธ"คอยดูเถอะ เอี้ยเสวียน! ครั้งนี้จะไม่มีใครมาช่วยเ้าได้!"
เขาสะบัดแขนเสื้อและเดินจากไปพร้อมกับบริวารอีกสองคนเอี้ยเสวียนมองตามด้วยสายตาที่คมกริบ
"นายน้อย..."เอี้ยหลงเอ่ยอย่างกังวล "ข้ารู้สึกว่าเขากำลังวางแผนร้ายบางอย่าง"
เอี้ยเสวียนพยักหน้าเบาๆ"แน่นอน... แต่ไม่ว่าจะเป็แผนอะไร ข้าก็พร้อมรับมือ"เขาหมุนตัวและเดินไปทางที่พัก "ไปเถอะ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมการแข่งขันที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้น..."
สองชั่วยามต่อมา...
หมอกขาวหนาทึบลอยวนเวียนรอบคอกกั้นขนาดใหญ่ที่มีวงเวทมายาจารึกด้วยอักขระโบราณผู้เข้าแข่งขันทั้งสามพันคนยืนเรียงกันอยู่บนจุดที่กำหนด รอบๆมีผู้าุโจากสำนักคัดเลือกยืนควบคุมพิธีการ
เฉินเป่าเชียงยืนอยู่ตรงกลางมือประสานพลังปราณ ริมฝีปากขมุบขมิบท่องคาถาโบราณ หมอกขาวค่อยๆ หมุนวนเร็วขึ้นเร็วขึ้น... จนกลายเป็พายุหมอกสีขาวที่ห่อหุ้มทุกคนไว้
เสียงกลองัดังสนั่นเฉินเป่าเชียงะโ: "เปิดประตูสู่ป่าหมื่นสรรพสัตว์!"
แสงสว่างจ้าวาบขึ้นผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดรู้สึกเหมือนร่างกายถูกดูดลงไปในหลุมไร้ก้น...
...และเมื่อเอี้ยเสวียนลืมตาขึ้นอีกครั้งเขาพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางป่าทึบที่ไม่คุ้นเคยเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังแว่วมาจากระยะไกลบ่งบอกว่าการแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
เอี้ยเสวียนเคลื่อนตัวอย่างระมัดระวังใช้ไหวพริบและความสามารถในการพรางตัวหลบหลีกการปะทะโดยไม่จำเป็เป้าหมายแรกของเขาคือรวบรวมตราประทับจากอสูริญญาชั้นต่ำ
เอี้ยเสวียนยืนนิ่งอยู่กลางป่าทึบปล่อยให้ประสาทััทั้งหมดทำงานอย่างเต็มที่เขารับรู้ถึงความแตกต่างทันที—พลังปราณในร่างถูกจำกัดลงจริงๆตามที่เฉินเป่าเชียงได้กล่าวไว้ ความรู้สึกคล้ายถูกล่ามโซ่ที่มองไม่เห็น
"ระดับกำเนิดปราณขั้นกลาง..."เขาพึมพำ พร้อมกับทดลองหมุนเวียนพลังปราณในร่าง "น่าสนใจ...กลไกที่ซับซ้อนมากทีเดียว"
เอี้ยเสวียนสำรวจรอบตัวต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมท้องฟ้า แสงอาทิตย์ลอดผ่านใบไม้เป็ลำแสงบางๆพื้นดินชื้นแฉะเล็กน้อย มีรอยเท้าสัตว์หลายชนิด พืชและดอกไม้แปลกตาเติบโตอยู่รอบๆบางชนิดเขาจำได้ว่าเป็สมุนไพรหายาก
เขาหยิบแผ่นหยกเก็บผลึกและแผ่นหยกสื่อสารที่ได้รับออกมาตรวจสอบแล้วเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างปลอดภัยจากนั้นจึงตรวจเช็คอาวุธประจำกาย—เป็ดาบที่เสมือนมีดสั้นที่ยาวขึ้นมาเล็กน้อยมีสีดำทมิฬ“ดาบสั้นทมิฬ" อาวุธเลื่องชื่อของเอี้ยเสวียนเป็อาวุธที่เอี้ยเสวียนหลอมออกมาด้วยตัวเอง มีความคมและทนทานเป็อย่างมาก
"ต้องหาจุดสังเกตเพื่อกำหนดทิศทางก่อน"เอี้ยเสวียนพึมพำ ก่อนจะเลือกต้นไม้สูงที่สุดในบริเวณนั้นและปีนขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว
จากยอดไม้เขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของป่าหมื่นสรรพสัตว์ได้ชัดเจนขึ้นผืนป่าสีเขียวทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ทางทิศเหนือมีูเาสูงตระหง่านทางทิศตะวันออกมีทะเลสาบขนาดใหญ่ส่องประกายระยิบระยับ และหากมองไปทางทิศใต้จะเห็นพื้นที่ที่มีหมอกแดงปกคลุม—เขตต้องห้าม
"เราอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของป่า..."เอี้ยเสวียนวิเคราะห์ "จากตำแหน่งของพื้นที่สีแดงในแผนที่ดูเหมือนจะอยู่ห่างจากจุดนี้ประมาณสองร้อยลี้"
เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังแว่วมาอีกครั้งครั้งนี้ดังใกล้กว่าเดิมเอี้ยเสวียนสังเกตเห็นฝูงนกแปลกตาบินออกจากพุ่มไม้ไม่ไกลนัก
"ไม่ว่าจะเป็อะไรมันกำลังเคลื่อนที่มาทางนี้" เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว"ต้องประเมินสถานการณ์ก่อนเผชิญหน้า"
เอี้ยเสวียนไต่ลงจากต้นไม้และเคลื่อนตัวอย่างเงียบกริบไปทางต้นเสียงเขาซุ่มตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนา ใช้วิชาปิดบังลมปราณที่เอี้ยหลงสอนให้
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆก็ดังใกล้เข้ามา ก่อนที่สัตว์อสูรตัวใหญ่จะปรากฏตัว—มันคือ"เสือดำเขี้ยวเหล็ก" สัตว์อสูรระดับสองร่างกายเหมือนเสือทั่วไปแต่ใหญ่กว่ามาก ขนสีฟ้าเงินและมีเขี้ยวคู่หน้าที่ยาวเหมือนคริสตัลแข็งแกร่ง
"เสือดำเขี้ยวเหล็ก...ผลึกอสูรระดับสอง มูลค่า 3 คะแนน"เอี้ยเสวียนประเมินในใจ "พลังโจมตีแข็งแกร่ง แต่ไม่ฉลาดนักจุดอ่อนอยู่ที่ท้องและหลังหู"
เสือดำเขี้ยวเหล็กชะงักกึกจมูกของมันสูดดมอากาศ ดวงตาสีทองกวาดมองไปรอบๆมันรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของผู้บุกรุกแม้เอี้ยเสวียนจะใช้วิชาปิดบังลมปราณแล้วก็ตาม
"ประสาทััดีกว่าที่คิด"เอี้ยเสวียนคิด "ต้องจัดการอย่างรวดเร็วและแม่นยำ"
เขารอจังหวะที่เสือดำเขี้ยวเหล็กหันหลังให้แล้วพุ่งออกจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็วราวกับสายลมดาบสั้นทมิฬถูกชักออกจากฝักในชั่วพริบตา
"โฮก!"เสือดำเขี้ยวเหล็กหันมาด้วยความรวดเร็วที่น่าใกรงเล็บแหลมคมตวัดเข้าหาเอี้ยเสวียน
เอี้ยเสวียนหลบหลีกได้อย่างฉิวเฉียดกรงเล็บผ่านใบหน้าเขาไปเพียงไม่กี่ชุ่น เขาทรงตัวและหมุนร่างกายอย่างนุ่มนวลปล่อยให้แรงโจมตีของเสือผ่านไป
เอี้ยเสวียนเคลื่อนไหวโดยการสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของสัตว์อสูรด้วยความสามารถในการมองเห็นและจดจำการเคลื่อนไหวได้ทำให้เอี้ยเสวียนสามารถมองหาช่องว่างในการเคลื่อนไหวพร้อมกับจู่โจมใส่จุดอ่อนของเสือดำเขี้ยวเหล็ก
ดาบสั้นทมิฬแทงเข้าที่จุดอ่อนหลังหูของเสือดำเขี้ยวเหล็กอย่างแม่นยำ
"โฮก!"เสียงคำรามสุดท้ายดังก้องก่อนที่เสือดำเขี้ยวเหล็กจะล้มลงร่างของมันเริ่มสลายเป็ประกายแสง เหลือเพียงผลึกสีเขียวอ่อนลอยอยู่กลางอากาศ
เอี้ยเสวียนหยิบแผ่นหยกเก็บผลึกออกมาดูดผลึกสีเขียวเข้าไป แผ่นหยกเปล่งแสงวาบหนึ่งครั้ง และตัวเลข "3" ปรากฏขึ้นบนพื้นผิว
"ผลึกแรก..."เอี้ยเสวียนพึมพำ พร้อมกับเก็บแผ่นหยกไว้อย่างปลอดภัย"แต่คงไม่พอแน่..."
เขาหยุดคิดชั่วครู่"การล่าสัตว์อสูรทีละตัวจะใช้เวลามากเกินไปต้องหาวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่านี้" เขานึกถึงแผนที่ที่ได้เห็น"ทะเลสาบทางทิศตะวันออก... น่าจะเป็แหล่งรวมของสัตว์อสูรชนิดพิเศษ"
เอี้ยเสวียนเริ่มเดินทางไปทางทิศตะวันออกระหว่างทางเขาสังเกตรอยเท้าและร่องรอยต่างๆ อย่างละเอียดพบสมุนไพรหายากหลายชนิดซึ่งเขาเก็บไว้อย่างระมัดระวัง