King of world ราชันแห่งพิภพ

    หินลาวาสวรรค์แสดงปฏิกิริยา!

    “คนนี้ก็ไม่ใช่งั้นหรอ...”สีหน้าใต้หน้ากากแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว หินลาวาสวรรค์ในมือตลอดช่วง 2 สัปดาห์นี้นิ่งสงบไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด สโตนชายผิวดำที่ยืนอยู่ข้างๆหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะหางตาเหลือบมองไปที่พื้น
    ตรงเท้าพวกเขามีชายแขนเดียวร่างเล็กนอนสลบอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ด้วยว่าไม่ยอมให้ชายสวมหน้ากากเข้ามาค้นบ้าน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการนอนสลบเละเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่บนพื้น
    “ชายคนนี้เป็นคนที่เท่าไหร่แล้ว..”วาสเค้นเสียงหงุดหงิด สโตนสะดุ้งลนลานรีบเปิดสมุดดู
    “เขาคือคนที่ 22 ครับ เขาเป็นคนรองสุดท้าย ไม่สิ น่าจะเป็นคนสุดท้ายในรายชื่อแล้ว”
    “น่าจะ?..หมายความว่ายังไง”วาสรู้สึกเหมือนกำลังหมดหวัง แค่วัตถุดิบชิ้นแรกเขาก็ไม่สามารถหามันได้แล้ว อีกทั้งมันยังเป็นของที่มาจากโลกเดิมของเหล่าคนแคระ ไม่แน่ว่าโลกใบนี้อาจจะไม่มีอยู่
    “คือว่าคนสุดท้าย...มีข่าวลือว่าเขาตายไปแล้วครับ”วาสมีอาการใจหาย รีบถามต่อว่า
    “ข่าวลือ! มีโอกาสเป็นจริงมากแค่ไหน”
    “สูงมากครับ”วาสขบริมฝีปาก หรือว่าเขาจะไม่มีวันได้ครอบครองอุปกรณ์ระดับ 9 แล้ว
    “เขาคือใคร แล้วทำไมถึงมีข่าวลือว่าตายแล้ว?”
    “เขาคืออดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดครับ! ส่วนที่มาของข่าวลือก็คือ”ต่อจากนั้นสโตนก็เล่าถึงที่มาของข่าวลือ วาสขมวดคิ้ว เมืองอัมมอร์เป็นเมืองที่ไม่มีใครครอบครองตั้งแต่ก่อตั้งมา อย่างไรก็ตามเมืองอัมมอร์นี้ก็ยังมีกลุ่มอิทธิพลอีกหลายกลุ่มอาศัยอยู่ และกลุ่มอิทธิพลที่มีอำนาจมากที่สุดมีอยู่ 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีอำนาจพอที่จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเมืองอัมมอร์ได้ กลุ่มทั้ง 3 นี้ไม่ได้ถูกเรียกเป็นกิลด์แต่ใช้คำว่าแก๊งแทน และแก๊งทั้งสามได้แก่ แก๊งกะโหลกเลือด แก๊งหม้อทองคำ และแก๊งมัจฉามรกต
    ทั้งสามแก๊งมีอาณาเขตเป็นของตัวเองและกินพื้นที่ไปกว่า6ใน10ส่วนของเมือง ตลาดมืดที่วาสพึ่งไปก่อเรื่องมาก็คือหนึ่งในอาณาเขตของแก๊งกะโหลกเลือด
    เมื่อ 3 เดือนที่แล้วแก๊งมัจฉามรกตได้วางกับดักบางอย่างกับแก๊งกะโหลกเลือดโดยล่อให้อดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเข้าไปติดกับ ถึงอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดจะรอดออกมาจากกับดักได้ด้วยการช่วยเหลือของคนในแก๊ง แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตายจนถึงขั้นมีข่าวลือว่าเขาตายไปแล้ว เนื่องจากหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นอดีตหัวหน้ากิลด์กะโหลกเลือดอีกเลย
    แก๊งกะโหลกเลือดที่ไร้ผู้นำไม่ต่างจากมังกรไร้หัว สูญเสียอาณาเขตปกครองไปกว่า 40%ให้กับแก๊งมัจฉามรกต ทำให้แทบตกลงจากสถานะ3แก๊งใหญ่ของเมืองอัมมอร์
    แต่ว่าจากนั้นไม่นานลูกชายของอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดก็ประกาศตัวขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดกอบกู้สถานการณ์วิกฤตของแก๊งขึ้นมาได้ ไม่ให้หลุดออกจากสถานะ 3 แก๊งใหญ่ แต่ก็กลายเป็นแก๊งที่อ่อนแอที่สุดใน3แก๊งใหญ่
    เท่าที่วาสรับฟังมีความเป็นไปได้สูงมากจริงๆที่อดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดจะตายไปแล้ว แต่ตราบใดที่ข่าวลือยังไม่แน่ชัด100% เขาก็ยังมีความหวัง
    ‘ถ้าอดีตหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดตายไปแล้วจริงๆ ฉันก็คงจะต้องค้นหาจากทั้งแก๊งกะโหลกเลือด ถ้าไม่เจออีกฉันก็จะไปหาที่แก๊งมัจฉามรกตต่อ’ความคิดสุดท้ายวาสไม่อยากทำนัก ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เป็นเพราะว่ามันจะทำให้เขายุ่งยากและเสียเวลาไปอีกมาก
    “รับนี่ไป งานของนายจบแล้วเราคงไม่ได้เจอกันอีก แต่จำไว้ถ้านายปากสว่างเรื่องของฉันเมื่อไหร่ ฉันจะกลับมาฆ่านาย”วาสโยนถุงคอร์จำนวนหนึ่งให้สโตน ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งชายผิวสีคนนี้อีกแล้ว
    สโตนก้มศีรษะขอบคุณหลายครั้งและรีบวิ่งจากไป หลังตกเป็นทาสอีกฝ่ายมาร่วมครึ่งเดือน ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระแล้ว!ส่วนชายสวมหน้ากากยืนทบทวนความคิดอยู่ชั่วอึดใจและสะบัดกายจากไปเช่นกัน
    ตำแหน่งที่ตั้งของแก๊งใหญ่อย่างกะโหลกเลือดไม่ใช่ความลับ สุดขอบบริเวณทิศใต้ของเมืองคือจุดที่มีต้นไม้หนาแน่นที่สุด ใบไม้ดกหนาจนแสงสาดเข้ามาไม่ถึงพื้น ทำให้บริเวณทิศใต้ของเมืองอัมมอร์ถูกเรียกว่า ป่าไร้แสง
    สัมผัสเย็นเยียบอาบไล้ไปตามผิวใต้ผ้าคลุม สองตาเหลียวมองไปรอบๆ ป่าไร้แสงถือเป็นบริเวณที่เงียบสงบมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองอัมมอร์ คงจะเป็นเพราะว่าบริเวณนี้ถูกครอบครองโดย แก๊งกะโหลกเลือด 1ใน3แก๊งใหญ่จึงทำให้ไม่มีใครกล้ามาก่อความวุ่นวาย
    และจุดเด่นความเงียบสงบของที่นี่ทำให้มีหลายคนต้องการมาพักอาศัยอยู่หลบหนีความวุ่นวาย กิจการเกี่ยวกับที่พักเช่นโรงแรม บ้านเช่า ดูรุ่งเรืองในพื้นที่แถบนี้
    คอร์จำนวนไม่น้อยจากค่าเช่าที่ถูกส่งไปให้แก๊งกะโหลกเลือดทั้งหมดเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของแก๊งกะโหลกเลือด
    ป่าไร้แสงเต็มไปด้วยคนของแก๊งกะโหลกเลือดเดินกันเกลื่อน พวกเขานิยมสวมใส่เสื้อหนังที่มีสัญลักษณ์กะโหลกสีแดงประดับอยู่
    วาสเดินผ่านเขตที่พักอาศัยไป จนสุดท้ายเขาก็มาถึงที่ตั้งของแก๊งกะโหลกเลือด!
    รั้วเหล็กสูงที่มีลวดหนามติดตั้งไว้ทอดยาวกินพื้นที่หลายไร่ ต้นไม้รอบๆถูกตัดกิ่งออกเพื่อป้องกันคนลอบเข้าไป ทางเข้าออกของที่นี่มีเพียงทางเดียวคือประตูเหล็กหนา หน้าประตูมียามที่สวมใส่แจ็คเก็ตหนังสีดำยืนคุ้มกันอยู่
    ‘ไม่เข้าไปโต้งๆดีกว่า’วาสไม่รู้ว่าต้องอยู่ที่เมืองนี้นานแค่ไหน แค่เรื่องที่สังเวียนเป็นตายของกริมม์ก็ทำให้เกือบครึ่งเมืองตามหาเขาแทบพลิกแผ่นดินอยู่แล้ว ทางที่ดีไม่ควรจะสร้างเรื่องเพิ่มขึ้นอีก
    ชายสวมหน้ากากเดินไปหามุมอับสายตาเลือกหนึ่งในต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆปีนป่ายขึ้นไปจนถึงยอด
    แสงจ้าแสบตาทำให้ดวงตาวาสปรับตัวไม่ทันต้องหรี่ลง จากนั้นเขาก็เรียกซากทัพอินทรีปีกดำกลายพันธุ์ออกมาและขี่มันไปหยุดอย่ที่เหนือที่ตั้งของแก๊งกะโหลกเลือด
    วาสทิ้งตัวลงแผ่วเบาบนยอดต้นไม้ต้นหนึ่ง แม้แต่ในพื้นที่ของแก๊งกะโหลกเลือดก็มีต้นไม้หนาแน่นไม่ต่างกัน
    ชายหนุ่มปัดใบไม้ที่ดกหนาบังตาออก ยื่นหน้ามองไปด้านล่าง ด้านหลังรั้วเหล็กคืออาคารโครงเหล็กสีเทาหม่นสูงจนเกือบจะถึงยอดไม้ใกล้ตำแหน่งที่เขาอยู่ รอบๆนั้นคือสิ่งปลูกสร้างที่มีขนาดเล็กกว่า แสงไฟจากตะเกียงส่องสว่างตามทางเดินทำให้รู้ว่ามีคนจำนวนมากอาศัยอยู่ด้านหลังรั้วเหล็ก
    ชายสวมหน้ากากดีดกายเพียงครั้งเดียวก็พุ่งฝ่าอากาศมายืนอยู่ที่ดาดฟ้าของอาคารโครงเหล็ก ฝ่าเท้าไร้น้ำหนักสัมผัสพื้นดาดฟ้า ไม่เกิดเสียงสักนิดเดียว
    ชุดคลุมสีดำกลืนไปกับความมืด ถ้าไม่ตั้งใจดูจริงๆก็อาจจะมองไม่เห็น วาสสาวเท้าเดินตรงไปที่ประตู ด้านหลังประตูคือบันไดที่ทอดยาวลงไปด้านล่าง
    พื้นที่ด้านล่างบันไดคือชั้นบนสุดของอาคารโครงเหล็กที่มีเพียงความมืด ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่มีใครอยู่
    วาสนำหินลาวาสวรรค์ออกมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง
    ข้างนอกว่ามืดแล้ว แต่ข้างในห้องกลับมืดยิ่งกว่า ห้องกว้างไม่มีกระจกสักบาน ไม่รู้ว่าอยู่ได้อย่างไร ไม่แน่บางทีห้องนี้คงเป็นแค่ห้องเก็บของ
    ฉับพลันที่เท้าองวาสแตะลงบนพื้นห้อง ก็มีเสียงวัตถุตัดแหวกอากาศพุ่งตรงมาที่ลำคอของเขา!
    วาสเอนตัวหลบในเสี้ยวพริบตา แผ่นหลังขนานกับพื้นหลบปล่อยการโจมตีให้ลอยวืดไป และดีดตัวจากท่าสะพานโค้งถอยไปตั้งหลัก
    “แกเป็นใคร!”เสียงดุดันเอ่ยมาจากความมืด แต่ชายหนุ่มคร้านจะสนใจพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูที่อยู่ในความมืด!
    ต่อให้ตาจะมองไม่เห็น เขาก็ยังคงมีประสาทสัมผัสอื่นอยู่ มีดยาวปรากฏอยู่ในมือวาส มือสากกวัดแกว่งมีดยาวในมืออย่างต่อเนื่อง ในเมื่ออีกฝ่ายคิดฆ่าเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องปรานี
    ทว่าฝีมือศัตรูในความมืดกลับเหนือกว่าที่วาสคาด คนๆนี้สามารถรับมีดของเขาได้แม้จะเป็นไปอย่างเต็มกลืนก็ตามที
    “แม่ง!”บุคคลในความมืดสบถ จู่ๆสัมผัสอันตรายของวาสก็พุ่งขึ้นสูง ชายหนุ่มดีดตัวกระโดดขึ้นฟ้าสุดตัวหลบการโจมตีที่มาจากบุคคลตรงหน้า
    ตูม!
    เสียงปะทะดังกึกก้อง ผนังห้องที่ด้านหลังวาสถูกตัดทะลุเป็รอยยาวและกว้างพอจะมองเห็นข้างนอก!
    “เกิดอะไรขึ้น!”
    “เสียงมาจากห้องของบอส รีบไปเร็ว!”เสียงเมื่อครู่สามารถเรียกความสนใจจากรอบด้านได้เป็นอย่างดี
    “พับผ่าสิ!”ตอนแรกวาสตั้งใจจะแอบตามหาสิ่งที่ต้องการเงียบๆ แต่คงจะทำไม่ได้แล้ว
    “วุ่นวายจริงๆสิ้นคำชายสวมหน้ากากจึงถีบเท้าเสียงดัง พุ่งพรวดเดียวไปหาศัตรู มีดยาวในมือยกขึ้นตั้งรับการโจมตี เข่าซ้ายกระแทกเข้าที่ท้องน้อยด้วยพละกำลังมากกว่าเดิมถึงสองเท่าส่งร่างที่มองไม่เห็นลอยกระเด็นไปด้านหลัง
    ปัง!แม้แต่ผนังหนาก็ไม่สามารถรองรับร่างที่พุ่งมาด้วยความรุนแรงได้จึงพังทลายลงไปเผยให้เห็นห้องลับอีกห้องหนึ่ง แสงสว่างจากตะเกียงเล็ดลอดออกมา
    ชายสวมหน้ากากก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องอย่างเป็นธรรมชาติ
    แสงสว่างจากตะเกียงมีมากพอที่จะทำให้เขาเห็นใบหน้าของบุคคลที่สู้ด้วยก่อนหน้านี้ ใบหน้าดุดัน ผิวสีแทน ร่างกายมีกล้ามเนื้อสมส่วน มีอายุอานามพอๆกับวาส ถ้าวาสคาดไม่ผิดชายคนนี้คงเป็นหัวหน้าคนปัจจุบันของแก๊งกะโหลกเลือด
    “ย้ากก!”หัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือดคำราม เสือกแทงดาบในมือเข้าหาวาส
    ปัง!
    เพียงฝ่าเท้าเดียวของวาสก็สกัดการโจมตีของหัวหน้าแก๊งกะโหลกเลือด ใบหน้าของชายผิวแทนสะบัดไปตามแรงมึนงงไปพอสมควร
    ชายสวมหน้ากากเดินเข้ามาในห้อง ทันทีที่เข้ามาเขาก็รู้สึกถึงอุณหภูมิห้องที่อบอุ่นผิดปกติๆ พร้อมๆกับหินลาวาสวรรค์ที่เรืองแสงและแผ่ความร้อนออกมา!!


    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน