องค์หญิงควบม้าไปดักข้างหน้าถังฮุยจงดึงบังเหียนเพื่อให้ม้าหยุดทั้งสองต่างกุมม้าไว้มั่นส่วนอีกมือก็ถืออาวุธคนละอย่างหัวหน้าเผ่าวิหคฟ้ามองนางอย่างระมัดระวัง ทวนฟาดฟ้าที่อยู่ในมือนางนั้น ท่านพ่อบอกเขาว่าอานุภาพร้ายแรงนัก แม้นเข้าใกล้มันเพียงแหวกอากาศมาก็รุนแรงราวกับโดนพายุซัดยามปลายมันปาดโดนแม้เพียงนิด แรกไม่รู้สึกแต่กลับกลายเป็นแผลฉกรรจ์ปลายสองด้านของมันคมยิ่งนัก หากโดนเสียบร่างเพียงน้อยนิดชีวิตคงดับสูญ
“เจ้าช่างเก่งกาจเสียจริงฝ่าด่านคนของข้ามาได้อย่างง่ายดาย”
“เจ้าก็หลบหลีกเก่งเช่นกันกว่าข้าจะหาเจอสิ้นแรงไปมิใช่น้อย”
ถังฮุยจงถือดาบใหญ่ซึ่งเป็นอาวุธคู่กายของหัวหน้าเผ่าทุกรุ่นตีด้วยเหล็กชั้นดีที่ขุดพบบนภูเขาซงซาน
ยามนี้กองทัพของทั้งสองฝ่ายยังคงต่อสู้ติดพันกันอยู่เบื้องหลังร่างสูงใหญ่ของถังฮุยจงข่มจินเฟิ่งให้ดูเล็กกระจ้อยหลันเซ่อบินวนอยู่บนศีรษะคนทั้งสอง หวีดเสียงร้องอยากปะทะ
ดวงตาขององค์หญิงหรี่ลงดวงตาสีฟ้าของนางในยามนี้ คล้ายดวงตาของหลันเซ่อเส้นสีฟ้าหดเกร็งรังสีสังหารแผ่กระจาย ฝีมือดาบของหัวหน้าเผ่าวิหคฟ้าแต่ละรุ่นมิใช่เรื่องที่จะประมาทได้
‘เจ้าจงตั้งสติให้มั่นยามประลองตัวต่อตัว จงพิชิตจุดตายให้ไว’
คำสั่งของท่านแม่ยังก้องอยู่ในหัวองค์หญิงจินเฟิ่งกำทวนฟาดฟ้าแน่นจิตวิญญาณแห่งอาวุธที่ดื่มเลือดของผู้คนนับพันตั้งแต่รุ่นท่านตาร่ำร้องให้เข้าโรมรัน
“เหลือเพียงเจ้ากับข้าแล้วถังฮุยจง”
“เจ้าแน่ใจหรือองค์หญิงว่าไม่คิดจะอภิเษกกับข้าเพื่อสันติสุข เจ้าดูข้างหลังสิทหารของข้ายังมีอีกจำนวนมาก เกรงว่าทัพของเจ้าคงเตรียมคนมาไม่พอ”
กลุ่มคนโผบินปรากฏต่างอีกหลายพันมืดมิดไปทั้งผืนป่าสน พวกเขาอยู่ในชุดสีดำคล้ายอีกาตัวมหึมาโผล่ลงเกาะตามกิ่งจินเฟิ่งดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธ หากไม่ฆ่าหัวหน้าเผ่าวิหคฟ้าเสียคงหยุดพวกเขาไม่ได้
“กำจัดเจ้าเพียงคนเดียวข้าก็จะยุติศึกนี้ได้อย่างเด็ดขาด” นางตะโกนก้อง หลันเซ่อคำรามรับ
“ย๊าก!!! หลันเซ่อโจมตี”
ขณะที่องค์หญิงควบม้าเข้าตะลุยกับถังฮุยจงหลันเซ่อกางปีกเข้าใกล้กลุ่มคนบินที่โผเข้ามาใกล้องค์หญิงมันใช้แรงกระพือปีกอันมหาศาลโบกพวกเขาให้หงายหลังร่วงลงสู่พื้นกลุ่มคนด้านหลังตื่นตระหนกพยายามยิ่งลูกดอกใส่มันหลันเซ่อหมุนตัวกลางอากาศสะบัดลูกดอกเหล่านั้นให้ย้อนกลับไปเสียบร่างพวกที่จะพุ่งเข้ามาใหม่หลันเซ่อหวีดร้องด้วยความโมโหยิ่งเห็นคนพวกนั้นพยายามเข้ามาใกล้มันยิ่งโจมตีกลับรุนแรงยิ่งขึ้น
“อ๊าก!!! อ๊าก!!!”
เสียงร้องของคนนับร้อยก้องภูเขาจวิ้นอ๋องกับจินวั่งซูร้อนใจ
“เสียงอยู่ทางนั้น”จอมยุแยงรีบตะโกนบอกน้องชาย
“เร็วเข้าองค์หญิงอาจตกอยู่ในวงล้อมข้าได้ยินเสียงหลันเซ่อ”จวิ้นอ๋องสั่งให้กองกำลังพิเศษขององค์หญิงติดตามตนและจินวั่งซูบุกไปทางนั้นส่วนแม่ทัพจินยังคงควบคุมทัพจัดการกับกองกำลังภาคพื้นดินของเผ่าวิหคฟ้าที่ลุยเข้ามาด้านหน้า
จินหลี่หมิงแปลกใจที่ไพร่พลของเผ่าวิหคฟ้าเพียงไม่กี่ปีที่ไม่ได้ส่งคนมาสืบข่าวพวกเขาเตรียมนักรบไว้ได้มากมาย จนแม่ทัพจินไม่แน่ใจว่ากองกำลังที่ตนยกมาในครั้งนี้จะจัดการพวกเขาได้หรือไม่?
“หยางหมิงเจ้าจัดการด้านซ้ายให้หมด” แม่ทัพจินหันไปมองฝั่งเหยียนเหลยยังมีคนที่ลอบยิงอาวุธลับอยู่อีกมากซ่อนในป่า “เหยียนเหลยคนของเจ้าเป็นอย่างไร?” จินหลี่หมิงปัดป่ายทวนซ้ายขวาควบม้าพุ่งไปช่วยคนสนิท”
“พวกมันออกมาจากป่านั้นอีกมิใช่น้อยแล้วองค์หญิงเล่า?”
“ข้าได้ยินเสียงที่ฝั่งโน้นเราต้านฝั่งนี้ให้เรียบร้อยก่อนก็แล้วกัน”
เมื่อหลันเซ่อคอยปัดป้องมิให้ห่าลูกดอกอาบยาพิษเหล่านั้นมาถึงร่างขององค์หญิงนางจึงต่อสู้กับถังฮุยจงอย่างไม่ต้องระวังหลายด้าน ทั้งสองพุ่งม้าเข้าหากันเสียงศาสตราวุธชั้นดีปะทะเสียงดังลั่น
เคร้ง! ครืด!เคร้ง!
องค์หญิงเอียงตัวลงแนบข้างลำตัวม้าขณะพุ่งหลบคมดาบที่เสยศีรษะไปหวุดหวิด พละกำลังของถังฮุยจงเหนือกว่าพลังของนางนักองค์หญิงกำทวนแล้วหมุนกลับด้าน เลี้ยวม้ากลับเข้าไปในวงต่อสู้ใหม่อีกครั้งร่างของนางยังแนบติดตัวม้าเช่นเดิม
‘หมดเวลาของเจ้าแล้ว ถังฮุยจง’
นางผงกศีรษะเล็กน้อยตะโกนสั่งขึ้นไปบนท้องฟ้า “หลันเซ่อโจมตีถังฮุยจง”
หลันเซ่อได้ยินดังนั้นมันหมุนตัวอย่างแรงให้ทำให้เกิดลมหมุนจนพัดลูกดอกที่พุ่งเข้ามาพวกนั้นกระจายออกทุกทิศทางแล้วม้วนตัวพุ่งลงไปใช้อุ้งเท้าหนีบหมวกเหล็กของถังฮุยจงออกจากศีรษะหัวหน้าเผ่าวิหคฟ้าตกตะลึงใบหน้าหงายไปข้างหลังเล็กน้อย ครั้นได้สติกลับมาองค์หญิงจินเฟิ่งเงื้อทวนวนขึ้นเป็นครึ่งวงกลมคมทวนด้านหนึ่งผ่าเข้ากลางใบหน้าของถังฮุยจง
ฟั่บ!
เสียงแหวกอากาศของทวนฟาดฟ้าดังลั่นร่างของถังฮุยจงหงายผลึงลงจากหลังม้า
องค์หญิงเลื่อนตัวขึ้นมาดึงบังเหียนม้าศึกคู่ใจให้เลี้ยวมามองความพ่ายแพ้ของคู่ต่อสู้“ถังฮุยจงตายแล้ว!พวกเจ้าจะยอมแพ้หรือไม่?”
เสียงตะโกนขององค์หญิงดังขึ้นพร้อมเสียงหวีดผ่าอากาศแหลมคมของเหยี่ยวสีฟ้าตัวใหญ่สั่งสะเทือนในความรู้สึกของคนเผ่าวิหคฟ้า
“หัวหน้าเผ่าตายแล้ว!” พวกเขาตะโกนบอกกันเป็นระยะๆ
ขวัญและกำลังใจที่กล้าแข็งเริ่มสูญหายรองหัวหน้าเผ่าอีกสองคนที่นำพาคนต่อสู้เริ่มเรียกให้ถอยร่นขณะที่แม่ทัพจินบุกตะลุยมาถึงร่างขององค์หญิงก็ร่วงลงจากหลังม้าอยู่ในอ้อมกอดของเซียงเฉินกง
“องค์หญิงบาดเจ็บ”กุนซือเซียงรีบรายงาน
“พวกเจ้าพาองค์หญิงกลับค่ายก่อนที่เหลือข้าจะจัดการเอง” แม่ทัพจินสั่งการ ด้านหลังหยางหมิงและเหยียนเหลยนำไพร่พลบุกตามมาแล้ว
“ขอรับ”กุนซือเซียงรีบอุ้มนางขึ้นม้าแล้วตนเองก็ขึ้นกุมบังเหียนพานางออกจากสมรภูมิ
จินวั่งซูยืนตบพัด“แล้วข้าเล่า? พอช่วยหญิงได้พี่ชายก็ไม่จำเป็นสินะ” เขาส่ายศีรษะแล้วมองหาม้าของศัตรูที่ถูกทิ้งไว้แถวนั้นควบตามญาติผู้น้องไป
-----------------------------------------------------------
