“กินข้าวกันไหม”
ความบังเอิญเจอกันอย่างตั้งใจของเขา
ประโยคแรกที่เธอได้ยินจากเขาหลังจากไม่เจอกันพักใหญ่
เวลาพลบค่ำ บรรยากาศหลังเลิกงาน เสียงรถวิ่งจากถนนใหญ่ดังอยู่ไม่ไกล เสียงฝีเท้าผู้คนเดินสวนกันหน้าร้านสะดวกซื้อ ณ คอนโดเดิมที่คุ้นเคย
คนถูกถามยืนเงียบ...เงียบจนได้ยินเสียงแวดล้อมดังอื้ออึงในหูกว่าปกติ ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจผิดจังหวะของตัวเอง แค่เจอหน้ากันไม่กี่วินาทีเธอก็เริ่มเสียอาการเสียแล้ว
คนถามยืนรอคำตอบอย่างคาดหวัง เขามองหน้าเธอไม่ละสายตา ภายใต้ใบหน้าที่สับสนของเธอ มันมีเื่ของเขาอยู่หรือเปล่านะ
‘นับ’ ไม่ได้หิวข้าว แต่เขาไม่รู้จะเริ่มบทสนทนากับ ‘เหรียญ’ อย่างไร การคุยกับเธอกลายเป็เื่ยาก
มันมีความหมายมากกว่าการชวนไปกินข้าว มันหมายถึงเธอจะอนุญาตให้เื่ระหว่างเขาและเธอดำเนินต่อไปได้ไหม
“ไม่อะ”
คำตอบนั้นทำลายความเงียบหมดสิ้น
สองพยางค์ห้วนๆ ออกจากปากที่ขยับพูดเพียงนิด
เขาเฝ้ารอมายืนตรงนี้ เพื่อฟังคำว่า ‘ไม่อะ’ ทื่อๆ กับสายตาเฉยเมยจากเธอเนี่ยนะ!
หลายเดือนก่อน
ริมระเบียงห้องชุดชั้นสิบสองของคอนโดชานเมืองแห่งหนึ่ง ร่างบางกำลังยืนเป่าควันบุหรี่ออกจากริมฝีปาก ผมบ๊อบสั้นถูกรวบยุ่งๆ ไว้ท้ายทอย เสื้อยืดตัวใหญ่เก่าๆ กางเกงขาสั้นย้วยๆ มันคือชุดที่ใส่สบายที่สุดของเธอในวันหยุด เธอยืนเท้าแขนทั้งสองข้างกับราวระเบียงอย่างผ่อนคลาย สายตามองทอดไปยังท้องฟ้าสีชมพูยามเย็น บุหรี่มวนเล็กยาวที่คีบอยู่ระหว่างนิ้วกำลังจะถูกยกขึ้นมาสูบอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่กรองบุหรี่จะแตะริมฝีปาก เสียงเคาะประตูห้องก็ดังเข้ามาขัด
ก๊อกๆ ก๊อกๆๆๆ
โดยไม่ต้องเดา ด้วยจังหวะเคาะประตูอันคุ้นเคย เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่คู่กับที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะมุมระเบียงขึ้นมาเปิดแช็ตหนึ่งในไลน์ก่อนจะพิมพ์ข้อความ เพราะี้เีดับบุหรี่ไปเปิดประตู
‘ไม่ได้ล็อก’ และในทันทีที่เห็นแจ้งเตือนไลน์เด้งขึ้นหน้าจอ คนนอกประตูก็บิดลูกบิดเข้ามา
“รู้ได้ไงวะ” ผู้มาเยือนถามแปลกใจ ไม่ได้มาเปล่า ในมือหิ้วเบียร์กระป๋องยาวมาด้วย และไม่ลืมที่จะติดเมล็ดทานตะวันมาแกล้มอีกนิดหน่อย
เธอไม่ตอบ เพียงแต่เหลียวหลังไปยักคิ้วข้างเดียวทะนงในทักษะหยั่งรู้ของตัวเองให้เขาเท่านั้น
“แอบติดกล้องไว้หน้าประตูปะวะ” เขาว่าต่อ ก่อนจะเปิดตู้เย็นเอากระป๋องเบียร์แช่ฟรีซ กะให้เย็นเฉียบเมื่อยกดื่ม
ห้องของเหรียญถูกจัดมุมตามความสะดวกในการใช้งานของเธอ โซนเคาน์เตอร์ครัวถูกใช้เป็โซนทำงาน เพราะเป็มุมเดียวในห้องที่มีซิงก์น้ำใกล้มือสำหรับเติมน้ำและล้างพู่กัน บริเวณนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์ศิลปะ ทั้งโซนครัวยังเป็โซนที่ติดกับระเบียง ออกไปพักสูบบุหรี่ง่ายอีกด้วย
ตู้เย็นถูกวางไว้โซนพักผ่อน ซึ่งคาดว่ามุมนั้นน่าจะออกแบบไว้สำหรับวางโต๊ะทำงาน แต่มันเป็มุมสันทนาการของเธอเลยก็ว่าได้ ใกล้กับตู้เย็นแค่เอื้อมมือไปเปิดถึงคือโซฟาเบด มีไว้เพื่อนอนดูหนังจากสมาร์ตทีวีโดยเฉพาะ
หากเลื่อนประตูกระจกเปิดเข้าส่วนห้องนอน จะเจอเพียงแค่ฟูกหนาขนาดห้าฟุตวางบนพื้น ตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน พัดลม เครื่องปรับอากาศเท่านั้น เธอพยายามแต่งห้องให้เป็โทนสีเบจดูอบอุ่น แต่ถึงอย่างนั้นของในห้องก็เยอะมากจนสีดูสะเปะสะปะไปหมดอยู่ดี
บุหรี่มวนเรียวถูกเผาไหม้ใกล้หมด เธอบี้ก้นลงบุหรี่ลงที่เขี่ยก่อนจะเดินผ่านประตูระเบียงซึ่งเปิดทิ้งไว้ แล้วเลื่อนปิด
“ชวนกินเบียร์อีกสินะ” เหรียญถาม
“กินเบียร์ด้วย หาหนังดูด้วยก็ดี วันนี้เหนื่อยชิบหายเลย”
การดูหนังถือเป็เื่ที่นับและเหรียญมีความสนใจตรงกัน เรียกว่าเป็งานอดิเรกของทั้งคู่ก็ได้ พวกเขามักจะชวนกันดูหนังอยู่บ่อยๆ ทั้งดูย้อนหลังและไปหนังใหม่ที่ฉายในโรง ส่วนหนึ่งเพื่อพักผ่อนในเวลาว่าง แต่อีกประเด็นหลักคือ พวกเขาชอบดูหนัง เพราะในหนังจะมีเรฟเฟอร์เร้นซ์บางอย่างที่ปรับใช้ในการทำงานของพวกเขาได้
“เื่ที่ทำงานอีกอะดิ”
“อือ แต่ช่างมันเถอะ วันหยุดแล้ว พัก เลิกคิด”
เขานั่งลงบนโซฟา เหยียดขายาวๆ ของเขาออกเป็การยืดเส้นยืดสาย
นับไม่ใช่ผู้ชายหุ่นล่ำบึ้ก เขารูปร่างสูง ดูผอมเพรียวแต่ก็ยังมีกล้ามเนื้อให้เห็น
“เอาขาหลบ” เหรียญผลักให้นับยกขาอันเหยียดยาวขวางทางขึ้น เพื่อเธอจะลากส่วนที่เป็ที่นอนออกจากใต้โซฟา “ตีนเหม็นเปล่าวะ อย่าให้โดนโซฟาฉันนะ”
“ใช้ได้อยู่ ดมป้ะ ลองดิ อะๆ ดมดู” เขาแกล้งยกเท้าแล้วสะบัดๆ ใส่เธอ ยิ่งสนุกเข้าไปอีกที่เห็นว่าเธอกำลังกลั้นหายใจอยู่
“อี๋ อีนับ มึงไปล้างเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“เฮ้ย! มึงมึงกับกูเลยหรอวะ พูดเยอะลมเข้าปากขมคอนะเว้ย ฮ่าๆๆๆ” นับหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเดินเข้าไปเปิดน้ำอุ่นล้างเท้าในห้องน้ำ เขาเดินในห้องนี้ได้อย่างไม่ขัดเขิน คุ้นเคยเหมือนกับว่าทำความรู้จักกับสิ่งของในห้องนี้ไว้หมดแล้ว แม้กระทั่งเสื้อชั้นในที่แขวนอยู่บนราวตากผ้าเช็ดตัวในห้องน้ำก็ไม่อาจทำเข้าตื่นเต้นได้ เขารู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจหรอก คงลืมเก็บ
เมื่อลากที่นอนออกมาเสร็จ เหรียญก็ย้ายเอาหมอนกับผ้าห่มจากข้างบนโซฟาลงมาข้างล่าง บ่อยไปที่เธอเดินเข้าไม่ถึงห้องนอนเผลอหลับคาโซฟาเสียก่อน เลยต้องมีเครื่องนอนสองชุด
“จะดูหนังเื่อะไร” เธอถามหลังจากเห็นนับเดินออกจากห้องน้ำตรงมาเปิดตู้เย็น
“หึ ยังไม่ได้คิด ที่จริงแค่จะชวนกินเบียร์เฉยๆ” เบียร์กระป๋องยาวถูกหยิบออกจากฟรีซ เสียงเปิดกระป๋องดังแกร๊ก! ตามด้วยเสียงซ่า ก่อนจะถูกกระดกเข้าปากอึกใหญ่ “อ๊าส์...สดชื่นนน”
เขาลอยหน้าพูด อีกคนมองหน้านิ่ง เหมือนถูกทิ้งไว้กลางทาง วันนี้ยังไม่ได้คิดไว้เลยว่าจะดูหนังเื่อะไรดี ถึงปกติจะชอบดูหนังในวันหยุดก็เถอะ อุตส่าห์ดีใจแล้วเชียว คิดว่าจะมีหนังน่าดูมาเสนอ
เธอใช้เวลาคิดอยู่พัก เนื้อเพลงท่อนหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว
~When you say nothing at all~ แล้วดนตรีของเพลงนั้นก็ดังก้องหูตลอด อ้อ...เพลงนี้เธอได้ยินจากวิทยุบนรถ
“รู้แล้วว่าดูอะไรดี”
“ว่ามา”
“Nothing Hill เนี่ยเพลงดังให้หัวตลอดเลย ฟังบนรถมา”
“เออก็ดีนะ ดูหนังเบาๆ ก็ผ่อนคลายดี จำเนื้อเื่ไม่ได้แล้วด้วย”
เธอหาหนังในสตรีมมิ่งก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบเอาเบียร์อีกกระป๋องออกมา เสียงซ่าและละอองที่กระเซ็นออกมาเป็เหมือนสัญญาณบอกว่าเวลาพักผ่อนที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว ทั้งนับและเหรียญหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงโดยมีหมอนข้างขั้นกลาง มีถุงขยะวางบนหมอนข้างสำหรับใส่เปลือกเมล็ดทานตะวัน
Nothing Hill คืนนี้เป็หนังรอมคอมน่ารักเื่หนึ่ง บรรยากาศในเื่ละมุนละไม ย่อยง่ายไม่ซับซ้อน เหมาะกับการดูสบายๆ หากแต่ว่า...
ตึกๆๆๆ
เสียงห้องข้างบนกำลังทำอะไรกันสักอย่าง
ดังตึกตักเหมือนมีคนกำลังเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์
โอ๊ว...โอ๊ว...โอ๊ว
เสียงร้องผสานเป็จังหวะเดียวกับเสียงวัตถุกระทบพื้นนั้น ใช่! ห้องข้างบนกำลังทำอะไรกันอยู่จริงๆ แต่ไม่ใช่การย้ายเฟอร์นิเจอร์หรอกนะ เป็อะไรที่เข้าใจกันดี
โดยไม่ต้องพูดสักคำ นับและเหรียญเหลือบตาขึ้นมองเพดาน แล้วหันมองหน้ากัน
“เชี่ยยยย!!” นับหลุดอุทานคำหยาบออกมา เพราะเสียงนั้นดังหนักแน่นจนเขาใ แล้วทั้งสองคนก็ขำพรืด
มันเป็เพราะวัสดุคอนโดที่ไม่หนาพอ หรือเพราะข้างบนนั้นสุดเหวี่ยงกันมากนะ Nothing Hill ของพวกเขาถึงกลายเป็ฉากหนังหวาน พากย์อีโรติกไปได้
“หนังฉันสวัสดีแล้ว” เหรียญพึมพำ ขำแต่ก็เซ็ง ถึงมันจะเป็เื่ธรรมชาติก็เถอะ แต่มันเร่าร้อนครวญครางทะลุฝ้าลงมาแบบนี้ใครจะทนดูต่อไหว หากเสียงเปิดกระป๋องละอองซ่ากระเซ็นเป็สัญญาณว่าการพักผ่อนที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว เสียงตึกตักยั่วเพศจากห้องข้างบนก็คงเป็สัญญาณบอกว่าความสุนทรีย์ของเธอได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้วเช่นกัน
“บุหรี่สักตัวไหม คงไม่ได้ดูต่อแล้วล่ะ ไม่รู้ต้องรอถึงเมื่อไร” เธอเอ่ยชวน
“ก็ว่างั้น ถ้าให้รอถึงเช้านี่แย่เลยนะ” นับยังหัวเราะไม่หยุด
สองคนพากันหยิบกระป๋องเบียร์ไปยืนดื่มต่อที่ระเบียง ข้างนอกมีฝนโปรยเล็กน้อยใน่ปลายฝน อากาศคงดีน่าทำกิจกรรมล่ะมั้ง แต่สำหรับเธอมันน่ากินเบียร์นะ ถ้ามีปิ้งย่างหรือจิ้มจุ่มด้วยจะยิ่งดีมาก
นับแยกกลับห้องหลังจากดื่มเบียร์หมดกระป๋อง เหรียญรอให้ห้องข้างบนเสร็จกิจก่อน จึงดูหนังอีกครึ่งเื่ต่อให้จบ ก็ไม่ได้เสียเที่ยวเสียทีเดียว อย่างน้อยเธอก็ได้แรงบันดาลใจในการสเก็ตช์งานชิ้นใหม่จากหนังคืนนี้แหละนะ
เหรียญย้ายตัวเองไปที่โต๊ะเขียนแบบ เตรียมหยิบสมุดสเก็ตช์และดินสอขึ้นมากะจะวาดรูป เสียงไลน์ก็ดังขึ้น คราวนี้เป็ไลน์กลุ่ม
‘พรุ่งนี้ตี้จิ้มจุ่ม 5 โมงเจอกัน’
เพิ่งนึกถึงจิ้มจุ่ม จิ้มจุ่มก็เด้งมาเลย เธอเปิดอ่านและมีบทสนทนาต่อกันอีกนิดหน่อย วันนี้คงต้องร่างงานทิ้งไว้ก่อน พรุ่งนี้คงไม่ได้วาดรูปแน่นอน สัปดาห์ไหนหยุดแล้วมีนัดเข้าไปกินจิ้มจุ่มแบบนี้ เป็อันต้องเมาเสียผู้เสียคนทุกครั้งไป