ทั้งสองคนนั้นอึ่งกับคำถามที่ตงหลิวฟานเทียนนั้นถามทั้งสอง ทั้งสองดูจะไม่ค่อยอยากจะตอบเท่าไหร่ทั้งสองยังดูไม่ค่อยไว้ใจเขาซักเท่าไหร่
แต่ด้วยพลังบุญของตงหลิวฟานเทียนนั้นวีจำนวนที่เยอะ ทั้งสองเลยลองบอกดูเพราะพลังบุญของตงหลิวฟานเทียนนั้นไม่น้อยเลย
ทั้งสองอาจจะไว้ใจได้ ทั้งสองเลยยอมบอกชื่อของตนเอง กับตงหลิวฟานเทียน
“หนูมีชื่อว่า เยี่ยหยู”
“ผมมีชื่อว่า หลงฮาว”
ทั้งสองแนะนำชื่อของตนเองให้เขาได้รู้ ตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินชื่อนั้นก็ไม่แปลกใจกับพลังปรานที่มากมายนั้น ถึงแม้มันจะยังไม่ถูกเปิดแต่ก็สัมผัสได้เลยว่าเป็นพลังที่เยอะมากๆ
“งั้นข้าขอแนะนำตัวเองเลยแล้วกันข้าชื่อตงหลิวฟานเทียน”
หลังจากที่ทั้งสองได้ยินชื่อนั้นทั้งสองก็เงียบไป เพราะนั้นคือชื่อของบุคคลในตำนาน ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
ทั้งก็ยังไม่ปักใจเชื่อเพราะบุคคลระดับนั้นไม่น่าจะมีชีวิตมาได้ถึงยุคนี้ เพราะนั้นก็เป็นเรื่องประมาณสี่พันปีก่อน
ต่อให้เก่งขนาดไหนก็ไม่น่าจะมีชีวิตรอดมาได้ถึงปัจจุบันแน่ๆ แต่ถ้าแค่ดูจากพลังปรานที่ทั้งสองพอสัมผัสได้ก็รู้ได้เลยว่าชายที่ชื่อตงหลิวฟานเทียนที่อยู่ข้างหน้าทั้งสองไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
พลังมันเอยะกว่าพวกเจ้าสำนักที่ทั้งสองรู้จักอีก ทั้งสองเลยคิดว่าคงเป็นแค่คนที่ชื่อเหมือนกัน และก็มีอีกเรื่องที่ทั้งสองสงสัย เยี่ยหยูเลยถามกับตงหลิวฟานเทียน
“เอ่อ…หนูมีเรื่องสงสัยอย่างนึงค่ะ ทำไมพี่ชายต้องพูดเหมือนคนยุคก่อนด้วยละคะ?”
ตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็คิดว่า ถ้าบอกไปว่าเป็นคนจากยุคก่อนก็คงแปลกๆ เขาก็เลยบอกไปว่า
“พอดีข้าเป็นพวกชอบแบบยุคก่อนหน่ะ”
ทั้งสองที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะยุคนี้ก็มีความหลากหลายของความชอบ
“โอเครค่ะ…แล้วว่าแต่คุณพี่ชายมาจากสำนักไหนหรอคะ คงจะเป็นอาจารย์โรงเรียนเซียนหรือเป็นผู้ตรวจการสินะคะ?”
ตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็คิดว่าจะตอบยังไงดี เขาไม่รู้ว่าอาจารย์โรงเรียนเซียนคืออะไรแล้วผู้ตรวจการหมายถึงอะไร ดูเหมือนช่วงเวลาที่เขาหลับไปทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเยอะมากจริงๆ
ในยุคนี้มีแต่อะไรที่เขาไม่รู้จักมาก่อนเต็มไปหมด เขาสงสัยว่าโรงเรียนเซียนที่ว่าคืออะไร เขาเลยลองถามกับทั้งสองดู
“โรงเรียนเซียนที่ว่านี้คืออะไรงั้นหรอ?”
ทั้งสองคนที่ได้ยินตงหลิวฟานเทียนถามอย่างนั้น ทั้งสองก็ดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองไม่คิดว่าคนที่พลังปรานเยอะอย่างเขาจะไม่รู้จักโรงเรียนเซียน
“เอ่อ…จะบอกไงดีโรงเรียนเซียนก็คือโรงเรียนที่เอาไว้สอนเกี่ยวกับปรานค่ะ ทั้งวิธีการใช้ปรานต่างๆเป็นโรงเรียนที่สอนเกี่ยวกับพวกนั้นหน่ะคะ”
ตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็เข้าใจแล้ว โรงเรียนเซียนมันก็คือสำนักเซียนนั้นเอง แค่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย
ที่โรงเรียนเซียนน่าจะเป็นที่ที่ร่วมพวกลูกหลานของเจ้าสำนักแต่ละตระกูลเอาไว้ เพราะสำหรับโลกยุคนี้การใช้ปรานไม่ใช่เรื่องปกติ
พวกลูกหลานของเจ้าสำนักแต่ละที่ก็คงทำการสร้างโรงเรียนเซียนเอาไว้ เพื่อรองรับพวกที่ใช้ปราน
เพราะต่อให้โลกใบนี้การใช้ปรานจะลดน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกปีศาจจะน้อยลงตามไปด้วยเลย
พวกมันก็ยังโผล่ออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ถึงจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าพวกปีศาจในยุคของเขา แต่ถ้าเทียบกันแล้วก็ถือว่ามันแข็งแกร่งมากเมื่ออยู่ในโลกของคนที่ใช้ปรานน้อยลง
เหยื่อของพวกมันก็จะเป็นเหล่าคนที่ไม่สามารถใช้ปรานได้ ขณะที่เขากำลังคิดอะไรอยู่
เยี่ยหยูก็พูดอะไรออกมา
“เอ่อ…คุณพี่ชายสนใจไปดูโรงเรียนเซียนไหมคะ?”
หลงฮาวที่ได้ยินเพื่อนตัวเองชวนตงหลิวฟานเทียนไปที่โรงเรียนเซียน เขาก็ขัดขึ้นมา เพราะโรงเรียนเซียนไม่ใช่โรงเรียนที่จะพาใครไปก็ได้
แต่ต้องเป็นคนที่ได้รับอนุญาติเท่านั้นไม่ก็ต้องเป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ที่นั้น แต่ก็คงไม่ทันแล้ว เพราะตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินคำเชิญนั้น เขาก็ตอบตกลงในทันทีเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าโรงเรียนเซียนมันเป็นยังไง
“เอาสิข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าโรงเรียนเซียนมันเป็นยังไง”
เขาอยากไปดูด้วยตาของตัวเองเขาอยากลองเทียบดู ว่ามันต่างจากสำนักที่เขารู้จักยังไง