เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    พบเจอภูตมารดาแห่งโลก

    หลังจากที่กวาดล้างเผ่ามารและเผ่ายักษาของเขตนี้ไปจนหมด เย่หยุนซีและฮั่นเหมยหลินก็เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ยังเหลือรอดโดยไม่คิดรอช้า ทำให้พวกเขากลายเป็นบุคคลที่น่าเลื่อมใสศรัทธาในสายตาของชาวเมืองในทันที

     

    และด้วยเหตุนี้เอง อาณาจักรอัคคีจึงกลายเป็นหนึ่งในอาณาเขตการปกครองของฮั่นเหมยหลินโดยที่ไม่ต้องมีการข่มขู่ใดๆ เพราะเหล่าประชาชนต่างเต็มใจให้มันเป็นเช่นนั้น

     

    "ฝู่ จบไปอีกเรื่อง น่าเสียดายจังที่ไม่ได้กวางล้างเจ้าพวกตระกูลกงด้วยมือตัวเอง แต่ก็ช่างเถอะ" เย่หยุนซียิ้มกล่าวออกมา

     

    ฮั่นเหมยหลินเมื่อได้ยินก็ส่ายหน้า ผู้ชายคนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นคนจำพวกที่เมื่อแค้นแล้วจะจำฝังใจ โชคดีที่นางไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองอะไรให้กับเขาเมื่อครั้งแรกที่พบเจอกัน

     

    แถมความสัมพันธ์ในปัจจุบันก็ดีมากเสียจนนางได้กลายเป็นญาติฝั่งภรรยาของเขาอีกต่างหาก นี่เรียกได้ว่าบุญวาสนาหล่นทับราชวงศ์ภูตราตรีเข้าอย่างจัง

     

    "เรากลับเมืองกันเถอะ ป่านนี้ทางฝั่งของหนิงหยุนไห่ก็คงจะจัดการเสร็จแล้วเช่นกัน" ฮั่นเหมยหลินเอ่ยปากกล่าวออกมาเช่นนั้น ก่อนที่จะลงมือกระชากมิติโดยไม่คิดรอช้า

     

    เย่หยุนซีเมื่อสดับวาจาก็ตามนางไปอย่างว่าง่าย จากนั้นตัดสินใจกลับไปหาองค์หญิงฮั่นผิงและใช้เวลาอยู่ร่วมกันกับนาง

     

    จนกระทั่งเมื่อ 3 เดือนผันผ่าน เขา ฮั่นเหมยหลิน และหนิงหยุนไห่ก็ได้ออกเดินทางอีกครั้ง เป้าหมายก็คือน้ำตกธาราสวรรค์ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของอาณาจักรวารีของหนิงหยุนไห่

     

    "ซ่า ซ่า ซ่า"

     

    เสียงสายน้ำสาดกระเด็นเซ่นซ่านไม่ขาดสาย หนึ่งบุรุษสองสตรีใช้เวลาไม่นานก็มาถึงยังที่หมายอันเป็นน้ำตกใหญ่ที่ไหลลงมาจากขุนเขาทั้ง 4 ทิศ 8 ทาง ตรงบริเวณจุดกึ่งกลางมีต้นไม้ขนาดมหึมายืนต้นตั้งตระหง่านแผ่กิ่งก้านสาขากว้างใหญ่ เต็มไปด้่วยกลิ่นอายแห่งชีวิต

     

    "โอ้ นี่น่ะหรือพฤกษาศักดิ์สิทธิ์" เย่หยุนซีเมื่อได้เห็นความยิ่งใหญ่ของต้นไม้นี้ก็รีบบินเข้าไปดูใกล้ๆ ส่งผลให้ฮั่นเหมยหลินและหนิงหยุนไห่ต้องติดตามหลังเขาไป ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา

     

    "ผนึกของภูตมารดาแห่งโลกจะซ่อนอยู่ที่นี่จริงๆน่ะหรือ?" ทั้งสองตั้งคำถามออกมา เพราะสัมผัสถึงความผิดปกติไม่ได้

     

    ส่วนทางด้านเย่หยุนซีไม่คิดปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป ดวงเนตรสีอำพันกลับกลายเป็นลวดลายสุริยันจันทราวิจิตรงดงาม จากนั้นกวาดมองไปทั่วทั้งบริเวณในทันที จนกระทั่งในที่สุดเขาก็พบความผิดปกติตรงใต้ดิน ใต้รากไม้

     

    "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง" พูดจบ! เย่หยุนซีแผ่พลังจิตวิญญาณเทวะดาราของตนเองออกไป ก่อนจะควบคุมให้มันทะลวงต้นไม้ใหญ่ จนกลางลำต้นกลายเป็นลวดลายดาวแปดแฉกสีแดงฉาน

     

    เพียงไม่กี่ลมหายใจนับจากนั้น ผืนแผ่นดินตรงบริเวณโคนต้นไม้ก็พลันแยกออก เผยให้เห็นบันไดไม้ที่ค่อนข้างเก่าแก่และโบราณ

     

    เย่หยุนซี ฮั่นเหมยหลิน และหนิงหยุนไห่เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็พุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า

     

    ในเวลาต่อมา สิ่งที่พวกเขาได้พบเจอก็คือโลงศพซึ่งถูกสร้างมาจากเถาวัลย์ ภายในนั้นมีร่างของหญิงงามผมสีเขียวอ่อนที่ค่อนข้างจะผอมแห้งกำลังนอนอยู่

     

    "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ดินแดนแห่งภูต ผู้ถูกเลือกแห่งโชคชะตา" จู่ๆก็มีเสียงอันไพเราะดังขึ้นมาในหัวของผู้มาเยือนทั้งสาม สร้างความตื่นตระหนกให้กับฮั่นเหมยหลินและหนิงหยุนไห่

     

    ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซี เขามิได้รู้สึกแตกตื่นแต่อย่างใด เนื่องจากดวงเนตรปีศาจสวรรค์ที่เขายังคงเปิดใช้ ทำให้เขาเห็นร่างวิญญาณของสตรีผมเขียวคนนั้นอย่างแจ่มชัด

     

    "ท่านคงจะเป็นภูตมารดาแห่งโลกสินะ ได้โปรดบอกมาเถอะว่าวิธีการปลดผนึกต้องทำอย่างไรบ้าง??"

     

    ร่างวิญญาณภูตมารดาแห่งโลกเมื่อได้ยินคำถาม ก็อดไม่ได้ที่จะป้องปากหัวเราะร่า

     

    "คิกคิก สมกับเป็นผู้ถูกเลือกแห่งโชคชะตา ท่านไม่คิดจะให้ข้าพูดอ้อมค้อมหรือนอกเรื่องเลยสินะ" นางกล่าว

     

    เย่หยุนซีส่ายศีรษะเบาๆ "ขอโทษที แต่เวลาข้ามีจำกัดชักช้ามิได้"

     

    "อืมๆ ข้าเข้าใจๆ ถ้างั้นพวกเรามาเข้าเรื่องกันเลยก็แล้วกัน."

     

    "สำหรับวิธีการปลดผนึกตัวข้านั้น ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือซับซ้อนอะไรเลยสักนิด.........ขอเพียงพวกท่านทั้ง 3 คนหยดโลหิตของตนเองลงไปที่เมล็ดพันธุ์ซึ่งอยู่ในมือร่างจริงของข้าก็เพียงพอ" ร่างวิญญาณภูตมารดายิ้มกล่าว

     

    เย่หยุนซี ฮั่นเหมยหลิน และหนิงหยุนไห่เมื่อได้ยินก็ตัดสินใจเดินเข้าไปดูเมล็ดพันธุ์ที่ว่า แต่เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา ดวงตาของเย่หยุนซีก็พลันเบิกกว้าง

     

    "นะ นี่มันเมล็ดพันธุ์ก่อกำเนิดชีวิตนี่!!" เขาอุทาน

     

    "โอ่ว ดูท่าท่านจะรู้จักเมล็ดพันธุ์ก่อเกิดชีวิต ถ้างั้นก็น่าจะรู้ว่ามันมีไว้ทำอะไร"

     

    "เดี๋ยวๆ นี่มันไม่ถูกต้องแล้ว ไหนว่าเป็นการปลดผนึกไง นี่มันการเกิดใหม่ชัดๆ" เย่หยุนซีกล่าวขัด ถ้าหากเขาและสองสาวหยดเลือดลงไป นั่นก็หมายความว่าทั้งสามจะกลายเป็นพ่อแม่ของสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเกิดมาจากเมล็ดพันธุ์ในทันที

     

    "คิกคิก ก็เป็นอย่างที่ท่านว่านั่นแหละ ร่างเก่าของข้ามันใช้การไม่ได้แล้ว ดังนั้นจึงมีแต่ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ก่อกำเนิกชีวิตจุติใหม่ และพวกท่านก็จะกลายเป็นบิดามารดาของข้าในอนาคต" นางพูดออกมาหมดจรดอย่างไม่ปิดบัง

     

    ทั้งฮั่นเหมยหลินและหนิงหยุนไห่เมื่อสดับวาจานั้นก็พลันใบหน้าแดงระเรื้อขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากว่ากล่าวอันใดเลยสักคำ เพราะในใจของพวกนางต่างก็คิดว่ามันไม่เลวเหมือนกันหากได้ภูตมารดาแห่งโลกมาเป็นบุตรสาว

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน