ลั่วอู่หลินแม้จะเป็เด็กอายุสิบห้าปีแต่ก็กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่านางงดงามเหลือคณานับ งดงามกว่าท่านยายของตนที่ถูกขนาดนามว่าโฉมสะคราญอันดับหนึ่งของแคว้นลั่วอยู่หลายส่วนด้วยกัน แค่เพียงมองเท่านั้นเืลมของเขาก็พลันเดือดพล่านแทบจะมิอาจสะกดกลั่นอารมณ์และความ้าของตัวเองได้อีกต่อไป
เมื่อนางก้าวเท้าลงยังสระน้ำ มันก็กลายเป็น้ำแข็งให้หญิงงามได้ก้าวเดิน ลั่วอู่หลินที่กำลังมองไปที่างอย่างหลงไหลพลันส่ายหัวอย่างแรงสลัดความคิดต่างๆออกจากในหัวทันใด เขาหันกลับไปมองนางอีกครั้งแต่ไม่ใช่สายตาที่มีความหลงไหลอีกต่อไปแต่เป็สายตาที่สั่นเคลือราวกับกลัวว่าจะถูกจับกิน
"มะ แม่นาง ท่านเป็ใครหรือ เราไม่มีความบาดหมางกันมาก่อนท่านช่วยปล่อยข้าไปหน่อยได้หรือไม่ น้ำในสระนี้ยิ่งอยู่นานยิ่งเหน็บหนาวนัก"เด็กหนุ่มยังแสร้งทำใจดีสู้เสือเผื่อว่านางจะปล่อยเขาไป ทันทีที่เขากลาวจบนั้นร่างเงาของหญิงงามพลันเป็ประกายวาบไหว เพียงเสี้ยวพริบตาก็มายืนด้านหน้าของเด็กหนุ่มพร้มกับรอยยิ้มที่ยั่วยวนไม่สมกับที่เป็ตัวตนที่แสนบริสุทธิ์เลยแม้แต่นิดเดียว
"เ้าเด็กคนนี้ ถึงกับสะกดกลั่นความ้าเมื่ออยู่ต่อหน้าข้าได้ เ้ารู้หรือไม่ทำเช่นนี้มันราวกับหยามเกียรติในความงามของข้านัก มันอาจจะทำให้เ้าตายได้นะรู้ไหม"หญิงงามนั่งลงเชยคางลั่วอู่หลินขึ้นมา ทำให้เด็กหนุ่มต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง
"เอ่อ.....แม่นางข้าไม่รู้ว่าท่านพูดถึงเื่อะไร ท่านเป็ใครกันแล้วที่นี่คือที่ไหน"
"หุหุ ดูๆแล้วก็ช่างเป็เด็กที่น่ารักน่าชังดีไม่ใช่น้อยถึงกับเก็บงำความกลัวได้ขนาดนี้ เอาเถอะจะตอบคำถามให้ก็ได้ ที่นี่คือมิติเอกเทศที่เรียกว่าเหมันต์เทวา เป็มิติที่สร้างเอาไว้เพื่อกักเก็บมรดกของเทพจักรพรรดิเหมันต์ ส่วนตัวข้านั้นคือิญญาเซียนอสูรอสรพิษหยกจันทราเป็ผู้เฝ้ามิตินี้"
"เทพจักรพรรดิเหมันต์?? เซียน!!"ลั่วอู่หลินถึงกับโง่งมในทันที สิ่งที่แม่หญิงคนนี้กล่าวมามันคืออะไรกันแน่
"อะไร!! ไม่รู้จักเซียน? เห้อ ดูเหมือนสถานที่เชื่อมต่อในมิตินี้จะเป็ดินแดนที่อ่อนแอสินะ"นางทำท่าครุ่นคิด
"นี่! ท่านจะคิดนานกว่านี้ก็ได้นะขอรับ แต่ช่วยข้าออกจากสระนี้ก่อนได้หรือเปล่าในน้ำมันหนาวมากจนข้าขยับไม่ได้ ทั้งร่างกายของข้าก็อ่อนแอไร้รากปราณหากยังอยู่ในนี้เกรงว่าข้าคงตายซะก่อนที่ท่านจะคิดออก"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างตรงไปตรงมาในทันทีเมื่อเห็นว่านางไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าเขา ทางด้านหญิงงามเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มบางๆออกมา
"ไม่ได้หรอก เ้ารู้หรือไม่สระน้ำที่เ้ากำลังแหวกว่ายอยู่นี้คือโลหิตเหมันต์พิสุทธิ์ของเทพจักรพรรดิเหมันต์เชียวนะ เทพเซียนทั้งหลายล้วนแต่ปรารถนามัน เ้าน่ะโชคดีมากเลยรู้ไหมที่ได้ดูดซับพลังจากบ่อเืนี้"
"แล้วก็อีกอย่างไร้รากปราณก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องเ็ปจากการผลัดเปลี่ยนมัน ในเมื่อโชควาสนาทำให้เ้าได้พบพานกับสถานที่แห่งนี้เ้าก็จงรับมันไปแต่โดยดีซะเถอะ"นางเซียนอสรพิษหยกจันทรากล่าว ตัวนางเองก็เบื่อสถานที่แห่งนี้เต็มทีดังนั้นจึงอยากที่จะให้เด็กหนุ่มเบื้องหน้านี้รับมรดกไป นางจะได้ไม่ต้องเฝ้าสถานที่แห่งนี้และออกไปกับเขา
ในมือของนางอยู่ดีๆก็มีกล่องน้ำแข็งสีขาวปรากฏขึ้นเมื่อเปิดกล่องออกออร่าที่หนาวเย็นพลันแผ่พุ่งออกมาไม่ขาดสาย ลั่วอู่หลินมองมันอย่างไม่เข้าใจ นางกำลังจะทำอะไรกับตัวเขากัน แต่ที่เขารู้มันย่อมไม่ธรรมดาเป็แน่แท้
"นี่คือรากปราณเทพมารเหมันต์สนทยา เส้นลมปราณระดับเทพเ้าที่มีส่วนผสมระหว่างเทพเหมันต์และเทพปีศาจแห่งความมืด เมื่อมันเข้าสู่ร่างเ้ามันจะเจ็บนิดหน่อยแต่ตอนนี้ตัวเ้าด้านชาจากฤทธิ์ของบ่อเืก็คงน่าจะแค่คันๆ"เมื่อกล่าวจบนางก็ผสานเส้นลมปราณใส่ลั่วอู่หลินในทันทีโดยที่ไม่ให้เด็กหนุ่มได้ทันตั้งตัว
"เดี๋ยว!"แม้เขาจะกล่าวห้ามเพื่อขอคำอธิบายให้กระจ่างแต่ตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว เส้นลมปราณแผ่พุ่งเข้าสู่ร่างกายโดยฉับพลันทันใดนั้นร่างของเขาราวกับกระหายหิวดูดกลืนบ่อเืที่แช่อยู่จนหมดวนราวกับหลุมดำ ความเ็ปมหาศาลแผ่พุ่งเข้าสู่ร่างกายและิญญาราวกับจะแหลกสลาย
"อ๊าก!! ไหนบอกว่าแค่คันๆไง"ลั่วอู่หลินอุทานและร้องครวญครางด้วยความเ็ป แต่ทว่าหญิงงามที่ลอยอยู่เหนือบ่อเืขนาดใหญ่ก็พลันหัวเราะออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าไปยังร่างกายของลั่วอู่หลินในวินาทีสุดท้ายและกลายเป็สัญลักษณ์รูปเกล็ดหิมะบนหลังมือขวา
"โอ้ ทะเลแห่งจิตของเ้าเด็กนี่กว้างใหญ่ไพศาลไม่น้อย"เมื่อเข้ามาด้านในจิตใจของเด็กหนุ่ม นางเซียนอสรพิษหยกจันทรามองซ้ายมองขวาด้วยความประหลาดใจ เ้าเด็กไร้รากปราณคนนี้เหตุใดทะเลแห่งจิตใจถึงได้กว้างใหญ่นัก เมื่อนางกวาดสายตาไปจนถึงพื้นที่สุดท้ายก็พบเจอกับสิ่งที่ทำให้นางใจนหัวใจแทบวาย เพราะนอกจากตัวนางแล้วในทะเลแห่งจิตใจนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กว่านางเกล็ดสีดำทมิฬมีประกายสายฟ้าวาบไหว ดวงตาสีแดงทับทิมที่เหมือนกับดวงตาของเด็กหนุ่มนั้นราวกับจะเผาไหม้นางตายตกได้อย่างไรอย่างนั้น
"ระ าาัสายฟ้า"นางกล่าวด้วยท่าทีตะกุกตะกัก ทำไมาาัสายฟ้าถึงได้หลับไหลในตัวเ้าเด็กนี่กัน เื่นี้มันแปลกเกินไปแล้ว ในขณะที่นางกำลังสงสัยอยู่นั้นด้านหลังของราชันัสายฟ้าพลันมีดวงตาสีทองขนาดใหญ่มหึมาปรากฏขึ้นมา มันใหญ่เสียจนราชันัสายฟ้าที่ขนาดตัวใหญ่เกือบเท่าูเาขนาดย่อมกลายเป็มดไปเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนางที่ราวกับฝุ่นผงเมื่อเทียบกับทั้งสองตัวตนที่ยิ่งใหญ่นี้
"สาวน้อยเ้าไม่ควรอยากรู้อยากเห็นมากเกินไป"เสียงที่ทรงอำนาจดังขึ้นมาจากดวงตาขนาดมหึมานั้นก่อนที่มันจะหายไปและหลงเหลือเพียงราชันัสายฟ้าที่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวราวกับเด็กน้อยที่กลัวถูกลงโทษก็ไม่ปาน
"ทรงพลังยิ่ง เ้าของดวงตานั้นคืออะไรกันนะ"หญิงงามกล่าวออกมาด้วยความสงสัย แต่เมื่อนึกถึงคำพูดนั้นของดวงตาขนาดใหญ่นั้นได้นางก็พลันสลัดความสงสัยทุกอย่างออกไปและไม่คิดถึงมันอีก ในขณะเดียวกันนั้นราชันัสายฟ้าเองก็หลับตาสีทัมทิมของมันลงอีกครั้งและเข้าสู่สภาวะหลับไหลเช่นเดิมราวกับผ่อนคลายลง
นางเซียนอสรพิษหยกจัทราเมื่อเห็นภาพเช่นนี้นางก็ถอนหายใจเช่นกัน นางในตอนนี้นั้นไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีที่ยกมรดกให้ลั่วอู่หลินไป มรดกของเทพจักรพรรดิเหมันต์ สองสัตว์เทวะในกายของเด็กหนุ่ม หากนำมารวมกันนางไม่อยากจะคิดเลยว่าจะทรงพลังเพียงใด นี่มันเพียงพอที่จะสร้างจอมเทพที่ทรงพลังหรือในทางกลับกันมันก็อาจจะสร้างจอมมารที่ทำลายล้างทุกสรรพสิ่งได้เลยทีเดียว
"เห้อ อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิดล่ะนะ ใครใช้ให้เขาเป็คนแรกที่หลงเข้ามายังมิติเหมันต์เทวากันละ"นางเซียนกล่าวออกไปเช่นนั้น ในขณะเดียวกันทางด้านลั่วอู่หลินตอนนี้ร่างกายของเขาไม่ได้ผอมดังเดิมอีกต่อไปแต่กลับสมบูรณ์แบบอย่างที่ชายคนหนึ่งสมควรจะเป็ ไอเย็นในกายแผ่ออกมาไม่ขาดสาย แววตาของเขาดูเ็าอย่างเห็นได้ชัดอันเป็ผลกระทบมาจากเส้นลมปราณที่นางเซียนปลูกถ่ายให้
ลั่วอู่หลินใช้เวลาเพียงสามวันเพื่อหลอมรวมเส้นลมปราณรวมไปถึงดูดซับโลหิตเทพจักรพรรดิเหมันต์จนหมดสิ้น ในขณะที่ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาดวงตาสีทับทิมของเขาเปล่งประกาย ผมสีเงินปลิวไสวไปตามลม เด็กหนุ่มเริ่มสำรวจร่างกายของตนเองในทันทีก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้ ร่างกายของเขาในตอนนี้มันเต็มไปด้วยพลังที่ดูน่าทึ่งเป็อย่างมาก
"ยินดีด้วย ที่ผสานเส้นลมปราณสำเร็จแล้ว ทั้งระดับยังมาถึงนักรบขั้นหนึ่งเป็อย่างไรความรู้สึกนี้ไม่เลวเลยใช่หรือไม่"ในขณะที่ลั่วอู่หลินกำลังตื่นเต้นดีใจ ิญญานางเซียนคนเดิมก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของเขาอีกครั้งจนต้องสะดุ้งตัวถอยหนี
"ฮ่าๆๆดูอาการขอเ้าสิเหมือนลูกแมวไม่มีผิด"
"ทะ ท่าน้าอะไรกันแน่เหตุใดต้องให้โชควาสนาเช่นนี้กับข้า"เด็กหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความสงสัย สำหรับเขาที่เกิดมาในราชวงศ์และเห็นคนที่ปั้นหน้ายิ้มให้กันเพื่อผลประโยชน์มามากมาย มันจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่เด็กหนุ่มจะหวาดระแวงสงสัยกับการที่ได้รับของล้ำค่าเช่นนี้มาโดยง่ายเช่นนี้
"ฮ่าๆๆไม่เป็ต้องทำสีหน้าเคร่งเครียดปานนั้น ข้าก็บอกไปแล้วว่านี่คือมรดกของเทพจักรพรรดิเหมันต์ เ้าเข้าใจคำว่ามรดกหรือไม่"
"มรดกคือการสืบทอดสิ่งที่หลงเหลือจากรุ่นก่อน เ้าก็แค่โชคดีที่ได้เข้ามายังสถานที่แห่งนี้เป็คนแรก บอกตามตรงหากเป็คนอื่นที่ไม่ใช่เ้าข้าก็มอบมรดกให้อยู่ดีเพราะมันคือหน้าที่ของข้าที่จะส่งต่อมรดกนี้ให้กับคนที่มีวาสนากับมัน"ลั่วอู่หลินได้ยินเช่นนั้นเขาก็รู้สึกเชื่อคำพูดของนางอย่างแปลกประหลาด เหตุใดเขาจึงรู้สึกเช่นนี้กัน ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ นางเซียนเหมือนจะรู้ความคิดยุ่งเหยิงของเด็กหนุ่มนางจึงกระแอมไอเล็กน้อยแล้วกล่าวตอบข้อสงสัยนั้น
"นั่นเพราะตอนนี้ข้าได้กลายเป็ดวงจิตอสูรเทวะของเ้าแล้ว ดังนั้นจิตใจเราจึงได้สื่อถึงกันได้ ด้วยสถานะเช่นนี้ข้าไม่มีทางโกหกเ้าได้ในทางกลับกันเ้าเองก็ไม่สามารถโกหกข้าได้เช่นเดียวกัน"
"ดวงจิตอสูรเทวะ??"
"โอ้ ลืมไปด้วยองค์ความรู้อันน้อยนิดของเ้า คงไม่รู้จักมันสินะ"ลั่วอู่หลินได้ยินถึงกับคิ้วกระตุกในทันที ถ้าจะพดแบบนี้สู้ด่าว่าเขาโง่เลยไม่ดีกว่าหรือ
"ฮุฮุ เ้าไม่ได้โง่เสียหน่อย แค่มันไม่มีความรู้พวกนี้ในดินแดนของเ้าเท่านั้นเอง"
"แล้วตกลงดวงจิตอสูรเทวะคืออะไรล่ะพี่สาว"เด็กหนุ่มพองแก้มพร้อมเอ๋ยขึ้น เขาไม่ค่อยชอบใจเท่าไรเลยที่มีคนมาอ่านใจเขาได้เช่นนี้ หญิงงามที่เห็นเช่นนี้แทบจะอดขำไม่ได้เลยทีเดียวแต่ก็กลั่นเอาไว้และค่อยๆอธิบายเื่ดวงจิตอสูรเทวะให้กับเด็กหนุ่มได้ฟัง
"จิตอสูรเทวะคือรูปแบบหนึ่งของพลังที่ก่อตัวเป็รูปร่างของสัตว์ ซึ่งมันจะทำให้เ้าของดวงจิตนั้นสามารถใช้ความสามารถของสัตว์จำแลงนั้นๆของตนเองได้ อยากเช่นตัวข้าคืออสรพิษหยกจันทรามีพิษหยินที่รุนแรงมากตัวเ้าเองก็จะใช้สามารถพิษหยินนี้ไปผสานเข้ากับลมปราณและใช้งานได้อะไรทำนองนั้น"
"แบบนี้มันก็ยอดเยี่ยมไปลยไม่ใช่หรือไงกัน แล้วทำไมข้าไม่เคยเห็นคนในอาณาจักรข้าใช้จิตอสูรเทวะสักคนเลยละ ช่างน่าสงสัยนัก?"
"ฮิฮิ เด็กน้อยเ้าคงไม่คิดว่าดวงจิตอสูรเทวะหาได้ง่ายดายหรอกนะ สิ่งนี้จะเกิดเฉพาะคนที่สืบเชื้อสายจากคนที่บรรลุระดับจุติเทพเท่านั้นแล้วมันจะมาอยู่ในทวีประดับต่ำได้อย่างไรละจริงไหม"นางเซียนกล่าวอธิบายอีกครา ลั่วอู่หลินรู้สึกกระจ่างแจ้งในทันใด นี่แสดงว่าโลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่เกินพรรณนาได้สินะ ตัวเขาเองก็ราวกับหมดตัวเล็กๆเท่านั้นหากเทียบกับความยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้
"เอ๋! พี่สาวเมื่อครู่ท่านบอกใช่ไหมว่าดวงจิตอสูรเทวะคือรูปแบบหนึ่งของพลัง แสดงว่ามันยังมีรูปแบบอื่นใช่หรือไม่?"
"เฮ้ เด็กน้อยเ้านี่ถามเยอะเสียจริง..........ใช่ มันยังมีอีกหนึ่งรูปแบบก็คือดวงจิตศาสตราเทวะ มันคือรูปแบบของพลังที่ก่อรูปเป็ศาสตราวุธ ซึ่งความสามารถก็ไม่ต่างกันมากนักคือคนที่มีดวงจิตศาสตราเทวะจะสามารถเรียนรู้การใช้อาวุธชนิดนั้นๆได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไปมากและยังสามารถสร้างศาสตราเทวะขึ้นมาได้ แต่หากพูดถึงความหายากอย่างไรดวงจิตอสูรเทวะก็ยังหายากกว่าอยู่ดี"
"เอาล่ะ การตอบคำถามสิ้นสุดลงเท่านี้ เ้าเห็นต้นไม้ใหญ่ตรงนั้นไหม ด้านในโพลงของต้นไม้นั้นมีแหวนอยู่หนึ่งวงไปหยิบมันมาแล้วทำสัญญาเืกับมันซะแล้วสวมซะ"ลั่วอู่หลินทำตามที่นางเซียนบอกแต่โดยดี เขาเดินไปยังโพลงไม้และได้พบกับแหวนวงหนึ่งจริงๆแต่ทว่าตอนนี้ไม่รู้ว่ามันผ่านกาลเวลาหรืออย่างไร เมื่อเขาทำสัญญาเืกับมันชายหนุ่มมิอาจเปิดใช้แหวนมิติได้
ทางด้านนางเซียนที่ได้เห็นเช่นนี้ก็มองมันและครุ่นคิด "สงสัยมันจะเสียจริงๆคงจะต้องซ้อมแซมมันก่อนถึงจะใช้ได้ แต่น่าเสียดายที่แถวนี้ไม่มีหินแร่จักรวาล ไม่เป็ไรๆเดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะสอนเ้าเองดีหรือไม่ ไหนๆข้าเองก็เป็จิตอสูรเทวะของเ้าแล้ว"
"นั่นหมายถึงท่านจะติดตามข้าไปทุกทีเลยงั้นหรือ!!"
"ก็แน่นอนอยู่แล้ว หากจะให้พูดข้าเองก็ถือเป็มรดกเช่นเดียวกัน อย่ามัวแต่พูดเลยไปกันเถอะข้าเบื่อที่นี่เต็มทนแล้ว"นางกล่าวราวกับมันเป็เื่ธรรมดาๆทั่วไป ตอนนี้ลั่วอู่หลินไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีการมีสาวงามติดตามและฝึกฝนวิชาให้มันก็ดีอยู่หรอกแต่ด้วยความงดงามของนางแค่เขามองก็ใจสั่นแล้ว หากอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเกรงว่าเขาจะได้บ้าตายก่อนเป็แน่แท้