งานฌาปนกิจศพผ่านพ้นไปแล้ว แต่เมฆหมอกสีเทายังคงปกคลุมบ้านหลังเล็กซอมซ่อของปานชีวา
หญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาเก่าๆ ในห้องรับแขก ดวงตาบวมช้ำมองดูผู้เป็พ่อที่เดินงุ่นง่านไปมาด้วยความเครียดแค้น ธุรกิจส่งออกผลไม้ของครอบครัวเธอล้มละลายเมื่อสามเดือนก่อน และ "ราชัน" คือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วย... ซึ่งนั่นเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้ปานชีวาถูกกล่าวหาว่าปอกลอก
"ปาน... พ่อขอโทษนะลูก ถ้าพ่อไม่ป่วย ไม่ทำธุรกิจเจ๊ง เื่มันคงไม่เป็แบบนี้" นายกำพล พ่อของปานชีวาเอ่ยเสียงเครือ
"ไม่เป็ไรค่ะพ่อ เราค่อยๆ หาทาง..."
เอี๊ยดดด!!
เสียงเบรกของรถยนต์หลายคันดังสนั่นที่หน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงปิดประตูรถปังใหญ่ ปานชีวาสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนบุกเข้ามาในเขตบ้าน โดยมีร่างสูงใหญ่ของ "พ่อเลี้ยงรามสูร" เดินนำหน้าเข้ามาด้วยท่วงท่าคุกคามดั่งพญามัจจุราช
"คุณราม..." ปานชีวาอุทานเสียงแ่ ลุกขึ้นยืนเอาตัวบังพ่อของเธอไว้ "คุณมาทำไมคะ ที่นี่บ้านส่วนตัว..."
"บ้านส่วนตัว?" รามสูรแค่นยิ้ม ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือให้ลูกน้องคนสนิท ก่อนที่ลูกน้องจะปามันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธอ ปึก!
"อ่านดูซะ! นี่คือโฉนดที่ดินบ้านหลังนี้ และสัญญาเงินกู้ห้าสิบล้านที่พ่อเธอเซ็นไว้กับบริษัทน้องชายฉัน!" รามสูรประกาศเสียงกร้าว "ในเมื่อราชันตายไปแล้ว ทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดก็ตกเป็ของฉัน!"
นายกำพลหน้าซีดเผือด เข่าทรุดลงกับพื้น "ตะ...แต่คุณราชันบอกว่า..."
"เลิกอ้างชื่อคนตายมาแก้ตัวสักที!" รามสูรตวาดลั่นจนบ้านะเื เขาจ้องมองสองพ่อลูกด้วยสายตาดูแคลน "ฉันให้เวลาพวกแกมามากพอแล้ว วันนี้ฉันมาทวงหนี้... จ่ายมา ห้าสิบล้าน! เดี๋ยวนี้!"
"ห้าสิบล้าน!?" ปานชีวาตาโต "เราจะไปหาเงินขนาดนั้นมาจากไหนคะคุณราม คุณก็รู้ว่า..."
"ไม่มีปัญญาจ่าย?" รามสูรเลิกคิ้วหนาขึ้น แสยะยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ขนอ่อนหลังคอปานชีวาลุกชัน เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงรุนแรงจนเธอแทบหยุดหายใจ
"งั้นก็จ่ายด้วยอย่างอื่นสิ..."
สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างบอบบางของปานชีวาั้แ่หัวจรดเท้า เหมือนกำลังประเมินราคาสินค้า "สวย... แต่ดูจืดชืดไปหน่อย ท่าทางคงผ่านผู้ชายมาเยอะแล้วสิ ถึงได้หลอกน้องชายฉันจนหัวปั่น"
"หยาบคาย!" ปานชีวาตวัดมือตบหน้าเขาฉาดใหญ่ด้วยความลืมตัว
เพียะ!
ใบหน้าคมหันไปตามแรงตบ บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก รามสูรค่อยๆ หันกลับมา ลิ้นดุนแก้มข้างที่โดนตบ แววตาที่เคยนิ่งสงบเปลี่ยนเป็ไฟบรรลัยกัลป์
"กล้ามากนะปานชีวา..." เสียงกระซิบของเขาน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงะโ "เธอเลือกเองนะ..."
หมับ!
"โอ๊ย!"
รามสูรกระชากข้อมือเล็กอย่างแรงจนร่างบางปลิวมาปะทะอก "พ่อ! ช่วยปานด้วย!"
"ปล่อยลูกสาวฉันนะ!" นายกำพลพยายามจะพุ่งเข้ามาช่วย แต่ถูกลูกน้องของรามสูรล็อคตัวไว้อย่างง่ายดาย
"ฟังให้ดี!" รามสูรประกาศก้อง "ลูกสาวแกต้องไปอยู่กับฉันที่เกาะมุกดำ! ไปเป็นางบำเรอขัดดอกจนกว่าหนี้ห้าสิบล้านจะหมด! หรือถ้าแกไม่ยอม... ฉันจะส่งแกเข้าคุก แล้วรื้อบ้านรูหนูนี่ทิ้งซะเดี๋ยวนี้!"
"ไม่นะ! อย่าทำพ่อ!" ปานชีวารีดร้อง น้ำตาไหลพราก "ฉันยอมแล้ว... ฉันยอมไปกับคุณ แต่อย่าทำอะไรพ่อนะ"
"ดี... ว่าง่ายๆ แบบนี้สิถึงจะคุ้มค่าตัวหน่อย" รามสูรยิ้มเยาะ เขาไม่ออมแรงแม้แต่น้อย ลากถูหญิงสาวออกจากบ้านอย่างไม่ปรานีปราศรัย
"ปาน! ลูกพ่อ!"
เสียงร้องเรียกของพ่อค่อยๆ ไกลออกไป ปานชีวาถูกจับยัดเข้าไปในรถตู้คันหรูราวกับหมูหมา ประตูรถปิดลงดังปัง ขังเธอไว้กับซาตานร้ายในพื้นที่แคบๆ
รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าสู่ท่าเรือที่จะพาเธอไปสู่นรกกลางทะเล...
"เตรียมใจไว้ได้เลยปานชีวา" รามสูรเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขาปลดกระดุมเสื้อสูทออกเผยให้เห็นแผงอกกว้าง พิงเบาะอย่างสบายอารมณ์ขณะจ้องมองเหยื่ออันโอชะ
"คืนนี้... เรามีเื่ต้อง 'เคลียร์' กันอีกเยอะ!"
จบตอนที่ 2