บทที่ 16 นายท่าน
***
หลังจากที่เจียงเหลียนจูลงจากเขาไปได้นานแล้ว ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าเขาพลันมีเสียงแมลงร้องประหลาดดังขึ้นหรืออาจจะเป็เสียงของนกหวีดชนิดหนึ่ง
เสียงนั้นบางครั้งก็กังวานพลิ้วไหว บางครั้งก็แหลมสูงเร่งรีบ
ดังแว่วไปไกลทั่วผืนป่า
ชายชุดผ้าไหมที่หมดสติอยู่ในถ้ำจู่ ๆ หูก็ขยับเล็กน้อยก่อนจะคืนสติขึ้นมา
เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น อดทนต่อความเ็ปสาหัสตามร่างกาย พยายามดึงนกหวีดไม้ไผ่สีดำอันเล็กออกมาจากคอเสื้อ
นำมาจ่อที่ริมฝีปากแล้วเป่าออกไป
เพียงไม่นาน ชายชุดดำหลายคนก็รีบเคลื่อนที่เข้ามาใกล้
"นายท่านอยู่ที่นี่ขอรับ!"
"นายท่าน ท่านเป็อย่างไรบ้างขอรับ?"
"ข้าไม่เป็ไร" ดวงตาของชายชุดไหมนั้นลึกล้ำ ขนตายาวหนางอนงามดุจพัดที่คลี่ออก ใบหน้าที่ราวกับถูกแกะสลักอย่างประณีตนั้นงดงามยิ่งกว่าสตรีเสียอีก ทว่าความเ็าและเคร่งขรึมในตัวเขา ทำให้คนทั่วไปอดไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยง
ทันทีที่ฟื้นขึ้นมา เขาก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วจ้องมองไปยังาแที่เอวด้วยสายตาเป็ประกาย
ลูกน้องหลายคนก็สังเกตเห็นเช่นกัน
หนึ่งในนั้นถามด้วยความใ "นายท่าน าแนี้ใครเป็คนพันให้ขอรับ" วิธีการพันแผลนี้ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่กลับมีประสิทธิภาพ หากไม่ใช่ผู้ที่มีประสบการณ์การพันแผลมาหลายปีย่อมไม่สามารถทำได้เช่นนี้
ชายชุดไหมหวนนึก "ข้าก็ไม่แน่ใจ น่าจะเป็นายพรานในป่ามั้ง"
ในตอนนั้น สติของเขาเลือนลางมีเพียงสัญชาตญาณเล็กน้อย
ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามีคนกำลังพันแผลให้เขา แต่เป็ชายหรือหญิงเขาก็แยกไม่ออก คนผู้นั้นทำความสะอาดพิษที่าแก่อน จากนั้นจึงค่อยพันแผล
ยังมีเสียงฉีกแถบผ้าอีกด้วย
เขามองไปยังแถบผ้าเ่าั้ มันเป็ผ้าหยาบ ๆ เก่า ๆ บางชิ้นถึงกับมีรอยปะ
นี่แสดงว่าเป็ครอบครัวที่ยากจน คนที่สามารถเข้ามาในป่าลึกเช่นนี้ได้ส่วนใหญ่ย่อมเป็นายพรานทั้งสิ้น
ปกติชาวบ้านธรรมดาไม่กล้าเข้าป่าลึก และจะไม่สามารถพันแผลให้เขาได้อย่างใจเย็นเช่นนี้
คนที่เพิ่งถามเมื่อครู่คือเซี่ยงซี เขารำพึงถึงพระคุณ "นายท่านเป็ผู้มีบุญวาสนา ์คุ้มครองท่านขอรับ ในป่าลึกที่ไร้ผู้คนเช่นนี้ยังสามารถพบผู้มีพระคุณได้"
มิเช่นนั้นแล้ว นายท่านอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาในเวลานี้
ป่าแห่งนี้กว้างใหญ่นัก หากนายท่านไม่ตอบรับรหัสลับของพวกเขา ต่อให้พวกเขาค้นหาอย่างไร้จุดหมาย ใครจะรู้ว่าจะหาเจอหรือไม่ ต่อให้เจอเกรงว่าคงเหลือเพียงการเก็บศพเท่านั้น
ชายชุดไหมถามขึ้นทันที "เซี่ยงตง พวกเ้าเห็นสิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าบ้างหรือไม่"
เซี่ยงตงและเซี่ยงซีคือสององครักษ์เงาผู้ติดตามข้างกายของชายชุดไหม
ทั้งคู่ชะงักไปทันที "บนท้องฟ้าหรือขอรับ? อ้อ! มีขอรับ ดูเหมือนจะมีร่องรอยของอินทรีทอง ข้าเหมือนจะได้ยินเสียงร้องของอินทรีทองขอรับ"
ป่าแห่งนี้ทึบและลึกการมีนกขนาดใหญ่อย่างอินทรีทองอาศัยอยู่จึงไม่ใช่เื่แปลก
ตราบใดที่ไม่ไปยั่วโมโห อินทรีทองก็จะไม่โจมตีมนุษย์โดยไม่มีเหตุผล
ชายชุดไหมส่ายหน้าเบา ๆ "ไม่ใช่ เหมือนจะเป็สิ่งของที่ใช้เฝ้าสังเกตการณ์บางอย่าง"
เซี่ยงตงมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา "นายท่าน ท่านสงสัยว่ามือสังหารยังใช้สิ่งของที่บินได้คอยสะกดรอยตามท่านอย่างลับ ๆ หรือขอรับ ผู้น้อยเคยได้ยินมาว่ามีคนใช้แมลงสื่อสารหรือเหยี่ยวราตรีตัวเล็ก ๆ บินอยู่บนฟ้าเพื่อติดตามผู้คนขอรับ"
"ดูเหมือนจะไม่ใช่ ช่างเถอะ จับมือสังหารได้หรือไม่ ตกลงว่าเป็ใครที่ลอบสังหารข้า?" ชายชุดไหมรู้สึกสงสัย ไม่น่าจะเป็แมลงบิน เพราะเขารู้สึกว่ามันอยู่ไกลมาก แต่กลับให้ความรู้สึกว่ากำลังถูกจ้องมองอย่างชัดเจน เขาจึงร้องขอความช่วยเหลือตามสัญชาตญาณ
หลังจากนั้น ก็มีคนมาพันแผลให้เขา
เซี่ยงซีเริ่มรายงาน "เรียนนายท่าน มือสังหารเป็นักฆ่าเดนตาย ในตอนที่จับตัวได้ ผู้น้อยยังไม่ทันได้สอบถาม เขาก็ปลิดชีพตัวเองเสียก่อนจึงยังสืบไม่ได้ว่าเป็ใครส่งมา ขอให้นายท่านลงโทษด้วยขอรับ"
ชายชุดไหมไม่มีท่าทีใด ๆ เขาคาดการณ์ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว
คนที่กล้าลงมือกับเขาในใต้หล้านี้ล้วนเป็พวกที่ไม่อาลัยต่อชีวิตทั้งสิ้น
ในเมื่อกล้าลงมือกับเขา คาดว่าคงวางแผนมานาน หากสามารถหาเบาะแสได้ง่าย ๆ สิถึงจะแปลก
"กลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
ครั้งนี้าเ็สาหัส พิษที่รุกรานเข้าสู่ร่างกายยังถูกกำจัดออกไม่หมด ไม่รู้ว่าต้องพักฟื้นนานเท่าใด
ไม่รีบร้อน ในเมื่อเขามาถึงที่นี่แล้ว ในเมื่อเขายังไม่ตาย เขาจะต้องสืบให้รู้ว่าหมอกที่ปกคลุมที่นี่คืออะไร เปิดเผยปริศนาของที่นี่ ให้เหล่าปีศาจไม่มีที่ซ่อนตัวและต้องทำภารกิจให้สำเร็จอย่างแน่นอน
แคว้นต้าอันไม่อาจยอมให้มีไส้ศึกหรือภูตผีปีศาจชั่วร้ายแฝงตัวอยู่ได้
***
ประตูรั้วบ้านเปิดกว้าง
ชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันมามุงดู ล้อมบ้านตระกูลเจียงจนแน่นขนัด
มีเสียงพูดคุยด่าทอเสียงดังลอดออกมา...
"หยุดนะ! เ้าจะเอาเนื้อหมาป่าของบ้านเราไปไม่ได้ นั่นคือเสบียงของพวกเรา"
"ทำไมข้าจะเอาไม่ได้ ข้าเป็ย่าของพวกเ้า พวกเ้ากินเนื้อหมาป่ากันเองในบ้านแต่ไม่คิดจะกตัญญูต่อยายแก่คนนี้บ้างเลยหรือ มันใช่เื่ไหม เมื่อวานข้ารอพวกเ้าตั้งทั้งวัน พวกเ้าช่างไร้สำนึก แอบปิดประตูบ้านกินกันเอง พวกเ้ามันใจดำต้องถูกฟ้าผ่าตายแน่ ๆ! เฮ้ย! เ้าเด็กบ้า ยัยเด็กบ้าใบ้ เ้ากล้ากัดข้าหรือ เ้าคิดจะก่อฏหรืออย่างไร?"
...
เจียงเหลียนจูเพิ่งกลับมาถึงหน้าบ้านก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านใน
นางเดินเข้าไปด้วยใบหน้าบึ้งตึง
หนานเป่าน้อยยืนอยู่บนขั้นบันไดราวกับลูกหมาป่าตัวจ้อย กัดเข้าที่ข้อมือของหญิงชราผู้หนึ่งที่มีรูปร่างเตี้ยอ้วน
เพราะในมือของหญิงชรากำลังหิ้วเนื้อหมาป่าชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็เนื้อที่เจียงเหลียนจูหมักไว้เมื่อวาน และนำมาตากแดดไว้ในลานบ้านวันนี้
หญิงชราอยู่ในอาการโกรธจัด กำลังจะสะบัดมือเหวี่ยงหนานเป่าน้อยออกไป
เจียงเหลียนจูตวาดเสียงดัง "หยุดนะ! เ้าเป็ใคร กล้ามาแย่งของในบ้านเรากลางวันแสก ๆ แถมยังตีคนอีก บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปแล้วหรืออย่างไรกัน"
พูดพลางเดินเข้าไปวางไก่ป่าและกระต่ายป่าลง แล้วรีบอุ้มหนานเป่าน้อยออกมา
ยายเฒ่าหวังหลิวโกรธจนตัวสั่น "ข้าเป็ใครน่ะหรือ ข้าก็เป็แม่สามีของเ้า เป็แม่แท้ ๆ ของหวังเหล่าอู่ไง ทำไม? ไปคว้าผู้ชายป่าจนอยากจะแต่งงานใหม่แล้วหรือ ถึงได้มีท่าทีพูดจาต่อแม่สามีเช่นนี้"
เจียงเหลียนจูใช้ความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ระบุตัวหญิงชราผู้นี้ได้ทันที
คือยายเฒ่าหวังหลิว
นางยิ้มอย่างเหยียดหยาม "ไล่แม่หม้ายลูกกำพร้าอย่างพวกเราออกจากบ้านแล้ว เ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าแม่สามีอีกหรือ แม่สามีบ้านไหนที่ลูกชายหายตัวไปแล้วไล่ลูกสะใภ้กับหลานออกจากบ้าน ปล่อยให้พวกนางอดตาย คนอย่างเ้ามีหน้ามาเรียกตัวเองว่าแม่สามีต่อหน้าพวกเราอย่างนั้นหรือ"
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าเห็นเจียงเหลียนจูกลับมาแล้ว ความกล้าและความมั่นใจก็เพิ่มขึ้นทันที
เมื่อครู่เพื่อปกป้องเนื้อหมาป่า พวกเขาไม่ทันสังเกตว่าน้องสาวเข้าไปทำเื่เสี่ยงอันตรายเช่นนั้น ทำเอาเหงื่อซึมด้วยความใ
"ใช่ ท่านไม่คู่ควรจะเป็ย่าของพวกเรา เอาเนื้อหมาป่าคืนมาเดี๋ยวนี้! ให้หมากินยังดีกว่าให้ยายแก่ใจดำอย่างท่านกิน" เอ้อร์เป่าก้าวเข้าไปแย่งเนื้อหมาป่าแห้งในมือของยายเฒ่าหวังหลิวคืนมา
ต้าเป่าอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต หิ้วไก่ป่าและกระต่ายป่าที่เจียงเหลียนจูนำกลับมา เข้าไปเก็บไว้ในห้องครัว
เพราะเกรงว่ายายเฒ่าหวังหลิวจะเห็นเข้า แล้วคิดจะหาเื่เอาไปอีก
ยายเฒ่าหวังหลิวโกรธจนตัวสั่นเทิ้มไปหมด "พวกเ้า... พวกเ้า! ดีนักนะเจียงซื่อ เ้าแอบคบชู้ไม่พอ ยังสอนลูกหลานตระกูลหวังให้กลายเป็เด็กไร้การศึกษาเช่นนี้ นังผู้หญิงแพศยา นังตัวซวย..."