[Gnoblin] โนบลิน จอมรังสรรค์

    45-พระเอก

            ฟู่ว.."

            เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมองไปเห็นร่างที่ไม่ไหวติงของเข้าสเตม่า ซึ่งยืนแน่วนิ่งเป็นตอไม้อยู่บนพื้น บันจ้องมองผลงานของตัวเองอย่างตื่นตะลึงเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่ได้เห็นพลังทำลายของลูกศรเพียงดอกเดียวของเขา ที่มีพลังมากพอที่จะสั่นสะเทือนภูเขาทั้งลูกได้เลยทีเดียว

            "นะ..นั่นมันพลังอะไรกันน่ะบัน ฉันไม่เคยเห็นนายใช้พลังแบบนี้มาก่อนเลย นี่มันพลังเวทระดับไหนกันเหรอ?"

            เรซละล่ำละลักถามออกมาแทบไม่เป็นศัพท์เมื่อได้เห็นพลังอันรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนต่อหน้าต่อตา

            "นั่นน่ะ..มันไม่ใช่พลังของฉันหรอก แต่มันเป็นเพราะผลงานของโนบลินน่ะ เห็นโนบลิเรียกมันว่าศรกัมปนาท" บันตอบออกไปทั้งที่ยังไม่หายตะลึงกับภาพที่เห็น

            "มันคืออะไรเหรอโนบลิน ฉันจะได้ใช้ของเจ๋ง ๆ แบบนั้นบ้างหรือเปล่า นายสร้างให้ฉันบ้างสิ นะ นะ" 

            พอลเริ่มรบเร้าเพื่อนรักอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะเอาเองก็อยากได้อาวุธสุดเทห์แบบนั้นเหมือนกัน

            "เอ่อ..นั่นมันก็คือศรกัมปนาทอย่างที่บันบอกนั่นแหละ มันทำมาจากผลึกเวทอัคคีที่ค่อนข้างหายาก แล้วอีกอย่างถึงจะหาได้ก็ไม่มีคนรู้วิธีใช้มันอยู่ดี ก็เลยพบเห็นได้น้อยมากตามตลาดในเมือง พอดีวันนั้นฉันเห็นมันเข้าในร้านขายเครื่องประดับเวทมนต์เลยเหมามาทั้งหมด แต่ก็สร้างลูกศรแบบนั้นได้แค่เจ็ดดอกเท่านั้นเอง แล้วตอนนี้มันก็เหลือแค่หกแล้ว..." โนบลินตอบ

            "แต่พลังของมันก็รุนแรงพอ ๆ กับความหายากของมันเลยนะ เล่นเอาเจ้าต้นไม้กินคนนั่นสลายไปครึ่งนึงด้วยการยิงแค่ทีเดียวแบบนี้ สุดยอดเป็นบ้าเลย.." พอลเอ่ยชมอย่างตื่นเต้นพลางจ้องมองไปที่ตอของสเตม่าอีกครั้ง

            เด็ก ๆ ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยในอานุภาพของอาวุธที่โนบลินสร้างขึ้นมา 

            มันคืออาวุธระดับสุดยอดที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็อยากจะได้มาครอบครองสักชิ้น แม้ว่าพวกเด็ก ๆ จะไม่รู้ว่ามันสร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบชนิดไหนหรือมีกรรมวิธีการสร้างอย่างไร แต่พวกเขามั่นใจได้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะหามาได้ง่าย ๆ หรือแม้จะหามาได้ ก็ไม่มีใครสามารถสร้างอาวุธเช่นนี้ออกมาได้อยู่ดี

            "เฮ้อ..น่าเสียดายเป็นบ้าเลย เจ้าบ้าบันเล่นยิงทีเดียวระเบิดตูมแบบนั้น ฉันเลยอดแสดงฝีมือเลย" พอลบ่นอุบอย่างเสียดายปนหมั่นไส้เพราะเขาไม่มีโอกาสได้ออกโรงแสดงฝีมือเลยสักนิด

            "เมี๊ยว..!!!"

            จู่ ๆ เสียงของควินซ์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงของมันไม่ใช่น้ำเสียงที่แสดงการข่มขู่เหมือนก่อนหน้านี้ แต่เป็นน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหวาดกลัวในสิ่งที่เด็ก ๆ นั้นยังมองไม่เห็น

            "เจ้าเหมียวมันเป็นอะไรของมันน่ะโรบลิน ร้องไม่หยุดเลย หรือว่าเจ้าเสตม่าตัวนั้นมันยังไม่ตาย ฉันว่าฉันมั่นใจแล้วนะว่ามันไม่รอดแน่ ๆ” 

            บันถามออกมาอย่างอดสงสัยไม่ได้ เพราะเท่าที่ดูสภาพของสเตม่าตัวนั้นมันไม่น่าจะมีชีวิตรอดต่อไปได้เลย

            “ฉันก็คิดว่าอย่างอย่างนั้นเหมือนกัน แต่เอาเถอะ ถ้ามันฟื้นขึ้นมาคราวนี้ฉันจะเป็นคนจัดการมันเอง เชื่อมือฉันได้เลย” พอลแทรกขึ้นอย่างมั่นใจในฝีมือตัวเอง

            “เมี๊ยว..!!”

            เสียงของเจ้าเหมียวควินซ์ ยังคงดังลั่นไปทั่วพื้นป่าที่เงียบสนิทราวกับไร้ซึ่งชีวิตใด ๆ ในพื้นที่นี้ ทำให้บรรยากาศวังเวงจนอธิบายไม่ถูก

            “เหมี๊ยว...!!!!”

            คราวนี้เสียงของเจ้าเหมียวลากยาวเป็นพิเศษเหมือนกำลังจะบอกว่ามันพร้อมที่จะสู้จนตัวตาย ไม่ว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้าจะแข็งแกร่งมากมายขนาดไหนก็ตาม

            "ฉันว่า..เห็นท่าจะไม่ค่อยดีแล้วนะโนบลิน" เรซเริ่มหวั่นใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เพราะมันเริ่มไม่ค่อยน่าไว้วางใจสักเท่าไหร่

            "อย่าปอดไปเลยน่าเรซ จะไปกลัวอะไรกับเจ้าตอไม้แบบนั้น ถ้ามันมาหนึ่งเราก็จัดการหนึ่งมันมาสองเราก็จัดการไปสอง มันจะไปยากเย็นอะไร จริงไหม ฮ่า ๆ ๆ ๆ" พอลส่งเสียงหัวเราะอย่างพอใจ

            "ละ..แล้วถ้ามันมาเป็นสิบล่ะพอล.." อยู่ ๆ เสียงของแอลก็ดังขึ้นทำให้เสียงหัวเราะของพอลชะงักไปทันที

            "นะ..นายว่ายังไงนะแอล.." พอลละล่ำละลักถามออกมาอย่างตกใจ "นายกำลังล้อฉันเล่นอยู่ใช่ไหม?"

            "ฉันรู้สึกมั่นใจว่าตอนนี้เราโดนเพื่อน ๆ ของเจ้าตอไม้นั่นล้อมอยู่นะ" แอลพูดเสียงเรียบ แต่สองมือกระชับมีดคู่แน่นในท่าพร้อมต่อสู้อย่างเต็มที่

            "แกว้ก...!!"

            เสียงร้องอย่างโกรธเกรี้ยวดังระงมขึ้นมาท่ามกลางดงไม้ที่แน่นขนัด ต้นไม้ขนาดต่าง ๆ กันที่อยู่รายรอบตัวเด็ก ๆ ต่างพากันสั่นไหว ขนาดต้นที่เล็กที่สุดก็ยังมีขนาดลำต้นไม่น้อยกว่าสามคนโอบ 

            มันค่อย ๆ สั่นไหวอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับที่บริเวณกลางลำต้นปรากฏรอยแยกสามรอยในตำแหน่งเดียวกับดวงตาและปากของคน กิ่งขนาดใหญ่ของข้างที่ทำหน้าที่เหมือนแขนของมนุษย์นั้นสั่นไหวอย่างแรงส่งผลให้ใบไม้หลากสีสันหลายรูปแบบร่วงกราวลงสู่พื้นดิน

            "นี่แหละ แบบนี้ไม่ดีแน่ ๆ" พอลบ่นอย่างใจเสียแต่ก็ยังเรียกเอาขวานใหญ่ของเขามาถือกระชับไว้ในมือ

            "นายได้เตรียมแผนสำหรับสเตม่ามากกว่าสิบตัวแบบนี้หรือเปล่าล่ะพอล.."

            บันกระเซ้าเพื่อนจอมมั่นใจ เมื่อเห็นหน้าของพอลเริ่มไม่เหลือเค้าลางแห่งความถือดีเหลืออีกแล้ว 

            "เงียบแล้วมาช่วยกันจัดการพวกมันเถอะน่า หรือนายอยากกลายเป็นปุ๋ยให้พวกมันกันล่ะ" 

            พอลเริ่มไม่สนุกด้วย เมื่อได้เห็นจำนวนคร่าว ๆ ของสเตม่าพวกนี้ เมื่อกวาดตาดูแล้วพวกเขาน่าจะต้องสู้กับสเตม่าไม่น้อยกว่าคนละสองตัว...

            นี่ขนาดนับเอาเจ้าเหมียวควินซ์เข้ามาหารรวมแล้วด้วยนะเนี่ย.....

            "ฉันว่ายังไงซะเราก็เข้ามารวมกลุ่มกันไว้ดีกว่า อย่าปล่อยให้มันอ้อมเข้ามาข้างหลังได้ไม่อย่างอย่างนั้นล่ะเสร็จมันแน่ ๆ" เรซเริ่มวางแผนในการเอาตัวรอดจากเหล่าสเตม่าที่โกรธแค้นทั้งหลายตรงหน้า

            เด็ก ๆ ทั้งห้าขยับเข้ามารวมกลุ่มกันหลวม ๆ ในระยะห่างไม่เกินสองเมตร เพื่อให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ ได้ทันท่วงที

            ขวานสองคมของพอลถูกวางพาดอยู่บนหัวไหล่บึกบึนของเจ้าของ เขาจ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่จริงจังมากกว่าที่เคยเป็นมากก่อน ภาพของต้นไม้หรืออะไรที่เหมือนต้นไม้ กำลังขยับเขยื้อนก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสัตว์ร้ายอย่างสเตม่าจอมเจ้าเล่ห์ ที่คอยดักจับเหยื่อที่หลงเข้ามาในระยะโจมตีของมัน

            ปลายหอกของเรซชี้ชูไปข้างหน้าในท่าเตรียมต่อสู้ เขายืนในท่าที่มั่นคงที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมในการต่อสู้กับเหล่าสเตม่าที่รายล้อมอยู่ แม้ตอนนี้ศัตรูจะมีจำนวนมากแล้วยังโอมล้อมเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ แต่ความนิ่งสงบของเรซก็ยังคงเหมือนดั่งผิวน้ำที่ไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย

            “ฮึบ..!”

            พอลส่งเสียงสั้น ๆ ก่อนที่จะพุ่งทะยานเข้าหาสเตม่าตัวที่อยูใกล้ที่สุด ขวานของเขาส่องแสงเรืองสีแดงส้มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พอลจะออกแรงมหาศาลฟาดขวานใหญ่ลงไปอย่างเต็มแรง 

            ตู้ม!!

            เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แม้สุ้มเสียงจะไม่ดังกัมปนาทเทียบเท่ากับลูกศรของบันที่ถือเป็นอาวุธวิเศษที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือของโบลิน แต่ผลจากการใช้พลังแฝงเวทมนต์มากกว่าเจ็ดส่วนของพอล ก็เพียงพอที่จะผ่าร่างของสเตม่าออกเป็นสองซีก เหมือนมีดที่ร่วงลงไปบนก้อนเต้าหู้อย่างไรอย่างนั้น

            “ฮ่า ๆ ๆ ๆ พระเอกมันต้องเปิดตัวให้อลังการแบบนี้สิ ถึงจะถูก”

            ...เสียงหัวเราะจากปากของพอลดังลั่นไปทั่วป่าด้วยความสะใจ ก่อนที่นั่นจะกลายเป็นสัญญาณเริ่มการต่อสู้ระหว่างเด็ก ๆ และเหล่าสเตม่าทั้งหลายทันที...